สมชัย ห่วงศาลรธน. รับวินิจฉัย กกต.ร้องสกัดอำนาจศาลฎีกา เสี่ยงทำบ้านเมืองลุกเป็นไฟ
.

.
สมชัย ห่วงศาลรธน. รับวินิจฉัย กกต.ร้องสกัดอำนาจศาลฎีกา เสี่ยงทำบ้านเมืองลุกเป็นไฟ
.
วันที่ 5 พฤศจิกายน นาย
สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการกกต. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
.
เหลี่ยม กกต.
.
ควรชื่นชมฝ่ายกฎหมายของ กกต. ที่สามารถหยิบมุมของรัฐธรรมนูญที่ไม่ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญ เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพิจารณาคดีของศาลฎีกา มาเขียนคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อหยุดการเดินหน้าไต่สวนคดีคุณสมบัติผู้สมัคร สว. ในขณะนี้
.
เรื่องคือ มีผู้สมัคร สว.กลุ่ม 10 (วิสาหกิจที่ไม่ใช่ขนาดกลางและย่อม) เป็นแค่เจ้าของแผงขายหมูในตลาด และลูกจ้างร้านขายก๋วยเตี๋ยว กกต.อำเภอก็รับสมัคร มีคนร้องคัดค้าน กกต.ก็วินิจฉัยว่าสมัครได้ เพราะอำเภอให้สมัครแล้ว มีการสอบถามไปยังหน่วยงานต่าง ๆ (ไม่รู้หน่วยงานใด)แล้ว จึงถือว่ามีคุณสมบัติครบ
.
มีผู้ไปร้องศาลฎีกา ศาลฎีการับเป็นคดีดำ นัดไต่สวนมูลฟ้อง นัดตรวจพยานหลักฐานของแต่ละฝ่าย และจะเริ่มกระบวนการไต่สวนในเดือนพฤศจิกายน 2569 และแสดงความตั้งใจว่าจะมีคำพิพากษาได้ก่อนสิ้นปี 2569
.
กกต. นอกจากยื่นคำคัดค้านต่อศาลฎีกา ยังยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยอ้างหน้าที่และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 210(2) ที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจในการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ สส. สว. รัฐมนตรี ครม. หรือ องค์กรอิสระ
.
เห็นชัดเจนว่า ไม่มีการให้อำนาจใดต่อศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยปัญหาหน้าที่และอำนาจของศาลฎีกา
.
แต่เหลี่ยมของ กกต. คือ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วยวินิจฉัยหน้าที่และอำนาจของ กกต.เอง ทั้งในระดับอำเภอ เกี่ยวกับการรับสมัครและพิจารณาคุณสมบัติผู้สมัคร และในระดับ กกต.กลาง ในการวินิจฉัยคดีการสมัคร สว.ต่าง ๆ โดยขอให้ศาลระบุว่า เป็นอำนาจอันสมบูรณ์ของ กกต. ไม่มีใครสามารถตรวจสอบได้
.
เป็นการบอกว่า แม้แต่ศาลฎีกา ก็ไม่มีสิทธิ ไม่ว่าฉันจะบกพร่อง ทำชุ่ย ทำห่วย หรือ มีเจตนาช่วยเหลือผู้สมัคร ไม่ทำหน้าที่โดยสุจริตเพียงไรก็ตาม
.
ระวังนะครับ ศาลรัฐธรรมนูญอาจรับคำร้องจาก กกต. แล้วบอกว่า ใช่ คุณมีหน้าที่และอำนาจในเรื่องนั้น
.
แต่เขาไม่ตัดสิทธิ อำนาจหน้าที่ขององค์กรอื่น หากเห็นว่า คุณทำไม่ถูกด้วย
.
เพราะบ้านเมืองไม่สามารถมีอำนาจที่สมบูรณ์ ปราศจากการตรวจสอบ มิเช่นนั้น บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ
.
รอดูครับ ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะช่วยดับไฟ หรือ ช่วยโหมให้ไฟแรงขึ้น
.
https://www.facebook.com/somchaivision/posts/pfbid0cDSSfpe3AMzQNpKARvYUfsAYzm1tVHtXGR4asaLoZmKWJebmnAx8Db4f9CnZCpAKl
.
.
โรม สวน ‘ศุภชัย’ ใครเหิมกันแน่ ซัดระบอบน้ำเงินกลัวถูกสอบ – จี้ ‘โสภณ’ แจงปมหนังสือเวียน อย่าหลบหลังขรก.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5962213
.
โรม สวน ‘ศุภชัย’ ใครกันแน่ที่เหิมเกริม ซัด ระบอบน้ำเงินห้ามตรวจสอบ ลั่น จะเผาบ้านไล่หนู เพื่อเล่นงาน ‘รังสิมันต์’ คนเดียวหรือ ชี้ กมธ.ไม่ใช่ลูกน้อง ปธ.สภาฯ จี้ ‘โสภณ’ แจงปมหนังสือเวียน อย่าอยู่หลังข้าราชการ ด้าน ‘ณัฏฐ์ชนน’ ขอกลับมติไม่เห็นด้วยกับกมธ. ขณะที่ ‘ณัฐวุฒิ’ โวย “ประธานกมธ.กม.” คลิปเสียงตัวเองในห้องประชุม หลุดจะแก้ไขอย่างไร
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นาย
รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม กมธ. กรณีที่ นาย
ศุภชัย ใจสมุทร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และรองประธานกมธ.การกฎหมายฯ จะเสนอญัตติว่าการลงมติเรียก นาย
โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มาชี้แจง ถึงการส่งหนังสือเวียนว่าเป็น การกระทำที่ไม่ชอบ ว่า “
ไม่ชอบ หรือไม่ถูกใจ” ตนคิดว่าไม่มีปัญหาเรื่องไม่ชอบ เพราะก่อนหน้านี้อีกฝ่ายบอกว่าการจะเชิญใครต้องมีมีมติ แต่เมื่อกมธ. มีมติว่าจะเชิญนาย
โสภณมาชี้แจง ก็บอกว่าเหิมเกริม บังอาจ ซึ่งตนมองว่าการพูดแบบนี้ไม่ตั้งอยู่บนข้อบังคับ และพิสูจน์ให้เห็นว่าระบอบน้ำเงินห้ามตรวจสอบ หากตรวจสอบเมื่อไหร่ก็จะมีคนไม่พอใจและอ้างนู่นอ้างนี่
.
ตนยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ อำนาจของฝ่ายค้านและกรรมาธิการ รวมถึงอำนาจเรียกไม่ได้เยอะอยู่แล้ว ขั้นตอนก็มีความซับซ้อน แต่ภายใต้ข้อจำกัดนี้คุณก็มาบอกว่าเราทำไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าเราทำถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ทั้งการลงมติและแนวปฏิบัติ เพราะมีสส. ที่ทำงานอยู่ในกรรมาธิการ 8 คน และทุกคนเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าไม่รับแนวทางของหนังสือเวียน และการเรียกนายโสภณมาชี้แจง ก็เพื่อสอบข้อเท็จจริงให้สิ้นกระแสความ เพราะหนังสือเวียนดังกล่าวเราได้รับแจ้งจากฝ่ายเลขาธิการสภาฯ ซึ่งไม่เป็นกฎหมายและไม่มีผลบังคับอะไรเลย แต่การออกแนวทางแบบนี้ มีลักษณะกระทบกระเทือนหรือขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น เราจะปล่อยให้มีการกระทำแบบนี้ไม่ได้
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวว่า คาดหวังว่านายโสภณ จะทำพฤติกรรมให้เป็นเยี่ยงอย่างกับสมาชิกท่านอื่นและบุคคลภายนอกว่าให้ความร่วมมือกับกรรมาธิการตอบข้อสงสัยให้ชัดเจน หากประมุขของสภาฯ ยังไม่มากมธ. ต่อไปนี้หากกมธ. เชิญใคร เขาก็จะบอกว่าขนาดประธานสภาฯ ยังไม่มาเลย เราไม่ควรอยู่ในบรรยากาศแบบนั้น จึงอยากให้นาย
โสภณ ให้ความร่วมมือ เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าเรื่องนี้มาจากใคร อย่าให้เขาครหาว่าไปยืนอยู่หลังราชการ ให้มาปะทะกับฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควร
.
เมื่อถามถึงกรณีที่นาย
ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส. สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกมธ.การกฎหมายฯ ระบุว่าที่ลงมติไปเพราะเข้าใจผิด คิดว่าเป็นเพราะอะไร นาย
รังสิมันต์ กล่าวว่า ตนคงตอบแทนนาย
ณัฏฐ์ชนนไม่ได้ แต่ที่ประชุมกมธ. มีทั้งหมด 8 คน ตอนที่ลงมติก็ให้ทุกคนยกมือ และให้ฝ่ายเลขาทวนว่าใครเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรืองดออกเสียง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด เราดำเนินการถูกต้องทุกอย่าง และถึงแม้ว่านาย
ณัฏฐ์ชนน จะไม่อยู่ในห้องนั้นหรือถอนตัวออกไปโดยที่ไม่มีส่วนร่วมในการลงมติองค์ประชุมของกมธ.การกฎหมายฯ มี 7 คน จากทั้งคณะ 14 คน จึงไม่มีการลงมติโดยไม่ชอบแน่ เพราะอย่างไรก็ครบ
.
เมื่อถามถึงกรณีที่นายศุภชัย ระบุว่าการที่นาย
รังสิมันต์ ไม่ยอมรับแนวทางของหนังสือเวียนดังกล่าว ถือว่าเหิมเกริม เพราะไม่เคารพกฎหมายและรัฐธรรมนูญ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่ใช่ตนคนเดียว ที่ประชุมกรรมาธิการทั้งหมด พูดแบบนั้นคงไม่เต็มปากเพราะเราถามในที่ประชุมที่มีไม่น้อยกว่า 7 คน ดังนั้น ใครกันแน่ที่เหิมเกริม คุณไปอ้างที่ประชุมกรรมาธิการ 35 คณะ ทั้งที่ในที่ประชุมวันดังกล่าวไม่ได้มีมติอะไรเลย คนจำนวนมากที่พูดเขาไม่เห็นด้วยในการเปลี่ยนแปลงและจำกัดอำนาจของประธานกมธ. ใครกันแน่ที่ไปอ้างการประชุมและไม่มีการลงมติ แม้แต่ประธานสภาฯ ยังพูดว่าเป็นการหารือ ดังนั้น การอ้างแบบนี้เป็นการอ้างเท็จ ไม่ต่างอะไรกับการส่งเอกสารเท็จต่อกรรมาธิการซึ่งถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ ย้ำว่าประธานกรรมาธิการหรือกรรมาธิการไม่ใช่ลูกน้องของประธานสภาฯ บทบาทของประธานสภาฯ ไม่ใช่เจ้ากระทรวงแล้วพวกตนเป็นอธิบดี แต่เราทำหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย ฉะนั้น ประธานสภาฯ ไม่มีอำนาจในการสั่งย้ายหรือควบคุมสั่งการ เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจ กฎหมายกำหนดเส้นเขตอำนาจไว้ชัดเจน
.
เมื่อถามถึงกรณีที่นาย
กรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ยืนยันว่าการประชุมประธานกรรมาธิการสามัญทั้ง 35 คณะ แนวทางที่ออกมาเป็นไปตามกฎหมาย นาย
รังสิมันต์ กล่าวว่า ก็มั่วไง และการมาบอกว่ากมธ. การกฎหมายฯ มีปัญหาอยู่คณะเดียว ต้องไปดูว่าในกมธ.การกฎหมายฯ ใครที่มีปัญหาอยู่คนเดียว จริงๆ 2 คน ซึ่งเราก็ทำงานกันด้วยปกติ สส. ซีกรัฐบาล เมื่อวานเขาก็พูดคุยและลงมติ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกันทุกเรื่อง แต่เราแสดงความคิดเห็นกันด้วยเคารพความน่าเคารพและเป็นเหตุเป็นผล แต่สิ่งที่หลายคนกำลังทำขณะนี้คือการสร้างความปั่นป่วน ตนอยากให้นาย
กรวีร์ ไปดูว่ามีการยื่นหนังสือลาเท็จหรือไม่ ตอนแรกบอกบอยคอร์ท ไปๆมาๆบอกว่าบอกว่าติดประชุม ก็เป็นหลักฐานชัดเจนเป็นดิจิตอลฟุตปริ้นท์
.
“การทำหน้าที่ของเราไม่ได้ละเมิดกฎหมายแน่นอน ทุกอย่างเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ เรารู้ว่าถนนเส้นที่เราเดินอยู่ มีขวากหนามและพร้อมที่จะทำร้ายเรา เราเองก็พยายามปฏิบัติอย่างเคร่งครัด” นาย
รังสิมันต์ กล่าว
.
เมื่อถามว่า เมื่อวานนี้ (5 พ.ย.) ที่ปรึกษาประธานสภาฯ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์และพยายามระบุว่าหนังสือเวียนถึงกรรมาธิการ 35 คณะ นั้นให้ไปถามสำนักเลขาธิการสภาฯ ซึ่งตัวประธานสภาฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า “อันนี้คือการไปยืนอยู่ด้านหลังข้าราชการ ไม่ทันไรคุณก็โยนความผิดให้กับเลขาฯ คุณก็โยนความผิดให้กับข้าราชการประจำ ผมก็อยากจะใช้โอกาสนี้บอกไปถึงข้าราชการประจำทั้งหมด ว่านี่แหละถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีความเดือดร้อนเกิดขึ้น แล้วเริ่มลามไปถึงคนในระบอบสีน้ำเงิน คนในระบอบสีน้ำเงินพร้อมถีบหัวส่งทุกท่าน เขาไม่มาปกป้องท่านหรอก เขาจะบอกว่าเป็นความผิดของข้าราชการ
.
ผมยืนยันว่าเราตรวจสอบระบอบสีน้ำเงิน และไม่ปฏิเสธว่าในกลไกกรรมาธิการเราตรวจสอบพวกเขา แต่การตรวจสอบก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานของพยานหลักฐาน แต่ถ้าเกิดระบอบสีน้ำเงินไม่พอใจและพยายามที่จะสู้กับพยายามที่จะดำเนินการทุกวิธีการในการ ที่จะเล่นงานพวกเรา ซึ่งท่านมีอำนาจมากกว่าอยู่แล้ว แต่ได้โปรดอย่าเอาข้าราชการมาอยู่ท่ามกลางตรงนี้เลย อย่าเอาข้าราชการมาเป็นหนังหน้าไฟ และเป็นหุ่นเชิดเพื่อต่อสู้กับพวกเรา ผมคิดว่าการทำแบบนี้นั้นมันไม่ถูกต้อง ไม่แฟร์ คุณพยายามจะไปบีบข้าราชการประจำต่างๆ การทำแบบนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นว่าระบอบสีน้ำเงิน จริงๆ แล้วคุณเหนียมอาย และไม่กล้าเผชิญความจริง คุณถึงต้องไปยืนอยู่ข้างหลังข้าราชการ
.
ดังนั้น ใครก็ตามจงตระหนักว่า วันนี้ระบอบสีน้ำเงินซึ่งเปรียบเสมือนโจรสีน้ำเงิน ถ้าใครก็ตามที่ไปช่วยเขาโดยเฉพาะ ไปช่วยในเรื่องที่ผิดๆ ไม่ต่างอะไรกับการพายเรือ ให้โจรนั่ง ที่เมื่อไหร่ที่คุณหยุดพาย เมื่อไหร่ที่คุณสงสัยในตัวเอง หรือเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณได้รับความเดือดร้อน โจรตนนี้มันก็จะถีบหัวคุณลงกลางทะเล ดังนั้น ก็ให้เป็นตัวอย่างไปว่าสุดท้ายถ้าข้าราชการ เผลอทำในสิ่งที่ละเมิดกฎหมาย คุณซวยแน่นอน เพราะเขาจะเอาคุณเป็นคนรับผิดทุกอย่าง”
.
เมื่อถามถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยจะเสนอแก้ข้อบังคับประชุมสภาฯ ซึ่งจะต้องโหวตในสัปดาห์หน้า มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะเป็นการรวบอำนาจ กรรมาธิการโดยเสียงข้างมาก มองอย่างไร นาย
รังสิมันต์ กล่าวว่า แน่นอน อันนี้มันพิสูจน์ว่าแนวทางปฏิบัตินั้น ใช้ไม่ได้ คุณถึงต้องไปแก้ข้อบังคับ ดังนั้น แนวปฏิบัติที่คุณออกมาผิดกฎหมายแน่ๆ คุณตระหนักสิ่งนี้จึงได้ไปแก้ข้อบังคับ
JJNY : สมชัยห่วงศาลรธน.│โรมสวน‘ศุภชัย’ใครเหิมกันแน่│เรียกผู้ว่านราธิวาส แจงคดี│แอมเนสตี้ร้องไทย ยุติส่งชาวอุยกูร์กลับจีน
สมชัย ห่วงศาลรธน. รับวินิจฉัย กกต.ร้องสกัดอำนาจศาลฎีกา เสี่ยงทำบ้านเมืองลุกเป็นไฟ
.
วันที่ 5 พฤศจิกายน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการกกต. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
.
เหลี่ยม กกต.
.
ควรชื่นชมฝ่ายกฎหมายของ กกต. ที่สามารถหยิบมุมของรัฐธรรมนูญที่ไม่ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญ เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพิจารณาคดีของศาลฎีกา มาเขียนคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อหยุดการเดินหน้าไต่สวนคดีคุณสมบัติผู้สมัคร สว. ในขณะนี้
.
เรื่องคือ มีผู้สมัคร สว.กลุ่ม 10 (วิสาหกิจที่ไม่ใช่ขนาดกลางและย่อม) เป็นแค่เจ้าของแผงขายหมูในตลาด และลูกจ้างร้านขายก๋วยเตี๋ยว กกต.อำเภอก็รับสมัคร มีคนร้องคัดค้าน กกต.ก็วินิจฉัยว่าสมัครได้ เพราะอำเภอให้สมัครแล้ว มีการสอบถามไปยังหน่วยงานต่าง ๆ (ไม่รู้หน่วยงานใด)แล้ว จึงถือว่ามีคุณสมบัติครบ
.
มีผู้ไปร้องศาลฎีกา ศาลฎีการับเป็นคดีดำ นัดไต่สวนมูลฟ้อง นัดตรวจพยานหลักฐานของแต่ละฝ่าย และจะเริ่มกระบวนการไต่สวนในเดือนพฤศจิกายน 2569 และแสดงความตั้งใจว่าจะมีคำพิพากษาได้ก่อนสิ้นปี 2569
.
กกต. นอกจากยื่นคำคัดค้านต่อศาลฎีกา ยังยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยอ้างหน้าที่และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญตามมาตรา 210(2) ที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจในการวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของ สส. สว. รัฐมนตรี ครม. หรือ องค์กรอิสระ
.
เห็นชัดเจนว่า ไม่มีการให้อำนาจใดต่อศาลรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยปัญหาหน้าที่และอำนาจของศาลฎีกา
.
แต่เหลี่ยมของ กกต. คือ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วยวินิจฉัยหน้าที่และอำนาจของ กกต.เอง ทั้งในระดับอำเภอ เกี่ยวกับการรับสมัครและพิจารณาคุณสมบัติผู้สมัคร และในระดับ กกต.กลาง ในการวินิจฉัยคดีการสมัคร สว.ต่าง ๆ โดยขอให้ศาลระบุว่า เป็นอำนาจอันสมบูรณ์ของ กกต. ไม่มีใครสามารถตรวจสอบได้
.
เป็นการบอกว่า แม้แต่ศาลฎีกา ก็ไม่มีสิทธิ ไม่ว่าฉันจะบกพร่อง ทำชุ่ย ทำห่วย หรือ มีเจตนาช่วยเหลือผู้สมัคร ไม่ทำหน้าที่โดยสุจริตเพียงไรก็ตาม
.
ระวังนะครับ ศาลรัฐธรรมนูญอาจรับคำร้องจาก กกต. แล้วบอกว่า ใช่ คุณมีหน้าที่และอำนาจในเรื่องนั้น
.
แต่เขาไม่ตัดสิทธิ อำนาจหน้าที่ขององค์กรอื่น หากเห็นว่า คุณทำไม่ถูกด้วย
.
เพราะบ้านเมืองไม่สามารถมีอำนาจที่สมบูรณ์ ปราศจากการตรวจสอบ มิเช่นนั้น บ้านเมืองจะลุกเป็นไฟ
.
รอดูครับ ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะช่วยดับไฟ หรือ ช่วยโหมให้ไฟแรงขึ้น
.
https://www.facebook.com/somchaivision/posts/pfbid0cDSSfpe3AMzQNpKARvYUfsAYzm1tVHtXGR4asaLoZmKWJebmnAx8Db4f9CnZCpAKl
.
.
โรม สวน ‘ศุภชัย’ ใครเหิมกันแน่ ซัดระบอบน้ำเงินกลัวถูกสอบ – จี้ ‘โสภณ’ แจงปมหนังสือเวียน อย่าหลบหลังขรก.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5962213
.
โรม สวน ‘ศุภชัย’ ใครกันแน่ที่เหิมเกริม ซัด ระบอบน้ำเงินห้ามตรวจสอบ ลั่น จะเผาบ้านไล่หนู เพื่อเล่นงาน ‘รังสิมันต์’ คนเดียวหรือ ชี้ กมธ.ไม่ใช่ลูกน้อง ปธ.สภาฯ จี้ ‘โสภณ’ แจงปมหนังสือเวียน อย่าอยู่หลังข้าราชการ ด้าน ‘ณัฏฐ์ชนน’ ขอกลับมติไม่เห็นด้วยกับกมธ. ขณะที่ ‘ณัฐวุฒิ’ โวย “ประธานกมธ.กม.” คลิปเสียงตัวเองในห้องประชุม หลุดจะแก้ไขอย่างไร
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม กมธ. กรณีที่ นายศุภชัย ใจสมุทร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และรองประธานกมธ.การกฎหมายฯ จะเสนอญัตติว่าการลงมติเรียก นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มาชี้แจง ถึงการส่งหนังสือเวียนว่าเป็น การกระทำที่ไม่ชอบ ว่า “ไม่ชอบ หรือไม่ถูกใจ” ตนคิดว่าไม่มีปัญหาเรื่องไม่ชอบ เพราะก่อนหน้านี้อีกฝ่ายบอกว่าการจะเชิญใครต้องมีมีมติ แต่เมื่อกมธ. มีมติว่าจะเชิญนายโสภณมาชี้แจง ก็บอกว่าเหิมเกริม บังอาจ ซึ่งตนมองว่าการพูดแบบนี้ไม่ตั้งอยู่บนข้อบังคับ และพิสูจน์ให้เห็นว่าระบอบน้ำเงินห้ามตรวจสอบ หากตรวจสอบเมื่อไหร่ก็จะมีคนไม่พอใจและอ้างนู่นอ้างนี่
.
ตนยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ อำนาจของฝ่ายค้านและกรรมาธิการ รวมถึงอำนาจเรียกไม่ได้เยอะอยู่แล้ว ขั้นตอนก็มีความซับซ้อน แต่ภายใต้ข้อจำกัดนี้คุณก็มาบอกว่าเราทำไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าเราทำถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ทั้งการลงมติและแนวปฏิบัติ เพราะมีสส. ที่ทำงานอยู่ในกรรมาธิการ 8 คน และทุกคนเห็นเป็นเอกฉันท์ว่าไม่รับแนวทางของหนังสือเวียน และการเรียกนายโสภณมาชี้แจง ก็เพื่อสอบข้อเท็จจริงให้สิ้นกระแสความ เพราะหนังสือเวียนดังกล่าวเราได้รับแจ้งจากฝ่ายเลขาธิการสภาฯ ซึ่งไม่เป็นกฎหมายและไม่มีผลบังคับอะไรเลย แต่การออกแนวทางแบบนี้ มีลักษณะกระทบกระเทือนหรือขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น เราจะปล่อยให้มีการกระทำแบบนี้ไม่ได้
.
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า คาดหวังว่านายโสภณ จะทำพฤติกรรมให้เป็นเยี่ยงอย่างกับสมาชิกท่านอื่นและบุคคลภายนอกว่าให้ความร่วมมือกับกรรมาธิการตอบข้อสงสัยให้ชัดเจน หากประมุขของสภาฯ ยังไม่มากมธ. ต่อไปนี้หากกมธ. เชิญใคร เขาก็จะบอกว่าขนาดประธานสภาฯ ยังไม่มาเลย เราไม่ควรอยู่ในบรรยากาศแบบนั้น จึงอยากให้นายโสภณ ให้ความร่วมมือ เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าเรื่องนี้มาจากใคร อย่าให้เขาครหาว่าไปยืนอยู่หลังราชการ ให้มาปะทะกับฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควร
.
เมื่อถามถึงกรณีที่นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส. สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกมธ.การกฎหมายฯ ระบุว่าที่ลงมติไปเพราะเข้าใจผิด คิดว่าเป็นเพราะอะไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตนคงตอบแทนนายณัฏฐ์ชนนไม่ได้ แต่ที่ประชุมกมธ. มีทั้งหมด 8 คน ตอนที่ลงมติก็ให้ทุกคนยกมือ และให้ฝ่ายเลขาทวนว่าใครเห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรืองดออกเสียง เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด เราดำเนินการถูกต้องทุกอย่าง และถึงแม้ว่านายณัฏฐ์ชนน จะไม่อยู่ในห้องนั้นหรือถอนตัวออกไปโดยที่ไม่มีส่วนร่วมในการลงมติองค์ประชุมของกมธ.การกฎหมายฯ มี 7 คน จากทั้งคณะ 14 คน จึงไม่มีการลงมติโดยไม่ชอบแน่ เพราะอย่างไรก็ครบ
.
เมื่อถามถึงกรณีที่นายศุภชัย ระบุว่าการที่นายรังสิมันต์ ไม่ยอมรับแนวทางของหนังสือเวียนดังกล่าว ถือว่าเหิมเกริม เพราะไม่เคารพกฎหมายและรัฐธรรมนูญ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ไม่ใช่ตนคนเดียว ที่ประชุมกรรมาธิการทั้งหมด พูดแบบนั้นคงไม่เต็มปากเพราะเราถามในที่ประชุมที่มีไม่น้อยกว่า 7 คน ดังนั้น ใครกันแน่ที่เหิมเกริม คุณไปอ้างที่ประชุมกรรมาธิการ 35 คณะ ทั้งที่ในที่ประชุมวันดังกล่าวไม่ได้มีมติอะไรเลย คนจำนวนมากที่พูดเขาไม่เห็นด้วยในการเปลี่ยนแปลงและจำกัดอำนาจของประธานกมธ. ใครกันแน่ที่ไปอ้างการประชุมและไม่มีการลงมติ แม้แต่ประธานสภาฯ ยังพูดว่าเป็นการหารือ ดังนั้น การอ้างแบบนี้เป็นการอ้างเท็จ ไม่ต่างอะไรกับการส่งเอกสารเท็จต่อกรรมาธิการซึ่งถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ ย้ำว่าประธานกรรมาธิการหรือกรรมาธิการไม่ใช่ลูกน้องของประธานสภาฯ บทบาทของประธานสภาฯ ไม่ใช่เจ้ากระทรวงแล้วพวกตนเป็นอธิบดี แต่เราทำหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย ฉะนั้น ประธานสภาฯ ไม่มีอำนาจในการสั่งย้ายหรือควบคุมสั่งการ เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจ กฎหมายกำหนดเส้นเขตอำนาจไว้ชัดเจน
.
เมื่อถามถึงกรณีที่นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ยืนยันว่าการประชุมประธานกรรมาธิการสามัญทั้ง 35 คณะ แนวทางที่ออกมาเป็นไปตามกฎหมาย นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ก็มั่วไง และการมาบอกว่ากมธ. การกฎหมายฯ มีปัญหาอยู่คณะเดียว ต้องไปดูว่าในกมธ.การกฎหมายฯ ใครที่มีปัญหาอยู่คนเดียว จริงๆ 2 คน ซึ่งเราก็ทำงานกันด้วยปกติ สส. ซีกรัฐบาล เมื่อวานเขาก็พูดคุยและลงมติ ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกันทุกเรื่อง แต่เราแสดงความคิดเห็นกันด้วยเคารพความน่าเคารพและเป็นเหตุเป็นผล แต่สิ่งที่หลายคนกำลังทำขณะนี้คือการสร้างความปั่นป่วน ตนอยากให้นายกรวีร์ ไปดูว่ามีการยื่นหนังสือลาเท็จหรือไม่ ตอนแรกบอกบอยคอร์ท ไปๆมาๆบอกว่าบอกว่าติดประชุม ก็เป็นหลักฐานชัดเจนเป็นดิจิตอลฟุตปริ้นท์
.
“การทำหน้าที่ของเราไม่ได้ละเมิดกฎหมายแน่นอน ทุกอย่างเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ เรารู้ว่าถนนเส้นที่เราเดินอยู่ มีขวากหนามและพร้อมที่จะทำร้ายเรา เราเองก็พยายามปฏิบัติอย่างเคร่งครัด” นายรังสิมันต์ กล่าว
.
เมื่อถามว่า เมื่อวานนี้ (5 พ.ย.) ที่ปรึกษาประธานสภาฯ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์และพยายามระบุว่าหนังสือเวียนถึงกรรมาธิการ 35 คณะ นั้นให้ไปถามสำนักเลขาธิการสภาฯ ซึ่งตัวประธานสภาฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง นายรังสิมันต์ กล่าวว่า “อันนี้คือการไปยืนอยู่ด้านหลังข้าราชการ ไม่ทันไรคุณก็โยนความผิดให้กับเลขาฯ คุณก็โยนความผิดให้กับข้าราชการประจำ ผมก็อยากจะใช้โอกาสนี้บอกไปถึงข้าราชการประจำทั้งหมด ว่านี่แหละถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่มีความเดือดร้อนเกิดขึ้น แล้วเริ่มลามไปถึงคนในระบอบสีน้ำเงิน คนในระบอบสีน้ำเงินพร้อมถีบหัวส่งทุกท่าน เขาไม่มาปกป้องท่านหรอก เขาจะบอกว่าเป็นความผิดของข้าราชการ
.
ผมยืนยันว่าเราตรวจสอบระบอบสีน้ำเงิน และไม่ปฏิเสธว่าในกลไกกรรมาธิการเราตรวจสอบพวกเขา แต่การตรวจสอบก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานของพยานหลักฐาน แต่ถ้าเกิดระบอบสีน้ำเงินไม่พอใจและพยายามที่จะสู้กับพยายามที่จะดำเนินการทุกวิธีการในการ ที่จะเล่นงานพวกเรา ซึ่งท่านมีอำนาจมากกว่าอยู่แล้ว แต่ได้โปรดอย่าเอาข้าราชการมาอยู่ท่ามกลางตรงนี้เลย อย่าเอาข้าราชการมาเป็นหนังหน้าไฟ และเป็นหุ่นเชิดเพื่อต่อสู้กับพวกเรา ผมคิดว่าการทำแบบนี้นั้นมันไม่ถูกต้อง ไม่แฟร์ คุณพยายามจะไปบีบข้าราชการประจำต่างๆ การทำแบบนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่แสดงให้เห็นว่าระบอบสีน้ำเงิน จริงๆ แล้วคุณเหนียมอาย และไม่กล้าเผชิญความจริง คุณถึงต้องไปยืนอยู่ข้างหลังข้าราชการ
.
ดังนั้น ใครก็ตามจงตระหนักว่า วันนี้ระบอบสีน้ำเงินซึ่งเปรียบเสมือนโจรสีน้ำเงิน ถ้าใครก็ตามที่ไปช่วยเขาโดยเฉพาะ ไปช่วยในเรื่องที่ผิดๆ ไม่ต่างอะไรกับการพายเรือ ให้โจรนั่ง ที่เมื่อไหร่ที่คุณหยุดพาย เมื่อไหร่ที่คุณสงสัยในตัวเอง หรือเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณได้รับความเดือดร้อน โจรตนนี้มันก็จะถีบหัวคุณลงกลางทะเล ดังนั้น ก็ให้เป็นตัวอย่างไปว่าสุดท้ายถ้าข้าราชการ เผลอทำในสิ่งที่ละเมิดกฎหมาย คุณซวยแน่นอน เพราะเขาจะเอาคุณเป็นคนรับผิดทุกอย่าง”
.
เมื่อถามถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยจะเสนอแก้ข้อบังคับประชุมสภาฯ ซึ่งจะต้องโหวตในสัปดาห์หน้า มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะเป็นการรวบอำนาจ กรรมาธิการโดยเสียงข้างมาก มองอย่างไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า แน่นอน อันนี้มันพิสูจน์ว่าแนวทางปฏิบัตินั้น ใช้ไม่ได้ คุณถึงต้องไปแก้ข้อบังคับ ดังนั้น แนวปฏิบัติที่คุณออกมาผิดกฎหมายแน่ๆ คุณตระหนักสิ่งนี้จึงได้ไปแก้ข้อบังคับ