วิโรจน์ ซัดแรง ประธานสภา ไม่ใช่หัวหน้าสส. อย่าเหิมเกริมคิดเป็นเจ้าของสภา แนะฟังเสียงปชช.มีคนเคารพไหม
https://www.matichon.co.th/politics/news_5961906
.

.
วิโรจน์ ซัดแรง ประธานสภา ไม่ใช่หัวหน้าสส. อย่าเหิมเกริมคิดเป็นเจ้าของสภา แนะฟังเสียงปชช.มีคนเคารพไหม
.
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน นาย
วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก ระบุว่า
.
“ประธานสภาไม่ใช่หัวหน้า ส.ส. และประธาน กมธ. ก็ไม่ใช่ลูกน้องประธานสภานะครับ ผมอยากชวนคุณศุภชัยให้กลับไปอ่านข้อกฎหมายให้รอบคอบก่อนสักนิดครับ
.
ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ 9 กำหนดให้ประธานสภามีอำนาจกำกับดูแลกิจการของสภา และต้องวางตนเป็นกลาง ไม่ได้หมายความว่า ประธานสภาจะเป็นผู้บังคับบัญชาของ ส.ส. หรือเป็นหัวหน้าประธานคณะกรรมาธิการ นะครับ และข้อบังคับข้อ 9 ก็เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า “ประธานต้องวางตัวเป็นกลาง”
.
ส่วน รัฐธรรมนูญ มาตรา 129 ก็ได้ให้อำนาจคณะกรรมาธิการเรียกบุคคลมาแถลงข้อเท็จจริงในเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ โดยไม่ได้ยกเว้นประธานสภาเอาไว้นะครับ
.
การที่ กมธ. มีมติเชิญประธานสภาฯ มาชี้แจง จึงไม่ใช่เรื่องเหิมเกริมอะไรเลย ส.ส. ทุกคนล้วนมีศักดิ์ศรี และไม่ได้ต่ำต้อยไปกว่านายโสภณ ซารัมย์ แม้แต่น้อย
.
ในทางกลับกัน ผมในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ซึ่งจ่ายภาษีเป็นเงินเดือนให้นายโสภณ กลับคิดว่า คนที่ควรถูกเตือนว่า “อย่าเหิมเกริม” น่าจะเป็นนายโสภณเองมากกว่า
.
อย่าสับสนระหว่างการเป็น “ประธานสภาฯ” กับการเป็น “เจ้าของสภาฯ” อย่าเหิมเกริมหลงคิดไปเองว่าตำแหน่งประธานสภาฯ คือข้อบังคับ คือรัฐธรรมนูญ ตำแหน่งประธานสภาฯ ไม่ใช่ตำแหน่งที่อยู่เหนือการตรวจสอบนะครับ
.
ผมจึงอยากฝากให้นายโสภณ ไปลองรับฟังเสียงประชาชนดูบ้างครับ ถ้าได้อ่าน Comment ก็จะทราบเองว่า ประชาชนเขามีความเคารพประธานสภาฯ ที่ชื่อ โสภณ ซารัมย์ หรือเปล่า
.
สุดท้ายนี้ ผมขอทิ้งท้ายประโยคสั้นๆ ถึงนายโสภณว่า “คนเป็นผู้ทำให้ตำแหน่งมีเกียรติ ตำแหน่งไม่ได้ทำให้คนมีเกียรติ” หรอกนะครับ หวังว่านายโสภณจะเข้าใจ ด้วยความหวังดีจากผู้มีพระคุณของพรรคภูมิใจไทย”
.
https://www.facebook.com/wirojlak/posts/1650075563575658?ref=embed_post
.
.
ฝ่ายค้าน ร่อนจม.บี้ ‘โสภณ’ ทบทวนคำสั่ง ชี้ถ้ากมธ. ต้องใช้มติทุกเรื่อง กระทบแน่ งานตรวจสอบรบ.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5961496
.
ฝ่ายค้าน ร่อนจม.บี้ ‘โสภณ’ ทบทวนคำสั่ง ชี้ถ้ากมธ. ต้องใช้มติทุกเรื่อง กระทบแน่ งานตรวจสอบรบ.
.
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
.
วันนี้ตนได้ทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรตามข้อสรุปของที่ประชุมวิปฝ่ายค้าน เพื่อขอให้ประธานสภาทบทวนแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) และขอนัดหารือประธานสภาเพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
.
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร
.
ตามที่ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎรกับประธานคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 35 คณะ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และประธานสภาผู้แทนราษฎรได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของสำนักกรรมาธิการ 1 สำนักกรรมาธิการ 2 และสำนักกรรมาธิการ 3 จัดทำแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณานั้น
.
คณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร มีความกังวลใจเป็นอย่างยิ่งต่อแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร ที่สำนักกรรมาธิการได้จัดทำและประธานสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบแล้ว
.
คณะกรรมาธิการสามัญเป็นกลไกสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินตามเจตนารมณ์ของมาตรา 129 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 โดยการสอบหาข้อเท็จจริงของคณะกรรมาธิการสามารถนำไปสู่การค้นพบ ป้องกัน หรือเสนอแนะแนวทางที่เป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาด นโยบายที่ไม่ตอบโจทย์ประชาชน หรือการใช้อำนาจโดยมิชอบและการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้สังคมให้ความสำคัญและฝากความหวังไว้กับการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการในการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือข้อกล่าวหาในเรื่องสำคัญที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชน อาทิ การทุจริตการสอบท้องถิ่น การทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ปัญหาเรื่องอาชญากรรมออนไลน์ และโครงการของรัฐที่มีข้อครหาเรื่องความไม่โปร่งใส
.
อย่างไรก็ตาม แม้ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบด้วยกับแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรดังกล่าว โดยประสงค์ให้คณะกรรมาธิการทั้ง 35 คณะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่คณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เห็นว่าการกำหนดให้การดำเนินการทุกเรื่องในคณะกรรมาธิการ เช่น การบรรจุระเบียบวาระการประชุม การเชิญหรือขอความร่วมมือบุคคลให้ส่งเอกสารหรือให้แถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นต่อคณะกรรมาธิการ ต้องอาศัยมติที่ประชุมอย่างเคร่งครัด จะส่งผลดังนี้
.
1.เปิดช่องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครัฐบาล ซึ่งเป็นเสียงข้างมากในคณะกรรมาธิการสามารถร่วมกันลงมติสกัดกั้นไม่ให้คณะกรรมาธิการดำเนินการตรวจสอบเรื่องที่อาจพัวพันหรือส่งผลกระทบในทางลบต่อรัฐบาล แม้เรื่องดังกล่าวจะอยู่ในขอบเขตอำนาจของคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องโดยตรงก็ตาม และ 2.กระทบต่อความคล่องตัวและประสิทธิภาพของคณะกรรมาธิการในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะในเรื่องที่มีความจำเป็นเร่งด่วน
.
ทั้งนี้ หากประสงค์แก้ไขปัญหาเรื่องความซ้ำซ้อนในการดำเนินการของคณะกรรมาธิการ หรือการแสวงหาความร่วมมือภายในคณะกรรมาธิการแต่ละคณะ ท่านสามารถพิจารณาทางเลือกอื่นในการส่งเสริมการปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างประธานคณะกรรมาธิการแต่ละคณะ หรือระหว่างประธานและกรรมาธิการในแต่ละคณะได้ อย่างเช่นการอ้างอิงแนวปฏิบัติของประธานสภาผู้แทนราษฎรในการปรึกษาหารือกับคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) และคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ก่อนการใช้อำนาจในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร
.
คณะกรรมการฯ ตระหนักดีว่าแม้ได้มีการหารือประเด็นดังกล่าวเบื้องต้นในที่ประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (ประธานวิปรัฐบาล) ประธานกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (ประธานวิปฝ่ายค้าน) และประธานคณะกรรมาธิการสามัญทั้ง 35 คณะ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 แต่การประชุมดังกล่าวมิได้มีข้อสรุปที่ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย รวมถึงได้มีการเสนอให้ทางประธานสภาผู้แทนราษฎรนัดหมายตัวแทนแต่ละฝ่ายหารือในรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนที่จะมีการสรุปและแจ้งเวียนแนวทางการดำเนินการดังกล่าวให้บุคลากรในสภาผู้แทนราษฎร
.
ดังนั้น คณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรจึงขอให้ท่านพิจารณาระงับหรือทบทวนแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรดังกล่าว และขอนัดหมายท่านเพื่อหารือเป็นการด่วน เพื่ออธิบายข้อกังวลและหาทางออกร่วมกันกับทุกฝ่าย จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
.
https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1695574361937342&id=100044543824757&mibextid=wwXIfr&rdid=Dk9huIS53nM2WW3l#
.
.
ลิซ่า จี้ วิชัย ตรวจรายชื่อคนโกงสอบท้องถิ่น โควต้าเด็กนาย ขอถ้าเจออย่าตบ แต่ต้องดำเนินคดี.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5961630
.
ลิซ่า จี้วิชัย ตรวจรายชื่อคนโกงสอบท้องถิ่น โควต้าเด็กนาย ขอถ้าเจออย่าตบ แต่ต้องดำเนินคดี
.
จากกรณี พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ตอบคำถามผู้สื่อข่าว กรณีมีวาทกรรมว่า
“ประธานสภา เหมือนเป็นขี้ข้ารับใช้นาย” ว่า
.
“
คำว่า ขี้ข้า เป็นการดูถูกและหมิ่นประมาทอย่างแรงถ้าเป็นโบราณสมัยก่อนการพูดไม่เคารพผู้ใหญ่แบบนี้ ใช้ไม่ได้ต้องลงโทษ เวลาประธานดำเนินการอะไรเรื่องกฎหมาย คุณกล่าวหาว่าผู้หลักผู้ใหญ่รังแกเด็ก แต่ความจริงแล้วเด็กก้าวร้าวมากกว่า ถ้าเป็นสมัยก่อนเป็นลูกเป็นหลานก็ต้องตบปาก”
.
ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 น.ส.
ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวระบุว่า
.
“ไหนๆ ออกสื่อแล้ว รบกวนอดีตมือปราบ สืบหน่อยค่ะ เพราะรายชื่อ “เด็กนาย” ที่โกงสอบท้องถิ่น มีนามสกุลเดียวกับท่านด้วย ฝากมือปราบหูดำในตำนานเช็กหน่อย
.
ลูกหลานใครในตระกูล “สังข์ประไพ” ที่อยากเข้าราชการแต่ไม่มีปัญญาจะต้องยัดเข้ามาอยู่ในโควต้าเด็กนาย
.
ถ้าเจอแล้วก็อย่าไปตบเขานะ คนทุจริตโดน “ตบ” ยังไงก็ไม่หายต้องจับดำเนินคดี“
.
https://www.facebook.com/lisapukkamon/posts/pfbid029GK9gaaY8wJJdXNyHRHHu8yeCJApMKEMcZTQfYse7YM4f1HTp4NyVuCyBBg628xQl
.
.
เฉลิมพงศ์ อัดวิชัย ใจดำอำมหิต ขู่ตบปากลิซ่า เผยโชคดีไม่ได้เกิดเป็นลูกหลาน แค่ตักเตือน ก็โดน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5961780
.
‘เฉลิมพงศ์’ ซัด ‘วิชัย’ ใจดำอำมหิต โชคดีไม่ได้เกิดเป็นลูกหลาน หลังขู่ตบปาก ‘ลิซ่า’
.
จากกรณี น.ส.
ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน โพสต์ข้อความถึง นาย
โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทางเฟซบุ๊ก ปมออกคำสั่งถึงการใช้อำนาจของประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) แต่ละคณะ ในตอนหนึ่งว่า “
ทำตัวเป็นขี้ข้ารับใช้นาย แบบไม่เหนียมอาย” ทำให้ พล.ต.ต.
วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกมาตอบโต้วาทกรรมนี้ว่า คำว่าขี้ข้า เป็นการดูถูกและหมิ่นประมาทอย่างแรง ถ้าเป็นโบราณสมัยก่อนการพูดไม่เคารพผู้ใหญ่แบบนี้ ใช้ไม่ได้ต้องลงโทษ ถ้าเป็นสมัยก่อนเป็นลูกเป็นหลานก็ต้องตบปาก
.
จากนั้น น.ส.
ภคมน ออกมาโต้ว่า ไหนๆ ออกสื่อแล้ว รบกวนอดีตมือปราบสืบหน่อยค่ะ เพราะรายชื่อ “
เด็กนาย” ที่โกงสอบท้องถิ่น มีนามสกุลเดียวกับท่านด้วย ฝากมือปราบหูดำในตำนานเช็กหน่อย ลูกหลานใครในตระกูล “
สังข์ประไพ” ที่อยากเข้าราชการแต่ไม่มีปัญญาจะต้องยัดเข้ามาอยู่ในโควต้าเด็กนาย ถ้าเจอแล้วก็อย่าไปตบเขานะ คนทุจริตโดน “
ตบ” ยังไงก็ไม่หายต้องจับดำเนินคดี
.
ล่าสุดวันที่ 4 พฤศจิกายน นาย
เฉลิมพงศ์ แสงดี ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า เห็นข่าวแล้วตกใจ พล.ต.ต.
วิชัย สังข์ประไพ อดีตมือปราบหูดำ ที่ปรึกษานาย
โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “
ถ้าเป็นลูกเป็นหลานต้องตบปาก” ต่อกรณีที่ น.ส.
ภคมน หนุอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงการออกแนวทางเพื่อควบคุมการทำหน้าที่ของกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎร โดยประธานสภาลงนามเห็นชอบและเปรียบเทียบว่าแบบนี้ก็เท่ากับว่าประธานสภาเป็นขี้ข้าของรัฐบาล
JJNY : วิโรจน์ซัดแรง ปธ.สภา│ร่อนจม.บี้‘โสภณ’ทบทวน│ลิซ่าจี้วิชัยตรวจคนโกง│เฉลิมพงศ์อัดวิชัย ใจดำอำมหิต│42 จว.ฝนฟ้าคะนอง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5961906
.
.
วิโรจน์ ซัดแรง ประธานสภา ไม่ใช่หัวหน้าสส. อย่าเหิมเกริมคิดเป็นเจ้าของสภา แนะฟังเสียงปชช.มีคนเคารพไหม
.
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก ระบุว่า
.
“ประธานสภาไม่ใช่หัวหน้า ส.ส. และประธาน กมธ. ก็ไม่ใช่ลูกน้องประธานสภานะครับ ผมอยากชวนคุณศุภชัยให้กลับไปอ่านข้อกฎหมายให้รอบคอบก่อนสักนิดครับ
.
ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ 9 กำหนดให้ประธานสภามีอำนาจกำกับดูแลกิจการของสภา และต้องวางตนเป็นกลาง ไม่ได้หมายความว่า ประธานสภาจะเป็นผู้บังคับบัญชาของ ส.ส. หรือเป็นหัวหน้าประธานคณะกรรมาธิการ นะครับ และข้อบังคับข้อ 9 ก็เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า “ประธานต้องวางตัวเป็นกลาง”
.
ส่วน รัฐธรรมนูญ มาตรา 129 ก็ได้ให้อำนาจคณะกรรมาธิการเรียกบุคคลมาแถลงข้อเท็จจริงในเรื่องที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ โดยไม่ได้ยกเว้นประธานสภาเอาไว้นะครับ
.
การที่ กมธ. มีมติเชิญประธานสภาฯ มาชี้แจง จึงไม่ใช่เรื่องเหิมเกริมอะไรเลย ส.ส. ทุกคนล้วนมีศักดิ์ศรี และไม่ได้ต่ำต้อยไปกว่านายโสภณ ซารัมย์ แม้แต่น้อย
.
ในทางกลับกัน ผมในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ซึ่งจ่ายภาษีเป็นเงินเดือนให้นายโสภณ กลับคิดว่า คนที่ควรถูกเตือนว่า “อย่าเหิมเกริม” น่าจะเป็นนายโสภณเองมากกว่า
.
อย่าสับสนระหว่างการเป็น “ประธานสภาฯ” กับการเป็น “เจ้าของสภาฯ” อย่าเหิมเกริมหลงคิดไปเองว่าตำแหน่งประธานสภาฯ คือข้อบังคับ คือรัฐธรรมนูญ ตำแหน่งประธานสภาฯ ไม่ใช่ตำแหน่งที่อยู่เหนือการตรวจสอบนะครับ
.
ผมจึงอยากฝากให้นายโสภณ ไปลองรับฟังเสียงประชาชนดูบ้างครับ ถ้าได้อ่าน Comment ก็จะทราบเองว่า ประชาชนเขามีความเคารพประธานสภาฯ ที่ชื่อ โสภณ ซารัมย์ หรือเปล่า
.
สุดท้ายนี้ ผมขอทิ้งท้ายประโยคสั้นๆ ถึงนายโสภณว่า “คนเป็นผู้ทำให้ตำแหน่งมีเกียรติ ตำแหน่งไม่ได้ทำให้คนมีเกียรติ” หรอกนะครับ หวังว่านายโสภณจะเข้าใจ ด้วยความหวังดีจากผู้มีพระคุณของพรรคภูมิใจไทย”
.
https://www.facebook.com/wirojlak/posts/1650075563575658?ref=embed_post
.
.
ฝ่ายค้าน ร่อนจม.บี้ ‘โสภณ’ ทบทวนคำสั่ง ชี้ถ้ากมธ. ต้องใช้มติทุกเรื่อง กระทบแน่ งานตรวจสอบรบ.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5961496
.
ฝ่ายค้าน ร่อนจม.บี้ ‘โสภณ’ ทบทวนคำสั่ง ชี้ถ้ากมธ. ต้องใช้มติทุกเรื่อง กระทบแน่ งานตรวจสอบรบ.
.
เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
.
วันนี้ตนได้ทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรตามข้อสรุปของที่ประชุมวิปฝ่ายค้าน เพื่อขอให้ประธานสภาทบทวนแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) และขอนัดหารือประธานสภาเพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยมีเนื้อหาดังต่อไปนี้
.
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร
.
ตามที่ได้มีการประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎรกับประธานคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรทั้ง 35 คณะ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และประธานสภาผู้แทนราษฎรได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายของสำนักกรรมาธิการ 1 สำนักกรรมาธิการ 2 และสำนักกรรมาธิการ 3 จัดทำแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณานั้น
.
คณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร มีความกังวลใจเป็นอย่างยิ่งต่อแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร ที่สำนักกรรมาธิการได้จัดทำและประธานสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบแล้ว
.
คณะกรรมาธิการสามัญเป็นกลไกสำคัญของสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินตามเจตนารมณ์ของมาตรา 129 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 โดยการสอบหาข้อเท็จจริงของคณะกรรมาธิการสามารถนำไปสู่การค้นพบ ป้องกัน หรือเสนอแนะแนวทางที่เป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาด นโยบายที่ไม่ตอบโจทย์ประชาชน หรือการใช้อำนาจโดยมิชอบและการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้สังคมให้ความสำคัญและฝากความหวังไว้กับการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการในการตรวจสอบข้อเท็จจริงหรือข้อกล่าวหาในเรื่องสำคัญที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชน อาทิ การทุจริตการสอบท้องถิ่น การทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ปัญหาเรื่องอาชญากรรมออนไลน์ และโครงการของรัฐที่มีข้อครหาเรื่องความไม่โปร่งใส
.
อย่างไรก็ตาม แม้ประธานสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นชอบด้วยกับแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรดังกล่าว โดยประสงค์ให้คณะกรรมาธิการทั้ง 35 คณะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่คณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เห็นว่าการกำหนดให้การดำเนินการทุกเรื่องในคณะกรรมาธิการ เช่น การบรรจุระเบียบวาระการประชุม การเชิญหรือขอความร่วมมือบุคคลให้ส่งเอกสารหรือให้แถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นต่อคณะกรรมาธิการ ต้องอาศัยมติที่ประชุมอย่างเคร่งครัด จะส่งผลดังนี้
.
1.เปิดช่องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครัฐบาล ซึ่งเป็นเสียงข้างมากในคณะกรรมาธิการสามารถร่วมกันลงมติสกัดกั้นไม่ให้คณะกรรมาธิการดำเนินการตรวจสอบเรื่องที่อาจพัวพันหรือส่งผลกระทบในทางลบต่อรัฐบาล แม้เรื่องดังกล่าวจะอยู่ในขอบเขตอำนาจของคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องโดยตรงก็ตาม และ 2.กระทบต่อความคล่องตัวและประสิทธิภาพของคณะกรรมาธิการในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะในเรื่องที่มีความจำเป็นเร่งด่วน
.
ทั้งนี้ หากประสงค์แก้ไขปัญหาเรื่องความซ้ำซ้อนในการดำเนินการของคณะกรรมาธิการ หรือการแสวงหาความร่วมมือภายในคณะกรรมาธิการแต่ละคณะ ท่านสามารถพิจารณาทางเลือกอื่นในการส่งเสริมการปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างประธานคณะกรรมาธิการแต่ละคณะ หรือระหว่างประธานและกรรมาธิการในแต่ละคณะได้ อย่างเช่นการอ้างอิงแนวปฏิบัติของประธานสภาผู้แทนราษฎรในการปรึกษาหารือกับคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) และคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ก่อนการใช้อำนาจในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร
.
คณะกรรมการฯ ตระหนักดีว่าแม้ได้มีการหารือประเด็นดังกล่าวเบื้องต้นในที่ประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (ประธานวิปรัฐบาล) ประธานกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (ประธานวิปฝ่ายค้าน) และประธานคณะกรรมาธิการสามัญทั้ง 35 คณะ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 แต่การประชุมดังกล่าวมิได้มีข้อสรุปที่ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย รวมถึงได้มีการเสนอให้ทางประธานสภาผู้แทนราษฎรนัดหมายตัวแทนแต่ละฝ่ายหารือในรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนที่จะมีการสรุปและแจ้งเวียนแนวทางการดำเนินการดังกล่าวให้บุคลากรในสภาผู้แทนราษฎร
.
ดังนั้น คณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรจึงขอให้ท่านพิจารณาระงับหรือทบทวนแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรดังกล่าว และขอนัดหมายท่านเพื่อหารือเป็นการด่วน เพื่ออธิบายข้อกังวลและหาทางออกร่วมกันกับทุกฝ่าย จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา
.
https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1695574361937342&id=100044543824757&mibextid=wwXIfr&rdid=Dk9huIS53nM2WW3l#
.
.
ลิซ่า จี้ วิชัย ตรวจรายชื่อคนโกงสอบท้องถิ่น โควต้าเด็กนาย ขอถ้าเจออย่าตบ แต่ต้องดำเนินคดี.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5961630
.
ลิซ่า จี้วิชัย ตรวจรายชื่อคนโกงสอบท้องถิ่น โควต้าเด็กนาย ขอถ้าเจออย่าตบ แต่ต้องดำเนินคดี
.
จากกรณี พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ตอบคำถามผู้สื่อข่าว กรณีมีวาทกรรมว่า “ประธานสภา เหมือนเป็นขี้ข้ารับใช้นาย” ว่า
.
“คำว่า ขี้ข้า เป็นการดูถูกและหมิ่นประมาทอย่างแรงถ้าเป็นโบราณสมัยก่อนการพูดไม่เคารพผู้ใหญ่แบบนี้ ใช้ไม่ได้ต้องลงโทษ เวลาประธานดำเนินการอะไรเรื่องกฎหมาย คุณกล่าวหาว่าผู้หลักผู้ใหญ่รังแกเด็ก แต่ความจริงแล้วเด็กก้าวร้าวมากกว่า ถ้าเป็นสมัยก่อนเป็นลูกเป็นหลานก็ต้องตบปาก”
.
ล่าสุด เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวระบุว่า
.
“ไหนๆ ออกสื่อแล้ว รบกวนอดีตมือปราบ สืบหน่อยค่ะ เพราะรายชื่อ “เด็กนาย” ที่โกงสอบท้องถิ่น มีนามสกุลเดียวกับท่านด้วย ฝากมือปราบหูดำในตำนานเช็กหน่อย
.
ลูกหลานใครในตระกูล “สังข์ประไพ” ที่อยากเข้าราชการแต่ไม่มีปัญญาจะต้องยัดเข้ามาอยู่ในโควต้าเด็กนาย
.
ถ้าเจอแล้วก็อย่าไปตบเขานะ คนทุจริตโดน “ตบ” ยังไงก็ไม่หายต้องจับดำเนินคดี“
.
https://www.facebook.com/lisapukkamon/posts/pfbid029GK9gaaY8wJJdXNyHRHHu8yeCJApMKEMcZTQfYse7YM4f1HTp4NyVuCyBBg628xQl
.
.
เฉลิมพงศ์ อัดวิชัย ใจดำอำมหิต ขู่ตบปากลิซ่า เผยโชคดีไม่ได้เกิดเป็นลูกหลาน แค่ตักเตือน ก็โดน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5961780
.
‘เฉลิมพงศ์’ ซัด ‘วิชัย’ ใจดำอำมหิต โชคดีไม่ได้เกิดเป็นลูกหลาน หลังขู่ตบปาก ‘ลิซ่า’
.
จากกรณี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน โพสต์ข้อความถึง นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทางเฟซบุ๊ก ปมออกคำสั่งถึงการใช้อำนาจของประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) แต่ละคณะ ในตอนหนึ่งว่า “ทำตัวเป็นขี้ข้ารับใช้นาย แบบไม่เหนียมอาย” ทำให้ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกมาตอบโต้วาทกรรมนี้ว่า คำว่าขี้ข้า เป็นการดูถูกและหมิ่นประมาทอย่างแรง ถ้าเป็นโบราณสมัยก่อนการพูดไม่เคารพผู้ใหญ่แบบนี้ ใช้ไม่ได้ต้องลงโทษ ถ้าเป็นสมัยก่อนเป็นลูกเป็นหลานก็ต้องตบปาก
.
จากนั้น น.ส.ภคมน ออกมาโต้ว่า ไหนๆ ออกสื่อแล้ว รบกวนอดีตมือปราบสืบหน่อยค่ะ เพราะรายชื่อ “เด็กนาย” ที่โกงสอบท้องถิ่น มีนามสกุลเดียวกับท่านด้วย ฝากมือปราบหูดำในตำนานเช็กหน่อย ลูกหลานใครในตระกูล “สังข์ประไพ” ที่อยากเข้าราชการแต่ไม่มีปัญญาจะต้องยัดเข้ามาอยู่ในโควต้าเด็กนาย ถ้าเจอแล้วก็อย่าไปตบเขานะ คนทุจริตโดน “ตบ” ยังไงก็ไม่หายต้องจับดำเนินคดี
.
ล่าสุดวันที่ 4 พฤศจิกายน นายเฉลิมพงศ์ แสงดี ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุถึงกรณีที่เกิดขึ้นว่า เห็นข่าวแล้วตกใจ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ อดีตมือปราบหูดำ ที่ปรึกษานายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “ถ้าเป็นลูกเป็นหลานต้องตบปาก” ต่อกรณีที่ น.ส.ภคมน หนุอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงการออกแนวทางเพื่อควบคุมการทำหน้าที่ของกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎร โดยประธานสภาลงนามเห็นชอบและเปรียบเทียบว่าแบบนี้ก็เท่ากับว่าประธานสภาเป็นขี้ข้าของรัฐบาล