อธิบายให้ง่ายขึ้น
เดิมหว่อง เทียน ซูน ผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นหลัก บริษัท My EG Services ในมาเลเซีย ผู้รับสัมปทานเอกชนเก็บรายได้จากการให้บริการแก่ประชาชน เช่น พัฒนาออนไลน์สำหรับการต่ออายุภาษีรถยนต์ และใบสั่งปรับของตำรวจ ภายใต้สัมปทาน 15 ปี บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ท้องถิ่นในปี 2550 แล้วขยายบริการอย่างรวดเร็ว ไปด้าน การต่ออายุใบอนุญาตแรงงานต่างชาติ ขยายธุรกิจ ไปยัง ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และ บังกลาเทศ
อยู่ๆ นายกรัฐมนตรีมาฮาธีร์ โมฮัมหมัด เกิดหัวใสปิ๊ง เหมือนคนหน้าเหลี่ยมบ้านเรา แปรรูปรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวกับด้านนี้ ให้ไปร่วมทุนกับ My EG Services ตั้งเป็นบริษัทใหม่ชื่อ Zetrix AI จากนั้นก็จัดตั้งเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งแน่นอนต้องมีการระดมทุน นายมาฮาธีร์ โมฮัมหมัด เล่นเทหมดหน้าตัก สั่งให้เอากองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงาน และ KWAP ซึ่งเป็นกองทุนบำเหน็จบำนาญของข้าราชการพลเรือน ไปลงทุนซื้อหุ้นกับเขาด้วย
นายกมาฮาธีร์ น่าจะเลียนแบบไทย ที่คล้ายคนหน้าเหลี่ยมบ้านเราหรือปล่าว แค่ แอบซื้อหุ้นที่ รัฐบาลลงทุน ไปขายต่อ แบบ หุ้นปตท. ก็รวยเป็นพันล้านแล้ว
เรื่องมันน่าจะดี ถ้าทำไปเรื่อย แต่เหนือฟ้ายังมีดาวเทียมและเหนือดาวเทียม มียานอวกาศ ป้วนเปี้ยนไปมา
ปลายเดือนสิงหาคม หุ้นของ Zetrix ร่วงลงอย่างหนัก จากการที่นายหว่องขายหุ้นที่จำนำไว้กับบริษัทหลักทรัพย์ และสถาบันการเงินจำนวนมาก การขายหุ้นแบบบังคับนี้ ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของนักธุรกิจด้านเทคโนโลยีรายนี้ ลดลงจากเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์เหลือต่ำกว่า 2 เปอร์เซ็นต์
ไม่รู้ว่า นายหว่อง ไปทำพลาดอีท่าไหน มูลค่าหุ้นที่ลดลง ก็ส่งผลให้เดือดร้อนกับเงินรัฐบาลที่ร่วมลงทุน Zetrix AI ติดค้างกรมการขนส่งทางบกเป็นจำนวนเงินกว่า 314 ล้านริงกิต ในส่วนของเงินที่ยังไม่ได้ชำระ ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม ถึง 30 กันยายน แถมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงาน และ KWAP ซึ่งเป็นกองทุนบำเหน็จบำนาญของข้าราชการพลเรือน ยังไม่รู้ว่าจะได้เงินปันผล หรือเงินบำนาญ ครบตอนเกษียณหรือปล่าว
นักการเมืองที่คิดจะแปรรูป ไม่สนใจหรอกว่าใครจะเดือดร้อน อย่าปล่อยให้มันทำอะไรตามความโลภนะพี่น้อง
การแปรรูปรัฐวิสาหกิจของมาเลเซีย ของนายกรัฐมนตรีมาฮาธีร์ โมฮัมหมัด ประสบกับความล้มเหลวจนใกลพัง ไทยควรหยุดหรือทำตาม
เดิมหว่อง เทียน ซูน ผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้นหลัก บริษัท My EG Services ในมาเลเซีย ผู้รับสัมปทานเอกชนเก็บรายได้จากการให้บริการแก่ประชาชน เช่น พัฒนาออนไลน์สำหรับการต่ออายุภาษีรถยนต์ และใบสั่งปรับของตำรวจ ภายใต้สัมปทาน 15 ปี บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ท้องถิ่นในปี 2550 แล้วขยายบริการอย่างรวดเร็ว ไปด้าน การต่ออายุใบอนุญาตแรงงานต่างชาติ ขยายธุรกิจ ไปยัง ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และ บังกลาเทศ
อยู่ๆ นายกรัฐมนตรีมาฮาธีร์ โมฮัมหมัด เกิดหัวใสปิ๊ง เหมือนคนหน้าเหลี่ยมบ้านเรา แปรรูปรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวกับด้านนี้ ให้ไปร่วมทุนกับ My EG Services ตั้งเป็นบริษัทใหม่ชื่อ Zetrix AI จากนั้นก็จัดตั้งเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งแน่นอนต้องมีการระดมทุน นายมาฮาธีร์ โมฮัมหมัด เล่นเทหมดหน้าตัก สั่งให้เอากองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงาน และ KWAP ซึ่งเป็นกองทุนบำเหน็จบำนาญของข้าราชการพลเรือน ไปลงทุนซื้อหุ้นกับเขาด้วย
นายกมาฮาธีร์ น่าจะเลียนแบบไทย ที่คล้ายคนหน้าเหลี่ยมบ้านเราหรือปล่าว แค่ แอบซื้อหุ้นที่ รัฐบาลลงทุน ไปขายต่อ แบบ หุ้นปตท. ก็รวยเป็นพันล้านแล้ว
เรื่องมันน่าจะดี ถ้าทำไปเรื่อย แต่เหนือฟ้ายังมีดาวเทียมและเหนือดาวเทียม มียานอวกาศ ป้วนเปี้ยนไปมา
ปลายเดือนสิงหาคม หุ้นของ Zetrix ร่วงลงอย่างหนัก จากการที่นายหว่องขายหุ้นที่จำนำไว้กับบริษัทหลักทรัพย์ และสถาบันการเงินจำนวนมาก การขายหุ้นแบบบังคับนี้ ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของนักธุรกิจด้านเทคโนโลยีรายนี้ ลดลงจากเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์เหลือต่ำกว่า 2 เปอร์เซ็นต์
ไม่รู้ว่า นายหว่อง ไปทำพลาดอีท่าไหน มูลค่าหุ้นที่ลดลง ก็ส่งผลให้เดือดร้อนกับเงินรัฐบาลที่ร่วมลงทุน Zetrix AI ติดค้างกรมการขนส่งทางบกเป็นจำนวนเงินกว่า 314 ล้านริงกิต ในส่วนของเงินที่ยังไม่ได้ชำระ ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม ถึง 30 กันยายน แถมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพพนักงาน และ KWAP ซึ่งเป็นกองทุนบำเหน็จบำนาญของข้าราชการพลเรือน ยังไม่รู้ว่าจะได้เงินปันผล หรือเงินบำนาญ ครบตอนเกษียณหรือปล่าว
นักการเมืองที่คิดจะแปรรูป ไม่สนใจหรอกว่าใครจะเดือดร้อน อย่าปล่อยให้มันทำอะไรตามความโลภนะพี่น้อง