ดาวโจนส์ ปิดพุ่งกระฉูด 1,500 จุด รับเดโมแครตชนะขาด คุมสภาคองเกรส
ดาวโจนส์ ปิดตลาด พุ่งขึ้นมากกว่า 1,500 จุด เมื่อคืน ทำสถิติวันดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 หลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยเลือกตั้งกลางเทอม คุมสภา และราคาน้ำมันร่วงลง
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งทะยานขึ้นในวันพุธ (4 พ.ย.69) หลังชัยชนะอย่างท่วมท้นของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอม และการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยอมรับผลการเลือกตั้ง ช่วยขจัดความไม่แน่นอนทางการเมืองที่กดดัน วอลล์สตรีท
พรรคเดโมแครตคว้าเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รวมถึงชนะการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐสำคัญอย่างเท็กซัส จากนี้พรรคเดโมแครตจะทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลนโยบายของทรัมป์ ซึ่งที่ผ่านมาทรัมป์ได้ผลักดันการลดภาษีที่เอื้อต่อภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันก็ใช้นโยบายตั้งกำแพงภาษีศุลกากร และทำสงครามกับอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average พุ่งขึ้น 1,569.40 จุด หรือ 3.03% ปิดที่ 53,356.12 จุด ดัชนีหุ้น 30 ตัวนี้กลับขึ้นมาเหนือระดับ 53,000 จุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน และทำสถิติวันที่ปรับตัวดีที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2025 ซึ่งเป็นวันที่ทรัมป์ประกาศระงับการเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ที่เรียกว่า “ภาษีตอบโต้แบบต่างตอบแทน”
ดัชนี S&P 500 กระโดดขึ้น 1.58% ปิดที่ 7,688.62 จุด ขณะที่ Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 1.44% ปิดที่ 25,736.51 จุด
ราคาน้ำมันร่วงแรง
ตลาดหุ้นขยายช่วงบวก หลังราคาน้ำมันดิบสหรัฐร่วงลงมากกว่า 8% โดยรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ กล่าวโทษสงครามอิหร่านว่าเป็นสาเหตุหนึ่งของความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งที่พรรครีพับลิกันได้รับเมื่อวันอังคาร ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ก็ซื้อขายลดลงมากกว่า 8% เช่นกัน
ปีเตอร์ บุ๊กวาร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ One Point BFG Wealth Partners กล่าวว่า “แรงกดดันให้ยุติสงครามจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ชาวอเมริกันได้แสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนต่อเงินเฟ้อและราคาน้ำมันเบนซิน รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ และบางทีผลการเลือกตั้งครั้งนี้อาจผลักดันให้สงครามยุติลง เราคงต้องติดตามกันต่อไป”
ทรัมป์บอกกับเดอะนิวยอร์กไทมส์ The New York Times ว่า เขา “พร้อมอย่างยิ่ง” ที่จะยอมรับผลการเลือกตั้ง และกล่าวกับเดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล The Wall Street Journal ว่า เขาและพรรครีพับลิกันจะทำงานร่วมกับพรรคเดโมแครต
เจย์ วูดส์ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ Freedom Capital Markets กล่าวว่า การฟื้นตัวของตลาด “ส่วนหนึ่งเกิดจากน้ำเสียงและปฏิกิริยาเบื้องต้นของประธานาธิบดีต่อผลการเลือกตั้ง” พร้อมเสริมว่า “ยังมีความไม่แน่นอนรออยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ จะเกิดภาวะชะงักงันทางการเมือง และในอดีต ภาวะเช่นนี้เป็นผลดีต่อตลาด”
หุ้นนอกกลุ่มเทคฯพุ่ง
หุ้นที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจและอาจได้รับประโยชน์จากสภาพแวดล้อมที่มีเสถียรภาพมากขึ้นเป็นกลุ่มที่นำตลาด โดย Walmart เพิ่มขึ้น 3% ขณะที่ Bank of America เพิ่มขึ้นประมาณ 4% เนื่องจากนักลงทุนมองหาหุ้นนอกกลุ่มเทคโนโลยี
ก่อนการเลือกตั้ง นักลงทุนกังวลว่าชัยชนะอย่างถล่มทลายของพรรคเดโมแครตอาจกดดันตลาดบางส่วน โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
นักลงทุนกังวลว่า ชัยชนะครั้งใหญ่ของพรรคเดโมแครตอาจนำไปสู่การออกมาตรการจำกัดเพิ่มเติมต่อศูนย์ข้อมูลทั่วประเทศ ชัยชนะของ จีนา ฮิโนโฮซา ในการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐเท็กซัส ซึ่งเธอให้คำมั่นว่าจะประกาศพักการอนุมัติโครงการศูนย์ข้อมูลทันทีในศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรม ยิ่งเพิ่มความกังวลดังกล่าวในวันพุธ
หุ้น Nvidia ปรับตัวลง
หุ้น CoreWeave ปรับตัวลดลงในวันพุธ เช่นเดียวกับ SpaceX ของอีลอน มัสก์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในรัฐเท็กซัส ส่วนหุ้น Nvidia ก็ลดลง 3% ในการซื้อขายครั้งนี้
อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตลาดมีบรรยากาศเชิงบวกในเช้าวันพุธ คือข้อมูลในอดีตที่แสดงให้เห็นว่า ตลาดมักปรับตัวได้ดีภายใต้รัฐบาลที่มีการแบ่งขั้วอำนาจ ซึ่งทำให้มีนโยบายและกฎระเบียบเข้ามาแทรกแซงแนวโน้มทางธุรกิจน้อยลง
แอนดรูว์ สลิมมอน จาก Morgan Stanley Investment Management กล่าวว่า ตลาด “ชอบภาวะชะงักงันทางการเมือง ไม่ชอบให้พรรคใดพรรคหนึ่งมีอำนาจมากเกินไป”
ที่มา
ดาวโจนส์ ปิดพุ่งกระฉูด 1,500 จุด รับเดโมแครตชนะขาด คุมสภาคองเกรส
ดาวโจนส์ ปิดพุ่งกระฉูด 1,500 จุด รับเดโมแครตชนะขาด คุมสภาคองเกรส
ดาวโจนส์ ปิดตลาด พุ่งขึ้นมากกว่า 1,500 จุด เมื่อคืน ทำสถิติวันดีที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 หลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยเลือกตั้งกลางเทอม คุมสภา และราคาน้ำมันร่วงลง
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐพุ่งทะยานขึ้นในวันพุธ (4 พ.ย.69) หลังชัยชนะอย่างท่วมท้นของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอม และการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยอมรับผลการเลือกตั้ง ช่วยขจัดความไม่แน่นอนทางการเมืองที่กดดัน วอลล์สตรีท
พรรคเดโมแครตคว้าเสียงข้างมากทั้งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รวมถึงชนะการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐสำคัญอย่างเท็กซัส จากนี้พรรคเดโมแครตจะทำหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลนโยบายของทรัมป์ ซึ่งที่ผ่านมาทรัมป์ได้ผลักดันการลดภาษีที่เอื้อต่อภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันก็ใช้นโยบายตั้งกำแพงภาษีศุลกากร และทำสงครามกับอิหร่าน ซึ่งส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average พุ่งขึ้น 1,569.40 จุด หรือ 3.03% ปิดที่ 53,356.12 จุด ดัชนีหุ้น 30 ตัวนี้กลับขึ้นมาเหนือระดับ 53,000 จุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน และทำสถิติวันที่ปรับตัวดีที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2025 ซึ่งเป็นวันที่ทรัมป์ประกาศระงับการเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ที่เรียกว่า “ภาษีตอบโต้แบบต่างตอบแทน”
ดัชนี S&P 500 กระโดดขึ้น 1.58% ปิดที่ 7,688.62 จุด ขณะที่ Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 1.44% ปิดที่ 25,736.51 จุด
ราคาน้ำมันร่วงแรง
ตลาดหุ้นขยายช่วงบวก หลังราคาน้ำมันดิบสหรัฐร่วงลงมากกว่า 8% โดยรองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ กล่าวโทษสงครามอิหร่านว่าเป็นสาเหตุหนึ่งของความพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งที่พรรครีพับลิกันได้รับเมื่อวันอังคาร ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ก็ซื้อขายลดลงมากกว่า 8% เช่นกัน
ปีเตอร์ บุ๊กวาร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ One Point BFG Wealth Partners กล่าวว่า “แรงกดดันให้ยุติสงครามจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ชาวอเมริกันได้แสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจนต่อเงินเฟ้อและราคาน้ำมันเบนซิน รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ และบางทีผลการเลือกตั้งครั้งนี้อาจผลักดันให้สงครามยุติลง เราคงต้องติดตามกันต่อไป”
ทรัมป์บอกกับเดอะนิวยอร์กไทมส์ The New York Times ว่า เขา “พร้อมอย่างยิ่ง” ที่จะยอมรับผลการเลือกตั้ง และกล่าวกับเดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัล The Wall Street Journal ว่า เขาและพรรครีพับลิกันจะทำงานร่วมกับพรรคเดโมแครต
เจย์ วูดส์ หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ Freedom Capital Markets กล่าวว่า การฟื้นตัวของตลาด “ส่วนหนึ่งเกิดจากน้ำเสียงและปฏิกิริยาเบื้องต้นของประธานาธิบดีต่อผลการเลือกตั้ง” พร้อมเสริมว่า “ยังมีความไม่แน่นอนรออยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ จะเกิดภาวะชะงักงันทางการเมือง และในอดีต ภาวะเช่นนี้เป็นผลดีต่อตลาด”
หุ้นนอกกลุ่มเทคฯพุ่ง
หุ้นที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจและอาจได้รับประโยชน์จากสภาพแวดล้อมที่มีเสถียรภาพมากขึ้นเป็นกลุ่มที่นำตลาด โดย Walmart เพิ่มขึ้น 3% ขณะที่ Bank of America เพิ่มขึ้นประมาณ 4% เนื่องจากนักลงทุนมองหาหุ้นนอกกลุ่มเทคโนโลยี
ก่อนการเลือกตั้ง นักลงทุนกังวลว่าชัยชนะอย่างถล่มทลายของพรรคเดโมแครตอาจกดดันตลาดบางส่วน โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
นักลงทุนกังวลว่า ชัยชนะครั้งใหญ่ของพรรคเดโมแครตอาจนำไปสู่การออกมาตรการจำกัดเพิ่มเติมต่อศูนย์ข้อมูลทั่วประเทศ ชัยชนะของ จีนา ฮิโนโฮซา ในการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐเท็กซัส ซึ่งเธอให้คำมั่นว่าจะประกาศพักการอนุมัติโครงการศูนย์ข้อมูลทันทีในศูนย์กลางสำคัญของอุตสาหกรรม ยิ่งเพิ่มความกังวลดังกล่าวในวันพุธ
หุ้น Nvidia ปรับตัวลง
หุ้น CoreWeave ปรับตัวลดลงในวันพุธ เช่นเดียวกับ SpaceX ของอีลอน มัสก์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในรัฐเท็กซัส ส่วนหุ้น Nvidia ก็ลดลง 3% ในการซื้อขายครั้งนี้
อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ตลาดมีบรรยากาศเชิงบวกในเช้าวันพุธ คือข้อมูลในอดีตที่แสดงให้เห็นว่า ตลาดมักปรับตัวได้ดีภายใต้รัฐบาลที่มีการแบ่งขั้วอำนาจ ซึ่งทำให้มีนโยบายและกฎระเบียบเข้ามาแทรกแซงแนวโน้มทางธุรกิจน้อยลง
แอนดรูว์ สลิมมอน จาก Morgan Stanley Investment Management กล่าวว่า ตลาด “ชอบภาวะชะงักงันทางการเมือง ไม่ชอบให้พรรคใดพรรคหนึ่งมีอำนาจมากเกินไป”
ที่มา