จบปัญหาฝ้ากระจกรถบดบังสายตาตอนฝนตก แค่จำสูตรกด 3 ปุ่มลับของระบบแอร์ กระจกใสปิ๊งใน 10 วินาทีโดยไม่ต้องเอามือเช็ด

กระทู้สนทนา
- เวลาขับรถแล้วฝนตกหนัก หลายคนต้องเคยเจอสถานการณ์ระทึกขวัญ จู่ๆ กระจกหน้ารถและกระจกข้างก็กลายเป็นฝ้าขาวขุ่นบดบังสายตาจนมองทางแทบไม่เห็น สัญชาตญาณแรกของคนส่วนใหญ่คือรีบควักทิชชู เสื้อ หรือเอามือไปปาดกระจก ผลลัพธ์คือกระจกกลายเป็นคราบมันเยิ้ม ยิ่งโดนไฟรถคันอื่นส่องสวนมายิ่งสะท้อนแสงจนตาพร่า เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุหนักกว่าเดิม

- ในทางฟิสิกส์ ฝ้าบนกระจกไม่ใช่ควันลึกลับครับ แต่มันคือ "หยดน้ำขนาดไมครอน" ที่เกิดจากปรากฏการณ์ จุดน้ำค้าง (Dew Point) เมื่ออุณหภูมิและความชื้นระหว่างภายนอกกับภายในห้องโดยสารต่างกัน ความชื้นในอากาศจะกลั่นตัวกลายเป็นละอองน้ำเกาะบนผิวกระจกทันที

- สิ่งที่ต้องสังเกตเป็นอันดับแรก คือ "ฝ้าเกิดขึ้นที่ด้านในหรือด้านนอกของกระจก" เพราะวิธีแก้ต่างกัน 180 องศา: กรณีส่วนใหญ่ตอนฝนตกในเมืองไทย ฝ้าจะเกิดที่ "ด้านในกระจก" เนื่องจากน้ำฝนด้านนอกทำให้ผิวกระจกเย็นลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่ลมหายใจและไอความร้อนจากร่างกายของคนในรถมีความชื้นสูง ไอน้ำด้านในจึงวิ่งไปเกาะผิวกระจกที่เย็นกว่า

- สมาคมวิศวกรรมยานยนต์สากล (SAE International) เผยสูตรกดปุ่มระบบแอร์เพื่อสลายฝ้าด้านในให้เกลี้ยงใน 10 วินาที ด้วย 3 ขั้นตอน

- 1) กดปุ่ม A/C เปิดคอมเพรสเซอร์แอร์เสมอ: หลายคนเข้าใจผิดว่าอากาศเย็นอยู่แล้วเลยกดปิด A/C แต่นั่นคือจุดตาย เพราะคอมเพรสเซอร์แอร์ทำหน้าที่เป็น "เครื่องดูดความชื้น" (Dehumidifier) ดึงน้ำออกจากอากาศในรถ

- 2) กดปุ่มไล่ฝ้ากระจกหน้า (สัญลักษณ์สี่เหลี่ยมคางหมูมีลูกศรโค้งขึ้น): เพื่อสั่งให้ช่องลมเป่าลมแห้งอัดตรงไปที่ผิวกระจกหน้าโดยตรง

- 3) กดปุ่มเปิดรับอากาศภายนอก (Fresh Air Mode): เพื่อดึงอากาศภายนอกเข้ามาถ่ายเท ลดความชื้นสัมพัทธ์ในห้องโดยสารลงอย่างรวดเร็ว

- แต่ถ้าเป็นกรณีที่ "ฝ้าเกิดที่ด้านนอกของกระจก" มักเกิดจากการเปิดแอร์หนาวเกินไป หรือปรับช่องลมแอร์เป่าจ่อโดนกระจกโดยตรง ผิวนอกกระจกจึงเย็นจัดจนความชื้นของอากาศเมืองไทยข้างนอกมาเกาะ วิธีแก้ง่ายมากครับ แค่เปิดที่ปัดน้ำฝนปาดออก 1 ที แล้วปรับอุณหภูมิแอร์ขึ้นเล็กน้อย พร้อมเบี่ยงช่องแอร์ไม่ให้เป่าโดนผิวกระจก

- สำหรับ กระจกหลัง ให้กดปุ่มไล่ฝ้าหลัง (สัญลักษณ์สี่เหลี่ยมผืนผ้า) ซึ่งระบบจะปล่อยกระแสไฟอ่อนๆ เข้าไปที่ "ขดลวดความร้อนสีทองแดง" บนกระจกหลัง เพื่ออุ่นกระจกให้แห้งสนิท เมื่อฝ้าสลายหมดแล้วควรกดปิดทันที เพื่อถนอมฟิล์มกรองแสงไม่ให้เสื่อมสภาพเร็ว

- กฎเหล็กที่สำคัญที่สุดคือ "อย่าใช้มือเปล่าสัมผัสผิวกระจกด้านในเด็ดขาด" เพราะคราบไขมันจากผิวหนังจะไปเคลือบกระจก กลายเป็นตัวดักจับความชื้นและฝุ่น ทำให้ฝ้าเกาะตัวง่ายขึ้นเป็นเท่าตัว การหมั่นเช็ดทำความสะอาดกระจกด้วยน้ำยาเช็ดกระจกหรือสเปรย์ป้องกันฝ้า จะช่วยให้กระจกใสปิ๊งและปลอดภัยตลอดการเดินทาง


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่