กลายเป็นข่าวที่น่าสนใจในวงการยานยนต์ เมื่อ
Suzuki สามารถทำยอดขายแซง Honda ขึ้นมาเป็นค่ายรถญี่ปุ่นที่มียอดขายสูงสุดอันดับ 2 ของโลก ได้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เริ่มผลิตรถยนต์ในปี 1955
ยอดขายรถยนต์ค่ายญี่ปุ่น 5 อันดับแรก
ยอดขายรถยนต์ค่ายญี่ปุ่น 5 อันดับแรกทั่วโลก
1. Toyota มียอดขาย 5,059,014 คัน ลดลง 4% ยังคงครองอันดับ 1 อย่างทิ้งห่าง
2. Suzuki มียอดขาย 1,824,006 คัน เพิ่มขึ้น 19.9% ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 2
3. Honda มียอดขาย 1,661,569 คัน ลดลง 4% ตกลงมาอยู่อันดับ 3
4. Nissan มียอดขาย 1,355,233 คัน ลดลง 11.8% อยู่ในอันดับ 4
5. Mazda มียอดขาย 616,776 คัน เพิ่มขึ้น 1.2% อยู่ในอันดับ 5
อินเดียคือกุญแจสำคัญของ Suzuki
- ความสำเร็จของ Suzuki ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลจากการวางรากฐานในอินเดียมาอย่างยาวนานตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980
- Suzuki เข้าไปตั้งฐานการผลิตและร่วมพัฒนาตลาดภายใต้ชื่อ
Maruti Suzuki จนกลายเป็นแบรนด์รถยนต์ที่คนอินเดียคุ้นเคย และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง
- ปัจจุบัน Suzuki มีส่วนแบ่งตลาดรถยนต์อินเดียประมาณ 40% ทิ้งห่างแบรนด์อันดับ 2 อย่าง Tata ที่มีส่วนแบ่งประมาณ 15%
- หนึ่งในรถยนต์ที่สร้างชื่อให้แบรนด์คือ
Maruti 800 ซึ่งผลิตต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1983 ถึง 2024 และกลายเป็นรถยนต์ที่อยู่คู่กับชีวิตประจำวันของชาวอินเดียมายาวนาน
ทำไมตลาดอินเดียถึงสำคัญขนาดนี้?
-
ราคาเข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ผู้บริโภคและชนชั้นกลางในอินเดีย
-
เครือข่ายแข็งแกร่ง มีโชว์รูม ศูนย์บริการ และร้านอะไหล่กระจายอยู่ทั่วประเทศ
-
ฐานการผลิตขนาดใหญ่ ไม่ได้ผลิตเพื่อขายในอินเดียเท่านั้น แต่ยังส่งออกไปยังหลายภูมิภาค
-
ความคุ้นเคยของผู้บริโภค Suzuki กลายเป็นแบรนด์รถยนต์ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคนอินเดียมาหลายสิบปี
- นอกจากนี้ การมีตลาดหลักที่แข็งแกร่งในอินเดียยังช่วยลดการพึ่งพาตลาดอื่น ๆ ที่มีความท้าทายสูง เช่น จีนและสหรัฐฯ
เป้าหมายต่อไปของ Suzuki
- Suzuki ยังตั้งเป้าขยายส่วนแบ่งตลาดในอินเดียให้กลับไปอยู่ที่ 50% โดยมีแผนพัฒนารถรุ่นใหม่เพื่อจับกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงขึ้น เพิ่มรถ SUV และปรับกระบวนการวิจัยและพัฒนาให้รวดเร็วขึ้น เพื่อส่งรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดได้ทันการแข่งขัน
ที่น่าสนใจ
- กรณีของ Suzuki แสดงให้เห็นว่า การเป็นค่ายรถยนต์ระดับโลกไม่จำเป็นต้องแข่งขันด้วยตลาดใหญ่ทุกแห่ง แต่การเลือกตลาดที่เหมาะสมและสร้างฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องก็สามารถสร้างความได้เปรียบในระยะยาวได้
- ขณะที่ Toyota ยังคงครองอันดับ 1 อย่างทิ้งห่าง ส่วน Honda, Nissan และ Mazda ต่างก็ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านยอดขาย
ที่มา
Marketeer Online
Suzuki แซง Honda ขึ้นแท่นค่ายรถญี่ปุ่นอันดับ 2 ของโลก! เบื้องหลังความสำเร็จอยู่ที่ตลาดอินเดีย 🚗
ยอดขายรถยนต์ค่ายญี่ปุ่น 5 อันดับแรก
ยอดขายรถยนต์ค่ายญี่ปุ่น 5 อันดับแรกทั่วโลก
1. Toyota มียอดขาย 5,059,014 คัน ลดลง 4% ยังคงครองอันดับ 1 อย่างทิ้งห่าง
2. Suzuki มียอดขาย 1,824,006 คัน เพิ่มขึ้น 19.9% ขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 2
3. Honda มียอดขาย 1,661,569 คัน ลดลง 4% ตกลงมาอยู่อันดับ 3
4. Nissan มียอดขาย 1,355,233 คัน ลดลง 11.8% อยู่ในอันดับ 4
5. Mazda มียอดขาย 616,776 คัน เพิ่มขึ้น 1.2% อยู่ในอันดับ 5
อินเดียคือกุญแจสำคัญของ Suzuki
- ความสำเร็จของ Suzuki ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลจากการวางรากฐานในอินเดียมาอย่างยาวนานตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980
- Suzuki เข้าไปตั้งฐานการผลิตและร่วมพัฒนาตลาดภายใต้ชื่อ Maruti Suzuki จนกลายเป็นแบรนด์รถยนต์ที่คนอินเดียคุ้นเคย และได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง
- ปัจจุบัน Suzuki มีส่วนแบ่งตลาดรถยนต์อินเดียประมาณ 40% ทิ้งห่างแบรนด์อันดับ 2 อย่าง Tata ที่มีส่วนแบ่งประมาณ 15%
- หนึ่งในรถยนต์ที่สร้างชื่อให้แบรนด์คือ Maruti 800 ซึ่งผลิตต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1983 ถึง 2024 และกลายเป็นรถยนต์ที่อยู่คู่กับชีวิตประจำวันของชาวอินเดียมายาวนาน
ทำไมตลาดอินเดียถึงสำคัญขนาดนี้?
- ราคาเข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ผู้บริโภคและชนชั้นกลางในอินเดีย
- เครือข่ายแข็งแกร่ง มีโชว์รูม ศูนย์บริการ และร้านอะไหล่กระจายอยู่ทั่วประเทศ
- ฐานการผลิตขนาดใหญ่ ไม่ได้ผลิตเพื่อขายในอินเดียเท่านั้น แต่ยังส่งออกไปยังหลายภูมิภาค
- ความคุ้นเคยของผู้บริโภค Suzuki กลายเป็นแบรนด์รถยนต์ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคนอินเดียมาหลายสิบปี
- นอกจากนี้ การมีตลาดหลักที่แข็งแกร่งในอินเดียยังช่วยลดการพึ่งพาตลาดอื่น ๆ ที่มีความท้าทายสูง เช่น จีนและสหรัฐฯ
เป้าหมายต่อไปของ Suzuki
- Suzuki ยังตั้งเป้าขยายส่วนแบ่งตลาดในอินเดียให้กลับไปอยู่ที่ 50% โดยมีแผนพัฒนารถรุ่นใหม่เพื่อจับกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงขึ้น เพิ่มรถ SUV และปรับกระบวนการวิจัยและพัฒนาให้รวดเร็วขึ้น เพื่อส่งรถรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดได้ทันการแข่งขัน
ที่น่าสนใจ
- กรณีของ Suzuki แสดงให้เห็นว่า การเป็นค่ายรถยนต์ระดับโลกไม่จำเป็นต้องแข่งขันด้วยตลาดใหญ่ทุกแห่ง แต่การเลือกตลาดที่เหมาะสมและสร้างฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องก็สามารถสร้างความได้เปรียบในระยะยาวได้
- ขณะที่ Toyota ยังคงครองอันดับ 1 อย่างทิ้งห่าง ส่วน Honda, Nissan และ Mazda ต่างก็ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านยอดขาย
ที่มา Marketeer Online