ความคิดเห็นจาก Expert Account
ความคิดเห็นที่ 1
นำมาฝากจากเวบ สมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย
https://thairheumatology.org/
อาการปวดคอ
คอของเรา
คอเป็นอวัยวะที่เชื่อมระหว่างศีรษะกับลำตัว ประกอบไปด้วยกระดูกต้นคอ 7 ชิ้น เส้นประสาทคอ กล้ามเนื้อ เส้นเลือด และเป็นทางผ่านของหลอดลมและหลอดอาหาร การที่คอเคลื่อนไหวได้ก็อาศัยกล้ามเนื้อคอและการเคลื่อนไหวของกระดูกคอทั้ง 7 ชิ้นนี้ กระดูกคอจะทำหน้าที่ห้อมล้อมไขสันหลังและมีช่องระหว่างกระดูกคอให้เส้นประสาทผ่านออกมาเลี้ยงกล้ามเนื้อ
สาเหตุของการปวดคอที่พบได้บ่อย
1. อริยาบทหรือท่าทางที่ผิดปกติ เช่น การก้มคอทำงานทั้งวัน (เช่น งานเขียนหนังสือ) การทำงานที่ต้องแหงนคอทำนาน ๆ การนอนหมอนสูงเกินไป จะทำให้กล้ามเนื้อคอทำงานมากเกินไป เกิดอาการอ่อนล้าและเจ็บปวดได้
2. ภาวะคอเคล็ด เป็นภาวะที่คอมีการเคลื่อนไหวผิดทิศทางอย่างรวดเร็วและรุนแรง (เช่น จากอุบัติเหตุรถชนกัน) เป็นผลให้กล้ามเนื้อหรือเอ็นบริเวณคอมีการยืดอย่างมาก หรืออาจมีการฉีกขาดของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้ออักเสบ หดเกร็ง เกิดอาการปวดได้
3. ภาวะกระดูกคอเสื่อม เป็นภาวะที่พบได้บ่อยมาก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ กระดูกคอถูกใช้งานมานานตั้งแต่เกิดจะมีการเสื่อมของข้อกระดูก ทำให้เกิดอาการปวดคอเรื้อรัง ในบางรายอาจมีกระดูกงอกไปกดปลายประสาท ทำให้เกิดอาการชาหรืออ่อนแรงของแขนได้
4. ภาวะกระดูกคออักเสบ โรคข้ออักเสบบางชนิด เช่น โรครูมาตอยด์ และโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบติดยึด อาจทำให้ข้อต่อของกระดูกคออักเสบได้
5. ภาวะเครียด พบว่าในปัจจุบันความเครียดจากการทำงาน ทำให้ไม่มีการพักผ่อนที่เพียงพอ อาจทำให้มีการเกร็งของกล้ามเนื้อคอเป็นเวลานาน เกิดการปวดคอได้
6. อาการปวดคอที่เป็นอาการปวดร้าวมาจากอวัยวะอื่น ๆ โรคบางชนิด เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอาจมีอาการปวดร้าวมาที่บริเวณลำคอได้
สัญญาณอันตรายของการปวดคอมีอะไรบ้าง ?
เมื่อมีอาการปวดคอร่วมกับอาการอื่นต่อไปนี้ ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์
1. มีอาการปวดคอเป็นมานานกว่า 2 สัปดาห์
2. อาการปวดคอภายหลังได้รับอุบัติเหตุ
3. มีอาการอ่อนแรงของแขนและขา หรือมีอาการชา หรือปวดร้าวไปที่แขนร่วมด้วย
4. มีอาการปวดข้อหรือข้ออักเสบอื่น ๆ ของร่างกายร่วมด้วย
5. มีไข้ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรืออาการเจ็บอกร่วมด้วย
6. ไม่สามารถเคลื่อนไหวคอในทิศทางต่าง ๆ ได้เป็นปกติ
การวินิจฉัย
แพทย์จะอาศัยประวัติและการตรวจร่างกายเป็นสำคัญ การตรวจทางภาพรังสีอาจมีประโยชน์ช่วยประเมินภาวะกระดูกคอเสื่อมหรือได้รับอุบัติเหตุบริเวณคอ โรครูมาตอยด์และโรคกระดูกอักเสบสันหลังติดยึด
การรักษาภาวะปวดคอ
1. ระวังและหลีกเลี่ยงอริยาบทหรือท่าทางต่าง ๆ ที่ต้องมีการก้มและเงยคอบ่อย ๆ เมื่อมีอาการเมื่อยคอ ควรหยุดพักและบริหารกล้ามเนื้อคอประมาณ 2-3 นาที
2. ใช้กระเป๋าน้ำร้อนหรือผ้าชุบน้ำร้อนประคบบริเวณคอ จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อหดเกร็งบริเวณคอได้
3. อาจรับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอลหรือแอสไพริน เพื่อช่วยระงับอาการปวด ถ้าหากว่ารับประทานยาแล้ว 5-7 วัน อาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
4. ในรายที่มีอาการปวดเรื้อรัง การทำกายภาพบำบัด การใช้ปลอกคอ การใช้เครื่องอบไฟฟ้า และเครื่องช่วยนวด จะช่วยผ่อนคลายความเจ็บปวดได้
5. การบริหารกล้ามเนื้อคอเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการรักษาอาการปวดคอ เพราะจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อคอ การบริหารกล้ามเนื้อคอควรทำทุกวัน (ศึกษาเพิ่มเติมจากเอกสารประกอบการออกกำลังกาย)
6. หาทางออกกำลังกายหรือทำงานอดิเรกเพื่อผ่อนคลายความเครียด
https://thairheumatology.org/index.php?view=article&id=27:1-15&catid=13
https://thairheumatology.org/
อาการปวดคอ
คอของเรา
คอเป็นอวัยวะที่เชื่อมระหว่างศีรษะกับลำตัว ประกอบไปด้วยกระดูกต้นคอ 7 ชิ้น เส้นประสาทคอ กล้ามเนื้อ เส้นเลือด และเป็นทางผ่านของหลอดลมและหลอดอาหาร การที่คอเคลื่อนไหวได้ก็อาศัยกล้ามเนื้อคอและการเคลื่อนไหวของกระดูกคอทั้ง 7 ชิ้นนี้ กระดูกคอจะทำหน้าที่ห้อมล้อมไขสันหลังและมีช่องระหว่างกระดูกคอให้เส้นประสาทผ่านออกมาเลี้ยงกล้ามเนื้อ
สาเหตุของการปวดคอที่พบได้บ่อย
1. อริยาบทหรือท่าทางที่ผิดปกติ เช่น การก้มคอทำงานทั้งวัน (เช่น งานเขียนหนังสือ) การทำงานที่ต้องแหงนคอทำนาน ๆ การนอนหมอนสูงเกินไป จะทำให้กล้ามเนื้อคอทำงานมากเกินไป เกิดอาการอ่อนล้าและเจ็บปวดได้
2. ภาวะคอเคล็ด เป็นภาวะที่คอมีการเคลื่อนไหวผิดทิศทางอย่างรวดเร็วและรุนแรง (เช่น จากอุบัติเหตุรถชนกัน) เป็นผลให้กล้ามเนื้อหรือเอ็นบริเวณคอมีการยืดอย่างมาก หรืออาจมีการฉีกขาดของกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้ออักเสบ หดเกร็ง เกิดอาการปวดได้
3. ภาวะกระดูกคอเสื่อม เป็นภาวะที่พบได้บ่อยมาก โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ กระดูกคอถูกใช้งานมานานตั้งแต่เกิดจะมีการเสื่อมของข้อกระดูก ทำให้เกิดอาการปวดคอเรื้อรัง ในบางรายอาจมีกระดูกงอกไปกดปลายประสาท ทำให้เกิดอาการชาหรืออ่อนแรงของแขนได้
4. ภาวะกระดูกคออักเสบ โรคข้ออักเสบบางชนิด เช่น โรครูมาตอยด์ และโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบติดยึด อาจทำให้ข้อต่อของกระดูกคออักเสบได้
5. ภาวะเครียด พบว่าในปัจจุบันความเครียดจากการทำงาน ทำให้ไม่มีการพักผ่อนที่เพียงพอ อาจทำให้มีการเกร็งของกล้ามเนื้อคอเป็นเวลานาน เกิดการปวดคอได้
6. อาการปวดคอที่เป็นอาการปวดร้าวมาจากอวัยวะอื่น ๆ โรคบางชนิด เช่น กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอาจมีอาการปวดร้าวมาที่บริเวณลำคอได้
สัญญาณอันตรายของการปวดคอมีอะไรบ้าง ?
เมื่อมีอาการปวดคอร่วมกับอาการอื่นต่อไปนี้ ผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์
1. มีอาการปวดคอเป็นมานานกว่า 2 สัปดาห์
2. อาการปวดคอภายหลังได้รับอุบัติเหตุ
3. มีอาการอ่อนแรงของแขนและขา หรือมีอาการชา หรือปวดร้าวไปที่แขนร่วมด้วย
4. มีอาการปวดข้อหรือข้ออักเสบอื่น ๆ ของร่างกายร่วมด้วย
5. มีไข้ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด หรืออาการเจ็บอกร่วมด้วย
6. ไม่สามารถเคลื่อนไหวคอในทิศทางต่าง ๆ ได้เป็นปกติ
การวินิจฉัย
แพทย์จะอาศัยประวัติและการตรวจร่างกายเป็นสำคัญ การตรวจทางภาพรังสีอาจมีประโยชน์ช่วยประเมินภาวะกระดูกคอเสื่อมหรือได้รับอุบัติเหตุบริเวณคอ โรครูมาตอยด์และโรคกระดูกอักเสบสันหลังติดยึด
การรักษาภาวะปวดคอ
1. ระวังและหลีกเลี่ยงอริยาบทหรือท่าทางต่าง ๆ ที่ต้องมีการก้มและเงยคอบ่อย ๆ เมื่อมีอาการเมื่อยคอ ควรหยุดพักและบริหารกล้ามเนื้อคอประมาณ 2-3 นาที
2. ใช้กระเป๋าน้ำร้อนหรือผ้าชุบน้ำร้อนประคบบริเวณคอ จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อหดเกร็งบริเวณคอได้
3. อาจรับประทานยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอลหรือแอสไพริน เพื่อช่วยระงับอาการปวด ถ้าหากว่ารับประทานยาแล้ว 5-7 วัน อาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
4. ในรายที่มีอาการปวดเรื้อรัง การทำกายภาพบำบัด การใช้ปลอกคอ การใช้เครื่องอบไฟฟ้า และเครื่องช่วยนวด จะช่วยผ่อนคลายความเจ็บปวดได้
5. การบริหารกล้ามเนื้อคอเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการรักษาอาการปวดคอ เพราะจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อคอ การบริหารกล้ามเนื้อคอควรทำทุกวัน (ศึกษาเพิ่มเติมจากเอกสารประกอบการออกกำลังกาย)
6. หาทางออกกำลังกายหรือทำงานอดิเรกเพื่อผ่อนคลายความเครียด
https://thairheumatology.org/index.php?view=article&id=27:1-15&catid=13
แสดงความคิดเห็น
ปวดคอ
สาเหตุที่พบบ่อย
1. กล้ามเนื้ออักเสบ หรือ กล้ามเนื้อเคล็ด ซึ่งมักเกิดจาก อิริยาบถ หรือ ท่าทางที่ไม่ถูกต้อง เช่น การแหงนหน้า หรือ ก้มหน้าเป็นเวลานาน นอนในท่าที่คอพับ หรือ บิดไปข้างใดข้างหนึ่ง นอนหนุนหมอนที่สูง หรือ แข็งเกินไป
2. ความเครียด ทำให้กล้ามเนื้อเกร็ง เกิดอาการปวดต้นคอ ท้ายทอยหรือขมับ มักมีอาการช่วงบ่าย หรือ ตอนเย็น
3. อุบัติเหตุ ทำให้คอเคลื่อนไหวมากหรือเร็วกว่าปกติ อาจจะเกิดกล้ามเนื้อ / เส้นเอ็นฉีกขาด หรือ กระดูกคอเคลื่อน
4. หมอนรองกระดูกคอเคลื่อนกดทับเส้นประสาท หรือ กดทับไขสันหลัง ทำให้มีอาการปวดร้าวไปที่ไหล่ แขน และมือ มีอาการชา หรือ กล้ามเนื้อมืออ่อนแรง กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง เวลาเดินรู้สึกว่าขาสั่น เดินเซ หรือ ขากระตุกบางครั้งอาจมีอาการ กลั้นอุจจาระหรือปัสสาวะไม่ได้ ทำให้มีอุจจาระ หรือปัสสาวะราด ร่วมด้วย
5. กระดูกคอเสื่อมกดทับเส้นประสาท หรือ กดทับไขสันหลัง พบบ่อยในผู้สูงอายุ แต่ผู้สูงอายุบางคนเท่านั้นที่มีอาการมากจนต้องรับการรักษา ถ้าเอ๊กซเรย์กระดูกคอในผู้สูงอายุก็จะพบว่ามีกระดูกงอกได้ โดยไม่มีอาการผิดปกติ ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องเอกซเรย์ในผู้ป่วยทุกราย
6.ข้ออักเสบ เช่น ในผู้ป่วยที่เป็นโรค รูมาตอยด์ เก๊าท์ โรคกระดูกสันหลังยึดติด การติดเชื้อแบททีเรีย เป็นต้น
7.กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร ผู้ป่วยจะมีอาการปวดในกล้ามเนื้อและเมื่อใช้งานกล้ามเนื้อนั้นก็จะปวดมากขึ้นและรู้สึกอ่อนแรง มักจะมีจุดที่กดเจ็บชัดเจนและอาจคลำได้ก้อนพังผืดแข็ง ๆ ร่วมด้วย
ถ้าอาการต่อไปนี้ควรปรึกษาแพทย์
1. มีอาการปวดร้าวไปที่ไหล่ แขน หรือ มือ โดยอาจจะมีอาการชา หรือ กล้ามเนื้อมืออ่อนแรง ร่วมด้วยหรือไม่ก็ได้
2. มีอาการ ขาชา หรือ ขาอ่อนแรง เวลาเดินรู้สึกว่าขาจะสั่น เดินเซ เดินแล้วจะล้ม หรือ รู้สึกขากระตุก
3. กลั้นอุจจาระหรือปัสสาวะไม่ได้ ทำให้มีอุจจาระ หรือปัสสาวะราด
4. อาการไม่ดีขึ้น หรือ รู้สึกเป็นมากขึ้น เพราะโดยทั่วไป ถ้าเกิดจากสาเหตุที่ไม่ร้ายแรง อาการมักจะดีขึ้นใน 2-3 วัน
การรักษาเบื้องต้น
1. ระวังอิริยาบถ หรือ ท่าทางที่ไม่ถูกต้อง
- หลีกเลี่ยง การก้ม หรือ แหงน คอ นานเกินไป หรือ บ่อยเกินไป ถ้าจำเป็นก็ควรหยุดพักเป็นช่วง ๆ เพื่อบริหารกล้ามเนื้อคอ หรือ ขยับเคลื่อนไหวคอเปลี่ยนอิริยาบถสัก 2 - 3 นาทีทุก ๆ ชั่วโมง
- ควรนอนบนที่นอนแข็งพอสมควร ไม่ควรนอนคว่ำอ่านหนังสือ หรือ ดูทีวี เพราะจะทำให้คอแหงนมาก
- นอนหนุนหมอนที่นุ่มและยืดหยุ่นพอที่จะแนบส่วนต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณส่วนโค้งของคอ และ มีความหนาพอเหมาะที่จะทำให้คออยู่ในแนวตรง ( เมื่อมองจากด้านข้าง ) ไม่ทำให้คอแหงนหรือก้มมากเกินไป
2. ประคบด้วยน้ำแข็งหรือน้ำอุ่น อาจใช้ครีมนวด ร่วมด้วยแต่อย่านวดแรงเพราะจะทำให้กล้ามเนื้อฟกช้ำมากขึ้น
3. รับประทานยา เช่น ยาพาราเซตามอล ยาแก้ปวดลดการอักเสบที่มิใช่สเตียรอยด์ ยาคลายกล้ามเนื้อ เป็นต้น
4. ทำกายภาพบำบัด ในกรณีที่มีอาการมาก รับประทานยาและบริหารกล้ามเนื้อ แล้วไม่ดีขึ้น เช่น
- ใส่เครื่องพยุงคอ ซึ่งควรใช้ชั่วคราวเท่านั้น เพราะถ้าใช้ติดต่อกันนาน ๆ จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงมากขึ้น
- ดึงถ่วงน้ำหนักกระดูกคอ
- ประคบบริเวณที่ปวดด้วย ความร้อน ความเย็น หรือ อัลตร้าซาวน์
ข้อแนะนำการบริหารกล้ามเนื้อคอ
1. ควรเริ่มทำภายหลังจากอาการปวดเริ่มทุเลาแล้ว ขณะบริหารถ้ามีอาการปวดมากขึ้นให้ลดจำนวนครั้งลง หรือหยุดพักการบริหารท่านั้นไว้ก่อน จนอาการปวดดีขึ้น แล้วจึงค่อยเริ่มทำใหม่ หรือ เพิ่มจำนวนครั้งให้มากขึ้น
2. เมื่อเริ่มบริหาร ควรเริ่มด้วยจำนวนครั้งน้อย ๆ ถ้าไม่มีอาการปวดจึงค่อยเพิ่มจำนวนครั้งมากขึ้น
3. ควรทำอย่างสม่ำเสมอทุกวัน อย่างน้อยวันละ 2-3 รอบ สามารถทำเวลาไหนก็ได้แล้วแต่สะดวก
4. ระหว่างการบริหาร หรือ การเกร็งกล้ามเนื้อ อย่ากลั้นหายใจ ซึ่งป้องกันโดยให้ ออกเสียงนับดัง ๆ ขณะบริหาร
#ซีรีย์ปวด คอไหล่หลังเข่าเท้า
ปวดคอ
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-06-2008&group=5&gblog=26
ปวดไหล่
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=26-06-2008&group=5&gblog=25
ปวดหลัง
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=13-06-2008&group=5&gblog=18
กระเป๋านักเรียน หนักเกินทนไหว สะพายเป้อย่างไร ไม่ให้ปวดหลัง
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=02-06-2017&group=5&gblog=52
ปวดก้นกบ ( Coccyx Pain , coccydynia , coccygodynia )
https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=cmu2807&month=04-01-2010&group=5&gblog=45
ปวดเข่า ..แถม the Ottawa Knee Rules
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-05-2008&group=5&gblog=13
ปวดเข่า .... ส่องกล้องข้อเข่า ... knee arthroscopy
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=15-01-2009&group=5&gblog=42
โรคปุ่มกระดูกหน้าแข้งอักเสบ ( ออสกูด-ชาเลตเทอร์'ส ดีสีส , Osgood-Schlatter's Disease)
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=28-05-2008&group=5&gblog=14
กลุ่มอาการปวดส้นเท้า เอ็นร้อยหวายอักเสบ ถุงน้ำเอ็นร้อยหวายอักเสบ กระดูกส้นเท้างอก(Haglund's heel)
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=24-07-2008&group=5&gblog=34
เส้นเอ็นร้อยหวาย...ขาด [ Achilles tendon ruptures ]
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=21-06-2009&group=6&gblog=29
เส้นเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ ( รองช้ำ )
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=23-07-2008&group=5&gblog=33
ปวดส้นเท้าในเด็ก Calcaneal Apophysitis (Sever's Disease)
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=31-08-2021&group=32&gblog=28
ปวดขาในเด็ก จากการเจริญเติบโต ( Growing Pain or benign limb pain of childhood )
https://www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=09-12-2008&group=5&gblog=41