JJNY : รักชนกไม่เห็นด้วย ศุภชัยฟ้องสื่อ│‘สส.ต้นกล้า’โชว์แชตยันบริสุทธิ์ใจ│แม่ค้าพ่อค้าโอดครวญ หมู-ผักสดขยับ│17 จว.ระทม

รักชนก ไม่เห็นด้วย ศุภชัยฟ้องสื่อ ยินดีออกรายการคู่-เปิดดีเบต ปชช.จะได้รู้ ใครพูดไม่ตรงข้อเท็จจริง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5943268
.
.
‘รักชนก’ ยินดีออกรายการคู่ ‘ศุภชัย’ เมินหากจะไปฟ้อง ลั่นไม่เห็นด้วยขู่ฟ้องสื่อ เหน็บเหมือนกับคนมีอำนาจ ทำตัวไม่ดีก็จัดการกับคนที่ตัวเล็กกว่า
.
เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 22 ตุลาคม ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อและประธานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย เตรียมฟ้องกรณีบิดเบือนผู้เผยแพร่ข่าวประชุมร่วมกันระหว่างประธานสภาผู้แทนราษฎร กับประธานคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎรทั้ง 35 คณะ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า ฟ้องคนที่วิพากษ์วิจารณ์ก็เรื่องหนึ่ง แต่เรื่องการฟ้องสื่อไม่ควร และไม่ควรตั้งบรรทัดฐานว่าการนำเสนอของสื่อจะเข้าข่ายหรือไม่ก็ตาม ย้ำว่าไม่ควรถูกฟ้องร้อง ไม่เช่นนั้นจะเป็นการตั้งมาตรฐานหรือส่งสัญญาณบอกสื่อว่าต่อไปนี้ ข่าวอะไรที่ติดลบกับรัฐบาล ห้ามนำเสนอแบบนั้นหรือไม่
.
น.ส.รักชนกกล่าวต่อว่า คิดว่าการสร้างสังคมที่สื่ออาจจะมีความหวาดกลัวหรือต้องเซ็นเซอร์ตัวเอง คนเป็นนักการเมือง ถ้าจะมีความตระหนักรู้สักนิดเกี่ยวกับเรื่องเสรีภาพสื่อ ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะตั้งมาตรฐานแบบนี้ เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่สื่อเริ่มมีความหวาดกลัวและเซ็นเซอร์ตัวเอง คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือประชาชน หากสื่อไม่นำเสนออย่างตรงไปตรงมา ก็จะกระทบกับการรับรู้ของประชาชน เพราะตัวกลางระหว่างงานการเมืองหรือเรื่องต่างๆ ในประเทศนี้คือสื่อว่าจะนำเสนออย่างไร ดังนั้น คิดว่าถ้าฟ้องนักการเมืองด้วยกัน เพราะท่านคิดว่าท่านทำถูก ท่านก็ทำไป แต่การฟ้องสื่อ ยืนยันว่าไม่ควรจริงๆ
.
เมื่อถามว่า ยินดีหรือไม่หากจะออกรายการคู่กัน น.ส.รักชนกกล่าวว่า ยินดี เพราะคิดว่านายศุภชัยพูดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยอาศัยว่าประชาชนบางส่วนอาจจะไม่ได้ติดตาม ถ้าเป็นคนที่ไม่ใช่คอการเมืองจริงๆ ไม่มีทางที่จะเข้าใจทุกกระบวนการอยู่แล้ว คิดว่านายศุภชัยอาจอาศัยช่องโหว่ตรงนี้พูดบางอย่างที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง แล้วทำให้ประชาชนไม่เข้าใจองค์รวม ให้ดีเบตกันไปเลย จะได้รู้ว่าสิ่งที่นายศุภชัยทำถูกแล้วหรือไม่ การประพฤติตนแบบนี้ที่มีความพยายามจำกัดอำนาจการทำงานของกรรมาธิการ พอมีคนมาวิพากษ์วิจารณ์ก็ไปฟ้อง
.
“ก็ตลกดี เหมือนกับคนมีอำนาจ พอทำตัวไม่ดี พอมีคนวิพากษ์วิจารณ์ก็ใช้อำนาจนั้น จัดการกับคนที่ตัวเล็กกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นนักการเมือง ดิฉันคิดว่าไม่ควรมีพฤติกรรมแบบนี้” น.ส.รักชนกกล่าว
.
เมื่อถามว่า ได้มีการพูดคุยกับประธานกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคประชาชนหรือไม่ น.ส.รักชนกพยักหน้า แต่ไม่ตอบคำถาม.
.

.
‘สส.ต้นกล้า’ โชว์แชตยันบริสุทธิ์ใจ รับส่งติ๊กต็อก ‘ผู้ช่วยสส.ไอซ์’ ให้นักข่าวจริง แต่แค่ตอบคำถาม
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10446867
.
‘สส.ต้นกล้า’ โชว์แชตยันบริสุทธิ์ใจ รับส่งติ๊กต็อก ‘ผู้ช่วยสส.ไอซ์’ ให้นักข่าวจริง แต่แค่ตอบคำถาม ยันไม่มีเจตนาทำร้ายใคร
.
เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2569 นายจรยุทธ จตุรพรประสิทธิ์ สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีที่นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา พิธีกรรายการเรื่องเล่าเช้านี้ เปิดเผยในรายการฯ ถึงต้นทางการแชร์ติ๊กต็อก คลิปผู้ช่วยของ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนมาจากตนส่งให้ผู้สื่อข่าวนั้นว่า
.
จากกรณีดังกล่าวนั้น ตนขอชี้แจงพร้อมบทสนทนาที่เกี่ยวข้องดังนี้ ตนส่งลิงก์ติ๊กต็อกให้นักข่าวจริง และภาพที่แนบมานี้ แสดงให้เห็นว่าการส่งลิงก์เกิดขึ้นในบริบทใด
.
นายจรยุทธ ระบุต่อว่า โดยเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา นักข่าวทักมาสอบถามถึงสถานการณ์ภายในพรรค ก่อนจะเป็นฝ่ายถามว่า ตนเห็นคลิปที่มีทีมงานพรรคออกมาต่อว่า นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า หรือไม่ ซึ่งตนได้ถามกลับว่าคลิปไหน จากนั้นตนจึงส่งลิงก์กลับไปถามว่าอันนี้เหรอ เมื่อนักข่าวถามต่อว่าบุคคลในคลิปเป็นผู้ช่วยของใคร ตนตอบว่าไม่ทราบ ตามที่ปรากฏในบทสนทนา ตนไม่ได้เป็นผู้ระบุว่าคนในคลิปเป็นผู้ช่วยของ น.ส.รักชนก เพราะขณะนั้นไม่ทราบว่าเป็นผู้ช่วยของใคร
.
นายจรยุทธ ระบุอีกว่า นี่คือบริบทที่ควรได้รับการนำเสนอ ควบคู่กับข้อมูลว่าใครเป็นผู้ส่งลิงก์ นักข่าวถามถึงคลิปก่อน แล้วตนจึงส่งลิงก์กลับไปถาม เพื่อยืนยันว่า เป็นคลิปเดียวกันหรือไม่
.
ส่วนหลังจากนั้น คลิปถูกส่งต่อไปที่ไหนหรืออย่างไร ตนไม่ทราบ และรับทราบว่านายสรยุทธย้ำตอนหลังในรายการว่า ไม่ได้หมายถึงตนเป็นนาตาชา อย่างไรก็ตาม การนำภาพตนกับบุคคลอื่น รวมถึงเหตุการณ์ในอดีตมาประกอบการพูดถึงความขัดแย้งและคนในพรรคที่ให้ข้อมูลแก่สื่อ อาจทำให้ผู้ชมเข้าใจเชื่อมโยงมาถึงเจตนาของตนได้ ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องชี้แจงให้ชัดเจน
.
“ผมยืนยันว่าการส่งลิงก์ครั้งนั้น ไม่มีเจตนาใส่ร้ายใครหรือทำให้พรรคเสียหาย และได้พูดคุยเรื่องนี้กับไอซ์ตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค.แล้ว ผมขอให้คุณสรยุทธนำบทสนทนานี้ ไปนำเสนอให้ผู้ชมได้รับทราบด้วย เพราะการบอกว่าใครส่งลิงก์ควรบอกให้ครบด้วยว่าเขากำลังตอบคำถามอะไร” นายจรยุทธระบุ
 .
https://www.facebook.com/Tonkla.mfp/posts/1138619622173255
.

.
แม่ค้าพ่อค้า โอดครวญ หมูชำแหละ-ผักสด ราคาขยับขึ้น ขายไม่ดี ลูกค้าหาย รายได้หด
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_10446489
.
พิจิตร แม่ค้าโอด เขียงหมูสดซบเซา ลูกค้าหดหาย เหตุราคาเนื้อหมูชำแหละ ปรับราคาขึ้น รัฐบาลปรับต้นทุนดีเซลขึ้น ค่าขนส่งสูง พ่อค้าครวญ ผักสดราคาขยับเท่าตัว ต้นหอม-ผักชี แพงสุด ขายไม่ดี
.
22 ต.ค. 69 – ที่ตลาดสดเทศบาลสอง เทศบาลเมืองพิจิตร ผู้สื่อข่าวออกสำรวจราคาเนื้อสุกร หรือเนื้อหมูชำแหละ โดยพบว่า พ่อค้า แม่ค้าเขียงหมู ต่างปรับราคาเนื้อหมูเพิ่มสูงขึ้น
.
“ป้ายิ้ม” ผู้ประกอบการเขียงหมูชำแหละ ใด้ให้ข้อมูลว่า ราคาที่เนื้อหมูชำแหละที่ปรับราคาสูงขึ้นนั้น เนื่องจากฟาร์ม และเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรปรับขึ้นราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มขึ้น 4 บาทต่อ กก.
.
เหตุจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ทั้งราคาอาหารสัตว์ ประกอบกับ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่รัฐบาลปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของค่าขนส่งสุกรมีชีวิต และค่าขนส่งสินค้าของเขียงหมูทำให้ราคาเนื้อสุกรสดชำแหละต้องปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น
.
โดยราคาเนื้อหมูสดชำแหละขายปลีก หมูเนื้อแดงจากเดิม กก.130 บาท เป็น กก.ละ150 บาท เนื้อสะโพกหมู จากเดิม กก.110 บาทเพิ่ม ขึ้นเป็นกก. – 140 บาท ซี่โครงอ่อน กก.120บาทขึ้นเป็น กก.ละ150บาท
.
แต่ราคาที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ลูกค้าไม่ค่อยมาซื้อเนื้อหมูไปประกอบอาหาร ทำให้ตลาดเขียงหมูสดซบเซาลงทั้งตลาดขายไม่ค่อยได้จากสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่
.
นอกจากนี้ ยังพบว่า ผลกระทบจากราคาน้ำมันดีเซลที่รัฐบาลปรับราคาสูงขึ้นต่อเนื่องนั้น ทำให้สินค้าต่างๆ ปรับราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง
.
“ลุงตู้” พ่อค้าผักสด กล่าวว่า ราคาผักสดปรับราคาสูงขึ้นทุกชนิด ที่หายากก็แพงเท่าตัว โดยเฉพาะผักสด เช่น ต้นหอม ผักชี จาก กก.250บาท ขึ้นเป็น 350บาท/ กก.ใบโหระพาจาก กก.ละ100 ขึ้นเป็น 190 -200 บาท ผักกาดกวางตุ้งจากเดิม กก.40บาทขึ้นเป็น 70บาท/กก.
.
มะเขือเทศ จาก กก.30บาทขึ้นเป็น 50บาท/กกมะเขือกรอบจาก กก.30บาท เป็น 40บาท/กก.ผักคะน้า จาก กก.50บาทเป็น กก.ละ 70บาท และผักต่างๆ ปรับราคาเพิ่มขึ้น
.
โดยพ่อค้าแม่ค้าขายปลีก ระบุว่า ราคาการขนส่ง ที่เพิ่มขึ้นทำให้ผู้ประกอบการแหล่งผลิตปรับราคาขึ้นซึ่งตนเองต้องปรับราคาเพิ่มตาม แต่ลูกค้าก็บ่นทำให้ขายไม่ค่อยดี
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่