โรม เชิญอีก สุชาดา-สามี แจงกมธ. รับข้องใจประเด็นเงินเว็บพนันบริจาคพรรคการเมืองหรือไม่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5934022
.

.
โรม เชิญอีก สุชาดา-สามี แจงกมธ. รับข้องใจประเด็นเงินเว็บพนันบริจาคพรรคการเมืองหรือไม่
.
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม นาย
รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ น.ส.
สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย มีการบริจาคเงินกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งถูกตั้งคำถามถึงที่มาของเงินบริจาค พรรคประชาชนจะมีการยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อตรวจสอบที่มาของเงิน นำสู่การยุบพรรคหรือไม่ ว่า การดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายนั้น เราคิดว่ายังพอมีเวลา แต่จริงๆ แล้ว การกระทำความผิดตามกฎหมายอื่นๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการตรวจสอบเชิงรุกได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีผู้ร้องด้วยซ้ำ และเรื่องนี้ก็มีการนำเสนอข่าวมากมายอยู่แล้ว
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ต้องถามกลับไปยังหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่เพิ่งออกมาแถลงข่าวว่าจะเอาจริงเอาจัง แต่เหตุใดการที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เชิญมาชี้แจง ท่านกลับไม่มา และการที่ออกมาบอกว่าบัญชีส่อไปในทางผิดปกติ จะมีการดำเนินการจริงจังแค่ไหน รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ จะมีการดำเนินการอย่างไร
.
“
ส่วนการดำเนินการตามกฎหมายว่าจะยื่นหรือไม่ยื่น เดี๋ยวคงมีการดำเนินการ เพียงแต่จะไปถึงขั้นไหนอย่างไร ขอให้รอติดตาม เพราะเบื้องต้นเราก็อยากจะฟังจากคุณไอเดียร์ เหมือนกันว่ามีพยานหลักฐานอื่นใดหรือไม่ เพราะผมในฐานะประธานกรรมาธิการกฎหมายฯ ก็ได้เชิญคุณไอเดียร์และสามีมาชี้แจงต่อกมธ. ในสัปดาห์หน้า หวังว่าทั้ง 2 ท่านจะมาให้ข้อมูล เพื่อความเป็นธรรมต่อคุณไอเดียร์และครอบครัวต่อไป” นาย
รังสิมันต์ กล่าว
.
ต่อข้อถามว่า หากยังไม่มีการตรวจสอบดำเนินการเชิงรุกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พรรคประชาชนจะเดินหน้ายื่นเรื่องหรือไม่ นาย
รังสิมันต์ กล่าวว่า เราดำเนินการอยู่แล้ว เราแยกกัน เพราะเราก็เฝ้ามองและจับตาดูอยู่ว่าเรื่องนี้จะขยายไปแค่ไหน ถ้าหน่วยงานต่างๆ ไม่ดำเนินการตามกฎหมาย ก็สุ่มเสี่ยงต่อการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เราอาจจะมัดรวมกันไปได้ในเรื่องนี้ แต่ ณ ตอนนี้เราถือว่าหน่วยงานต่างๆ เพิ่งจะได้รับทราบข้อมูล คำถามคือเขาจะดำเนินการต่อไปอย่างไร แต่เราในฐานะหน่วยงานตรวจสอบ ก็จะดำเนินการของเราต่อไป โดยเฉพาะในชั้น กมธ.ฯ อยากให้ผู้ที่เราเชิญมา มาให้ข้อมูลและให้ความร่วมมือด้วย
.
นาย
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า หนึ่งในประเด็นใหญ่ที่จะต้องดำเนินการคือเรื่องเว็บพนัน เพราะมีคำถามว่าเงินที่มาจากเว็บพนันจะถูกนำไปบริจาคให้พรรคการเมืองหรือไม่ ต้องไปดูว่าเส้นเงินจะไปถึงขนาดไหน แต่เรารับรู้ว่า พรรคภูมิใจไทยมี สส.บริจาคเงิน รวมถึงบริจาคก่อนที่จะเป็น สส. ต่อเนื่องกันหลายครั้ง จึงต้องไปดูกันที่เส้นเงิน ซึ่งตนเชื่อว่าสังคมไทยอยากรู้ว่าตกลงน.ส.
สุชาดาจะเอาอย่างไร และจะชี้แจงหรือไม่ ซึ่งตนคิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดีในการที่จะมาชี้แจงต่อ กมธ.
.
.
ลิซ่า จี้ไทยพีบีเอส สังคายนาตัวเอง เรียกเข้าแจงกมธ. โต้ศุภชัย ถามมีอะไรแอบแฝงหรือไม่ ?
https://www.matichon.co.th/politics/news_5934458
.
ลิซ่า จี้ ไทยพีบีเอส แจงปมใช้งบฯ ให้กระจ่าง แซะ สตง.สังคายนาตัวเองสร้างความโปร่งใสก่อนตรวจสอบคนอื่น โต้ ‘ศุภชัย’ หลังบี้ 3 กมธ. พรรคประชาชนตรวจสอบ ย้ำ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ บรรจุวาระถกแล้ว 22 ต.ค.นี้
.
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม น.ส.
ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงผลการตรวจสอบสถานีไทยพีบีเอส ที่สังคมตั้งคำถามถึงการใช้งบประมาณสูงเกินหลักร้อยล้าน ว่า ไทยพีบีเอสเองต้องให้ความกระจ่างกับสังคมให้ได้ เรื่องการใช้เงินดำเนินกิจการสื่อ ตนยืนยันมาตลอดว่าในระหว่างที่มีการเสนอการเปลี่ยนแหล่งงบประมาณของไทยพีบีเอส ตนไม่ได้บอกว่าไทยพีบีเอสจะต้องให้สังคมเห็นด้วยกับคุณไปทั้งหมด สิ่งที่ไทยพีบีเอสผิดพลาด สิ่งที่ต้องสังคายนา จำเป็นต้องทำเหมือนกัน เรื่องนี้เราต้องแยกกัน ว่าแหล่งที่มาคือเป็นเรื่องภายนอก ที่สุดท้ายแล้ว สภาผู้แทนราษฎรอาจจะโหวตไปทางไหนก็ว่ากัน แต่เรื่องภายใน ไทยพีบีเอสเองต้องเป็นคนที่ยืนยันให้ได้ว่าเหมาะที่จะเป็นสื่อสาธารณะที่อิสระและสง่างามจริงๆ ในการใช้งบประมาณ
.
น.ส.
ภคมน กล่าวต่อว่า หากคุณไม่สามารถที่จะเคลียร์ข้อสงสัยที่ประชาชนตั้งคำถามเข้าไปกับไทยพีบีเอสได้ ข้อเรียกร้องที่เป็นแรงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนที่บอกว่าไทยพีบีเอสจำเป็นจะต้องเป็นสื่อสาธารณะ ก็จะอ่อนลง ทำให้สุดท้ายแล้ว ประชาชนจะไปหลงผิดประเด็น เพราะว่าสิ่งที่เราเรียกร้องกันอยู่คือ
1. การเปลี่ยนแหล่งที่มางบประมาณ ที่จะทำให้ไทยพีบีเอสไม่เป็นอิสระและถูกครอบงำ
2. ประเทศไทยจำเป็นต้องมีสื่อสาธารณะ
3. อยากให้ไทยพีบีเอสเสนอกับสังคมมาว่าต้องการที่จะสังคายนาตัวเองเช่นกัน ใช้โอกาสนี้แหละในการยืนยันว่าตัวเองจะเป็นสื่อสาธารณะที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมที่จะสังคายนาตัวเอง
.
น.ส.
ภคมน กล่าวด้วยว่า ส่วนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ตั้งโต๊ะแถลง ตนคิดว่าต้องตั้งคำถามกลับไปที่ สตง. เช่นกันว่า สตง. เองวันนี้คุณสามารถที่จะเคลียร์ตัวเองได้หรือไม่ สามารถที่จะยืนยันความชอบธรรมของตัวเองในหลายๆ เรื่องได้หรือไม่ พอพรรคภูมิใจไทยเสนอ แล้ว สตง. รับลูกที่จะมาตรวจสอบงบประมาณ ตนคิดว่า สตง. อย่าเป็นเครื่องมือทางการเมือง สุดท้ายแต่ละองค์กรก็จำเป็นที่จะต้องทำให้ตัวเองโปร่งใสให้ได้ก่อน ก่อนที่จะตรวจสอบหรือสร้างแนวร่วมในเรื่องอื่นๆ
.
เทื่อถามถึง กรณีที่นาย
ศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เรียกร้องให้ 3 คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่มีสัดส่วนประธานกรรมาธิการจากพรรคประชาชน ได้แก่ นาย
รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.
รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ น.ส.
ภคมน ตรวจสอบไทยพีบีเอสด้วย น.ส.
ภคมน กล่าวว่า “
ค่ะ ก็ฝากประชาสัมพันธ์เลยค่ะ วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคมนี้ กรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ เราได้ตั้งวาระนี้ไปแล้ว เชิญทั้งกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง และบอร์ดของไทยพีบีเอสมาพูดคุยกันเรื่องนี้ โดยมีสาระสำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่ การเปลี่ยนแหล่งที่มาของเงิน ข้อกังวลที่เราจะกลัวว่าไทยพีบีเอสจะถูกครอบงำ กับการปรับปรุง พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส”
.
น.ส.
ภคมน กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าก็ต้องทำไปพร้อมกัน และยังยืนยันว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องแยกกัน ไม่อยากให้สังคมเอามารวมกัน แล้วสุดท้ายไปตั้งคำถามกับไทยพีบีเอสทั้งหมด เราต้องตั้งคำถามไปยังรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยด้วยว่าการที่คุณให้เปลี่ยนแหล่งที่มาเงินของไทยพีบีเอส มีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงหรือไม่ และวันนี้ไทยพีบีเอสถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องปรับปรุง พ.ร.บ.บางอย่าง เพื่อให้คุณโปร่งใสและสง่างาม และสามารถเป็นสื่อสาธารณะที่เป็นอิสระได้จริงๆ ซึ่งเราจะคุยกันในกรรมาธิการ
.
.
เครือข่ายปชช. สะท้อนเสียง เงินกู้ World Bank-IMF เพื่อกลุ่มทุน ประกาศปักหลักค้างคืน ผบช.น.รุดลงพื้นที่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5933561
.
เครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลก สะท้อนเสียงเงินกู้ World Bank-IMF ประกาศปักหลักค้างคืน ผบช.น. ลงพื้นที่ดูแลการชุมนุม ตำรวจนครบาลจัด 4 กองร้อยตึงกำลัง ดูแลความปลอดภัย
.
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลก-ไอเอ็มเอฟ (People’s Network Against world bank-IMF) ปักหลักชุมนุมปราศรัยบริเวณแยกพระราม 4 ซึ่งเป็นเส้นทาง มุ่งหน้าเข้าสู่ถนนรัชดา ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สถานที่การประชุม
.
โดยตั้งแต่ช่วงเช้ากลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนจากบริเวณแยกศุลกากรมุ่งหน้าไปที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
.
จนมาถึงที่บริเวณแยกถนนพระรามที่ 4 จุดที่เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนวางแนวกั้น พร้อมประกาศแจ้งเตือนผู้ชุมนุมว่า กำลังชุมนุมขัดขวางการจราจร และ อาจฝ่าฝืนประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การกำหนดสถานที่ตามมาตรา 8 (5) แห่งพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558
.
โดยทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการยื้อยุดฉุดกระชากกับเจ้าหน้าที่ มีการกระทบกระทั่งกันเล็กน้อยจนสถานการณ์นำไปสู่การเจรจา ก่อนที่ในเวลาต่อมา ทางกลุ่มผู้ชุมนุมจะตัดสินใจกลับมาปักหลักรอในพื้นที่บริเวณแยกดังกล่าว เพื่อรอให้ทีมเจรจาของทางกลุ่มเข้าพูดคุยและต่อรองกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง โดยผู้ชุมนุมยังคงยืนยันเจตนารมณ์เดิมว่า จะต้องเดินทางเข้าไปยังเป้าหมายที่ได้แจ้งการชุมนุมไว้ คือศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ต่อไป
.
ด้านการจราจรบริเวณถนนพระรามที่ 4 ค่อนข้างติดขัดเป็นอย่างมา เนื่องจากมีการปิดถนนโดยรอบศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
.
นาง
สุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้แทนเครือข่ายประชาชนต่อต้าน IMF เปิดเผยถึงการปักหลักชุมนุมของเครือข่ายฯ จาก 4 ภูมิภาคทั่วประเทศว่า การมาในครั้งนี้ไม่ได้มาเพียงเพื่อยื่นหนังสือ แต่ต้องการส่งเสียงสะท้อนจากประชาชนซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเจรจาและการกำหนดเงื่อนไขเงินกู้ของธนาคารโลกและ IMF
.
นาง
สุภาภรณ์ระบุว่า ที่ผ่านมาการกู้ยืมเงินจากทั้งสององค์กรไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องเงินทอง แต่มีการกำหนดโครงสร้างและทิศทางนโยบายของประเทศไทยโดยขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกรณี “
เขื่อนปากมูล” ที่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบกลับไม่ได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม
.
นอกจากนี้ การจัดประชุมครั้งนี้ยังถูกมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มทุนพลังงาน โดยอ้างความยั่งยืนบังหน้า แต่กลับละเลยสิทธิชุมชน ทั้งเรื่องที่ดิน อากาศ และสายน้ำ รวมถึงลดมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสวัสดิการลง เพื่อเปิดทางให้กลุ่มทุนเข้ามาฉวยประโยชน์ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่กลับถูกขับไล่ออกจากที่ดินทำกินของตนเอง
.
สำหรับการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ เครือข่ายฯ ประกาศปักหลักค้างคืนบริเวณพื้นที่ชุมนุมจนถึงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 16 ต.ค. 69 โดยยืนยันว่าจะติดตามผลการเจรจาของการประชุมครั้งนี้อย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะออกมาคัดค้านทันทีหากรัฐบาล นายนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไปทำข้อตกลงที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและสิทธิของประชาชน
.
ทั้งนี้ พล.ต.ท.
สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.
ธวัช วงศ์สง่า รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.
พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.
อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา รอง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ ณ บริเวณแยกพระรามที่ 4 แขวงและเขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างใกล้ชิดลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรักษาความปลอดภัยและจัดการจราจร
.
ต่อมาเวลา 09.20 น. นาย
พชร ประกาศจะปักหลักชุมนุมค้างแรม ที่แยกพระราม 4 โดยที่ไม่มีการปิดการจราจร ขณะที่มีมวลชนผ่าแนวกั้นพยายามจะขึ้นไปบนสะพานลอย เพื่อติดป้ายผ้า แต่ถูก จนท.ตร. ห้าม เลยทำให้เกิดการยื้อยุดกันเกิดขึ้นจนจนเวลา 09.30 น. จนท.ตร. ปล่อยให้มวลชนทำการแขวนป้ายผ้าได้
.
เวลา 10.30 น. ในพื้นที่ยังคงอยู่ระหว่างการสลับกันกล่าวปราศรัยฯ เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการกล่าวโจมตีการประชุม IMF และการใช้กำลังของ จนท. ส่วนมวลชนนั่งพักคอย หน้าแนว มีคฝ. 4 กองร้อย รักษาพื้นที่ ถนนพระราม 4 มี จราจร 20 นายจัดการจราจร ต่อมาเวลา 11.30 น. ในพื้นที่ยังคงอยู่ระหว่างการสลับกันกล่าวปราศรัยฯ เนื้อหาวิจารณ์การบริหารของรัฐบาลว่าเป็นการเอื้อผลประโยชน์แก่นายทุน และกล่าวถึงประเด็นปัญหาทุนจีนเทา ใน จ.ปราจีนบุรี การลักลอบตั้งหรือขยายกิจการโรงงานรีไซเคิล และจัดการของเสียอันตรายมวลชนประมาณ 500 คน.
JJNY : 5in1 โรมเชิญอีก สุชาดา-สามี│ลิซ่าโต้ศุภชัย│เครือข่ายปชช.ประกาศค้างคืน│สนค.เผยดัชนีค่าบริการขนส่ง│1 เดือนน้ำไม่ลด
https://www.matichon.co.th/politics/news_5934022
.
.
โรม เชิญอีก สุชาดา-สามี แจงกมธ. รับข้องใจประเด็นเงินเว็บพนันบริจาคพรรคการเมืองหรือไม่
.
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย มีการบริจาคเงินกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งถูกตั้งคำถามถึงที่มาของเงินบริจาค พรรคประชาชนจะมีการยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อตรวจสอบที่มาของเงิน นำสู่การยุบพรรคหรือไม่ ว่า การดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมายนั้น เราคิดว่ายังพอมีเวลา แต่จริงๆ แล้ว การกระทำความผิดตามกฎหมายอื่นๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการตรวจสอบเชิงรุกได้เลย โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีผู้ร้องด้วยซ้ำ และเรื่องนี้ก็มีการนำเสนอข่าวมากมายอยู่แล้ว
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ต้องถามกลับไปยังหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่เพิ่งออกมาแถลงข่าวว่าจะเอาจริงเอาจัง แต่เหตุใดการที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เชิญมาชี้แจง ท่านกลับไม่มา และการที่ออกมาบอกว่าบัญชีส่อไปในทางผิดปกติ จะมีการดำเนินการจริงจังแค่ไหน รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ จะมีการดำเนินการอย่างไร
.
“ส่วนการดำเนินการตามกฎหมายว่าจะยื่นหรือไม่ยื่น เดี๋ยวคงมีการดำเนินการ เพียงแต่จะไปถึงขั้นไหนอย่างไร ขอให้รอติดตาม เพราะเบื้องต้นเราก็อยากจะฟังจากคุณไอเดียร์ เหมือนกันว่ามีพยานหลักฐานอื่นใดหรือไม่ เพราะผมในฐานะประธานกรรมาธิการกฎหมายฯ ก็ได้เชิญคุณไอเดียร์และสามีมาชี้แจงต่อกมธ. ในสัปดาห์หน้า หวังว่าทั้ง 2 ท่านจะมาให้ข้อมูล เพื่อความเป็นธรรมต่อคุณไอเดียร์และครอบครัวต่อไป” นายรังสิมันต์ กล่าว
.
ต่อข้อถามว่า หากยังไม่มีการตรวจสอบดำเนินการเชิงรุกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พรรคประชาชนจะเดินหน้ายื่นเรื่องหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เราดำเนินการอยู่แล้ว เราแยกกัน เพราะเราก็เฝ้ามองและจับตาดูอยู่ว่าเรื่องนี้จะขยายไปแค่ไหน ถ้าหน่วยงานต่างๆ ไม่ดำเนินการตามกฎหมาย ก็สุ่มเสี่ยงต่อการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เราอาจจะมัดรวมกันไปได้ในเรื่องนี้ แต่ ณ ตอนนี้เราถือว่าหน่วยงานต่างๆ เพิ่งจะได้รับทราบข้อมูล คำถามคือเขาจะดำเนินการต่อไปอย่างไร แต่เราในฐานะหน่วยงานตรวจสอบ ก็จะดำเนินการของเราต่อไป โดยเฉพาะในชั้น กมธ.ฯ อยากให้ผู้ที่เราเชิญมา มาให้ข้อมูลและให้ความร่วมมือด้วย
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า หนึ่งในประเด็นใหญ่ที่จะต้องดำเนินการคือเรื่องเว็บพนัน เพราะมีคำถามว่าเงินที่มาจากเว็บพนันจะถูกนำไปบริจาคให้พรรคการเมืองหรือไม่ ต้องไปดูว่าเส้นเงินจะไปถึงขนาดไหน แต่เรารับรู้ว่า พรรคภูมิใจไทยมี สส.บริจาคเงิน รวมถึงบริจาคก่อนที่จะเป็น สส. ต่อเนื่องกันหลายครั้ง จึงต้องไปดูกันที่เส้นเงิน ซึ่งตนเชื่อว่าสังคมไทยอยากรู้ว่าตกลงน.ส.สุชาดาจะเอาอย่างไร และจะชี้แจงหรือไม่ ซึ่งตนคิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดีในการที่จะมาชี้แจงต่อ กมธ.
.
.
ลิซ่า จี้ไทยพีบีเอส สังคายนาตัวเอง เรียกเข้าแจงกมธ. โต้ศุภชัย ถามมีอะไรแอบแฝงหรือไม่ ?
https://www.matichon.co.th/politics/news_5934458
.
ลิซ่า จี้ ไทยพีบีเอส แจงปมใช้งบฯ ให้กระจ่าง แซะ สตง.สังคายนาตัวเองสร้างความโปร่งใสก่อนตรวจสอบคนอื่น โต้ ‘ศุภชัย’ หลังบี้ 3 กมธ. พรรคประชาชนตรวจสอบ ย้ำ กมธ.พัฒนาการเมืองฯ บรรจุวาระถกแล้ว 22 ต.ค.นี้
.
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงผลการตรวจสอบสถานีไทยพีบีเอส ที่สังคมตั้งคำถามถึงการใช้งบประมาณสูงเกินหลักร้อยล้าน ว่า ไทยพีบีเอสเองต้องให้ความกระจ่างกับสังคมให้ได้ เรื่องการใช้เงินดำเนินกิจการสื่อ ตนยืนยันมาตลอดว่าในระหว่างที่มีการเสนอการเปลี่ยนแหล่งงบประมาณของไทยพีบีเอส ตนไม่ได้บอกว่าไทยพีบีเอสจะต้องให้สังคมเห็นด้วยกับคุณไปทั้งหมด สิ่งที่ไทยพีบีเอสผิดพลาด สิ่งที่ต้องสังคายนา จำเป็นต้องทำเหมือนกัน เรื่องนี้เราต้องแยกกัน ว่าแหล่งที่มาคือเป็นเรื่องภายนอก ที่สุดท้ายแล้ว สภาผู้แทนราษฎรอาจจะโหวตไปทางไหนก็ว่ากัน แต่เรื่องภายใน ไทยพีบีเอสเองต้องเป็นคนที่ยืนยันให้ได้ว่าเหมาะที่จะเป็นสื่อสาธารณะที่อิสระและสง่างามจริงๆ ในการใช้งบประมาณ
.
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า หากคุณไม่สามารถที่จะเคลียร์ข้อสงสัยที่ประชาชนตั้งคำถามเข้าไปกับไทยพีบีเอสได้ ข้อเรียกร้องที่เป็นแรงสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนที่บอกว่าไทยพีบีเอสจำเป็นจะต้องเป็นสื่อสาธารณะ ก็จะอ่อนลง ทำให้สุดท้ายแล้ว ประชาชนจะไปหลงผิดประเด็น เพราะว่าสิ่งที่เราเรียกร้องกันอยู่คือ
1. การเปลี่ยนแหล่งที่มางบประมาณ ที่จะทำให้ไทยพีบีเอสไม่เป็นอิสระและถูกครอบงำ
2. ประเทศไทยจำเป็นต้องมีสื่อสาธารณะ
3. อยากให้ไทยพีบีเอสเสนอกับสังคมมาว่าต้องการที่จะสังคายนาตัวเองเช่นกัน ใช้โอกาสนี้แหละในการยืนยันว่าตัวเองจะเป็นสื่อสาธารณะที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมที่จะสังคายนาตัวเอง
.
น.ส.ภคมน กล่าวด้วยว่า ส่วนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ตั้งโต๊ะแถลง ตนคิดว่าต้องตั้งคำถามกลับไปที่ สตง. เช่นกันว่า สตง. เองวันนี้คุณสามารถที่จะเคลียร์ตัวเองได้หรือไม่ สามารถที่จะยืนยันความชอบธรรมของตัวเองในหลายๆ เรื่องได้หรือไม่ พอพรรคภูมิใจไทยเสนอ แล้ว สตง. รับลูกที่จะมาตรวจสอบงบประมาณ ตนคิดว่า สตง. อย่าเป็นเครื่องมือทางการเมือง สุดท้ายแต่ละองค์กรก็จำเป็นที่จะต้องทำให้ตัวเองโปร่งใสให้ได้ก่อน ก่อนที่จะตรวจสอบหรือสร้างแนวร่วมในเรื่องอื่นๆ
.
เทื่อถามถึง กรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย เรียกร้องให้ 3 คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่มีสัดส่วนประธานกรรมาธิการจากพรรคประชาชน ได้แก่ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ และ น.ส.ภคมน ตรวจสอบไทยพีบีเอสด้วย น.ส.ภคมน กล่าวว่า “ค่ะ ก็ฝากประชาสัมพันธ์เลยค่ะ วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคมนี้ กรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ เราได้ตั้งวาระนี้ไปแล้ว เชิญทั้งกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง และบอร์ดของไทยพีบีเอสมาพูดคุยกันเรื่องนี้ โดยมีสาระสำคัญ 2 เรื่อง ได้แก่ การเปลี่ยนแหล่งที่มาของเงิน ข้อกังวลที่เราจะกลัวว่าไทยพีบีเอสจะถูกครอบงำ กับการปรับปรุง พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส”
.
น.ส.ภคมน กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าก็ต้องทำไปพร้อมกัน และยังยืนยันว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องแยกกัน ไม่อยากให้สังคมเอามารวมกัน แล้วสุดท้ายไปตั้งคำถามกับไทยพีบีเอสทั้งหมด เราต้องตั้งคำถามไปยังรัฐบาลและพรรคภูมิใจไทยด้วยว่าการที่คุณให้เปลี่ยนแหล่งที่มาเงินของไทยพีบีเอส มีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงหรือไม่ และวันนี้ไทยพีบีเอสถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องปรับปรุง พ.ร.บ.บางอย่าง เพื่อให้คุณโปร่งใสและสง่างาม และสามารถเป็นสื่อสาธารณะที่เป็นอิสระได้จริงๆ ซึ่งเราจะคุยกันในกรรมาธิการ
.
.
เครือข่ายปชช. สะท้อนเสียง เงินกู้ World Bank-IMF เพื่อกลุ่มทุน ประกาศปักหลักค้างคืน ผบช.น.รุดลงพื้นที่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5933561
.
เครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลก สะท้อนเสียงเงินกู้ World Bank-IMF ประกาศปักหลักค้างคืน ผบช.น. ลงพื้นที่ดูแลการชุมนุม ตำรวจนครบาลจัด 4 กองร้อยตึงกำลัง ดูแลความปลอดภัย
.
เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 15 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลก-ไอเอ็มเอฟ (People’s Network Against world bank-IMF) ปักหลักชุมนุมปราศรัยบริเวณแยกพระราม 4 ซึ่งเป็นเส้นทาง มุ่งหน้าเข้าสู่ถนนรัชดา ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สถานที่การประชุม
.
โดยตั้งแต่ช่วงเช้ากลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนจากบริเวณแยกศุลกากรมุ่งหน้าไปที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
.
จนมาถึงที่บริเวณแยกถนนพระรามที่ 4 จุดที่เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนวางแนวกั้น พร้อมประกาศแจ้งเตือนผู้ชุมนุมว่า กำลังชุมนุมขัดขวางการจราจร และ อาจฝ่าฝืนประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การกำหนดสถานที่ตามมาตรา 8 (5) แห่งพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558
.
โดยทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการยื้อยุดฉุดกระชากกับเจ้าหน้าที่ มีการกระทบกระทั่งกันเล็กน้อยจนสถานการณ์นำไปสู่การเจรจา ก่อนที่ในเวลาต่อมา ทางกลุ่มผู้ชุมนุมจะตัดสินใจกลับมาปักหลักรอในพื้นที่บริเวณแยกดังกล่าว เพื่อรอให้ทีมเจรจาของทางกลุ่มเข้าพูดคุยและต่อรองกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง โดยผู้ชุมนุมยังคงยืนยันเจตนารมณ์เดิมว่า จะต้องเดินทางเข้าไปยังเป้าหมายที่ได้แจ้งการชุมนุมไว้ คือศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ต่อไป
.
ด้านการจราจรบริเวณถนนพระรามที่ 4 ค่อนข้างติดขัดเป็นอย่างมา เนื่องจากมีการปิดถนนโดยรอบศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
.
นางสุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้แทนเครือข่ายประชาชนต่อต้าน IMF เปิดเผยถึงการปักหลักชุมนุมของเครือข่ายฯ จาก 4 ภูมิภาคทั่วประเทศว่า การมาในครั้งนี้ไม่ได้มาเพียงเพื่อยื่นหนังสือ แต่ต้องการส่งเสียงสะท้อนจากประชาชนซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเจรจาและการกำหนดเงื่อนไขเงินกู้ของธนาคารโลกและ IMF
.
นางสุภาภรณ์ระบุว่า ที่ผ่านมาการกู้ยืมเงินจากทั้งสององค์กรไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องเงินทอง แต่มีการกำหนดโครงสร้างและทิศทางนโยบายของประเทศไทยโดยขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือกรณี “เขื่อนปากมูล” ที่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบกลับไม่ได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม
.
นอกจากนี้ การจัดประชุมครั้งนี้ยังถูกมองว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มทุนพลังงาน โดยอ้างความยั่งยืนบังหน้า แต่กลับละเลยสิทธิชุมชน ทั้งเรื่องที่ดิน อากาศ และสายน้ำ รวมถึงลดมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสวัสดิการลง เพื่อเปิดทางให้กลุ่มทุนเข้ามาฉวยประโยชน์ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่กลับถูกขับไล่ออกจากที่ดินทำกินของตนเอง
.
สำหรับการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ เครือข่ายฯ ประกาศปักหลักค้างคืนบริเวณพื้นที่ชุมนุมจนถึงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 16 ต.ค. 69 โดยยืนยันว่าจะติดตามผลการเจรจาของการประชุมครั้งนี้อย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะออกมาคัดค้านทันทีหากรัฐบาล นายนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ไปทำข้อตกลงที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและสิทธิของประชาชน
.
ทั้งนี้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา รอง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ ณ บริเวณแยกพระรามที่ 4 แขวงและเขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย และอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างใกล้ชิดลงพื้นที่ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการรักษาความปลอดภัยและจัดการจราจร
.
ต่อมาเวลา 09.20 น. นายพชร ประกาศจะปักหลักชุมนุมค้างแรม ที่แยกพระราม 4 โดยที่ไม่มีการปิดการจราจร ขณะที่มีมวลชนผ่าแนวกั้นพยายามจะขึ้นไปบนสะพานลอย เพื่อติดป้ายผ้า แต่ถูก จนท.ตร. ห้าม เลยทำให้เกิดการยื้อยุดกันเกิดขึ้นจนจนเวลา 09.30 น. จนท.ตร. ปล่อยให้มวลชนทำการแขวนป้ายผ้าได้
.
เวลา 10.30 น. ในพื้นที่ยังคงอยู่ระหว่างการสลับกันกล่าวปราศรัยฯ เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการกล่าวโจมตีการประชุม IMF และการใช้กำลังของ จนท. ส่วนมวลชนนั่งพักคอย หน้าแนว มีคฝ. 4 กองร้อย รักษาพื้นที่ ถนนพระราม 4 มี จราจร 20 นายจัดการจราจร ต่อมาเวลา 11.30 น. ในพื้นที่ยังคงอยู่ระหว่างการสลับกันกล่าวปราศรัยฯ เนื้อหาวิจารณ์การบริหารของรัฐบาลว่าเป็นการเอื้อผลประโยชน์แก่นายทุน และกล่าวถึงประเด็นปัญหาทุนจีนเทา ใน จ.ปราจีนบุรี การลักลอบตั้งหรือขยายกิจการโรงงานรีไซเคิล และจัดการของเสียอันตรายมวลชนประมาณ 500 คน.