JJNY : “โรม”ซัดอย่าเพิ่งรีบฟอกขาว│“โรม”รับคำวิจารณ์“ปิยบุตร”│พื้นที่เกษตรชัยนาท จมน้ำกว่า 1 แสนไร่│จวกทรัมป์พูดพล่อย

“โรม” ซัดรัฐบาล อย่าเพิ่งรีบฟอกขาวให้ “สามีไอเดียร์” ยัน ไม่หนักใจถูกแจ้งความ
.
.
“โรม” ซัดรัฐบาลอย่าเพิ่งรีบแสตมป์ฟอกขาวให้ “สามีไอเดียร์” รอเข้าแจง กมธ. ชี้สังคมมีสิทธิตั้งคำถาม ลั่น ไม่จำเป็นต้องเปิดหลักฐานให้รู้ก่อน ยันไม่หนักใจถูกแจ้งความ พร้อมพิสูจน์หลักฐานทุกรูปแบบ

เมื่อเวลา 09.20 น. วันที่ 7 ตุลาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา ถึงการเชิญ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ หรือ ไอเดียร์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย เข้าชี้แจง กมธ. ว่า ตอนนี้ตนยังไม่ได้รับแจ้งว่า น.ส.สุชาดา จะมาชี้แจงหรือไม่ แต่คาดว่าคงเป็นไปตามข่าวที่ว่าอาจจะไม่มา แต่ไม่ว่าจะมาหรือไม่นั้น เราก็เผื่อว่าหากมาในช่วงท้ายเราก็ได้เตรียมทุกอย่างไว้เพื่อซักถาม 
.
ส่วนแนวทางการทำงานของ กมธ. จะทำอย่างไรต่อไปนั้น ตนขอบอกว่าการที่เชิญ น.ส.สุชาดา มา ถึงที่สุดคงเป็นโอกาสของ น.ส.สุชาดา และสามี (นายไท่หยาง ซาง) ในการที่จะชี้แจง ซึ่งข้อเท็จจริงต่างๆ ที่มีการชี้แจงใน กมธ. จะเป็นเอกสารทางราชการที่เราจะได้ดำเนินการต่อไป 
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อไปว่า วันนี้มีการเรียกร้องจากประชาชนมาก รวมถึงไปเจอข้อเท็จจริงต่างๆ ทั้งข้อเท็จจริงประเภทที่ไม่น่าจะตรงกับบัญชีทรัพย์สินที่มีการยื่นกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จนถึงข้อน่าสงสัยที่อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับทุนสีเทา ทั้งหมดนี้ตนคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อ น.ส.สุชาดา แต่ถ้า น.ส.สุชาดา ไม่มาวันนี้ อย่างไรเราก็ตามเรื่องนี้ต่ออยู่แล้ว เพราะแนวทางการทำงานที่ตนมอบเป็นนโยบายให้กับฝ่ายเลขาฯ คือ ทุกเรื่องที่เป็นเรื่องสำคัญ เราจะมีการตามต่อจนจบ เช่น กรณีสินบน 40 ล้านบาท จนวันนี้นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พูดจาเลอะเลือน จำไม่ได้ว่าตกลงเรื่อง 40 ล้านบาทเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งเราก็มีการติดตามมาจนถึงขณะนี้ 
.
เช่นเดียวกับกรณีของ น.ส.สุชาดา ซึ่งตนเรียกว่าเป็นส่วนต่อขยายที่จะต้องติดตามหาความจริงและข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่ตนอยากขีดเส้นใต้ให้ทราบว่า ความสงสัยที่สังคมมีในวันนี้ กำลังขยายไปถึงรัฐบาล เพราะสิ่งที่รัฐบาลควรจะทำ คือการตรวจสอบกรณีนี้ แต่สิ่งที่เราเห็นจากเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม คือการเป็นตราแสตมป์ให้กับสามีของ น.ส.สุชาดา ในเรื่องของเว็บพนัน ซึ่งเว็บพนันจำนวนมากที่มีการดำเนินการอยู่ในประเทศไทย ประเด็นคืออยู่ที่ถูกหรือผิดกฎหมายของประเทศไทยหรือไม่ มีคนไทยเข้าไปเล่นหรือไม่ หรือมีความพยายามเจาะกลุ่มลูกค้าคนไทยหรือไม่ 
.
“ไหนคือสิ่งที่รัฐบาลนี้ภาคภูมิใจนักภาคภูมิใจหนาว่าปิดเว็บไซต์พนันไปเป็นล้านเว็บ คำถามคือทำไมเช้าวันนี้ผมให้ทีมงานเข้าไปในเว็บไซต์ก็สามารถเข้าได้ ทำไมยังสามารถเข้าได้อยู่ เกิดอะไรขึ้น ดังนั้นเราได้เห็นปรากฏการณ์ความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหมดผ่านกรณีนี้ ผมคิดว่าก่อนที่จะแสตมป์ว่าเขาขาว บริสุทธิ์ ไม่มีมลทินมัวหมอง หรืออะไรก็แล้วแต่ คุณควรที่จะมีการตรวจสอบให้รอบคอบ การที่รีบออกมาพูดแบบนี้อาจกลายเป็นว่าทำให้ฝ่ายข้าราชการประจำเกิดความหวาดกลัว ไม่กล้าตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็นขัดแย้งกับรัฐมนตรี เดี๋ยวซวยอีก จนมีการโยกย้ายกลั่นแกล้งกันอีก”
.
เมื่อถามว่า น.ส.สุชาดา ไม่มาเพราะต้องการให้นายรังสิมันต์ เปิดหลักฐานที่มีการพาดพิงออกมาก่อนใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์ ระบุ ตนคิดว่าเรามาคุยกันเรื่องหลักฐานการพิสูจน์ก็ดีเหมือนกัน เพราะเรื่องนี้ถ้าเราดูพระราชบัญญัติฟอกเงิน แค่มีเพียงความสงสัย ซึ่งในกรณีนี้ตนคิดว่าสงสัยอย่างยิ่ง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สามารถตรวจสอบเอาเส้นเงินไปได้เลย และเรื่องนี้ถ้าเราดูบัญชีทรัพย์สินของ น.ส.สุชาดา ที่สังคมกำลังมีคำถามต่อการยื่นบัญชีทรัพย์สินว่าอาจจะยื่นไม่ถูกต้อง และอาจเข้าองค์ประกอบว่ามีความร่ำรวยเกินฐานานุรูป 
.
ทั้งนี้ โดยหลักการถ้าเป็นกรณีที่มีทรัพย์สินแบบนี้ และมีความร่ำรวยเกินฐานานุรูป เผลอๆ ภาระการพิสูจน์จะตกอยู่ที่ น.ส.สุชาดา เพราะเป็นนักการเมืองควรที่จะมีการชี้แจงในประเด็นต่างๆ ส่วนตนในฐานะประธาน กมธ. ก็ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบ ไม่ต้องห่วงถ้าเราตรวจสอบพยานหลักฐานแน่นหนาเพียงใด ยืนยันว่าวันนี้ข้อเท็จจริงไหลเข้ามาในการพิจารณาของ กมธ. จำนวนมาก บางส่วนที่มีอยู่เดิมก็ได้ใช้ บางส่วนที่มีใหม่ก็มีเพิ่มเติม
.
ผู้สื่อข่าวถามต่อ การที่ยังไม่เปิดข้อมูลแสดงว่าจะเอาไปใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์ ตอบว่า อย่าเพิ่งพูดถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจในชั้นนี้ เรื่องของ น.ส.สุชาดา ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี เราก็ใช้กระบวนการตามช่องทางที่เรามีในการตรวจสอบให้มากที่สุด และเมื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจมาถึง จะมีข้อมูลใดได้ใช้หรือไม่ได้ใช้ เป็นเรื่องของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตนไม่อยากเอามาคิดรวมกัน 
.
ทางด้านคำถามว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้ไม่สามารถเปิดหลักฐานได้ นายรังสิมันต์ เผยว่า ตอนนี้ที่ประชาชนขุดออกมา ตนคิดว่าหลายส่วนเป็นพยานหลักฐาน และเป็นสิ่งที่ น.ส.สุชาดา ต้องชี้แจง ตนไม่ปฏิเสธว่าข้อมูลที่มีการขุดคุ้ยออกมาจำนวนมากบางส่วนตนก็มีแบบนั้น แต่บางส่วนที่ยังไม่ขุดออกมาก็ยังมีอยู่ ซึ่งเราก็รอดูว่าหน่วยงานของรัฐจะดำเนินการอย่างไร สิ่งที่ตนพยายามตั้งสมมุติฐานให้เข้าใจคือตกลงแล้ว ความผิดของเรื่องนี้แค่ไหน คือ 
.
1. สามีของ น.ส.สุชาดา ผิดหรือไม่ 
2. ถ้าสามีผิด น.ส.สุชาดา รู้หรือควรรู้หรือไม่ ซึ่งจะมีข้อหารออยู่ 
3. ในอดีต น.ส.สุชาดา เป็นเลขานุการนายไชยชนก เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน 
4. ตัวนายไชยชนก จะมาบอกว่าวันนี้ไม่รับรู้รับทราบ ไม่น่าจะเป็นไปได้ 
.
ดังนั้น สิ่งที่ต้องตั้งประเด็นกันต่อคือเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องตัวบุคคล แต่เป็นเรื่องของโครงสร้างอำนาจ การใช้อำนาจโดยชอบหรือไม่ชอบตามกฎหมาย สิ่งที่เราต้องจำกัดขอบเขตของเรื่องนี้อาจมีได้หลายกรณี
.
เมื่อถามย้ำ เห็นว่าเวลาไหนที่มีความเหมาะสมจะเปิดหลักฐาน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ถ้า น.ส.สุชาดา มาชี้แจงใน กมธ. ก็จะมีการตั้งคำถาม ตอนนี้ไม่มีความจำเป็นเปิดหลักฐานให้ น.ส.สุชาดา รับรู้รับทราบ เพราะในฐานะที่ น.ส.สุชาดา เป็นบุคคลสาธารณะและข้อเท็จจริงในสังคมออกมามากขนาดนี้ ถามกันตรงๆ น.ส.สุชาดา จะไม่ชี้แจงจริงๆ หรือ ซึ่งในกรณีที่ต้องแจกแจงรายได้ว่ามีที่มาของเงินอย่างไรถึงไปปล่อยกู้ ตนคิดว่าพื้นฐานของการชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้มีความจำเป็น หากชี้แจงไม่ได้เท่ากับคุณร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งมีการดำเนินการตามกฎหมายหลายข้อหาไม่เหมือนกัน และมีหลายประเด็น คิดว่าภาพรวมทั้งหมดไม่ใช่ น.ส.สุชาดา จะไม่รู้ประเด็น แล้วจะมาอ้างว่าไม่รู้ประเด็นจึงชี้แจงไม่ได้ ไม่ใช่ วันนี้ประเด็นเต็มไปหมด การที่ น.ส.สุชาดา ยังนิ่งแบบนี้ไปเรื่อยๆ และไม่มาชี้แจงต่อ กมธ.
.
“ผมเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบคุณสุชาดา อย่ารีบออกมาแสตมป์หรือฟอกขาว ไม่เช่นนั้นจะเกิดข้อครหาสำคัญ ใครก็ตามที่เป็นส้ม คุณตรวจสอบใหญ่เลย ผมคิดว่าเป็นเรื่องดี นักการเมืองควรจะได้รับการตรวจสอบเชิงรุกแบบนี้ แต่เฮ้ย น้ำเงินก็มีปัญหาใหญ่ๆ หลายเรื่อง คุณจะรีบออกมาแสตมป์ รีบออกมาฟอกขาว ผมคิดว่าถ้าทำแบบนี้เป็นการใช้อำนาจในทางที่ผิดและอาจเข้าข่ายการละเว้นปฏิบัติหน้าที่ได้”
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมมีการเชิญ ป.ป.ช. เพื่อตรวจสอบเรื่องบัญชีทรัพย์สิน เพราะอย่างไร น.ส.สุชาดา ก็ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ตอนนี้เราต้องทำงานเชิงรุก ถ้าหน่วยราชการไม่ทำงานก็ต้องว่ากันต่อไป พูดกันตรงๆ กมธ. มีเครื่องมือน้อยที่สุดในทุกองคาพยพ ทั้งที่จริงๆ แล้วภาครัฐสามารถตรวจสอบได้ดีกว่า กมธ. อาจจะสะท้อนถึงปัญหาระบบการตรวจสอบของประเทศเรา
.
ขณะที่ล่าสุด น.ส.สุชาดา แจ้งความนายรังสิมันต์ จะกลายเป็นนิติสงครามหรือไม่ นายรังสิมันต์ ระบุว่า ตนไม่อยากให้ไปถึงนิติสงคราม ตนยังไม่มีความคิดในเรื่องนั้น แต่การที่ น.ส.สุชาดา ไปแจ้งความดำเนินคดี ทางตนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ก็มีหน้าที่พิสูจน์พยานหลักฐาน ไม่มีอะไรต้องหนักใจ แต่ประเด็นที่หลายคนสงสัยเหมือนกันคือตกลงเป็นการมอบอำนาจโดยสามีหรือไม่ เพราะตนไม่เห็นข้อเท็จจริงเรื่องนี้ แต่ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน ทางตนพร้อมที่จะทำหน้าที่ในทุกรูปแบบ ไม่ว่าต้องไปตอบคำถามกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยินดี ไม่มีปัญหา
.
ในประเด็นที่ นายทอม เครือโสภณ ออกมาระบุว่าการที่ นายรังสิมันต์ ออกมาขุดเรื่องนี้ไม่ได้มีประโยชน์อะไร กลายเป็นสังคมหมั่นไส้นั้น นายรังสิมันต์ เผยว่า ไม่ค่อยแน่ใจกับสิ่งที่นายทอมออกมาพูดเกี่ยวกับ น.ส.สุชาดา ซึ่งตนเห็นว่านายทอม ก็มีความคิดของเขา และถือว่านายทอมเป็นคอมเมนต์เตเตอร์คนหนึ่ง ซึ่งมีสิทธิในการพูด เพราะอยู่ในสังคมประชาธิปไตย แต่ถ้าพูดในหลายเรื่องต้องพูดให้ถูกต้องด้วย เช่น นายทอม เคยบอกว่าเคยส่งข้อมูลของพรรคประชาชนมาให้ตนตรวจสอบนั้น นายทอมไม่เคยส่ง แต่เคยส่งของพรรคอื่นเป็นพรรครัฐบาลพรรคหนึ่ง ในสภาฯชุดที่แล้ว ซึ่งตนยืนยันว่านายทอมเคยส่งจริง และตรวจสอบถือว่ามีประโยชน์มากๆ 
.
แต่ถ้าจะมากล่าวหาว่าตนไม่ตรวจสอบพรรคตัวเองก็พูดกันเกินไป เป็นการใส่ความตน พูดไม่ได้ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง หรือความพยายามที่จะบอกว่าเรื่องนี้เป็นสังคมหมั่นไส้ ตนคิดว่าต้องแยกให้ชัด นายทอมอายุปูนนี้แล้ว ต้องแยกให้ชัดว่า น.ส.สุชาดา เป็นบุคคลสาธารณะ สังคมมีสิทธิ์ตั้งคำถาม ในสังคมอเมริกาที่นายทอมเคยอยู่ นักการเมืองก็ถูกตั้งคำถามอยู่เป็นประจำ ดังนั้น คิดว่าสังคมตั้งคำถามได้ และการที่พลเมืองดีช่วยกันขุดหาข้อมูลมาขนาดนี้ โดยที่หน่วยงานรัฐเมื่อเห็นข้อมูลทั้งหมดแล้วบอกว่าเขาทำถูกต้อง ตนคิดว่าเราต้องให้เครดิตสังคมด้วยซ้ำที่ทำให้หน่วยงานรัฐทำงานง่ายขึ้น.

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่