JJNY : 5in1 โรมจี้อายัดทรัพย์│วิโรจน์ปลุกชัชชาติ│แนะหยุดร้องรำทำเพลง│กทม.เตือน 11 ชุมชน│อีโบลาหวั่นลามไปปท.อื่นในกาฬทวีป

โรม จี้ DSI ชง ปปง. อายัดทรัพย์ สส.ไอเดียร์-สามี กลัวยักย้าย ปมเว็บพนัน Shuffle
https://www.matichon.co.th/politics/news_5950035
.
.
“โรม” เผยหลังเข้าให้ข้อมูล DSI คดีเว็บพนัน Shuffle นาน 2 ชม. ขอดีเอสไอเสนอ ปปง. เร่งยึดอายัดทรัพย์ “สส.สุชาดา – สามี” หวั่นยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน พร้อมขยายผลตรวจสอบ “ไท่หยาง ซาง” ปมถือหุ้นและบริหารนิติบุคคล
.
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 27 ต.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ถนนแจ้งวัฒนะ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนหลังเข้าให้ข้อมูลกับคณะพนักงานสืบสวน กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ นาน 2 ชั่วโมง ว่า สำหรับข้อมูลที่ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้มีการไล่ย้อนหลังตั้งแต่ต้น ย้อนกลับไปถึงกรณีของ Three Arrows Capital (3AC) หรืออดีตกองทุนเฮดจ์ฟันด์ด้านคริปโทเคอร์เรนซี ว่ามีที่มาอย่างไร ความเกี่ยวข้องและความเชื่อมโยงระหว่างนายไท่หยาง ซาง และบุคคลอื่น ๆ เป็นอย่างไร รวมทั้งได้มอบลิสต์เอกสารเพิ่มเติมประมาณ 2 หน้ากระดาษ A4 ให้ดีเอสไอตรวจสอบผ่านเอกสาร 25 รายการ เพื่อให้ทำงานได้ง่ายขึ้น อาทิ เอกสารเกี่ยวกับบริษัทนิติบุคคลที่นายไท่หยาง ซาง เข้าไปเกี่ยวข้องในการบริหารหรือลงทุน โดยแบ่งหมวดหมู่ตั้งแต่ RenBridge, REN, Alameda มาจนถึง Shuffle ทั้งนี้ ยืนยันว่ามีความพร้อมให้ข้อมูล รวมถึงบันทึกการประชุมของคณะกรรมาธิการฯ และข้อมูลธุรกรรมดิจิทัลที่มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับ Bitkub และ Maxbit ได้ส่งมอบให้ดีเอสไอทั้งหมดแล้ว
.
นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า นอกจากข้อมูลเชิงลึกของเว็บไซต์พนันแล้ว ตนยังได้ให้ข้อมูลกรณีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งอาจไม่ได้เกี่ยวข้องแค่กับ สส.สุชาดา เพียงเท่านั้น แต่อาจเกี่ยวพันกับนายไชยชนก ชิดชอบ ด้วย เนื่องจากตนเคยแจ้งเบาะแสเรื่องนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 69 และ สส.สุชาดา เคยดำรงตำแหน่งเลขานุการ รมว.ดีอีเอส จึงมองว่าอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับเว็บพนัน เนื่องจากตัวเว็บพนันไม่อาจปฏิเสธความเชื่อมโยงโดยตรงได้ และ สส.สุชาดา สามารถดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งพา AI ดังนั้น การไม่ปิดกั้นเว็บไซต์ดังกล่าวจึงอาจอนุมานได้ว่าเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม 3 ข้อกล่าวหาหลัก คือ องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, พ.ร.บ.การพนันฯ และสมคบฟอกเงิน
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ตนได้ร้องขอให้ดีเอสไอประสาน ปปง. เพื่อยึดอายัดทรัพย์สินของ สส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ และนายไท่หยาง ซาง เพื่อป้องกันการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน พร้อมตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าไปเชื่อมโยงกับทรัพย์สินใดบ้าง เช่น หากเชื่อมโยงกับพรรคการเมือง ก็ต้องตรวจสอบที่มาของเงิน นอกจากนี้ ดีเอสไอยังได้สอบถามเรื่องทรัพย์สินของ สส.สุชาดา ซึ่งเบื้องต้นมองว่าสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้จากการยื่นเสียภาษี (ภ.ง.ด.) และตรวจสอบทรัพย์สินของบุพการี เพื่อแยกแยะระหว่างทรัพย์สินส่วนตัว ทรัพย์สินที่ได้จากการให้ หรือทรัพย์สินที่ได้มาจากสามี ซึ่งจะช่วยพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินจำพวก รถ หรือกระเป๋าแบรนด์เนม มาจากการกระทำความผิดหรือไม่
.
นายรังสิมันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับประเด็นโดเมนเว็บไซต์พนันออนไลน์ แม้ดีเอสไอจะไม่ได้สอบถาม แต่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเคยปิดกั้นไปแล้ว 3 โดเมน ซึ่งสะท้อนว่ารู้ดีว่ามีหลายโดเมนและมีการเปิดใหม่ได้ การปิดกั้นเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการทลายโครงสร้างองค์กรอาชญากรรม พร้อมกันนี้ยังได้ฝากถึงตำรวจไซเบอร์ให้เร่งชี้แจงความคืบหน้าคดีเว็บพนัน Shuffle หลังจากที่มีกำหนดนัดสรุปผลเมื่อวันที่ 26 ต.ค. 69 ที่ผ่านมา ว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง
.

.
วิโรจน์ ปลุกชัชชาติ ต้องกล้าปฏิเสธรบ. ยื่นข้อเสนอไม่เป็นธรรม ทำงบเหลือ 28 ล้าน มั่นใจคนกทม.พร้อมเคียงข้าง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5949721
.
วิโรจน์ ปลุกชัชชาติ ต้องกล้าปฏิเสธรบ. ยื่นข้อเสนอที่ไม่เป็นธรรม ทำเหลืองบ 28 ล้าน มั่นใจคนกทม.พร้อมเคียงข้าง พร้อมเป็นปากเสียงช่วย 
.
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อเขียน เรื่อง [ อ.ชัชชาติ ต้องกล้าเป็นปากเป็นเสียงให้กับชาว กทม. มากกว่านี้ ต้องกล้าปฏิเสธข้อเสนอที่ไม่เป็นธรรมกับคน กทม. ] ว่า
.
ปกติผมแทบจะไม่เคยติติง อ.ชัชชาติ เลย และสนับสนุนอาจารย์อยู่ตลอด เพราะเชื่อว่าอาจารย์มีเจตนาที่ดีในการบริหาร กทม. และยังคงเชื่อมั่นอยู่ในทุกวันนี้ไม่เปลี่ยนแปลง
.
แต่เรื่องที่ ปภ. ขอให้ กทม. สมทบเงินค่าเยียวยา 210 ล้านบาท ทั้งๆ ที่งบกลางฉุกเฉินที่ กทม. มีอยู่ทั้งปี 400 ล้านบาท ใช้ไปกับค่าอาหารและถุงยังชีพแล้ว 162 ล้านบาท เหลืออยู่ 238 ล้านบาท ถ้าเอาเงินส่วนนี้ไปจ่ายเยียวยาสมทบกับรัฐบาล 210 ล้านบาท งบกลางฉุกเฉินก็จะเหลืออยู่เพียง 28 ล้านบาท ซึ่งเงินจำนวนนี้จะต้องใช้บริหารสถานการณ์ฉุกเฉินให้กับชาว กทม. จนถึง 30 กันยายน 2570 อีก 11 เดือน มันจะไปพอได้ยังไงล่ะครับ
.
นั่นหมายความว่า ในอีก 11 เดือนนับจากนี้ ชาว กทม. ต้องอยู่ภายใต้ความเสี่ยงและความกระเบียดกระเสียร ซึ่งตัวเลข 28 ล้านบาทนี้ แค่คำนวณบวกลบธรรมดาก็ทราบได้โดยไม่ยากอยู่แล้ว และความเสี่ยงที่งบกลางฉุกเฉินจะเหลืออยู่เพียง 28 ล้านบาท โดยที่ต้องแบกความเสี่ยงต่อไปอีกนานถึง 11 เดือน อ.ชัชชาติ ก็น่าจะคาดการณ์ได้อยู่แล้ว ถ้าไม่มีแรงกดดันใดๆ อ.ชัชชาติ ไม่มีทางยอมหรอกครับ และถ้ามันสมทบได้โดยไม่มีปัญหาอะไร อ.ชัชชาติ ก็คงไม่มาตัดพ้อในภายหลังหรอกครับ
.
เงินสะสมที่มีอยู่ 21,000 ล้านบาท ถ้าเอาเฉพาะเงินสะสมที่ปลอดภาระผูกพัน ผมเข้าใจว่ามีอยู่ไม่ถึง 5,000 ล้านบาท และที่พอจะขอให้สภา กทม. จัดสรรมาช่วยอาจารย์ในการจ่ายค่าซ่อมแซมบ้าน ค่าชดเชยอุปกรณ์ประกอบอาชีพ ก็น่าจะจัดสรรได้ไม่เกิน 1,420 ล้านบาท ซึ่งผมเชื่อว่าโดยหลักการ ส.ก. ของพรรคประชาชนเข้าใจถึงเหตุผลความจำเป็น และพร้อมที่จะ Support อาจารย์อยู่แล้ว แต่ถ้าเงินจำนวนนี้ เมื่อเอาไปจ่ายค่าซ่อมแซมบ้านให้กับชาว กทม. 1,139 ล้านบาท ก็จะทำให้เงินสะสมก้อนนี้เหลืออยู่เพียง 281 ล้านบาท จะเอาเงินสะสมมาใช้เพิ่มอีกก็ต้องระมัดระวังอย่างมาก เพราะจำเป็นต้องสำรองเอาไว้ตามกฎหมาย สำรองเอาไว้สำหรับสัญญาโครงการที่ผูกพันเอาไว้ หรือไม่ก็ต้องสำรองเอาไว้ในกรณีที่จัดเก็บรายได้ไม่เป็นไปตามเป้า ซึ่งงบประมาณที่เหลืออยู่เท่านี้ มันตึงมือมากนะครับ อาจารย์ก็รู้ดี
.
เรื่องนี้ผมต้องตำหนิรัฐบาลอยู่แล้ว ซึ่งผมเชื่อว่ารัฐบาลน่าจะมีการสื่อสารบางอย่างที่เป็นการสร้างแรงบีบคั้นอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อบีบให้ กทม. จำต้องจ่ายสมทบเงินเยียวยา แต่ถ้ามองอีกแง่มุมหนึ่ง ก็ต้องติติง อ.ชัชชาติ อยู่เหมือนกัน คือ
.
“ถ้าอาจารย์รู้อยู่แล้วว่า การจ่ายเงินสมทบจะก่อให้เกิดความเสี่ยงกับคน กทม. อาจารย์จะไปยอมจ่ายสมทบทำไมครับ หรือถ้าจำเป็นต้องจ่าย ก็ควรต้องต่อรองให้จ่ายเท่าที่ไหวสิครับ”
.
อาจารย์ต้องกล้าปฏิเสธข้อเสนอที่ไม่เป็นธรรมกับคน กทม. สิครับ อาจารย์ต้องกล้าเป็นปากเป็นเสียงให้กับคน กทม. มากกว่านี้ ผมรู้ดีว่าอาจารย์เป็นคนใจดี เวลาที่ใครจะมาเอาเปรียบอาจารย์ อาจารย์ยอมได้เสมอ แต่นี่รัฐบาลไม่ได้จะมาเอาเปรียบอาจารย์นะครับ แต่เขากำลังมาเอาเปรียบคน กทม. ซึ่งในฐานะผู้ว่าฯ กทม. ที่ชาว กทม. เลือกมา อาจารย์จะยอมไม่ได้ครับ
.
อาจารย์ต้องกล้าขัดขืนต่อความอยุติธรรม ซึ่งผมเชื่อว่าชาว กทม. ทุกคนพร้อมที่จะยืนเคียงข้างอาจารย์ เพื่อต่อสู้กับอำนาจอยุติธรรมอยู่แล้ว ผมจึงจำเป็นต้องฝากประเด็นนี้ให้อาจารย์ได้ทบทวน ด้วยความปรารถนาดีจริงๆ
.
และถ้าผมสามารถเป็นปากเป็นเสียงช่วยอาจารย์ได้ ก็อย่าได้เกรงใจ ผมยังคงเชื่อมั่นในตัวอาจารย์ และพร้อม Support อาจารย์เสมอครับ
.
https://www.facebook.com/wirojlak/posts/pfbid02TykMbJrSy3bjvdEqam9qE3JqGHV4ZKM7KVfeCWBmb8HNewX5s2FQN6SBVNkiNLval
.

.
2 ส.ว.สุนทร-นันทนา แนะรัฐบาลหยุดร้องรำทำเพลงเร่งแก้ปัญหาปชช. ติงน้ำมันแพงค่าแรงถูก
https://www.matichon.co.th/politics/news_5950480
.
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะ ประธานคณะอนุกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ใน คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา และ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส ส.ว. ร่วมกันแถลงวิกฤตราคาน้ำมันและโครงสร้างราคาพลังงานในปัจจุบัน โดยระบุว่ารัฐบาลมีแต่มาตรการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ขาดความจริงจังและความต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาระยะยาว
.
น.ส.นันทนา นันทวโรภาส กล่าวว่า ว่า รัฐบาลอย่ามัวแต่ร้องรำทำเพลง และคิดว่าประชาชนไม่ลำบาก มาตรการที่ผ่านมาของรัฐบาลขาดความต่อเนื่องและ “ไม่ตรงจุด” การปล่อยให้ราคาน้ำมันและพลังงานผันผวนตามยถากรรม ถือเป็นการซ้ำเติมภาระค่าครองชีพของประชาชนที่กำลังเปราะบาง รัฐบาลไม่ควรใช้เพียงมาตรการลดแลกแจกแถมระยะสั้น หรือขอความร่วมมือแบบผิวเผิน แต่ต้องมีวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการวิกฤตพลังงานที่ชัดเจนกว่านี้
.
น.ส.นันทนายัยังได้เรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความ “จริงใจ” ด้วยการเร่งทบทวนโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งกำหนดมาตรการเชิงรุกที่สามารถจับต้องได้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนอย่างยั่งยืน ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาเฉพาะหน้าแล้วค่อยออกมาตั้งรับ
.
ด้านนายสุนทร กล่าวถึงการรับมือวิกฤตพลังงานในช่วงที่ผ่านมาว่า รัฐบาลมักออกมาตรการในลักษณะฉาบฉวยและแก้ปัญหาเพียงชั่วคราว เช่น การรณรงค์ให้ประชาชนประหยัดพลังงาน ลดแอร์ หรืองดใส่สูทมาประชุม แต่เมื่อเวลาผ่านไปสถานการณ์ก็กลับมาเหมือนเดิมโดยไม่มีการวางแผนรองรับอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตถึงกรณีที่รัฐบาลเคยระบุว่าไทยมีสต็อกน้ำมันเหลือเฟือจนอาจต้องส่งออกว่า หากซัพพลายล้นเหลือ เหตุใดราคาพลังงานในประเทศจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นต้นทุนหลักของสินค้าและกระทบค่าครองชีพอย่างหนัก
.
นายสุนทร ยังตั้งคำถามถึงโครงสร้างราคาพลังงานที่ล้าหลัง ซึ่งถูกคำนวณมาตั้งแต่ยุคที่ไทยยังไม่มีโรงกลั่นน้ำมัน ทำให้ต้องบวกค่าใช้จ่ายและค่าขนส่งเพิ่ม แต่ปัจจุบันไทยมีโรงกลั่นถึง 6 แห่งแล้ว จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนวิธีคิดและรื้อโครงสร้างนี้ แทนการแก้ปัญหาลูบหน้าปะจมูกแบบ “เฮฮากันไปที”
.
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในช่วงท้าย สมาชิกวุฒิสภาทั้งสองได้ฝากข้อเสนอแนะถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและรัฐบาล ให้เร่งดำเนินการแก้ปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อคืนความเป็นธรรมด้านราคาพลังงานให้กับคนไทยทั้งประเทศ.

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่