JJNY : เขียงหมูโอดหน้าฟาร์มขึ้น น้ำมันขยับขึ้น│ภาคปชช.วอนเท้งซักฟอกเพิ่ม│ภาวุธโอดถูกแขวน│นักวิทย์ชี้โลกร้อนเร่งตัวเร็ว

แม่ค้าเขียงหมูโอด หน้าฟาร์มขึ้น กก.ละ 4 บาท น้ำมันขยับขึ้นไม่หยุด
https://www.ch7.com/th/news/195582/
.
.
อุทัยธานี ตลาดเงียบเหงา 3 วันติด แม่ค้าเขียงหมูโอด ต้นทุนหน้าฟาร์มขึ้นกิโลกรัมละ 4 บาท น้ำมันขยับราคาขึ้นไม่หยุด หากต้นทุนปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ผู้ค้ารายย่อยในตลาดก็จะได้รับผลกระทบหนักขึ้น
 .
วันนี้ (21 ต.ค.69) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจราคาหมูสดที่ตลาดเทศบาล 2 อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี พบว่าบรรยากาศการค้าค่อนข้างเงียบเหงา มีประชาชนมาจับจ่ายซื้อของบางตา
 .
นางสาวสุภาภรณ์ โยธนา อายุ 56 ปี แม่ค้าเขียงหมูที่ค้าขายในตลาดแห่งนี้มานานกว่า 10 ปี เปิดเผยว่า ขณะนี้ราคาหมูสดจากหน้าฟาร์มปรับขึ้นกิโลกรัมละ 4 บาท ทำให้ร้านจำเป็นต้องปรับราคาขายตามต้นทุน โดยหมูเนื้อแดงซึ่งเดิมขายกิโลกรัมละ 130 บาท ปัจจุบันปรับเป็นกิโลกรัมละ 150 บาท ส่วนหมูบดและเนื้อหมูหั่นชิ้น ปรับขึ้นกิโลกรัมละ 10 บาท ขณะที่หมูสามชั้นจากเดิมกิโลกรัมละ 180 บาท ปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 200 บาท
 .
การปรับขึ้นราคาหมูหน้าฟาร์มครั้งละ 4 บาทถือว่าสูงมาก เพราะก่อนหน้านี้แม้จะปรับขึ้นครั้งละ 1–2 บาท ก็ส่งผลกระทบต่อร้านค้าแล้ว หากไม่ปรับราคาขายก็ต้องแบกรับภาระต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จนเสี่ยงขาดทุน ช่วงนี้ตลาดเงียบมาแล้ว 3 วัน จากเดิมที่ลูกค้ามักมาจับจ่ายตั้งแต่เช้าจนถึงช่วงบ่าย แต่เมื่อราคาสินค้าและเนื้อหมูสูงขึ้น ลูกค้าก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
 .
แม่ค้าเขียงหมู ระบุด้วยว่า ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น โดยในเดือนนี้มีการปรับราคาถึง 9 ครั้ง ส่งผลต่อค่าขนส่งหมูจากฟาร์มมายังตลาด พร้อมฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลราคาหมูหน้าฟาร์ม เพราะหากต้นทุนยังปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง ผู้ค้ารายย่อยในตลาดก็จะได้รับผลกระทบหนักขึ้น
.
ส่วนราคาผักหลังเทศกาลกินเจ มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยแม่ค้าระบุว่า ราคาปรับลดลงแทบทุกวัน เนื่องจากมีผักเพียงพอต่อความต้องการของตลาด ต่างจากช่วงเทศกาลกินเจที่ผู้บริโภคต้องการซื้อผักจำนวนมากจนบางแห่งมีสินค้าไม่เพียงพอจำหน่าย
.

.
ภาคประชาชน วอนเท้ง ซักฟอกเพิ่ม ปมอนุทิน แก้ภาษีบาป หวั่นเอื้อนายทุนเหล้า-บุหรี่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5941613
.
‘ภาคประชาชน’ ขอ ‘เท้ง’ ซักฟอกเพิ่มปม ‘อนุทิน’ แก้กฎหมายภาษีบาปหวังกินรวบประเทศ-เอื้อนายทุนน้ำเมา-บุหรี่ ด้าน ‘ณัฐยา’ เด้งรับ ชี้ผลกระทบเกิดขึ้นวงกว้าง
.
เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 21 ตุลาคม ที่รัฐสภา ภาคประชาชน ยื่นหนังสือถึงนายณัฐพงษ์ เรืองปัญาวุฒิ  สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน เพื่อขอให้แสดงจุดยืนคัดค้านและผลักดันให้รัฐบาล และพรรคภูมิใจไทยถอนร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่เกี่ยวข้องกับ 4 องค์กรที่ได้รับงบตรงจากภาษีเฉพาะจากบริษัทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบริษัทบุหรี่ (Earmarked Tax) หรือภาษีบาป โดยมี น.ส.ณัฐยา บุญภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นตัวแทนรับมอบ
.
ตัวแทนภาคประชาชน กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลยื่นร่างกฎหมาย ปรับเปลี่ยนการรับงบประมาณของ 4 องค์กร จากที่ได้งบฯ ตรงจากภาษีบาปนั้น จะกระทบกับการทำงานด้านส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค และความเป็นอิสระของสื่อ จึงขอเรียกร้องไปยังพรรคประชาชน 4 เรื่องคือ
.
1. ขอให้แสดงจุดยืนคัดค้านร่างแก้ไขกฎหมาย และขอให้ผลักดันให้รัฐบาลถอนร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ ออกจากการพิจารณา
.
2. ขอเรียกร้องให้มีการใช้กลไกการปฏิรูปโครงสร้างองค์กร โดยตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่มีตัวแทนจากทุกภาคส่วน รวมถึงภาคประชาชนสังคม และเครือข่ายผู้ใช้แรงงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบสร้างความโปร่งใส ไม่ลดทอนความเป็นอิสระ
.
3. ขอให้พิจารณา โดยเน้นความสำคัญของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับแรงงานที่ต้องการการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง
.
4. ขอให้พรรคประชาชนพิจารณาอย่างเร่งด่วนในประเด็นผลกระทบทางด้านสุขภาพ ความปลอดภัย ความมั่นคง ในสถานประกอบการ แรงงานนอกระบบ และแรงงานที่มีปัญหาสถานะบุคคล
.
ทั้งนี้ หวังว่าร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะถูกถอนออกจากการพิจารณาของสภาฯ
.
ด้านนายนิติรัตน์ ทรัพย์สมบูรณ์ เครือข่ายรัฐสวัสดิการเพื่อความเท่าเทียมและความเป็นธรรม (We Fair) กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนการจัดสรรงบฯ เท่านั้น แต่เกี่ยวกับการกระจายอำนาจ การรวมกลุ่มของพี่น้องประชาชนและกลไกสาธารณะต่างๆ ในวันที่สังคมตั้งคำถามเยอะเกี่ยวกับ “ระบอบสีน้ำเงิน” ทำให้เรากังวลว่าการแก้ไขกฎหมายรอบนี้เป็นลักษณะของการกินรวบประเทศนี้หรือไม่ รวมถึงจะมีการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุนสุราและบุหรี่หรือไม่ ฉะนั้น จึงขอให้พรรคประชาชนในฐานะแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านใช้กลไกรัฐสภาในการตรวจสอบร่างกฎหมายดังกล่าว โดยเข้าสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะถึงนี้ด้วย
.
ขณะที่ น.ส.ณัฐยา กล่าวว่า เราจะรับหนังสือร้องเรียนนี้ไปหารือกันต่อไป ทั้งนี้ยอมรับว่า มีประชาชนแสดงความเห็นต่อร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย สะท้อนให้เห็นว่ามีผลกระทบกับสังคมในวงกว้าง จึงต้องร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบ
.

.
ภาวุธ โอดถูกแขวนหน้าสื่อ เหมือนเป็นหัวโจก เทียบคดีไอเดียร์ แตกต่างชัด ดูท่าทีรมต.ก็เห็น
https://www.matichon.co.th/politics/news_5941582
.
‘ภาวุธ’ โอด ถูกแขวนหน้าสื่อ ไม่อยากพูดเยอะแล้ว ยันไม่เคยหนี-บริสุทธิ์ใจ ปัดเป็นหัวโจกคดี Forex สะกิดรัฐมนตรี ปฏิบัติสองมาตรฐานเทียบอีกคดี
.
​เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในคดี Forex ว่า ขณะนี้อยู่ในมือของอัยการ และตนพบกับอัยการอยู่ตามขั้นตอน ไม่ได้หลบหนีไปไหน พร้อมเข้ากระบวนการตั้งแต่วันแรกๆ เลย ไม่เก็บตัว ไม่หลบหนี
.
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อกังวลอะไรหรือไม่ นายภาวุธ กล่าวว่า ไม่มีข้อกังวล ตนก็ติดตามสื่อ คือข่าวของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ มีการมาพาดพิงตนเองว่า “ภาวุธทำสแกมเมอร์ ภาวุธทำพนันหรือเปล่า ผมขอยืนยันอีกทีว่าผมไม่ใช่ คนทำธุรกิจ Forex คนทำพนัน ธุรกิจสีดำ” ฉะนั้น ข้อมูลทุกอย่างส่งให้ทางหน่วยงานแล้ว คือดีเอสไอ และทางดีเอสไอส่งให้อัยการแล้ว และส่วนตัวมีการทำหนังสือขอความเป็นธรรมไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม และเชื่อว่า คดีตนเข้าสู่กระบวนการอย่างชัดเจน และไม่ได้มีการหลบหนีหากใครติดตามข่าว ตนเข้าไปชี้แจงความบริสุทธิ์ตัวเอง ตั้งแต่มีการออกหมายจับ ตนเข้าไปเองตลอด ไม่มีการเรียกร้องอะไร ก่อนจะหยุดชะงัก และกล่าวว่า “เดี๋ยวเป็นข่าวแน่เลย” วันนี้จึงอยากให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
.
นายภาวุธ ย้ำว่า ขณะนี้ข้อมูลทุกอย่างมีครบหมด ที่เห็นว่ามีเส้นเงินมากมายวิ่งเข้าหาตน แต่ทุกอย่างมีข้อมูลชัดเจน มีที่มาที่ไปอย่างถูกต้อง ซึ่งอยู่ในสำนวนหมดแล้ว คิดว่าให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายดีกว่า
.
เมื่อถามว่า มีการเปรียบเทียบกับคดีของ น.ส.สุชาดา มองเป็นหมากทางการเมืองหรือไม่ นายภาวุธกล่าวว่า ก็คิดได้ เพราะว่าวันนี้ก็เป็น ส.ส. โดนคดีคล้ายๆ กัน แต่อาจจะแตกต่างกัน คือคดีตน หากดูภาพรวมคดีมีผู้เกี่ยวข้อง 50 กว่าคน ตนเป็นหนึ่งในนั้น และไม่ใช่ตัวหลัก ไม่ใช่คนทำ Forex ด้วยซ้ำ แต่ถูกดึงมา กลายเป็นเหมือนหัวหน้า หัวโจก ของคดีนี้เลย ทั้งที่เป็นตัวเล็กๆ ไม่ได้เกี่ยวเกี่ยวข้องเลย มีเส้นเงินวิ่งผ่าน แต่อีกคดีหนึ่งก็อาจมีความแตกต่างกัน และจะเห็นได้ชัดว่า คำพูดของรัฐมนตรี มันแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น ก็ตามนั้น ตนไม่อยากพูดเยอะ เดี๋ยวก็เป็นข่าวอีก
.
ผู้สื่อข่าวถามว่า มองคดีของ น.ส.สุชาดา อย่างไร นายภาวุธกล่าวว่า ให้เป็นไปตามขั้นตอน ตนไม่อยากแสดงความคิดเห็นตรงนั้น และส่วนตัวเข้าใจว่าคนที่โดนคดีเป็นอย่างไร หน้าตัวเองอยู่ตามสื่อเป็นอาทิตย์ ตนก็ว่าไม่สนุกเท่าไหร่ ไม่รู้ ก็ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนคดี

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่