JJNY : 5in1 โรมโต้ศุภชัย│ไอซ์ล็อกเป้าไชยชนก│วิป 3 ฝ่ายวงแตกซ้ำ│กลุ่มสว.สำรองค้านปิยะ│เคียฟยังโดนถล่ม หลังปูตินร่วมเจรจา

โรม โต้ ศุภชัย ยื่นป.ป.ช.สอบจริยธรรม ชี้ปัญหาไม่ใช่ข้อกฎหมาย แต่เพราะแตะต้องคน สีน้ำเงิน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5943536
.
.
“โรม” โต้ “ศุภชัย” ร้อง ป.ป.ช. สอบจริยธรรม ชี้ปมขัดแย้งไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมาย แต่เพราะตรวจสอบคน “สีน้ำเงิน” พร้อมซัดการวอล์คเอาท์-ตีรวน คือความพยายามบั่นทอนระบบตรวจสอบของฝ่ายค้าน
.
เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เตรียมที่จะร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อสอบจริยธรรมของตนว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียด แต่ตามกระบวนการแล้ว การที่ถูกร้องเรียนไม่ได้หมายความว่าผู้ถูกร้องเรียนจะมีความผิด ต้องไปดูว่ากระบวนการต่อไปจะเป็นอย่างไร
.
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าทั้งหมดที่เราทำไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย เพราะมีการประชุมเกี่ยวกับเรื่องสินบน 40 ล้านบาทมาหลายครั้งแล้ว ถ้าจะมีการไม่เห็นด้วย ก็ควรไม่เห็นด้วยมาตั้งนานแล้ว แต่กลับมาไม่เห็นด้วยเพียงเพราะเรื่องนี้มีความเชื่อมโยงกับ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย เกี่ยวกับเว็บพนัน หากเป็นเช่นนี้ เดี๋ยวสังคมก็จะเข้าใจว่าสิ่งที่นายศุภชัยทำทั้งหมด เป็นความพยายามปกป้องผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดให้พ้นจากการตรวจสอบ ซึ่งคิดว่าไม่ควรจะเป็นความตั้งใจแบบนั้นของนายศุภชัย
.
สิ่งที่นายศุภชัยควรทำคือใจเย็นๆ เราทำงานตรวจสอบก็ว่ากันตามพยานหลักฐาน ตนเป็น สส. ฝ่ายค้านและประธานกรรมาธิการ ไม่มีอำนาจในการสั่งการหน่วยงานรัฐอยู่แล้ว ทุกอย่างจึงต้องว่าไปตามหลักฐาน ผิดก็ว่าไปตามผิด ท่านไม่ต้องห่วงหรือกลัวในเรื่องนี้
.
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ส่วนถ้าท่านจะไม่เห็นด้วยหรือมีข้อเสนออื่น ก็มีข้อบังคับอยู่ เช่น การเสนอของนายศุภชัยล่าสุดที่มีผู้รับรองเพียง 4 คน จึงไม่สามารถบรรจุเป็นญัตติได้ ส่วนที่ตนให้นายศิริโชค โสภา อดีต สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ พูดในที่ประชุมนั้น ก็เป็นอำนาจของประธาน ส่วนนายศุภชัยไม่ใช่ประธาน และที่ไม่เห็นด้วยก็เป็นความคิดเห็นของท่าน แต่การที่ท่านจะวอล์คเอาท์และเรียกร้องให้เพื่อนคนอื่นวอล์คเอาท์ตาม ก็ขอให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่าเหมาะสมหรือไม่ ยืนยันว่าตั้งแต่มีการประชุมประธานกรรมาธิการ 35 คณะ เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา การร้องสอบจริยธรรมของตนและการวอล์คเอาท์ในวันนี้ เอาเข้าจริงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย หรือเป็นปัญหาเพราะตนในฐานะประธานกรรมาธิการ มีการออกมติให้ใช้อำนาจเรียกนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และเรียกนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะอดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เชื่อมโยงกับการโกงสอบท้องถิ่น และตนมีมติเรียกนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ อดีตที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และวันนี้มาถึงคิวของ น.ส.สุชาดา
.
“พูดง่ายๆ ปัญหาไม่ใช่ข้อกฎหมาย แต่ปัญหาเพราะผมไปตรวจสอบสีน้ำเงิน วันนี้เลยพยายามตีรวน และทำให้ทุกระบบเป็นปัญหา มีความพยายามกดดันข้าราชการ กดดันฝ่ายเลขานุการ เพื่อที่จะไปยืนอยู่ข้างหลังข้าราชการ แล้วเอาความเห็นที่ไม่ถูกต้องตามข้อบังคับมาบีบบังคับเรา สิ่งที่เราเห็นอยู่ตอนนี้คือความพยายามทำลายระบบตรวจสอบของสภาฯ และฝ่ายค้าน ซึ่งมีอยู่ไม่กี่อย่าง คือความพยายามกินรวบอำนาจในสภา เพื่อทำให้เราไม่สามารถตรวจสอบกันได้ วันนี้ปัญหามีแค่นี้ เพราะผมตรวจสอบเรื่องอื่นคุณไม่เคยมีปัญหา แต่ถ้าผมตรวจสอบคนของสีน้ำเงิน ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะเชื่อมโยงกับสิ่งผิดกฎหมายอย่างไรบ้าง คุณมีปัญหา นี่คือคุณกำลังปกป้องผู้ที่กระทำความผิดหรือไม่” นายรังสิมันต์ กล่าว
.
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่นายศุภชัยตีความว่าการจะเชิญใครมา ต้องใช้มติที่ประชุม ไม่ใช่อำนาจของประธาน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เพราะนายศุภชัยไม่เข้าใจ ตนไม่เข้าใจว่านายศุภชัยตีความกฎหมายมั่วซั่วได้อย่างไร เพราะตามข้อบังคับระบุว่า อำนาจของประธานที่มีอย่างไรในห้องประชุมใหญ่ ให้เอามาใช้ในกรณีของกรรมาธิการโดยอนุโลม แต่วันนี้ที่นายศุภชัยเสนอญัตติ ถ้าเป็นห้องประชุมใหญ่ นายศุภชัยต้องได้รับเสียงสนับสนุน 20 คน แต่ถ้าเป็นกรรมาธิการต้องการเสียงสนับสนุน 5 คน แต่นี่นายศุภชัยพยายามไม่เข้าใจ และตนขอถามกลับว่า เคยเห็นหรือไม่ว่าประธานสภาฯ ถามที่ประชุม สส. ก่อนว่าจะบรรจุวาระอะไร มีใครจะเสนอหรือไม่ ซึ่งไม่มี เพราะอำนาจในการบรรจุระเบียบวาระทั้งหมดเป็นของประธานสภาฯ ตามระเบียบข้อที่ 22 ของข้อบังคับการประชุมสภาฯ ซึ่งข้อนี้ก็ถูกนำมาใช้อนุโลมในการประชุมกรรมาธิการ ดังนั้น ทั้งหมดนี้คือการตีรวนเพื่อช่วยเหลือพวกพ้อง
.

.
ไอซ์ รักชนก ล็อกเป้า ไชยชนก ศึกซักฟอก เมินตอบ กล้าธรรมร่วมรัฐบาลอนุทิน ทำงานยาก
https://www.matichon.co.th/politics/news_5943271
.
‘ไอซ์ รักชนก’ ชิ่งตอบฉากทัศน์การเมือง หาก ‘กล้าธรรม’ ร่วมรัฐบาล ลั่น ไม่หรอกค่ะ หลังถูกถามทำงานยากขึ้นหรือไม่ ยันอภิปราย ‘ไชยชนก’ แน่นอน เหตุเป็นเรื่องที่ติดตาม
.
เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 22 ตุลาคม ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า พร้อมแล้ว ส่วนเนื้อหาคงเปิดเผยไม่ได้ แต่ทุกคนคงเดาได้
.
ผู้สื่อข่าวถามว่า พุ่งเป้าไปที่หัวใจพรรคภูมิใจไทย อย่าง นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) หรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า แน่นอน เพราะเป็นเรื่องที่ติดตามมาตลอด
.
เมื่อถามถึง กระแสข่าวที่พรรคกล้าธรรมจะเข้าร่วมรัฐบาล ภายหลังกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค รับประทานอาหารและถ่ายรูปร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี น.ส.รักชนก รีบตอบว่า “ดิฉันกำลังจะไปแล้ว” ก่อนจะเดินออกจากวงสัมภาษณ์
.
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากพรรคกล้าธรรมไปร่วมรัฐบาล จะทำให้พรรคประชาชนทำงานยากขึ้นหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า “ไม่หรอกค่ะ”
.

.
ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์วุ่น วิป 3 ฝ่ายวงแตกซ้ำ ยันซักฟอก 5 วัน บี้ปธ.ส่งเรื่องกลับรบ. หาวันใหม่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5943739
.
‘ฝ่ายค้าน’ วอล์กเอาท์วงวิป 3 ฝ่าย หลังถกเคาะวันซักฟอกไม่ลงตัว จี้ ‘มัลลิกา-ปธสภาฯ’ ส่งเรื่องกลับ ครม.หาวันใหม่ ‘พริษฐ์’ ถามกลับอีก 2 เดือนก่อนปิดสมัยประชุม จะไม่มีวันว่างจริงหรือ
.
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภาในการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร (วิป) วาระกำหนดวันประชุมและการจัดสรรเวลาในการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เป็นประธานการประชุม โดยมี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะวิปฝ่ายค้าน เข้าร่วมประชุม
.
นายพริษฐ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังที่วอล์คเอาท์จากการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร วาระกำหนดวันประชุมและการจัดสรรเวลาในการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ว่า ที่ประชุมไม่มีข้อสรุป และตนต้องย้ำว่าต้นตอของการพยายามลดต้นตอของปัญหา ในการพยายามหาทางออกเรื่องนี้ เริ่มมาจากทัศนคติของรัฐบาล ที่มองว่าสภาฯ เป็นสาขาของรัฐบาล ตนเช็คกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง ไม่เคยมีครั้งไหนที่อยู่ดีๆ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ออกหนังสือเป็นมติครม. ส่งมาที่สภาฯ ก่อนมีการหารือร่วมกันของวิป 3 ฝ่าย แล้วมากำหนดว่าครม. พร้อมเฉพาะวันนั้นหรือวันนี้ และพยายามบีบสภาฯ โดยเฉพาะฝ่ายค้านที่เป็นผู้เสนอญัตติ ให้อยู่ภายใต้กรอบเวลาดังกล่าว
.
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หากเรามองภาพที่ใหญ่กว่า การหารือเรื่องดังกล่าว ตนเชื่อว่าทุกคนจะเห็นถึงความพยายามของรัฐบาล ในช่วงที่ไม่กี่วันที่ผ่านมาที่พยายามเข้ามาแทรกแซง และทำลายกลไกตรวจสอบถ่วงดุลของสภาฯ มาโดยตลอด ซึ่งนอกจากเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราก็เห็นว่าที่ประชุมของประธานคณะกรรมาธิการ 35 คณะเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา แม้จะมีการตั้งธงว่ามีการพูดคุยเกี่ยวกับการแก้ปัญหา เรื่องความซ้ำซ้อน ของหัวข้อหรือประเด็นที่แต่ละคณะกรรมาธิการพิจารณา แต่ท้ายที่สุดก็มีความพยายามสอดไส้ และนำพาที่ประชุมไปสู่ข้อสรุป ว่าต่อไปนี้กมธ. ไหนจะประชุมเรื่องอะไร ต้องเป็นมติที่ประชุมเท่านั้น ซึ่งขัดต่อแนวปฏิบัติที่ผ่านมา และเปิดช่องให้เสียงข้างมาก สามารถใช้เสียงในกรรมาธิการเพื่อปิดกั้นวาระ ที่เป็นการตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาลได้
.
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า นี่เป็นสิ่งที่เราเห็นถึงการทำงานของรัฐบาลที่เป็นระบบที่พยายามเข้ามาทำลายกลไกของฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบ ตนย้ำว่าที่ผ่านมา เราได้มีการแจ้งไปตลอดว่าสิ่งที่พรรคฝ่ายค้านเราให้ความสำคัญมากที่สุด เกี่ยวกับการทำหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ คือการจัดสรรวันและเวลาที่เพียงพอให้ทั้งฝ่ายค้านทำหน้าที่เสนอข้อกล่าวหา และฝ่ายครม. ทำหน้าที่ชี้แจง
.
“เมื่อผลเริ่มเห็นท่าทีไม่ดี ก็บอกไปด้วยซ้ำว่า แม้ว่าตอนแรกที่เราตั้งต้นว่าจะอภิปรายช่วงปลายเดือนตุลาคม ต้นพฤศจิกายน แต่หากติดขัดจริงๆ มีภารกิจที่ไม่สามารถเลื่อนได้จริงๆ นายกรัฐมนตรีต้องไปร่วมประชุมนานาชาติจริงๆ เราก็พร้อมที่ขยับเวลาออกไป ขอเพียงแค่มีการจัดสรรวันและเวลาที่เพียงพอในการทำหน้าที่ตรงนี้ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมผ่านมา เราก็ย้ำข้อเสนอตรงนี้อีกว่าหากสมมติจำเป็นที่จะต้องขยับออกไป เพื่อให้มีวันและเวลาเพียงพอสำหรับทั้ง 2 ฝ่ายในการทำหน้าที่เราก็ยินดี แต่มาจนถึงวันนี้ ฝ่ายรัฐบาลก็ยังไม่มีข้อเสนออะไรที่จะแก้ปัญหาตรงนี้ ยังคงพยายามที่จะยืนยันว่าจะต้องอภิปรายสัปดาห์หน้า และยืนยันว่าจะไม่ให้เวลาเรา 5 วัน หรือจำนวนชั่วโมงที่เพียงพอในการทำหน้าที่ พอเป็นแบบนี้ก็ไม่มีข้อสรุป” นายพริษฐ์ กล่าว
.
เมื่อถามว่า หมายความว่าสมัยประชุมนี้จะไม่มีการอภิปรายใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนเสนอไปก่อนที่จะเดินออกมาว่าให้น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนคนที่ 1 ในฐานะที่เป็นประธานที่ประชุม ทำหนังสือกลับไปที่ครม. ว่าทั้ง 2 ฝ่าย ไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ ในช่วงเวลา 3 วันที่ครม. เสนอมา และทำหนังสือถามไปยังครม. เพื่อให้พิจารณาหาวันที่เหลืออยู่ ในสมัยประชุมนี้คือเดือนพฤศจิกายน และธันวาคม ให้ทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน ในช่วงเวลาใหม่ที่ครม.เสนอมา แต่ทางรองประธานสภาฯ ไม่ได้รับปาก แม้กระทั่งจะทำแค่นี้ทางเราก็ไม่มีทางเลือก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่