รศ.นพ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เขียนไว้ในนิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 456 เมษายน 2560 ว่า ภาวะลมแดดและเพลียแดดเป็นความเจ็บป่วยที่มากับหน้าร้อนซึ่งหลายคนมองข้าม ทั้งที่อันตรายมากและป้องกันได้ครับ
🔎
ไม่ได้เกิดแค่กับทหารหรือนักกีฬา
โดยปกติร่างกายคนเรามีอุณหภูมิประมาณ 36 ถึง 37 องศาเซลเซียส ภาวะนี้เกิดเมื่อร่างกายควบคุมอุณหภูมิไม่ได้ เพราะความร้อนมากเกินไปและสูญเสียเหงื่อและสารน้ำอย่างมาก บางคนอาจคิดว่าเกิดเฉพาะทหารหรือนักกีฬากลางแจ้ง แต่จริงๆ เกิดได้ในเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยด้วย รวมถึงนักท่องเที่ยวจากเมืองหนาวที่เพิ่งมาถึง แล้วออกกำลังกายกลางแจ้งหักโหมหรืออยู่กลางแดดนานๆ เพราะร่างกายยังปรับตัวไม่ทันครับ
⚠️
ทำไมลมแดดถึงน่ากลัว
ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขทัน อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น ตับและไตวาย กล้ามเนื้อสลายตัว หัวใจเต้นผิดจังหวะ น้ำท่วมปอด ลิ่มเลือดอุดตันในกระแสเลือด และช็อก
💊
เรื่องยา
ยาบางชนิดอาจทำให้เกิดภาวะนี้ง่ายขึ้นเมื่ออยู่ในที่ร้อนนานๆ นอกจากยาขับปัสสาวะ ยาลดความดัน ยาโรคหัวใจ และยาลดน้ำมูกแก้หวัดที่ใน Info แล้ว ผู้เขียนยังระบุยาระบาย ยากันชัก ยาทางจิตเวชบางชนิด และยาไทรอยด์ ผู้ที่มีโรคหรือใช้ยาเหล่านี้ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ร้อนจัดเป็นเวลานาน แต่ห้ามหยุดหรือปรับยาเองนะครับ
👨👩👧
สำหรับผู้ดูแล
ผู้ที่ดูแลผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก ควรระวังเรื่องอุณหภูมิอากาศ ไม่ให้ร้อนอบอ้าว และให้ได้รับน้ำเพียงพอ
👨⚕️ เพิ่มเติมจากคอลัมน์ "ชี้โรค-แจงยา" หมอชาวบ้าน
ฉบับที่ 444 เมษายน 2559
- โรคลมแดดไม่ใช่การเป็นลมธรรมดา การเป็นลมธรรมดามักฟื้นเองได้ในเวลาสั้นๆ แต่ลมแดดอาจถึงขั้นหมดสติและเสียชีวิตได้หากแก้ไขไม่ทัน
- ไม่ควรปล่อยเด็กเล็กไว้ในรถตามลำพัง แม้เพียงประเดี๋ยวเดียว เมื่อไม่ใช้รถควรปิดล็อกประตู และเก็บกุญแจไว้ในที่เด็กเอื้อมไม่ถึง
สงสัยว่าเป็นลมแดด ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ไม่ควรรอดูอาการที่บ้านนะครับ หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาประจำ และกังวลเรื่องอากาศร้อน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรครับ
📌
ข้อมูลปัจจุบันจากกรมควบคุมโรค (ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของบทความต้นฉบับ)
- ระหว่างรอความช่วยเหลือ ให้ผู้ป่วยนอนราบและยกเท้าสูง ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบที่หน้าผาก ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ ร่วมกับใช้พัดลมเป่า
- ไม่ควรใช้ผ้าเปียกคลุมตัว เพราะจะขัดขวางการระเหยของน้ำออกจากร่างกาย
- สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
อัปเดตจาก : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (เอกสารเผยแพร่ปี 2567 และ 2568)
ที่มา : รศ.นพ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล คอลัมน์ "เรื่องน่ารู้" นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 38 ฉบับที่ 456 เมษายน 2560
หน้ามืด ตัวร้อน หลังตากแดดนานๆ... แค่เพลีย หรือเริ่มเป็นลมแดดครับ? ☀️
🔎 ไม่ได้เกิดแค่กับทหารหรือนักกีฬา
โดยปกติร่างกายคนเรามีอุณหภูมิประมาณ 36 ถึง 37 องศาเซลเซียส ภาวะนี้เกิดเมื่อร่างกายควบคุมอุณหภูมิไม่ได้ เพราะความร้อนมากเกินไปและสูญเสียเหงื่อและสารน้ำอย่างมาก บางคนอาจคิดว่าเกิดเฉพาะทหารหรือนักกีฬากลางแจ้ง แต่จริงๆ เกิดได้ในเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยด้วย รวมถึงนักท่องเที่ยวจากเมืองหนาวที่เพิ่งมาถึง แล้วออกกำลังกายกลางแจ้งหักโหมหรืออยู่กลางแดดนานๆ เพราะร่างกายยังปรับตัวไม่ทันครับ
⚠️ ทำไมลมแดดถึงน่ากลัว
ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขทัน อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมา เช่น ตับและไตวาย กล้ามเนื้อสลายตัว หัวใจเต้นผิดจังหวะ น้ำท่วมปอด ลิ่มเลือดอุดตันในกระแสเลือด และช็อก
💊 เรื่องยา
ยาบางชนิดอาจทำให้เกิดภาวะนี้ง่ายขึ้นเมื่ออยู่ในที่ร้อนนานๆ นอกจากยาขับปัสสาวะ ยาลดความดัน ยาโรคหัวใจ และยาลดน้ำมูกแก้หวัดที่ใน Info แล้ว ผู้เขียนยังระบุยาระบาย ยากันชัก ยาทางจิตเวชบางชนิด และยาไทรอยด์ ผู้ที่มีโรคหรือใช้ยาเหล่านี้ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ร้อนจัดเป็นเวลานาน แต่ห้ามหยุดหรือปรับยาเองนะครับ
👨👩👧 สำหรับผู้ดูแล
ผู้ที่ดูแลผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก ควรระวังเรื่องอุณหภูมิอากาศ ไม่ให้ร้อนอบอ้าว และให้ได้รับน้ำเพียงพอ
👨⚕️ เพิ่มเติมจากคอลัมน์ "ชี้โรค-แจงยา" หมอชาวบ้าน
ฉบับที่ 444 เมษายน 2559
- โรคลมแดดไม่ใช่การเป็นลมธรรมดา การเป็นลมธรรมดามักฟื้นเองได้ในเวลาสั้นๆ แต่ลมแดดอาจถึงขั้นหมดสติและเสียชีวิตได้หากแก้ไขไม่ทัน
- ไม่ควรปล่อยเด็กเล็กไว้ในรถตามลำพัง แม้เพียงประเดี๋ยวเดียว เมื่อไม่ใช้รถควรปิดล็อกประตู และเก็บกุญแจไว้ในที่เด็กเอื้อมไม่ถึง
สงสัยว่าเป็นลมแดด ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลหรือโทร 1669 ไม่ควรรอดูอาการที่บ้านนะครับ หากมีโรคประจำตัวหรือใช้ยาประจำ และกังวลเรื่องอากาศร้อน ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรครับ
📌 ข้อมูลปัจจุบันจากกรมควบคุมโรค (ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของบทความต้นฉบับ)
- ระหว่างรอความช่วยเหลือ ให้ผู้ป่วยนอนราบและยกเท้าสูง ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบที่หน้าผาก ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ ร่วมกับใช้พัดลมเป่า
- ไม่ควรใช้ผ้าเปียกคลุมตัว เพราะจะขัดขวางการระเหยของน้ำออกจากร่างกาย
- สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422
อัปเดตจาก : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (เอกสารเผยแพร่ปี 2567 และ 2568)
ที่มา : รศ.นพ.วีรศักดิ์ เมืองไพศาล คอลัมน์ "เรื่องน่ารู้" นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 38 ฉบับที่ 456 เมษายน 2560