น้ำมูก ช่วยดักจับฝุ่นและสิ่งแปลกปลอม รวมถึงรักษาความชุ่มชื้นภายในจมูก เมื่อเยื่อบุจมูกเกิดการระคายเคืองหรืออักเสบ ปริมาณ ความเหนียวข้น และ สีของน้ำมูกอาจเปลี่ยนแปลงได้
หลายคนจึงสังเกตสี เพื่อประเมินว่าอาการหวัดรุนแรงขึ้นหรือไม่ แต่สีของน้ำมูกเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกสาเหตุหรือความรุนแรงของโรคได้ แพทย์จำเป็นต้องพิจารณาอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คัดจมูก ไข้ ปวดบริเวณใบหน้า การได้กลิ่นลดลง รวมถึงระยะเวลาและแนวโน้มของอาการ
น้ำมูกแต่ละสีบอกอะไรได้บ้าง
⚠️ น้ำมูกใส
น้ำมูกใสพบได้ในภาวะปกติ หากไหลมากผิดปกติ อาจเกิดจากภูมิแพ้ หวัดในระยะแรก หรือ การระคายเคืองจากฝุ่น อากาศเย็น หรือ สิ่งกระตุ้นอื่นๆ หากเกิดจากสาเหตุภูมิแพ้ มักมีอาการจาม คันจมูก หรือคันตาร่วมด้วย การพิจารณาอาการเหล่านี้ร่วมกันจึงช่วยบอกสาเหตุได้ดีมากขึ้น
⚠️ น้ำมูกสีขาวหรือขุ่น
เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูก ทำให้น้ำมูกระบายออกยากขึ้นและคั่งอยู่นาน จึงข้นและขาวขุ่น ลักษณะนี้พบได้ในโรคหวัดและการอักเสบของจมูกหลายชนิด แต่ ไม่สามารถใช้บอกได้ว่าเกิดเชื้อประเภทใด
⚠️ น้ำมูกสีเหลือง หรือ น้ำมูกสีเขียว
น้ำมูกที่เปลี่ยนสีสามารถพบได้ระหว่างที่ร่างกายตอบสนองต่อการอักเสบหรือการติดเชื้อ เกิดจากเม็ดเลือดขาว ที่กำลังทำงานต่อสู้กับการอักเสบ พบได้ทั้งการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ดังนั้น น้ำมูกสีเหลืองหรือเขียวไม่ได้ยืนยันว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย และไม่ได้หมายความว่าโรครุนแรงเสมอไป จึงไม่ควรใช้สีของน้ำมูกเพียงอย่างเดียวเป็นเหตุผลในการซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเอง
⚠️ น้ำมูกมีเลือดปน
เลือดปริมาณเล็กน้อยอาจเกิดจากเยื่อบุจมูกแห้ง การระคายเคือง การแคะจมูก หรือการสั่งน้ำมูกแรง โดยเฉพาะในช่วงที่เป็นหวัดหรือมีอากาศแห้ง แต่หากมีเลือดปนซ้ำ ๆ เลือดออกมาก หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการคัดจมูกหรือเลือดปนเพียงข้างเดียวอย่างต่อเนื่อง
🚨 เมื่อไรควรสงสัยว่าเป็นไซนัสอักเสบ
อาการของไซนัสอักเสบ ได้แก่ คัดจมูก มีน้ำมูกขุ่นข้นหรือเปลี่ยนสี ปวดหรือแน่นบริเวณใบหน้า และการได้กลิ่นลดลง โดยทั่วไปจะต้องมีอาการอย่างน้อย 2 ใน 4 ข้อนี้ และหนึ่งในนั้นต้องเป็นอาการคัดจมูกหรือมีน้ำมูกขุ่นข้น หรือเปลี่ยนสีร่วมด้วย
👉 ดูแลตนเองอย่างไรเมื่อมีน้ำมูก
หากอาการไม่รุนแรง ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงฝุ่น ควัน หรือสิ่งที่ทำให้จมูกระคายเคือง การล้างจมูกด้วยน้ำเกลืออาจช่วยชะล้างน้ำมูกและบรรเทาอาการคัดจมูกได้ โดยควรใช้น้ำเกลือและอุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับการล้างจมูก พร้อมทำความสะอาดอุปกรณ์หลังใช้ทุกครั้ง
ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเองเพียงเพราะน้ำมูกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือเขียว เนื่องจากยาปฏิชีวนะไม่รักษาโรคหวัดที่เกิดจากไวรัส และไซนัสอักเสบหลายกรณีก็ไม่จำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะ
🏥 อาการแบบไหนควรพบแพทย์
หากมีอาการไซนัสอักเสบนานกว่า 10 วันโดยไม่ดีขึ้น หรืออาการดีขึ้นช่วงแรกแล้วกลับแย่ลงภายหลัง หรือมีไข้สูงร่วมกับน้ำมูกขุ่นข้นและปวดใบหน้ามาก ควรพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม และ พิจารณาการรักษาที่เหมาะสม
เนื่องจากอาการเหล่านี้เกิดได้จากหลายสาเหตุ แพทย์จึงต้องพิจารณาลักษณะอาการ ระยะเวลาที่เป็น และตรวจภายในจมูกตามความจำเป็น โดย
ศูนย์หู คอ จมูก จะใช้ข้อมูลดังกล่าวประกอบการหาสาเหตุและวางแนวทางดูแลที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ไซนัสอักเสบเรื้อรัง รักษาด้วยยาแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือกลับมาเป็นซ้ำบ่อย ๆ จนรบกวนชีวิตประจำวัน สาเหตุสำคัญอาจเกิดจากการอุดกั้นของทางระบายในโพรงไซนัส ทำให้สารคัดหลั่งสะสมและเกิดการอักเสบต่อเนื่อง
การผ่าตัดส่องกล้องโพรงจมูกและไซนัส (Endoscopic Sinus Surgery หรือ ESS) จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญในการรักษาสำหรับผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ โดยแพทย์เฉพาะทางจะใช้กล้องขนาดเล็กความละเอียดสูงส่องเข้าไปทางรูจมูก เพื่อทำการขยายและเปิดทางระบายของโพรงไซนัส พร้อมนำเนื้อเยื่อที่มีการอักเสบ ริดสีดวงจมูก หรือสิ่งอุดตันออก โดย "ไม่มีแผลผ่าตัดภายนอก"
เทคนิคนี้ช่วยให้โพรงไซนัสกลับมาระบายอากาศและสารคัดหลั่งได้เป็นปกติ บรรเทาอาการคัดจมูก ปวดตึงใบหน้า และลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้สอบถามเพิ่มเติม
ศูนย์หู คอ จมูก
รพ.เวชธานี อินเตอร์เนชันแนล
โทร. 02-734-0000 ต่อ 3400
สีของน้ำมูก บอกได้จริงไหมว่าเรากำลังป่วยเป็นอะไร?
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้