เมื่อก่อนกินเท่านี้ก็ไม่อ้วน
นอนดึกหน่อยก็ยังไหว
แต่พอเข้าเลข 4 เลข 5 ทำไมทุกอย่างเปลี่ยนไป?
กินเท่าเดิม แต่น้ำหนักขึ้นง่าย
พุงเริ่มมา ทั้งที่ไม่ได้กินเยอะกว่าเดิม
นอนก็ไม่ค่อยหลับ ตื่นมาก็ยังเหนื่อย
แถมบางวันยังร้อนวูบวาบแบบไม่มีเหตุผล
หลายคนเริ่มคิดว่าตัวเองเผาผลาญพัง
แต่ผมอยากบอกว่า บางครั้งนี่อาจเป็นช่วง
ที่ฮอร์โมนกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่วัยทองครับ
โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง
ร่วมกับมวลกล้ามเนื้อที่เปลี่ยนไปตามวัย
ทำให้ร่างกายมีแนวโน้มสะสมไขมันรอบเอวมากขึ้น
วันนี้ผมไม่ได้จะมาบอกให้อดอาหาร
หรือออกกำลังกายจนหมดแรง
แต่อยากพามาดูว่า ตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน
เราจะจัดชีวิตยังไงให้ร่างกายรับมือวัยทองได้ดีขึ้น
.
ก่อนอื่น มาเช็กกันก่อน! เรากำลังเข้าสู่วัยทองหรือยัง?
ลองดูว่าช่วงนี้มีอาการเหล่านี้บ้างไหมครับ
ประจำเดือนเริ่มมาไม่สม่ำเสมอ มาถี่ขึ้น ห่างขึ้น หรือขาดเป็นบางเดือน
ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน ทั้งที่อากาศไม่ได้ร้อน
นอนหลับยาก ตื่นกลางดึก หรือหลับแล้วไม่สดชื่น
อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดหรือกังวลง่ายกว่าปกติ
ไขมันเริ่มสะสมรอบเอว แม้น้ำหนักจะไม่ได้เพิ่มมาก
ช่องคลอดแห้ง หรือรู้สึกไม่สบายขณะมีเพศสัมพันธ์
ถ้าเริ่มมีหลายข้อร่วมกัน
โดยเฉพาะช่วงอายุ 40–50 กว่าปี
ก็อาจกำลังเข้าสู่ช่วงก่อนหมดประจำเดือน
หรือ Perimenopause ได้ครับ
ทีนี้ถ้าเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยทองแล้ว
เราควรจัดชีวิตหนึ่งวันยังไงดี?
ผมอยากให้ลองทำตามแนวทางนี้ครับ
.
1 วันของคนวัยทอง เริ่มตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน
07.00 น. เริ่มมื้อเช้าด้วยโปรตีน อย่าพึ่งกาแฟหวานอย่างเดียว
พอตื่นมา หลายคนรีบออกจากบ้าน
ดื่มกาแฟหวานแก้วเดียวแล้วไปทำงาน
พอสายหน่อยก็หิวจนต้องหาขนมกิน
ผมอยากให้ลองเริ่มวันด้วยโปรตีน
เช่น ไข่ต้ม โยเกิร์ตไม่หวาน เต้าหู้
หรือนมถั่วเหลืองไม่เติมน้ำตาล
กินคู่กับข้าวโอ๊ตหรือธัญพืชและผลไม้
เพราะช่วงวัยทองเราต้องใส่ใจมวลกล้ามเนื้อ
มากขึ้น การได้รับโปรตีนเพียงพอ
ร่วมกับการออกกำลังกายแบบแรงต้าน
ช่วยรักษากล้ามเนื้อได้ครับ
.
09.00 น. ลุกเดินบ่อย ๆ อย่าปล่อยให้นั่งยาวทั้งเช้า
บางคนออกกำลังกายตอนเย็นทุกวัน
แต่ตั้งแต่เช้าจนถึงบ่ายแทบไม่ได้ลุกเลย
ผมอยากให้ลองลุกเดิน 3–5 นาที
เป็นระยะระหว่างทำงาน
หรือเดินเบา ๆ หลังมื้ออาหาร
การขยับแบบนี้ช่วยเพิ่มการใช้พลังงาน
ระหว่างวัน และช่วยควบคุมระดับน้ำตาล
หลังอาหารได้ในบางคน
ไม่ต้องรอให้ถึงเวลาเข้าฟิตเนสครับ
เพราะการขยับเล็ก ๆ ระหว่างวัน
ก็มีความหมายต่อสุขภาพเหมือนกัน
.
12.00 น. มื้อเที่ยงอย่าอดแป้ง แต่ต้องจัดจานให้สมดุล
วัยทองไม่ได้แปลว่าต้องเลิกกินข้าวนะครับ
บางคนกลัวอ้วนจนกินแต่ผัก
สุดท้ายหิวหนักตอนบ่ายและเย็น
ผมแนะนำให้จัดจานแบบง่าย ๆ
ครึ่งจานเป็นผัก หนึ่งในสี่เป็นโปรตีน
และอีกหนึ่งในสี่เป็นข้าวหรือธัญพืช
ปรับปริมาณให้เหมาะกับกิจกรรมของตัวเอง
เน้นปลา ไข่ เนื้อไม่ติดมัน หรือเต้าหู้
สลับกับข้าวกล้องและผักหลากสี
จะช่วยให้ได้ทั้งโปรตีน ใยอาหาร
และสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายครับ
.
17.30 น. ถึงเวลารักษากล้าม อย่าเน้นคาร์ดิโออย่างเดียว
นี่เป็นช่วงที่ผมอยากให้จริงจังครับ
เพราะเมื่ออายุมากขึ้น มวลกล้ามเนื้อ
มีแนวโน้มลดลงตามวัย
ถ้าเราเน้นแต่เดินหรือวิ่ง
แต่ไม่เคยฝึกกล้ามเนื้อเลย
ก็อาจพลาดส่วนสำคัญของการดูแลร่างกาย
ลองฝึกเวทหรือแรงต้านสัปดาห์ละ 2–3 วัน
เช่น สควอตกับเก้าอี้ ดันกำแพง
หรือใช้ดัมเบลน้ำหนักที่เหมาะสม
วันอื่นอาจเดินเร็ว ปั่นจักรยาน
หรือว่ายน้ำตามระดับความฟิต
เพราะการฝึกแรงต้านช่วยดูแลกล้ามเนื้อ
ความแข็งแรง และสุขภาพกระดูก
ซึ่งสำคัญมากในช่วงวัยทองครับ
.
19.00 น. มื้อเย็นกินให้พอ ไม่ต้องอดจนหิวตอนดึก
บางคนพยายามลดพุงด้วยการงดมื้อเย็น
แต่พอดึกกลับหิวจนต้องเปิดตู้เย็น
หาขนมหรือของหวานกินแทน
ผมอยากให้กินมื้อเย็นอย่างสมดุล
มีโปรตีน ผัก และคาร์โบไฮเดรตพอเหมาะ
ไม่จำเป็นต้องอดอาหารจนทรมาน
ถ้ามีปัญหากรดไหลย้อนหรือนอนหลับยาก
ควรเลี่ยงมื้อใหญ่ใกล้เวลาเข้านอน
โดยเฉพาะอาหารมันจัดและอาหาร
ที่กระตุ้นอาการของตัวเองครับ
.
22.00 น. ปิดวันด้วยการนอนให้มีคุณภาพ
หลายคนวัยทองเจอปัญหานี้ครับ
พอหัวถึงหมอนกลับนอนไม่หลับ
หรือหลับไปแล้วตื่นเพราะร้อนวูบวาบ
เหงื่อออกจนต้องลุกมาเปลี่ยนเสื้อ
เมื่อพักผ่อนไม่เพียงพอ
ความหิว ความเหนื่อยล้า
และการควบคุมระดับน้ำตาล
ก็อาจได้รับผลกระทบตามไปด้วย
ผมแนะนำให้จัดห้องนอนเย็นสบาย
ลดคาเฟอีนช่วงบ่ายและเย็น
และพยายามนอนให้เป็นเวลา
โดยตั้งเป้านอนประมาณ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน
ถ้าร้อนวูบวาบจนรบกวนการนอนบ่อย ๆ
อย่าฝืนทนอย่างเดียวนะครับ
เพราะปัจจุบันมีวิธีรักษาช่วยได้
เวลาในแต่ละข้อเป็นเพียงตัวอย่างนะครับ ปรับให้เข้ากับเวลาทำงานและกิจวัตรของตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องทำตรงตามนาฬิกาทุกวัน เอาเป็นว่าถ้าใครมีปัญหาเรื่องการนอนก็ทักเข้ามาปรึกษากันได้นะครับ
.
แต่มีอีก 3 เรื่องที่คนวัยทองไม่ควรมองข้ามครับ
• ดูแลกระดูกด้วย กินอาหารที่มีแคลเซียม เช่น นม โยเกิร์ตไม่หวาน เต้าหู้ที่มีแคลเซียม หรือปลาตัวเล็กที่กินได้ทั้งกระดูก และรับวิตามินดีให้เพียงพอ เพราะหลังหมดประจำเดือนมวลกระดูกอาจลดลงเร็วขึ้น
• อย่าดูแค่น้ำหนักบนตาชั่ง ควรติดตามรอบเอว ความดัน น้ำตาล และไขมันในเลือดตามความเสี่ยง เพราะบางคนหนักเท่าเดิม แต่สัดส่วนไขมันกับกล้ามเนื้อเปลี่ยนไปแล้ว
• ถ้าอาการวัยทองกระทบชีวิต ควรปรึกษาแพทย์ ทั้งร้อนวูบวาบ นอนไม่หลับ หรือช่องคลอดแห้ง เพราะมีทางเลือกในการรักษา รวมถึงฮอร์โมนบำบัดสำหรับคนที่เหมาะสม ไม่จำเป็นต้องทนทุกอาการไปเรื่อย ๆ
.
สุดท้ายผมอยากบอกทุกคนว่า
เข้าสู่วัยทองไม่ได้แปลว่าระบบเผาผลาญพังครับ
แต่เป็นช่วงที่ฮอร์โมน มวลกล้ามเนื้อ
การกระจายไขมัน และการนอน
อาจเปลี่ยนไปจากช่วงวัยก่อนหน้า
เราไม่จำเป็นต้องกลับไปผอม
เหมือนตอนอายุ 25 ถึงจะสุขภาพดีได้
แค่เริ่มจากกินให้พอและครบ
ขยับร่างกายเพื่อรักษากล้ามเนื้อ
และให้ความสำคัญกับการพักผ่อน
วัยทองไม่ใช่ช่วงที่ต้องฝืนร่างกายให้หนักขึ้น
แต่เป็นช่วงที่เราต้องเข้าใจ
และดูแลร่างกายให้เหมาะกับตัวเองมากขึ้นครับ
Cr. FBหมอเจด
1 วันของคนวัยทอง! กิน ขยับ พักยังไง ไม่ให้เผาผลาญพัง?