ทำงานเหนื่อยๆ มาทั้งวัน กะไถฟีดแค่พักเดียว แต่ไหงนอนดึกอีกแล้ว
https://www.facebook.com/share/p/1HBgrmDepY/?mibextid=wwXIfr

เคยไหมที่รู้สึกว่าอยากกลับห้องมาพักผ่อนให้หนำใจ หลังจากที่เจอเรื่องเครียดมาทั้งวัน ไม่ว่าจะไถฟีด ดูซีรีส์ หรือเสพโซเชียลเพื่อหาอะไรมาฮีลใจมากแค่ไหน แต่กลับรู้สึกเหนื่อยเหมือนยังไม่เคยพักผ่อน
บางทีสิ่งที่เคยคิดว่าเป็นตัวช่วยผ่อนคลาย อาจไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป เพราะการ ‘ให้รางวัลตัวเอง’ มากเกินไป อาจทำให้ร่างกายและจิตใจไม่ได้มีช่วงหยุดพักอย่างแท้จริง
[ Gen Y แบกรับภาระรอบด้าน จนรู้สึกควบคุมชีวิตไม่ได้ ]
มีผลการศึกษาหนึ่งจาก สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) ที่ทำการสำรวจออนไลน์เชิงปริมาณ จากกลุ่มตัวอย่างรวม 2,012 ราย ครอบคลุมทั้ง 6 ภูมิภาคทั่วไทย
จนค้นพบว่าคนไทย โดยเฉพาะ Gen Y กำลังติด ‘กับดัก’ การให้รางวัลตัวเองอย่างเกินพอดีจนกลืนเวลาชีวิต
แล้วทำไมต้องเป็น Gen Y ?
ปัญหาหลักของผู้คนในเจเนอเรชันนี้ มาจากภาวะความรับผิดชอบที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันหลายด้าน จนเกิดเป็นความรู้สึกที่ว่า ‘ควบคุมชีวิตไม่ได้’ หรือ Responsibility Overload & Less Sense of Control
โดยส่วนใหญ่ 30.5% กำลังรู้สึกว่าชีวิตมีภาระที่ต้องรับผิดชอบมากเกินไป จนแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง ขณะที่ 21.6% รู้สึกว่าต้องแบกรับหลายบทบาทพร้อมกัน จนไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นจัดการที่ตรงไหน
และมีเพียง 12.7% เท่านั้น ที่รู้สึกว่าชีวิตค่อนข้างนิ่งและไม่มีเรื่องน่ากังวล ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยกว่าค่าเฉลี่ยประชากรทั่วไปถึง 5%
[ ความรู้สึกที่พบเจอ กำลังสะท้อนภาวะหมดไฟที่เกิดขึ้นแบบเงียบๆ ]
ด้วยภาระทั้งหมดทั้งมวลที่คน Gen Y ต้องแบกรับ ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะทำให้เกิดความรู้สึกเหนื่อยสะสม
ในงานศึกษานี้ ยังได้สอบถามถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวันของแต่ละคน ผลลัพธ์ที่ได้สูงสุด 3 อันดับแรก ต่างสะท้อนถึงการเกิดภาวะหมดไฟอย่างเงียบๆ (Silent Burnout) ได้แก่
- 42.2% รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างบอกไม่ถูก แต่ยังต้องฝืนทำหน้าที่ต่อไป
- 36.6% รู้สึกเหมือนตนเองยังไหว แต่ลึก ๆ ข้างในเริ่มหมดแรง
- 35.2% อยากพักผ่อน แต่เมื่อได้พักจริงกลับไม่รู้สึกว่าได้รับการเติมเต็ม
[ ตามหารางวัลให้ตัวเอง แต่กลายเป็นกับดัก ที่ทำให้ไม่เคยหายเหนื่อยจริงๆ ]
เมื่อภาวะหมดไฟได้เกิดขึ้นแล้ว แต่ภาระหน้าที่ที่ยังต้องรับผิดชอบกลับไม่มีอันไหนสามารถปล่อยทิ้งได้เลย ความเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและความรู้สึกก็เกิดขึ้นตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สิ่งที่พอจะช่วยได้เล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน กลายเป็นการหาเวลาให้รางวัลตัวเองเพื่อเยียวยาอารมณ์ หาทางสร้างสมดุลให้กับชีวิตท่ามกลางแรงกดดัน
แต่เมื่อพักเท่าไหร่ก็ไม่หายเหนื่อย จึงทำให้เกิดพฤติกรรม Over Self-Reward หรือการให้รางวัลตัวเองจนมากเกินไป ตัวอย่างเช่น การไถโซเชียลมีเดียจนดึกดื่น (32%) หรือการดูซีรีส์และคลิปวิดีโอยาวเกินเวลาที่ตั้งใจไว้ (27%)
นำไปสู่การ ‘หลุดโฟกัส’ หรือโฟกัสผิดจุดในการจัดสรรเวลาชีวิต นำมาสู่การเสียสมดุล ที่ทำให้ร่างกายและจิตใจไม่มีเวลาได้พักผ่อนอย่างแท้จริง
[ Gen Y มองหาพื้นที่พักผ่อน มากกว่ากิจกรรมที่กระตุ้นเร้า ]
สำหรับแบรนด์ต่างๆ ที่มองหาโอกาสทางการตลาด อาจจะต้องปรับเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคน Gen Y
อรุณโรจน์ เหล่าเจริญวงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ ฮาคูโฮโด อาเซียน บอกว่า ปัจจุบันนี้ผู้บริโภคในกลุ่ม Gen Y ไม่ได้มองหาการกระตุ้นหรือกิจกรรมที่เพิ่มภาระทางใจอีกต่อไปแล้ว
แต่สิ่งที่คน Gen Y มองหาคือแบรนด์ที่สามารถเป็นพื้นที่พักผ่อนที่ปลอดภัยได้ โดยมีความคาดหวังต่อแบรนด์ต่างๆ ดังนี้
- ช่วยเติมเต็มชีวิต ผ่อนคลาย และสร้างความสุข 52.1%
- คอยซัพพอร์ตให้สู้กับปัญหา 44.6%
- ช่วยฟื้นฟูพลังในวันที่เหนื่อยล้า 41.8%
จากอินไซต์นี้ ได้นำมาสู่การนำเสนอแนวคิด “CAMPAIGN NOTHING: Is the New Reward” ที่ว่า แบรนด์จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้ผู้บริโภคหยุดพักได้อย่างสบายใจอย่างไรโดยไม่รู้สึกผิดอย่างไร โดยผ่านแนวทางปฏิบัติทางการตลาด 2 แบบคือ
1. Zero-Activity Fasting การงดกิจกรรมเพื่อคืนเวลาว่าง เข้ามาช่วยลดภาระความคิด วางแผน หรือการตัดสินใจที่ซับซ้อน เช่น บริการจัดเตรียมมื้ออาหาร หรือแพ็กเกจเที่ยวแบบไม่ต้องวางแผนล่วงหน้า
2. Burnout Currency เปลี่ยนความเหนื่อยล้าเป็นมูลค่าการพัก ต่อยอดสภาวะตึงเครียด มาเป็นสิทธิประโยชน์เพื่อการพักผ่อน เช่น คุณภาพการนอนหรือระดับความเครียด มาแลกรับแพ็คเกจฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ เช่น สปา หรือการบำบัดด้วยคลื่นเสียง
ปัจจุบัน Gen Y ก็ไม่ต่างอะไรกับ ‘เดอะแบก’ ของบ้าน ทั้งอยู่ตรงกลางระหว่างการดูแลพ่อแม่ที่แก่ชราลง และเจเนอเรชันใหม่ที่ตามมา ขณะเดียวกันก็กลายเป็นกำลังหลักในการแบกรับภาระค่าใช้จ่ายทุกอย่าง
การหาความสุขให้กับตัวเองเพื่อให้มีแรงรับมือในวันต่อไปไม่ใช่เรื่องที่ผิดแต่อย่างใด แต่หากการพักผ่อนนั้นกลายเป็นพฤติกรรมที่เกินพอดี สุดท้ายแล้วการพักผ่อนที่เคยคิดว่าช่วยได้ ก็อาจกลายเป็นกับดักที่กลับมาทำร้ายสุขภาพอย่างไม่ทันรู้ตัวได้เช่นกัน
Gen y แบกภาระรอบด้าน พักเท่าไหร่ก็ไม่หายเหนื่อย เพราะไถฟีดจนดึก ดูซีรีย์เกินเวลา จนไม่ได้พัก
https://www.facebook.com/share/p/1HBgrmDepY/?mibextid=wwXIfr
เคยไหมที่รู้สึกว่าอยากกลับห้องมาพักผ่อนให้หนำใจ หลังจากที่เจอเรื่องเครียดมาทั้งวัน ไม่ว่าจะไถฟีด ดูซีรีส์ หรือเสพโซเชียลเพื่อหาอะไรมาฮีลใจมากแค่ไหน แต่กลับรู้สึกเหนื่อยเหมือนยังไม่เคยพักผ่อน
บางทีสิ่งที่เคยคิดว่าเป็นตัวช่วยผ่อนคลาย อาจไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป เพราะการ ‘ให้รางวัลตัวเอง’ มากเกินไป อาจทำให้ร่างกายและจิตใจไม่ได้มีช่วงหยุดพักอย่างแท้จริง
[ Gen Y แบกรับภาระรอบด้าน จนรู้สึกควบคุมชีวิตไม่ได้ ]
มีผลการศึกษาหนึ่งจาก สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) ที่ทำการสำรวจออนไลน์เชิงปริมาณ จากกลุ่มตัวอย่างรวม 2,012 ราย ครอบคลุมทั้ง 6 ภูมิภาคทั่วไทย
จนค้นพบว่าคนไทย โดยเฉพาะ Gen Y กำลังติด ‘กับดัก’ การให้รางวัลตัวเองอย่างเกินพอดีจนกลืนเวลาชีวิต
แล้วทำไมต้องเป็น Gen Y ?
ปัญหาหลักของผู้คนในเจเนอเรชันนี้ มาจากภาวะความรับผิดชอบที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกันหลายด้าน จนเกิดเป็นความรู้สึกที่ว่า ‘ควบคุมชีวิตไม่ได้’ หรือ Responsibility Overload & Less Sense of Control
โดยส่วนใหญ่ 30.5% กำลังรู้สึกว่าชีวิตมีภาระที่ต้องรับผิดชอบมากเกินไป จนแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง ขณะที่ 21.6% รู้สึกว่าต้องแบกรับหลายบทบาทพร้อมกัน จนไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นจัดการที่ตรงไหน
และมีเพียง 12.7% เท่านั้น ที่รู้สึกว่าชีวิตค่อนข้างนิ่งและไม่มีเรื่องน่ากังวล ซึ่งเป็นจำนวนที่น้อยกว่าค่าเฉลี่ยประชากรทั่วไปถึง 5%
[ ความรู้สึกที่พบเจอ กำลังสะท้อนภาวะหมดไฟที่เกิดขึ้นแบบเงียบๆ ]
ด้วยภาระทั้งหมดทั้งมวลที่คน Gen Y ต้องแบกรับ ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะทำให้เกิดความรู้สึกเหนื่อยสะสม
ในงานศึกษานี้ ยังได้สอบถามถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวันของแต่ละคน ผลลัพธ์ที่ได้สูงสุด 3 อันดับแรก ต่างสะท้อนถึงการเกิดภาวะหมดไฟอย่างเงียบๆ (Silent Burnout) ได้แก่
- 42.2% รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างบอกไม่ถูก แต่ยังต้องฝืนทำหน้าที่ต่อไป
- 36.6% รู้สึกเหมือนตนเองยังไหว แต่ลึก ๆ ข้างในเริ่มหมดแรง
- 35.2% อยากพักผ่อน แต่เมื่อได้พักจริงกลับไม่รู้สึกว่าได้รับการเติมเต็ม
[ ตามหารางวัลให้ตัวเอง แต่กลายเป็นกับดัก ที่ทำให้ไม่เคยหายเหนื่อยจริงๆ ]
เมื่อภาวะหมดไฟได้เกิดขึ้นแล้ว แต่ภาระหน้าที่ที่ยังต้องรับผิดชอบกลับไม่มีอันไหนสามารถปล่อยทิ้งได้เลย ความเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและความรู้สึกก็เกิดขึ้นตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สิ่งที่พอจะช่วยได้เล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน กลายเป็นการหาเวลาให้รางวัลตัวเองเพื่อเยียวยาอารมณ์ หาทางสร้างสมดุลให้กับชีวิตท่ามกลางแรงกดดัน
แต่เมื่อพักเท่าไหร่ก็ไม่หายเหนื่อย จึงทำให้เกิดพฤติกรรม Over Self-Reward หรือการให้รางวัลตัวเองจนมากเกินไป ตัวอย่างเช่น การไถโซเชียลมีเดียจนดึกดื่น (32%) หรือการดูซีรีส์และคลิปวิดีโอยาวเกินเวลาที่ตั้งใจไว้ (27%)
นำไปสู่การ ‘หลุดโฟกัส’ หรือโฟกัสผิดจุดในการจัดสรรเวลาชีวิต นำมาสู่การเสียสมดุล ที่ทำให้ร่างกายและจิตใจไม่มีเวลาได้พักผ่อนอย่างแท้จริง
[ Gen Y มองหาพื้นที่พักผ่อน มากกว่ากิจกรรมที่กระตุ้นเร้า ]
สำหรับแบรนด์ต่างๆ ที่มองหาโอกาสทางการตลาด อาจจะต้องปรับเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคน Gen Y
อรุณโรจน์ เหล่าเจริญวงศ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ สถาบันวิจัยความเป็นอยู่ ฮาคูโฮโด อาเซียน บอกว่า ปัจจุบันนี้ผู้บริโภคในกลุ่ม Gen Y ไม่ได้มองหาการกระตุ้นหรือกิจกรรมที่เพิ่มภาระทางใจอีกต่อไปแล้ว
แต่สิ่งที่คน Gen Y มองหาคือแบรนด์ที่สามารถเป็นพื้นที่พักผ่อนที่ปลอดภัยได้ โดยมีความคาดหวังต่อแบรนด์ต่างๆ ดังนี้
- ช่วยเติมเต็มชีวิต ผ่อนคลาย และสร้างความสุข 52.1%
- คอยซัพพอร์ตให้สู้กับปัญหา 44.6%
- ช่วยฟื้นฟูพลังในวันที่เหนื่อยล้า 41.8%
จากอินไซต์นี้ ได้นำมาสู่การนำเสนอแนวคิด “CAMPAIGN NOTHING: Is the New Reward” ที่ว่า แบรนด์จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้ผู้บริโภคหยุดพักได้อย่างสบายใจอย่างไรโดยไม่รู้สึกผิดอย่างไร โดยผ่านแนวทางปฏิบัติทางการตลาด 2 แบบคือ
1. Zero-Activity Fasting การงดกิจกรรมเพื่อคืนเวลาว่าง เข้ามาช่วยลดภาระความคิด วางแผน หรือการตัดสินใจที่ซับซ้อน เช่น บริการจัดเตรียมมื้ออาหาร หรือแพ็กเกจเที่ยวแบบไม่ต้องวางแผนล่วงหน้า
2. Burnout Currency เปลี่ยนความเหนื่อยล้าเป็นมูลค่าการพัก ต่อยอดสภาวะตึงเครียด มาเป็นสิทธิประโยชน์เพื่อการพักผ่อน เช่น คุณภาพการนอนหรือระดับความเครียด มาแลกรับแพ็คเกจฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ เช่น สปา หรือการบำบัดด้วยคลื่นเสียง
ปัจจุบัน Gen Y ก็ไม่ต่างอะไรกับ ‘เดอะแบก’ ของบ้าน ทั้งอยู่ตรงกลางระหว่างการดูแลพ่อแม่ที่แก่ชราลง และเจเนอเรชันใหม่ที่ตามมา ขณะเดียวกันก็กลายเป็นกำลังหลักในการแบกรับภาระค่าใช้จ่ายทุกอย่าง
การหาความสุขให้กับตัวเองเพื่อให้มีแรงรับมือในวันต่อไปไม่ใช่เรื่องที่ผิดแต่อย่างใด แต่หากการพักผ่อนนั้นกลายเป็นพฤติกรรมที่เกินพอดี สุดท้ายแล้วการพักผ่อนที่เคยคิดว่าช่วยได้ ก็อาจกลายเป็นกับดักที่กลับมาทำร้ายสุขภาพอย่างไม่ทันรู้ตัวได้เช่นกัน