สว.เทวฤทธิ์ เปิดระเบียบคุณสมบัติบอร์ดสปส. ไม่มีข้อห้ามเรื่องเป็นกลางทางการเมือง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5931007
.

.
สว.เทวฤทธิ์ เปิดระะเบียบคุณสมบัติบอร์ดสปส. ไม่มีข้อห้ามเรื่องเป็นกลางทางการเมือง
.
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม นาย นาย
เทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)ได้โพสต์ผ่านเอ็กซ์ระบุข้อความว่า
.
ยังไม่มีข้อห้ามเรื่อง “ความเป็นกลางทางการเมือง” ของผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม และไม่ควรมีด้วย
.
กรณีที่เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมออกมาพูดทำนองว่า จะมีการตรวจสอบผู้ชนะการเลือกตั้งว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ แล้วมีการโยงว่ามีระเบียบห้ามไว้นั้น ต้องมาไล่เรียงดูกันครับว่า ปัจจุบัน “ยังไม่มีข้อห้าม” เรื่องการเมืองเข้ามาชี้นำครับ แม้ช่วงต้นปีจะมีความพยายามแก้ไขระเบียบและเปิดรับฟังความคิดเห็นไป แต่ก็โดนกระแสคัดค้าน เพราะมองจากดาวอังคารก็เห็นว่ามีเป้าหมายเพื่อสกัดใคร ซึ่งเป็นความพยายามรอบเดียวกับการเสนอแก้กติกาให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหนึ่งคนเลือกได้เพียง 1 คน จากเดิมที่เลือกได้ 7 คนนั่นล่ะครับ
.
ปัจจุบัน ระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ฉบับปี 2564 ข้อ 23 (10) กำหนดห้ามเพียงแค่ ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาลงสมัคร โดยต้องพ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปีเท่านั้น
.
ส่วนประเด็นที่คนเข้าใจผิดจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม นั้นมาจาก “ร่าง” แก้ไขระเบียบที่เสนอและรับฟังความคิดเห็นไปเมื่อต้นปี ซึ่งถูกกระแสคัดค้านจนตกไป โดยระบุอยู่ในร่างแก้ไขฯ ข้อ 27 (6) ที่กำหนดให้ผู้สมัคร “ต้องเป็นผู้มีความเป็นกลางทางการเมือง ไม่เป็นผู้มีประโยชน์ได้เสีย และไม่อยู่ภายใต้การควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมจากฝ่ายการเมือง” ซึ่งเมื่อต้นปีก็เป็นที่ถกเถียงกันไปแล้วว่า การแก้ไขนี้รวมถึงการลดสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จากเดิมที่เลือกได้ 7 คน เหลือเพียง 1 คน เห็นได้ชัดเจนว่าร่างนี้เขียนมาเพื่อสกัดใคร
.
สำหรับคำถามที่ว่าบอร์ดประกันสังคมควรปลอดการเมืองหรือไม่ ต้องบอกว่าจุดกำเนิดของระบบนี้ก็มาจากการเมือง และเป็นเรื่องที่กระทบต่อคนจำนวนมากราว 20 ล้านคน จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีความเกี่ยวข้องกับการเมือง ประกอบกับรัฐมนตรีเองก็มีอำนาจแต่งตั้งตัวแทนฝ่ายรัฐถึง 7 คน ซึ่งก็สัมพันธ์กับการเมืองอยู่แล้ว ดังนั้น แทนที่จะพยายามเอาการเมืองออกไป ควรทำให้เปิดเผยและโปร่งใสไปเลย เพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถเลือกได้อย่างตรงไปตรงมา เว้นเสียแต่ว่าเราจะเชื่อแบบ ดร.ลูกบิด ที่มองว่าผู้ประกันตนไม่มีคุณภาพและขาดดุลพินิจในการตัดสินใจ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันต่อ
.
ท้ายนี้ ที่เห็นสื่อบางสำนักหรืออินฟลูเอนเซอร์บางคนไปอ้างอิงระเบียบว่าด้วยการเลือกบอร์ดฯ (ฉบับที่ 2) ที่เพิ่งประกาศไปเมื่อปลายเดือนสิงหาคมและลงนามโดย รมว.แรงงาน นั้น อันที่จริงคือการปลดล็อกเรื่อง “ไม่ต้องลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง” ครับ ไม่ใช่เรื่องข้อกำหนดความเป็นกลางทางการเมืองที่เป็นประเด็นถกเถียงกันอยู่แต่อย่างใด
.
https://x.com/Bus_Te/status/2109847219595796637
.
.
ส.ส.ปชน. ซัดประกันสังคม เอากฎหมายข้อไหนมาใช้ ตรวจสอบผู้สมัครเกี่ยวข้องพรรคการเมือง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5931132
.
‘สหัสวัต’ ถาม ‘สปส.’ สอบผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม เอากฎหมายข้อไหนมาใช้ ลั่น อย่าเอาความรู้สึก จนท. อยู่เหนือกฎหมาย ชี้ ถ้าใครไม่ได้ทำผิด ก็ไม่มีสิทธิสร้างเงื่อนไขใหม่มาตัดสิทธิ ยก พ.ร.บ.-ระเบียบ กำหนดห้ามเป็นสมาชิกพรรคธรรมดา ไม่ได้เขียนห้ามได้รับการสนับสนุน-มีความสัมพันธ์พรรคการเมือง
.
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 นาย
สหัสวัต คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ “
สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จะตรวจสอบผู้สมัครที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง เอากฎหมายข้อไหนมาใช้” โดยระบุว่า ตนเห็นข่าวว่า สำนักงานประกันสังคมจะพิจารณาผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ที่มีความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ก็อยากถามว่า การมีความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองเป็นความผิดตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 8/2 (9) กำหนดลักษณะต้องห้ามเกี่ยวกับบุคคลที่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการ ที่ปรึกษา หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง เว้นแต่พ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี แต่ไม่ได้เขียนว่าห้ามเป็นสมาชิกพรรคการเมืองธรรมดา ไม่ได้เขียนว่าห้ามได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมือง และไม่ได้เขียนว่าการมีความสัมพันธ์กับพรรคการเมืองเป็นเหตุให้ถูกตัดสิทธิ
.
นาย
สหัสวัต ระบุต่อว่า ความรู้สึกของเจ้าหน้าที่ไม่ใช่กฎหมาย ถ้าใครขาดคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ก็ตรวจสอบไปตามหน้าที่ แต่ถ้าใครไม่ได้ทำผิดข้อห้ามตามกฎหมาย ก็ไม่มีสิทธิสร้างเงื่อนไขใหม่ขึ้นมาตัดสิทธิเขา ส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้ง ระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งฯ พ.ศ.2564 ข้อ 23 (10) ก็ระบุลักษณะต้องห้ามเกี่ยวกับตำแหน่งทางการเมืองไว้ในทำนองเดียวกัน ไม่ได้ห้ามการสนับสนุนจากพรรคการเมือง
.
นาย
สหัสวัต ระบุอีกว่า สำนักงานประกันสังคมมีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครตามกฎหมาย ไม่ใช่ตั้งข้อสงสัยเรื่องความสัมพันธ์ทางการเมืองแบบกว้างๆ แล้วใช้เป็นเหตุในการตัดสิทธิ ที่สำคัญ คนที่ได้รับเลือกตั้งเข้าไปเป็นกรรมการ มีหน้าที่ตรวจสอบสำนักงานประกันสังคม ไม่ใช่ให้สำนักงานประกันสังคมเลือกเอาแต่คนที่ตัวเองพอใจเข้ามาตรวจสอบ
.
“
ผมจึงขอถามสำนักงานประกันสังคมตรงๆ ว่า ถ้าจะตรวจสอบผู้สมัคร เพราะได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมือง กฎหมายให้อำนาจไว้ตรงไหน ถ้าผิดกฎหมายก็ระบุมาตรามา แต่ถ้ากฎหมายไม่ได้ห้าม ก็อย่าเอาความรู้สึกของเจ้าหน้าที่มาอยู่เหนือกฎหมาย และอย่าเอาอำนาจของสำนักงานมาอยู่เหนือเสียงของผู้ประกันตน” นาย
สหัสวัตระบุ
.
https://www.facebook.com/sahassawatkk/posts/pfbid0aaxc4Dxs6Y58MagA2qtsiPkjdfwEiwWVCmn7VyrxX1uqaftsGT38RW27QzbsQTQEl?rdid=5Rj3HUrj3cMaZFyJ
.
.
นักวิชาการ เฉลย ฟองสีขาว ปากคลองรังสิต คืออะไร ชี้ อันตราย โรคทางเดินหายใจ-ผิวหนัง
.
นักวิชาการสิ่งแวดล้อมเฉลย ฟองฟ่อนสีขาวประตูระบายน้ำปากคลองรังสิต คืออะไร ชี้ อันตราย โรคทางเดินหายใจ-ผิวหนัง
.
วันที่ 13 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานกรณีการเกิด ฟองขาวในน้ำสีดำ กลิ่นเหม็น หลังน้ำท่วม บริเวณประตูระบายน้ำปากคลองรังสิต จังหวัดปทุมธานี น้ำในคลองเปลี่ยนเป็นสีดำและมีฟองสีขาวลอยเกลื่อน นั้น
.
นายสนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า สิ่งเหล่านี้ เกิดจาก
.
1.ปฎิกิรียาที่น้ำมีสีดำ
.
โดย เมื่อน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ก๊าซออกซิ เจนในน้ำจะถูกใช้จนหมดสิ้น(เกิดภาวะขาดออกซิเจน) แบคทีเรียกลุ่มที่ไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Bacteria) จะเข้ามาทำหน้าที่ย่อยสลายซากพืช ซากสัตว์และสิ่งปฏิกูลแทนได้ก๊าซไฮโดร เจนซัลไฟด์ (Hydrogen Sulfide หรือก๊าซไข่เน่า) ออกมา ก๊าซไข่เน่านี้จะไปทำปฏิกิริยากับธาตุเหล็กหรือโลหะหนักที่อยู่ในดินและน้ำ เกิดเป็นสารประกอบซัลไฟด์สีดำ ทำให้น้ำเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท มีคราบฟองสีดำ และส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง
.
2. ปฏิกิริยาที่ทำให้เกิดฟองสีขาว (ฟองฟูคล้ายภูเขา)
.
จุลินทรีย์ที่ย่อยสลายสารอินทรีย์จะปล่อยก๊าซมีเทน (Methane) และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาด้วยเป็นผล พลอยได้ ก๊าซเหล่านี้เกิดการสะสมในน้ำและจะรวมตัวกับอากาศแทรกขึ้นมา กลายเป็นฟองสีขาวฟูฟ่องนอกจากนี้ยังมีสารลดแรงตึงผิว (เช่น สบู่ ผงซักฟอก) ที่สะสมไว้ในน้ำเมื่อสูบน้ำหรือน้ำไหลก็จะเกิดฟองอากาศด้วยเช่นกัน
.
นายสนธิ ระบุว่า สรุปสั้นๆ ฟอง คราบสีดำ กลิ่นเหม็นคือปฏิกิริก๊าซไข่เน่ายาย่อยสลายแบบไร้ออกซิเจนเกิดก๊าซ ไข่เน่า ฟองสีขาวฟูหนา เป็นก๊าซมีเทนและ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ที่มาจากการย่อยสลายผุดขึ้นมาผสมกับสารซัก ฟอกและสารอินทรีย์ในน้ำ
.
เมื่อถามว่า ฟองขาวดังกล่าวมีอันตรายหรือไม่ นายสนธิ กล่าวว่า อันตรายจากก๊าซไข่เน่าที่จะเกิดกับระบบทางเดินหายใจ และน้ำเหล่านี้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค หากสัมผัสนานๆทำให้เกิดโรคผิวหนังจากเชื้อโรคต่างๆที่อยู่ในน้ำได้
.
.
ไอเอ็มเอฟ ชี้ “เศรษฐกิจแบ่งขั้ว” เสี่ยงฉุดจีดีพีโลกร่วง 7%
https://www.dailynews.co.th/news/6271296/
.
ไอเอ็มเอฟ ชี้ “เศรษฐกิจแบ่งขั้ว” เสี่ยงฉุดจีดีพีโลกร่วง 7% แนะเอเชียตัดกำแพงภาษีดันเศรษฐกิจโตอีก 1.8%
.
นาง
คริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยในงาน 2026 IMF-WBG Annual Meetings เวทีแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้นำเศรษฐกิจและการเงินระดับโลก เกี่ยวกับความท้าทายจากการแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น และแนวทางเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วว่า จากงานวิจัยไอเอ็มเอฟพบว่าการแบ่งแยกทางเศรษฐกิจสร้างความเสียหายถึง 7% ของจีดีพี แม้สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ถึงจุดดังกล่าว แต่ทิศทางความขัดแย้งและการแบ่งขั้วยังคงเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ และต้นทุนสำคัญที่โลกประเมินต่ำเกินไป คือโอกาสทางเศรษฐกิจที่สูญเสียไปจากความร่วมมือระหว่างประเทศที่ลดลง
.
ทั้งนี้ ต้นทุนจากการขาดความร่วมมือมีอย่างน้อย 3 ด้าน ได้แก่ การทำงานซ้ำซ้อนในเรื่องที่สามารถร่วมกันดำเนินการเพียงครั้งเดียว การสูญเสียโอกาสค้นพบองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่จากการที่นักวิจัยต่างประเทศไม่สามารถแลกเปลี่ยนความรู้และทำงานร่วมกันได้อย่างเต็มที่ และการลดลงของปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนซึ่งบั่นทอนความไว้วางใจ อันเป็นรากฐานสำคัญของความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์
.
สำหรับเรื่องความมั่นคงของชาติหลายปีที่ผ่านมาเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นบ่อย กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาร่วมกับการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ นอกจากการเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤติแล้ว เสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคและเสถียรภาพทางการเงินจะเป็นแนวป้องกันด่านแรกของประเทศ รัฐบาลจึงต้องรักษาวินัยการคลังและดำเนินนโยบายการเงินอย่างเหมาะสม เพราะหากฐานะการคลังเปราะบางหรือเงินเฟ้อพุ่งสูงจนควบคุมไม่ได้ มาตรการสร้างความมั่นคงด้านอื่นก็อาจไม่เพียงพอ พร้อมชื่นชมประเทศตลาดเกิดใหม่ที่สามารถวางรากฐานนโยบายการคลัง การเงิน และการกำกับดูแลภาคการเงินได้อย่างเข้มแข็ง
.
อย่างไรก็ตาม การกระจายความเสี่ยงต้องเดินควบคู่กับการบูรณาการทางเศรษฐกิจ โดยยกตัวอย่างยุโรปที่หากเชื่อมโยงโครงข่ายพลังงานเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ จะช่วยลดราคาพลังงานได้มากกว่า 10% และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค ขณะที่เอเชียมีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 1.8% ในระยะยาวหากตัดกำแพงภาษีออก ซึ่งเป็นข้อจำกัดทางการค้าที่ไม่ได้อยู่ในรูปภาษีนำเข้า สะท้อนว่าการลดกำแพงระหว่างกันสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ
.
อย่างไรก็ตาม มองว่าความร่วมมือระดับภูมิภาคจะมีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะอาเซียนที่ควรส่งเสริมการค้าระหว่างสมาชิกให้มากขึ้น แทนการพึ่งพาการค้ากับประเทศนอกกลุ่ม โดยบทบาทของไอเอ็มเอฟจะเชื่อมโยงกลุ่มความร่วมมือต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อรักษาเสถียรภาพและทำให้โลกยังคงเป็นพื้นที่ที่ทุกประเทศสามารถเติบโตไปด้วยกันได้
JJNY : 5in1 สว.เทวฤทธิ์เปิดระเบียบบอร์ด│ส.ส.ปชน.ซัดปกส.│เฉลยฟองสีขาว│ไอเอ็มเอฟชี้ “ศก.แบ่งขั้ว”│รัสเซียเมินดีลทรัมป์!
https://www.matichon.co.th/politics/news_5931007
.
.
สว.เทวฤทธิ์ เปิดระะเบียบคุณสมบัติบอร์ดสปส. ไม่มีข้อห้ามเรื่องเป็นกลางทางการเมือง
.
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม นาย นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)ได้โพสต์ผ่านเอ็กซ์ระบุข้อความว่า
.
ยังไม่มีข้อห้ามเรื่อง “ความเป็นกลางทางการเมือง” ของผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม และไม่ควรมีด้วย
.
กรณีที่เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมออกมาพูดทำนองว่า จะมีการตรวจสอบผู้ชนะการเลือกตั้งว่าเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ แล้วมีการโยงว่ามีระเบียบห้ามไว้นั้น ต้องมาไล่เรียงดูกันครับว่า ปัจจุบัน “ยังไม่มีข้อห้าม” เรื่องการเมืองเข้ามาชี้นำครับ แม้ช่วงต้นปีจะมีความพยายามแก้ไขระเบียบและเปิดรับฟังความคิดเห็นไป แต่ก็โดนกระแสคัดค้าน เพราะมองจากดาวอังคารก็เห็นว่ามีเป้าหมายเพื่อสกัดใคร ซึ่งเป็นความพยายามรอบเดียวกับการเสนอแก้กติกาให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหนึ่งคนเลือกได้เพียง 1 คน จากเดิมที่เลือกได้ 7 คนนั่นล่ะครับ
.
ปัจจุบัน ระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ฉบับปี 2564 ข้อ 23 (10) กำหนดห้ามเพียงแค่ ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาลงสมัคร โดยต้องพ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปีเท่านั้น
.
ส่วนประเด็นที่คนเข้าใจผิดจะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม นั้นมาจาก “ร่าง” แก้ไขระเบียบที่เสนอและรับฟังความคิดเห็นไปเมื่อต้นปี ซึ่งถูกกระแสคัดค้านจนตกไป โดยระบุอยู่ในร่างแก้ไขฯ ข้อ 27 (6) ที่กำหนดให้ผู้สมัคร “ต้องเป็นผู้มีความเป็นกลางทางการเมือง ไม่เป็นผู้มีประโยชน์ได้เสีย และไม่อยู่ภายใต้การควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมจากฝ่ายการเมือง” ซึ่งเมื่อต้นปีก็เป็นที่ถกเถียงกันไปแล้วว่า การแก้ไขนี้รวมถึงการลดสิทธิผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จากเดิมที่เลือกได้ 7 คน เหลือเพียง 1 คน เห็นได้ชัดเจนว่าร่างนี้เขียนมาเพื่อสกัดใคร
.
สำหรับคำถามที่ว่าบอร์ดประกันสังคมควรปลอดการเมืองหรือไม่ ต้องบอกว่าจุดกำเนิดของระบบนี้ก็มาจากการเมือง และเป็นเรื่องที่กระทบต่อคนจำนวนมากราว 20 ล้านคน จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีความเกี่ยวข้องกับการเมือง ประกอบกับรัฐมนตรีเองก็มีอำนาจแต่งตั้งตัวแทนฝ่ายรัฐถึง 7 คน ซึ่งก็สัมพันธ์กับการเมืองอยู่แล้ว ดังนั้น แทนที่จะพยายามเอาการเมืองออกไป ควรทำให้เปิดเผยและโปร่งใสไปเลย เพื่อให้ผู้ประกันตนสามารถเลือกได้อย่างตรงไปตรงมา เว้นเสียแต่ว่าเราจะเชื่อแบบ ดร.ลูกบิด ที่มองว่าผู้ประกันตนไม่มีคุณภาพและขาดดุลพินิจในการตัดสินใจ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันต่อ
.
ท้ายนี้ ที่เห็นสื่อบางสำนักหรืออินฟลูเอนเซอร์บางคนไปอ้างอิงระเบียบว่าด้วยการเลือกบอร์ดฯ (ฉบับที่ 2) ที่เพิ่งประกาศไปเมื่อปลายเดือนสิงหาคมและลงนามโดย รมว.แรงงาน นั้น อันที่จริงคือการปลดล็อกเรื่อง “ไม่ต้องลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้ง” ครับ ไม่ใช่เรื่องข้อกำหนดความเป็นกลางทางการเมืองที่เป็นประเด็นถกเถียงกันอยู่แต่อย่างใด
.
https://x.com/Bus_Te/status/2109847219595796637
.
.
ส.ส.ปชน. ซัดประกันสังคม เอากฎหมายข้อไหนมาใช้ ตรวจสอบผู้สมัครเกี่ยวข้องพรรคการเมือง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5931132
.
‘สหัสวัต’ ถาม ‘สปส.’ สอบผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม เอากฎหมายข้อไหนมาใช้ ลั่น อย่าเอาความรู้สึก จนท. อยู่เหนือกฎหมาย ชี้ ถ้าใครไม่ได้ทำผิด ก็ไม่มีสิทธิสร้างเงื่อนไขใหม่มาตัดสิทธิ ยก พ.ร.บ.-ระเบียบ กำหนดห้ามเป็นสมาชิกพรรคธรรมดา ไม่ได้เขียนห้ามได้รับการสนับสนุน-มีความสัมพันธ์พรรคการเมือง
.
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 นายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ “สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จะตรวจสอบผู้สมัครที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง เอากฎหมายข้อไหนมาใช้” โดยระบุว่า ตนเห็นข่าวว่า สำนักงานประกันสังคมจะพิจารณาผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ที่มีความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ก็อยากถามว่า การมีความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองเป็นความผิดตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 8/2 (9) กำหนดลักษณะต้องห้ามเกี่ยวกับบุคคลที่เป็นข้าราชการการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการ ที่ปรึกษา หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง เว้นแต่พ้นจากตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี แต่ไม่ได้เขียนว่าห้ามเป็นสมาชิกพรรคการเมืองธรรมดา ไม่ได้เขียนว่าห้ามได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมือง และไม่ได้เขียนว่าการมีความสัมพันธ์กับพรรคการเมืองเป็นเหตุให้ถูกตัดสิทธิ
.
นายสหัสวัต ระบุต่อว่า ความรู้สึกของเจ้าหน้าที่ไม่ใช่กฎหมาย ถ้าใครขาดคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด ก็ตรวจสอบไปตามหน้าที่ แต่ถ้าใครไม่ได้ทำผิดข้อห้ามตามกฎหมาย ก็ไม่มีสิทธิสร้างเงื่อนไขใหม่ขึ้นมาตัดสิทธิเขา ส่วนผู้สมัครรับเลือกตั้ง ระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งฯ พ.ศ.2564 ข้อ 23 (10) ก็ระบุลักษณะต้องห้ามเกี่ยวกับตำแหน่งทางการเมืองไว้ในทำนองเดียวกัน ไม่ได้ห้ามการสนับสนุนจากพรรคการเมือง
.
นายสหัสวัต ระบุอีกว่า สำนักงานประกันสังคมมีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครตามกฎหมาย ไม่ใช่ตั้งข้อสงสัยเรื่องความสัมพันธ์ทางการเมืองแบบกว้างๆ แล้วใช้เป็นเหตุในการตัดสิทธิ ที่สำคัญ คนที่ได้รับเลือกตั้งเข้าไปเป็นกรรมการ มีหน้าที่ตรวจสอบสำนักงานประกันสังคม ไม่ใช่ให้สำนักงานประกันสังคมเลือกเอาแต่คนที่ตัวเองพอใจเข้ามาตรวจสอบ
.
“ผมจึงขอถามสำนักงานประกันสังคมตรงๆ ว่า ถ้าจะตรวจสอบผู้สมัคร เพราะได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมือง กฎหมายให้อำนาจไว้ตรงไหน ถ้าผิดกฎหมายก็ระบุมาตรามา แต่ถ้ากฎหมายไม่ได้ห้าม ก็อย่าเอาความรู้สึกของเจ้าหน้าที่มาอยู่เหนือกฎหมาย และอย่าเอาอำนาจของสำนักงานมาอยู่เหนือเสียงของผู้ประกันตน” นายสหัสวัตระบุ
.
https://www.facebook.com/sahassawatkk/posts/pfbid0aaxc4Dxs6Y58MagA2qtsiPkjdfwEiwWVCmn7VyrxX1uqaftsGT38RW27QzbsQTQEl?rdid=5Rj3HUrj3cMaZFyJ
.
.
.
ไอเอ็มเอฟ ชี้ “เศรษฐกิจแบ่งขั้ว” เสี่ยงฉุดจีดีพีโลกร่วง 7%
https://www.dailynews.co.th/news/6271296/
.
ไอเอ็มเอฟ ชี้ “เศรษฐกิจแบ่งขั้ว” เสี่ยงฉุดจีดีพีโลกร่วง 7% แนะเอเชียตัดกำแพงภาษีดันเศรษฐกิจโตอีก 1.8%
.
นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยในงาน 2026 IMF-WBG Annual Meetings เวทีแลกเปลี่ยนมุมมองจากผู้นำเศรษฐกิจและการเงินระดับโลก เกี่ยวกับความท้าทายจากการแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น และแนวทางเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วว่า จากงานวิจัยไอเอ็มเอฟพบว่าการแบ่งแยกทางเศรษฐกิจสร้างความเสียหายถึง 7% ของจีดีพี แม้สถานการณ์ปัจจุบันยังไม่ถึงจุดดังกล่าว แต่ทิศทางความขัดแย้งและการแบ่งขั้วยังคงเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ และต้นทุนสำคัญที่โลกประเมินต่ำเกินไป คือโอกาสทางเศรษฐกิจที่สูญเสียไปจากความร่วมมือระหว่างประเทศที่ลดลง
.
ทั้งนี้ ต้นทุนจากการขาดความร่วมมือมีอย่างน้อย 3 ด้าน ได้แก่ การทำงานซ้ำซ้อนในเรื่องที่สามารถร่วมกันดำเนินการเพียงครั้งเดียว การสูญเสียโอกาสค้นพบองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่จากการที่นักวิจัยต่างประเทศไม่สามารถแลกเปลี่ยนความรู้และทำงานร่วมกันได้อย่างเต็มที่ และการลดลงของปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนซึ่งบั่นทอนความไว้วางใจ อันเป็นรากฐานสำคัญของความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์
.
สำหรับเรื่องความมั่นคงของชาติหลายปีที่ผ่านมาเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นบ่อย กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องนำมาพิจารณาร่วมกับการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ นอกจากการเตรียมพร้อมรับมือกับวิกฤติแล้ว เสถียรภาพเศรษฐกิจมหภาคและเสถียรภาพทางการเงินจะเป็นแนวป้องกันด่านแรกของประเทศ รัฐบาลจึงต้องรักษาวินัยการคลังและดำเนินนโยบายการเงินอย่างเหมาะสม เพราะหากฐานะการคลังเปราะบางหรือเงินเฟ้อพุ่งสูงจนควบคุมไม่ได้ มาตรการสร้างความมั่นคงด้านอื่นก็อาจไม่เพียงพอ พร้อมชื่นชมประเทศตลาดเกิดใหม่ที่สามารถวางรากฐานนโยบายการคลัง การเงิน และการกำกับดูแลภาคการเงินได้อย่างเข้มแข็ง
.
อย่างไรก็ตาม การกระจายความเสี่ยงต้องเดินควบคู่กับการบูรณาการทางเศรษฐกิจ โดยยกตัวอย่างยุโรปที่หากเชื่อมโยงโครงข่ายพลังงานเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ จะช่วยลดราคาพลังงานได้มากกว่า 10% และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภูมิภาค ขณะที่เอเชียมีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้นอีก 1.8% ในระยะยาวหากตัดกำแพงภาษีออก ซึ่งเป็นข้อจำกัดทางการค้าที่ไม่ได้อยู่ในรูปภาษีนำเข้า สะท้อนว่าการลดกำแพงระหว่างกันสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ
.
อย่างไรก็ตาม มองว่าความร่วมมือระดับภูมิภาคจะมีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะอาเซียนที่ควรส่งเสริมการค้าระหว่างสมาชิกให้มากขึ้น แทนการพึ่งพาการค้ากับประเทศนอกกลุ่ม โดยบทบาทของไอเอ็มเอฟจะเชื่อมโยงกลุ่มความร่วมมือต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อรักษาเสถียรภาพและทำให้โลกยังคงเป็นพื้นที่ที่ทุกประเทศสามารถเติบโตไปด้วยกันได้