JJNY : กสม.เตือนสติ│‘ไอซ์’ ยันไม่มีข้อห้ามตีปี๊บเลือกตั้งบอร์ด│ส.อ.ท.ห่วงน้ำเน่าปนเปื้อนหลังท่วม│IMF เพิ่มคาดการณ์ศก.ไทย

กสม.แถลงการณ์เตือนสติ ยุติเหยียดอายุ-ด้อยค่าผู้ใช้สิทธิ เลือกตั้งประกันสังคม แนะยอมรับความเห็นต่าง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5930837
.
.
กสม.แถลงการณ์เคารพผลเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ยุติเหยียดอายุ-ด้อยค่าผู้ใช้สิทธิคุณภาพต่ำ ชี้ลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เรียกร้องยอมรับความเห็นต่าง
.
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ขอให้แสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และผลการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ระบุดังนี้
.
ตามที่ปรากฏข่าวและการแสดงความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์และสื่อมวลชนอย่างแพร่หลายจากการประกาศผลการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ซึ่งมีบุคคลและนักวิชาการบางรายได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ผลการเลือกตั้ง พฤติกรรมการลงคะแนน ตลอดจนอายุของผู้ลงสมัครและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยปรากฏการใช้ถ้อยคำในลักษณะการเหยียดอายุ (Ageism) การแฝงอคติแห่งวัย รวมทั้งการกล่าวด้อยค่าผู้ประกันตนที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งว่าเป็นผู้ใช้สิทธิที่มีคุณภาพต่ำ ซึ่งเป็นการลดทอนคุณค่าและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นั้น
.
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่และอำนาจในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน มีความเห็นว่า แม้เสรีภาพในการแสดงออกและการแสดงความคิดเห็นจะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้รับการคุ้มครองตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ข้อ 19 แต่การใช้เสรีภาพดังกล่าวย่อมมีข้อจำกัดและหน้าที่ความรับผิดชอบ โดยจะต้องไม่ละเมิดต่อสิทธิ ชื่อเสียง หรือดูหมิ่นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น การสื่อสารด้วยการด้อยค่า เหยียดวัย หรือลดทอนคุณค่าของบุคคลเพียงเพราะมีความคิดเห็นทางการเมืองหรือการตัดสินใจที่แตกต่างกัน ถือเป็นการสร้างอคติและความขัดแย้งในสังคม ซึ่งอาจกลายเป็นการสร้างความเกลียดชังที่บั่นทอนบรรยากาศการปกครองและการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งจำเป็นต้องรับฟังความเห็นต่างอย่างสร้างสรรค์และยอมรับในผลการเลือกตั้งของประชาชนผู้มีสิทธิ
.
กสม.ขอให้ทุกภาคส่วนในสังคม ทั้งผู้มีอิทธิพลทางความคิด นักวิชาการ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป ร่วมกันยึดมั่นในหลักการและคุณค่าของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ยอมรับความหลากหลายและความเห็นที่แตกต่าง ไม่ยอมรับการสื่อสารในลักษณะที่ด้อยค่า ลดทอนคุณค่า หรือสร้างความเกลียดชังต่อบุคคลหรือกลุ่มคนในสังคมทุกรูปแบบ
.
รวมทั้งร่วมกันส่งเสริมวัฒนธรรมการแสดงความคิดเห็นและการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ใช้เหตุผล และเคารพกฎกติกาของสังคมประชาธิปไตย เพื่อให้สังคมไทยสามารถอยู่ร่วมกันได้ ท่ามกลางความแตกต่างหลากหลายโดยเคารพซึ่งกันและกัน

.

.
‘ไอซ์’ ยันไม่มีข้อห้ามพรรคการเมืองตีปี๊บเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
https://www.dailynews.co.th/news/6270567/
.
‘ไอซ์ รักชนก’ ยันไม่มีข้อห้ามพรรคการเมืองช่วยตีปี๊บเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ดักคอ ‘สปส.-กกต.’ อย่าตีความเกินกฎหมาย อย่าหาทำแกล้งตัดสิทธิเหมือนรอบก่อน
.
เมื่อวันที่ 13 ต.ค. น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีที่นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เปิดเผยเบื้องหลังทีมงานของพรรคประชาชนช่วยทีมประกันสังคมก้าวหน้าจนได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจสุ่มเสี่ยงขัดกับระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 หรือไม่ โดย น.ส.รักชนก ระบุว่า
.
ขอย้ำอีกครั้ง ไม่มีระเบียบหรือกฎหมายของประกันสังคมข้อใดที่ห้ามพรรคการเมืองและประชาชนร่วมรณรงค์ให้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งประกันสังคม ขอให้ กกต.และสปส.อย่าตีความเกินตัวบทกฎหมายเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมาในอดีต ผู้คนกำลังจับตาดู
.
นอกจากนี้ น.ส.รักชนก ยังโพสต์ข้อความถึงกรณีที่เลขาธิการสำนักงานประกันสังคมระบุถึงการตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการประกันสังคม ก่อนจะรับรองผลการเลือกตั้ง โดย น.ส.รักชนก ระบุว่า แล้วกองเชียร์สำนักงานประกันสังคมบอกคนอื่นว่าอย่ากังวล ชี้นิ้วว่าผู้ประกันตนและนายจ้างคิดมากไปเอง ที่ทุกคนกังวลว่าจะไม่รับรองว่าจะมีการกลั่นแกล้ง ไม่มีหลักฐาน แต่หลักฐานคือรอบที่แล้วตัดสิทธิผู้ชนะไป 2 คน ถ้าตัดอีกคน จะถึงนายพนัส ไทยล้วน รอบนี้ก่อนเลือกตั้ง ก็ตัดสิทธิทีมประกันสังคมก้าวหน้าจบเบอร์ฟันหลอไปคนหนึ่ง
.
“รับปากในห้อง กมธ.ว่าจะอำนวยความสะดวกให้นายจ้าง ด้วยการพรินต์เอกสารจาก DBD ให้ สุดท้ายก็ไม่ทำ บอกว่าจะพิจารณาเรื่องเปลี่ยนหน่วย สุดท้ายก็ไม่ทำ เรื่องจดเบอร์ตีกันเป็นอาทิตย์ บอกให้ทำจดหมายถึงสำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศก็ไม่ทำ” น.ส.รักชนก ระบุ
.
https://www.facebook.com/nanaicez112/posts/pfbid02PzKo2rhJUpeZQDNPiy9RMj9pq1ZimG691idjQgkozi5TYG9ipAQpM4gvVbRNvnWNl
.
https://www.facebook.com/nanaicez112/posts/pfbid032SdchGiyspQZaDQ63swE86ipJT1zCFSTNQUdhXv3dYCsuoTMNtTaEZe2UiprPRa4l
.

.
ส.อ.ท. ห่วงน้ำเน่าปนเปื้อนหลังท่วม เร่งตรวจสอบคุณภาพ ผนึกทุกภาคส่วนเร่งฟื้นฟู
https://www.matichon.co.th/local/news_5930455
.
ส.อ.ท. ห่วงน้ำเน่าปนเปื้อนหลังท่วม เร่งตรวจสอบคุณภาพ ผนึกทุกภาคส่วนเร่งฟื้นฟู
.
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า แม้สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ภารกิจฟื้นฟูยังไม่สิ้นสุด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังต่อเนื่อง ซึ่งอาจเกิดปัญหาน้ำเน่าเสีย รวมถึงความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของน้ำ จึงจำเป็นต้องเร่งสำรวจ ตรวจสอบ และวิเคราะห์คุณภาพน้ำ เพื่อประเมินระดับความเสี่ยงและกำหนดแนวทางแก้ไขอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ
.
“น้ำลดไม่ได้หมายความว่าปัญหาสิ้นสุด เราต้องเร่งดูแลทั้งปัญหาน้ำท่วมขังเน่าเสียและความเสี่ยงจากน้ำปนเปื้อน โดยใช้ผลการตรวจวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์เป็นข้อมูลในการกำหนดแนวทางบำบัดและฟื้นฟูที่เหมาะสม เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย และสิ่งแวดล้อมกลับคืนสู่สภาพที่ดีโดยเร็ว”
.
ทั้งนี้ ส.อ.ท.เห็นว่าควรเร่งสำรวจพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน โดยเฉพาะชุมชนและพื้นที่ที่เริ่มประสบปัญหาน้ำเน่าเสียหรือมีข้อบ่งชี้ถึงความเสี่ยงจากการปนเปื้อน พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพและประเมินความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ ก่อนกำหนดมาตรการจัดการที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่
.
แนวทางสำคัญครอบคลุมการเร่งระบายน้ำ การบำบัดและปรับปรุงคุณภาพน้ำ การจัดการขยะและสิ่งปฏิกูล รวมถึงการเฝ้าระวังและติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน ชุมชน และแหล่งน้ำสาธารณะ
.
ทั้งนี้ ส.อ.ท.พร้อมประสานหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญและภาคอุตสาหกรรมที่มีองค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อร่วมสนับสนุนการตรวจวิเคราะห์ การบำบัดน้ำเสีย และการฟื้นฟูพื้นที่ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมฟื้นฟูผู้ประกอบการ ควบคู่การดูแลสิ่งแวดล้อม
.
ขณะเดียวกัน ส.อ.ท.เดินหน้าผลักดันมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะ SMEs ทั้งการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การเสริมสภาพคล่อง การพักชำระหนี้ตามความเหมาะสม และการฟื้นฟูเครื่องจักรและสถานประกอบการ เพื่อให้ภาคธุรกิจกลับมาดำเนินงานได้โดยเร็ว
.
พร้อมส่งเสริมให้ผู้ประกอบการตรวจสอบความปลอดภัยของเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า และระบบจัดการสิ่งแวดล้อมก่อนกลับมาดำเนินงาน รวมถึงทบทวนแผนริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) เพื่อเพิ่มความพร้อมรับมืออุทกภัยในอนาคต
.
นางพิมพ์ใจกล่าวว่า การฟื้นฟูหลังน้ำท่วมต้องเดินหน้าทั้งด้านเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ส.อ.ท. พร้อมประสานทุกภาคส่วน นำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาสนับสนุนการแก้ไขปัญหา เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ ชุมชนมีสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย และเศรษฐกิจกลับมาเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่