ชินโชติ ยินดี ทีมประกันสังคมก้าวหน้าชนะ เตือน ล้มเลือกตั้งทั้งที่สอบไม่พบผิด วุ่นวายแน่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5930593
.

.
สว.ชินโชติ ยินดี ทีมประกันสังคมก้าวหน้าชนะเลือกบอร์ดทั้งฝ่ายนายจ้าง-ผู้ประกันตน ย้ำผลเลือกตั้งต้องเป็นไปตามกติกา เตือนหากล้มทั้งที่ตรวจสอบไม่พบความผิด อาจสร้างความวุ่นวาย
.
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม นาย
ชินโชติ แสงสังข์ ส.ว. ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การแรงงาน วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า การเลือกตั้งดังกล่าว สำนักงานประกันสังคมประสบความสำเร็จระดับหนึ่งที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิมากกว่าการเลือกตั้งเมื่อรอบที่ผ่านมา แต่หากพิจารณาเป็นสัดส่วนของผู้ประกันตนถือว่าไม่ได้มาก แต่ผลโดยรวมออกมาดีกว่าครั้งที่ผ่านมา และตนขอแสดงความยินดีผู้สมัครในทีมประกันสังคมก้าวหน้า ที่ชนะเลือกตั้งจากทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน ซึ่งผลเลือกตั้งที่ออกมาทั้งฝ่ายลูกจ้างและประกันตนได้คะแนนเลือกตั้งในระดับที่เป็นฉันทามติ
.
นาย
ชินโชติ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ผลการเลือกตั้งยังรอการตรวจสอบ อาทิ คุณสมบัติหรือเรื่องร้องเรียน โดยเฉพาะประเด็นความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ก็ต้องว่าไปตามกติกา หากไม่เกี่ยวข้องหรือเกี่ยวข้องในเชิงพฤตินัย แต่ทางนิตินัยไม่เกี่ยวข้องกันจริง ต้องให้กรรมการชุดใหม่บริหาร เพราะผลการเลือกตั้งออกมาเป็นฉันทามติแล้ว สำหรับกรณีที่พรรคการเมืองเข้าไปช่วยรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อให้ผู้ประกันตน และนายจ้างออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่กำหนดนั้น ตนมองว่ายังพอถูไถไปได้ แต่หากไปรณรงค์ให้เลือกเบอร์ใดเบอร์หนึ่ง หรือทั้ง 7 เบอร์อาจจะเข้าข่าย ซึ่งฝ่ายกฎหมายสำนักงานประกันสังคมต้องพิจารณา แต่หากเป็นการรณรงค์ที่ไม่อิงพรรคการเมือง ก็ต้องให้ความเป็นธรรม
.
เมื่อถามว่า กรณีที่นาย
อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคปะชาชน โพสต์เล่าเบื้องหลังการรณรงค์ของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ถือว่าเป็นสิ่งที่ขัดต่อระเบียบหรือไม่ นาย
ชินโชติ กล่าวว่า หาก ส.ส.ไปรณรงค์ให้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง อาจถูกมองว่าเป็นพฤติกรรมเลี่ยงบาลี แต่ในการตรวจสอบตนมองว่าต้องเน้นย้ำในเชิงนิตินัย หากสาวไปไม่ถึง ก็อย่าทำสิ่งที่ขัดสายตาของประชาชนคนไทย ต้องให้ผู้ชนะบริหารไป แต่หากตรวจสอบในเชิงนิตินัยเข้าข่ายชัดเจน ก็ต้องว่าไปตามกติกา ไม่เช่นนั้นจะเกิดความวุ่นวายแน่นอน
.
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการพูดถึงเรื่องการล้มเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่ทีมก้าวหน้าชนะเลือกตั้ง นาย
ชินโชติ กล่าวว่า วุ่นวายแน่นอน เขาชนะขาดแบบนี้ต้องให้บริหารทั้งฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตน หากทางกฎหมายสาวไม่ถึง แล้วล้มเลือกตั้ง ผมเชื่อว่ามีปัญหา วุ่นวายแน่นอน และผมไม่ปรารถนาให้เกิดขึ้น..
.
.
ชาวนาอุทัยธานีตัดพ้อจะตายกันหมดแล้ว ยอมเกี่ยวข้าวแก่ไม่เต็มที่ขายหนีน้ำท่วม
https://www.dailynews.co.th/news/6269948/
.
ชาวนาในพื้นที่อุทัยธานี ตัดสินใจเร่งเกี่ยวข้าวที่ยังสีเขียวแก่ไม่เต็มที่ ยอมขายขาดทุนหวังหนีนํ้าท่วม ตัดพ้อรัฐบาลรู้สึกท้อแท้ จะตายกันหมดแล้ว อยากให้ช่วยผลักดันราคาข้าวให้สูงขึ้นกว่านี้
.
เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ที่หมู่ที่ 1 บ้านเหนียงงาม ตำบลหนองกลางดง อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี พบนายวินัย เกตุศิลป์ อายุ 79 ปี ชาวนา อ.ทัพทัน ได้เปิดเผยว่า ตัดใจยอม จ้างรถมาทำการเกี่ยวข้าวในแปลงนา บนเนื้อที่ 13 ไร่ ทั้งที่เมล็ดข้าวยังเขียว สุกแก่ไม่เต็มที่ เพื่อต้องการรีบเร่งเกี่ยวข้าวให้เสร็จโดยเร็ว เพราะยังกังวลกับปัญหาฝนตกหนัก ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมขังนาข้าวขึ้นมาอีกครั้ง
.
โดยยอมควักเงินซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงที่แพง จำนวน 100 กว่าลิตร ตกราคาลิตรละ 45 บาท เพื่อสูบน้ำออกจากแปลงนาข้าว เพื่อให้รถเกี่ยวข้าวทำงานได้สะดวก ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นไปอีก รวมทั้งปุ๋ยเคมีก็ต้องซื้อด้วยเงินเชื่อมาจากร้านค้า หากเกี่ยวข้าวเสร็จ ขายข้าวได้ก็ต้องนำเงินไปใช้หนี้ใช้สินให้กับร้านค้า
.
ชาวนาเดี๋ยวนี้ มีแต่ภาระหนี้สิน สวนทางกลับราคาข้าวที่ตกต่ำ ข้าวก็ผลผลิตไม่ดี เนื่องจากต้นฤดูกาลประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงยาว ข้าวเหี่ยวเฉา ไม่เจริญเติบโต แต่พอช่วงหลังเกิดฝนตกหนัก ทำให้นาข้าวบางส่วนที่รอดตาย กลับมาเจริญเติบโตอีกครั้งและให้ผลผลิต แต่ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ก็ยังดี ได้ข้าวเท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น ปีนี้เป็นปีที่ชาวนาย่ำแย่ที่สุด ประเมินแล้วไม่มีเงินเหลือเก็บ พร้อมกับตัดพ้อรัฐบาล ชาวนาจะอยู่ไม่ได้ จะตายกันหมดแล้ว ซึ่งอยากให้รัฐบาลช่วยผลักดันราคาข้าวให้สูงขึ้นกว่านี้
.
.
วิทัย ห่วงปัญหาโครงสร้างทำเศรษฐกิจไทยโตต่ำ ย้ำต้องแก้ร่วมกัน ไม่ใช่กดปุ่มแล้วจบ
https://www.matichon.co.th/economy/news_5930570
.
วิทัย ห่วงปัญหาโครงสร้างทำเศรษฐกิจไทยโตต่ำ ย้ำต้องแก้ร่วมกัน ไม่ใช่กดปุ่มแล้วจบ
.
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นาย
วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คาดว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะเติบโตประมาณ 2.3% ซึ่งสอดคล้องกับกรอบประมาณการของสำนักต่าง ๆ ที่อยู่ที่ 2-2.3% โดยขณะนี้ยังมั่นใจว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้ในระดับดังกล่าว และยังไม่ได้ปรับประมาณการตัวเลขเพิ่มเติม ส่วนอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ประมาณ 2.2% ถือว่ามีเสถียรภาพที่ยังอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี แม้จะมีปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา แต่เศรษฐกิจไทยยังมีโมเมนตัมจากการส่งออกที่ดี การลงทุนจากต่างประเทศ และกระแส AI ที่เข้ามาในประเทศ ซึ่งมีโอกาสช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตและรักษาโมเมนตัมต่อไปได้
.
นาย
วิทัย กล่าวว่า สำหรับปัจจัยบวกที่ช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ตามคาดการณ์ที่ 2.3% ในปีนี้ คาดว่าการส่งออกน่าจะเติบโตประมาณ 17-18% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนมีส่วนสนับสนุนการเติบโต โดยส่วนหนึ่งเป็นการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI และอีกส่วนหนึ่งเป็นการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าการลงทุนจะเติบโตประมาณ 13% ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยเติบโตประมาณ 2.3% ในปีนี้ และยังเชื่อว่าเศรษฐกิจมีโมเมนตัมที่ดีและสามารถเติบโตต่อเนื่องได้
.
นาย
วิทัย กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญคือปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศไทย ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้การเติบโตของ GDP ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากระดับ 5% และ 3-4% ในอดีต ลงมาเหลือประมาณ 2% กว่าในปัจจุบัน
.
นอกจากนี้ ในทางเศรษฐศาสตร์ยังมีตัวเลขที่เรียกว่า GDP เต็มศักยภาพ (Potential GDP) ซึ่งหมายถึงระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ประเทศสามารถทำได้เมื่อใช้ทรัพยากรและเทคโนโลยีที่มีอยู่อย่างเต็มศักยภาพ โดยปัจจุบัน GDP เต็มศักยภาพของไทยอยู่ที่ประมาณ 2.7% ถือว่าอยู่ในระดับต่ำเช่นกัน
.
นาย
วิทัย กล่าวว่า สาเหตุสำคัญมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างหลายด้าน ทั้งการลงทุนที่อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องหลายสิบปี ผลิตภาพที่ต่ำ ความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงจากการพึ่งพาอุตสาหกรรมเดิม การเข้าสู่สังคมสูงวัยที่ทำให้กำลังแรงงานลดลง ปัญหาระบบการศึกษา ตลอดจนหนี้ครัวเรือนและหนี้รัฐบาลที่อยู่ในระดับสูง โดยหนี้ครัวเรือนไทยอยู่ที่ประมาณ 86-87% ของ GDP ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศทั่วโลก
.
นาย
วิทัย กล่าวว่า ปัญหาเชิงโครงสร้างจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขร่วมกัน และไม่สามารถแก้ได้ด้วยการออกโครงการเดียวหรือกดปุ่มเพียงครั้งเดียวแล้วจบ แม้นโยบายการเงินจะมีบทบาท แต่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่กัน เพราะจะช่วยประคับประคองเศรษฐกิจให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) ดีขึ้นด้วย
.
ดังนั้น ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญต่อไปคือการร่วมกันแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยทุกหน่วยงานต้องเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งเป็นประเด็นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญมาตลอด
JJNY : ชินโชติเตือนล้มเลือกตั้ง│ชาวนาอุทัยธานีตัดพ้อจะตายกันหมดแล้ว│วิทัยห่วงปัญหาโครงสร้างทำโตต่ำ│เตือน“สงครามเงา”ร้าย
https://www.matichon.co.th/politics/news_5930593
.
.
สว.ชินโชติ ยินดี ทีมประกันสังคมก้าวหน้าชนะเลือกบอร์ดทั้งฝ่ายนายจ้าง-ผู้ประกันตน ย้ำผลเลือกตั้งต้องเป็นไปตามกติกา เตือนหากล้มทั้งที่ตรวจสอบไม่พบความผิด อาจสร้างความวุ่นวาย
.
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม นายชินโชติ แสงสังข์ ส.ว. ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การแรงงาน วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เมื่อวันที่ 11 ตุลาคมที่ผ่านมาว่า การเลือกตั้งดังกล่าว สำนักงานประกันสังคมประสบความสำเร็จระดับหนึ่งที่มีผู้ออกมาใช้สิทธิมากกว่าการเลือกตั้งเมื่อรอบที่ผ่านมา แต่หากพิจารณาเป็นสัดส่วนของผู้ประกันตนถือว่าไม่ได้มาก แต่ผลโดยรวมออกมาดีกว่าครั้งที่ผ่านมา และตนขอแสดงความยินดีผู้สมัครในทีมประกันสังคมก้าวหน้า ที่ชนะเลือกตั้งจากทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน ซึ่งผลเลือกตั้งที่ออกมาทั้งฝ่ายลูกจ้างและประกันตนได้คะแนนเลือกตั้งในระดับที่เป็นฉันทามติ
.
นายชินโชติ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ผลการเลือกตั้งยังรอการตรวจสอบ อาทิ คุณสมบัติหรือเรื่องร้องเรียน โดยเฉพาะประเด็นความเกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง ก็ต้องว่าไปตามกติกา หากไม่เกี่ยวข้องหรือเกี่ยวข้องในเชิงพฤตินัย แต่ทางนิตินัยไม่เกี่ยวข้องกันจริง ต้องให้กรรมการชุดใหม่บริหาร เพราะผลการเลือกตั้งออกมาเป็นฉันทามติแล้ว สำหรับกรณีที่พรรคการเมืองเข้าไปช่วยรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อให้ผู้ประกันตน และนายจ้างออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่กำหนดนั้น ตนมองว่ายังพอถูไถไปได้ แต่หากไปรณรงค์ให้เลือกเบอร์ใดเบอร์หนึ่ง หรือทั้ง 7 เบอร์อาจจะเข้าข่าย ซึ่งฝ่ายกฎหมายสำนักงานประกันสังคมต้องพิจารณา แต่หากเป็นการรณรงค์ที่ไม่อิงพรรคการเมือง ก็ต้องให้ความเป็นธรรม
.
เมื่อถามว่า กรณีที่นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคปะชาชน โพสต์เล่าเบื้องหลังการรณรงค์ของทีมประกันสังคมก้าวหน้า ถือว่าเป็นสิ่งที่ขัดต่อระเบียบหรือไม่ นายชินโชติ กล่าวว่า หาก ส.ส.ไปรณรงค์ให้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง อาจถูกมองว่าเป็นพฤติกรรมเลี่ยงบาลี แต่ในการตรวจสอบตนมองว่าต้องเน้นย้ำในเชิงนิตินัย หากสาวไปไม่ถึง ก็อย่าทำสิ่งที่ขัดสายตาของประชาชนคนไทย ต้องให้ผู้ชนะบริหารไป แต่หากตรวจสอบในเชิงนิตินัยเข้าข่ายชัดเจน ก็ต้องว่าไปตามกติกา ไม่เช่นนั้นจะเกิดความวุ่นวายแน่นอน
.
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการพูดถึงเรื่องการล้มเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่ทีมก้าวหน้าชนะเลือกตั้ง นายชินโชติ กล่าวว่า วุ่นวายแน่นอน เขาชนะขาดแบบนี้ต้องให้บริหารทั้งฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตน หากทางกฎหมายสาวไม่ถึง แล้วล้มเลือกตั้ง ผมเชื่อว่ามีปัญหา วุ่นวายแน่นอน และผมไม่ปรารถนาให้เกิดขึ้น..
.
.
ชาวนาอุทัยธานีตัดพ้อจะตายกันหมดแล้ว ยอมเกี่ยวข้าวแก่ไม่เต็มที่ขายหนีน้ำท่วม
https://www.dailynews.co.th/news/6269948/
.
ชาวนาในพื้นที่อุทัยธานี ตัดสินใจเร่งเกี่ยวข้าวที่ยังสีเขียวแก่ไม่เต็มที่ ยอมขายขาดทุนหวังหนีนํ้าท่วม ตัดพ้อรัฐบาลรู้สึกท้อแท้ จะตายกันหมดแล้ว อยากให้ช่วยผลักดันราคาข้าวให้สูงขึ้นกว่านี้
.
เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ที่หมู่ที่ 1 บ้านเหนียงงาม ตำบลหนองกลางดง อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี พบนายวินัย เกตุศิลป์ อายุ 79 ปี ชาวนา อ.ทัพทัน ได้เปิดเผยว่า ตัดใจยอม จ้างรถมาทำการเกี่ยวข้าวในแปลงนา บนเนื้อที่ 13 ไร่ ทั้งที่เมล็ดข้าวยังเขียว สุกแก่ไม่เต็มที่ เพื่อต้องการรีบเร่งเกี่ยวข้าวให้เสร็จโดยเร็ว เพราะยังกังวลกับปัญหาฝนตกหนัก ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมขังนาข้าวขึ้นมาอีกครั้ง
.
โดยยอมควักเงินซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงที่แพง จำนวน 100 กว่าลิตร ตกราคาลิตรละ 45 บาท เพื่อสูบน้ำออกจากแปลงนาข้าว เพื่อให้รถเกี่ยวข้าวทำงานได้สะดวก ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นไปอีก รวมทั้งปุ๋ยเคมีก็ต้องซื้อด้วยเงินเชื่อมาจากร้านค้า หากเกี่ยวข้าวเสร็จ ขายข้าวได้ก็ต้องนำเงินไปใช้หนี้ใช้สินให้กับร้านค้า
.
ชาวนาเดี๋ยวนี้ มีแต่ภาระหนี้สิน สวนทางกลับราคาข้าวที่ตกต่ำ ข้าวก็ผลผลิตไม่ดี เนื่องจากต้นฤดูกาลประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงยาว ข้าวเหี่ยวเฉา ไม่เจริญเติบโต แต่พอช่วงหลังเกิดฝนตกหนัก ทำให้นาข้าวบางส่วนที่รอดตาย กลับมาเจริญเติบโตอีกครั้งและให้ผลผลิต แต่ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ก็ยังดี ได้ข้าวเท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น ปีนี้เป็นปีที่ชาวนาย่ำแย่ที่สุด ประเมินแล้วไม่มีเงินเหลือเก็บ พร้อมกับตัดพ้อรัฐบาล ชาวนาจะอยู่ไม่ได้ จะตายกันหมดแล้ว ซึ่งอยากให้รัฐบาลช่วยผลักดันราคาข้าวให้สูงขึ้นกว่านี้
.
.
วิทัย ห่วงปัญหาโครงสร้างทำเศรษฐกิจไทยโตต่ำ ย้ำต้องแก้ร่วมกัน ไม่ใช่กดปุ่มแล้วจบ
https://www.matichon.co.th/economy/news_5930570
.
วิทัย ห่วงปัญหาโครงสร้างทำเศรษฐกิจไทยโตต่ำ ย้ำต้องแก้ร่วมกัน ไม่ใช่กดปุ่มแล้วจบ
.
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คาดว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะเติบโตประมาณ 2.3% ซึ่งสอดคล้องกับกรอบประมาณการของสำนักต่าง ๆ ที่อยู่ที่ 2-2.3% โดยขณะนี้ยังมั่นใจว่าเศรษฐกิจจะเติบโตได้ในระดับดังกล่าว และยังไม่ได้ปรับประมาณการตัวเลขเพิ่มเติม ส่วนอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ประมาณ 2.2% ถือว่ามีเสถียรภาพที่ยังอยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างดี แม้จะมีปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสถานการณ์น้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา แต่เศรษฐกิจไทยยังมีโมเมนตัมจากการส่งออกที่ดี การลงทุนจากต่างประเทศ และกระแส AI ที่เข้ามาในประเทศ ซึ่งมีโอกาสช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตและรักษาโมเมนตัมต่อไปได้
.
นายวิทัย กล่าวว่า สำหรับปัจจัยบวกที่ช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ตามคาดการณ์ที่ 2.3% ในปีนี้ คาดว่าการส่งออกน่าจะเติบโตประมาณ 17-18% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนมีส่วนสนับสนุนการเติบโต โดยส่วนหนึ่งเป็นการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI และอีกส่วนหนึ่งเป็นการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งคาดว่าการลงทุนจะเติบโตประมาณ 13% ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยเติบโตประมาณ 2.3% ในปีนี้ และยังเชื่อว่าเศรษฐกิจมีโมเมนตัมที่ดีและสามารถเติบโตต่อเนื่องได้
.
นายวิทัย กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญคือปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศไทย ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้การเติบโตของ GDP ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากระดับ 5% และ 3-4% ในอดีต ลงมาเหลือประมาณ 2% กว่าในปัจจุบัน
.
นอกจากนี้ ในทางเศรษฐศาสตร์ยังมีตัวเลขที่เรียกว่า GDP เต็มศักยภาพ (Potential GDP) ซึ่งหมายถึงระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ประเทศสามารถทำได้เมื่อใช้ทรัพยากรและเทคโนโลยีที่มีอยู่อย่างเต็มศักยภาพ โดยปัจจุบัน GDP เต็มศักยภาพของไทยอยู่ที่ประมาณ 2.7% ถือว่าอยู่ในระดับต่ำเช่นกัน
.
นายวิทัย กล่าวว่า สาเหตุสำคัญมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างหลายด้าน ทั้งการลงทุนที่อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องหลายสิบปี ผลิตภาพที่ต่ำ ความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงจากการพึ่งพาอุตสาหกรรมเดิม การเข้าสู่สังคมสูงวัยที่ทำให้กำลังแรงงานลดลง ปัญหาระบบการศึกษา ตลอดจนหนี้ครัวเรือนและหนี้รัฐบาลที่อยู่ในระดับสูง โดยหนี้ครัวเรือนไทยอยู่ที่ประมาณ 86-87% ของ GDP ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศทั่วโลก
.
นายวิทัย กล่าวว่า ปัญหาเชิงโครงสร้างจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขร่วมกัน และไม่สามารถแก้ได้ด้วยการออกโครงการเดียวหรือกดปุ่มเพียงครั้งเดียวแล้วจบ แม้นโยบายการเงินจะมีบทบาท แต่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างก็เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ต้องดำเนินการควบคู่กัน เพราะจะช่วยประคับประคองเศรษฐกิจให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) ดีขึ้นด้วย
.
ดังนั้น ประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญต่อไปคือการร่วมกันแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยทุกหน่วยงานต้องเข้ามามีส่วนร่วม ซึ่งเป็นประเด็นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความสำคัญมาตลอด