JJNY : กกต.รับรองผลเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม│“กิตติพงษ์”ชำแหละรายงาน│หุ้นเทคสหรัฐดิ่งหนักสุด│ฝนตกหนัก 41 จว. กทม.โดนถล่ม

กกต.รับรองผลเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เปิดช่องยื่นคัดค้านภายใน 7 วัน ก่อนชง รมว.แรงงาน แต่งตั้ง
.

.
กกต.เคาะรับรองผลคะแนนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ เปิดช่องยื่นคำคัดค้านภายใน 7 วัน หากไร้ข้อคัดค้าน พร้อมเสนอ รมว.แรงงาน ลงนามแต่งตั้ง
.
พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน (กกต.ประกันสังคม) ณ ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน โดยมี นางสาวจีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม คณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อร่วมกันพิจารณาตรวจสอบความถูกต้องและให้ความเห็นชอบรับรองผลคะแนนการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยหลังการประชุม กว่า 4 ชั่วโมง
.
พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน แถลงข่าวระบุในที่ประชุมวันนี้เป็นการรับรองผลการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
.
โดยผลการรวมคะแนนเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ซึ่งมีผู้สมัครทั้งหมด 102 คน ปรากฏว่าผู้ได้รับคะแนนสูงสุด 7 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 นายธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน (หมายเลข 42) ได้ 906,714 คะแนน, อันดับ 2 นางสาวนารีฐา โภไคยอนันต์ (หมายเลข 43) ได้ 906,547 คะแนน, อันดับ 3 รองศาสตราจารย์ ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี (หมายเลข 44) ได้ 903,248 คะแนน, อันดับ 4 นายเริงฤทธิ์ ละออออกิจ (หมายเลข 41) ได้ 902,036 คะแนน, อันดับ 5 นายปรารถนา โพธิ์ดี (หมายเลข 46) ได้ 891,993 คะแนน, อันดับ 6 นางสาวพรทิพย์ โม่งใหญ่ (หมายเลข 47) ได้ 881,026 คะแนน และอันดับ 7 นางลักษมี สุวรรณภักดี (หมายเลข 38) ได้ 854,835 คะแนน โดยฝ่ายผู้ประกันตนมีผู้มีสิทธิตามบัญชีรายชื่อ 12,390,161 คน ออกมาแสดงตนใช้สิทธิ 1,005,843 คน (คิดเป็นร้อยละ 8.12) เป็นบัตรดี 928,514 บัตร บัตรเสียบางส่วน 49,699 บัตร บัตรเสีย 10,954 บัตร และไม่ประสงค์ลงคะแนน 16,676 บัตร
.
ด้านผลการรวมคะแนนเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง มีผู้สมัครทั้งสิ้น 78 คน โดยผู้ได้รับคะแนนสูงสุด 7 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 นางสาวศราริน เรืองปัญญาวุฒิ (หมายเลข 64) ได้ 9,087 คะแนน, อันดับ 2 นายรัตนสิทธิ สุภากรณ์ (หมายเลข 65) ได้ 9,016 คะแนน, อันดับ 3 นายกฤษฎา อาทิตย์ จินตกานนท์ (หมายเลข 63) ได้ 9,009 คะแนน ขณะที่อันดับ 4 และ 5 มีคะแนนเท่ากัน คือ นายกฤตวิทย์ หริมเทพาธิป (หมายเลข 66) และนางสุโขทัย หัตถะรัชต์ (หมายเลข 67) ได้ 8,972 คะแนนเท่ากัน ซึ่งได้มีการจัดลำดับใหม่ตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ส่วนอันดับ 6 ได้แก่ นายอดิศร เกิดมงคล (หมายเลข 62) ได้ 8,879 คะแนน และอันดับ 7 นางสาวภัทรานิษฐ์ ศรีจันทร์ดร (หมายเลข 68) ได้ 8,781 คะแนน ทั้งนี้ ฝ่ายนายจ้างมีผู้มีสิทธิตามบัญชีรายชื่อ 416,893 คน มาแสดงตนใช้สิทธิ 12,301 คน (คิดเป็นร้อยละ 2.95) แบ่งเป็นบัตรดี 11,605 บัตร บัตรเสียบางส่วน 442 บัตร บัตรเสีย 113 บัตร และไม่ประสงค์ลงคะแนน 141 บัตร ซึ่งผลการเลือกตั้งทางสำนักงานประกันสังคมจะออกประกาศอย่างเป็นทางการภายในวันนี้
.
โดยภายหลังรับรองผลคะแนนอย่างเป็นทางการ จะเปิดโอกาสให้ผู้สมัครและผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ไปใช้สิทธิแล้ว สามารถยื่นคำคัดค้านต่อ กกต.ประกันสังคม ได้ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่มีการประกาศผล (12 พ.ย.69) และหากพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าวโดยไม่มีผู้ยื่นข้อคัดค้าน สำนักงานประกันสังคมจะนำรายชื่อผู้ได้รับเลือกตั้งที่ได้คะแนนสูงสุดฝ่ายละ 7 ลำดับ เสนอต่อ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เพื่อพิจารณาลงนามแต่งตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคมชุดใหม่อย่างเป็นทางการ
.
ทั้งนี้ สำหรับการยื่นคัดค้าน จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข คือจะต้องเป็นผู้ที่มีสิทธิ์ในการเลือกตั้งและ ได้มาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งจริง จึงสามารถยื่นคัดค้านได้ โดย กกต.จะมีกรอบระยะเวลาเพื่อตรวจสอบข้อคัดค้านภายใน 30 วัน
.

.
“กิตติพงษ์” ชำแหละรายงาน พ.ร.บ.อุ้มหายฯ จี้ล้างวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด-ปกป้องพวกพ้อง
.
“สส.กิตติพงษ์” พรรคประชาชน ชำแหละรายงาน พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ชี้ช่องโหว่ซ้อมทรมานในค่ายทหารพุ่ง จี้ล้างวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด-ปกป้องพวกพ้องในกองทัพ

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 นายกิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมอภิปรายในวาระรับทราบรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับการทรมาน การกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการกระทำให้บุคคลสูญหาย และรายงานผลการดำเนินการประจำปี 2566-2568 โดยมุ่งเน้นไปที่ประเด็นการซ้อมทรมานและกรณีที่มีพลทหารเสียชีวิตภายในค่ายทหาร ซึ่งในเล่มรายงานมีการระบุถึง 2 กรณีตัวอย่าง คือ พลทหารกิตติธร เวียงบรรพต และ พลทหารวรปรัชญ์ พัดมาสกุล
.
นายกิตติพงษ์ กล่าวชื่นชมการบังคับใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ว่า ปัจจุบันถือเป็นกฎหมายฉบับเดียวที่เปิดทางให้นำเจ้าหน้าที่ทหารที่กระทำความผิดมาดำเนินคดีในศาลพลเรือนได้ ซึ่งกรณีของพลทหารกิตติธร และพลทหารวรปรัชญ์ ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนในการทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ครอบครัวทหารชั้นผู้น้อย อย่างไรก็ดี แม้จะมีกฎหมายฉบับนี้แล้ว แต่สถิติและแนวโน้มการเสียชีวิตของพลทหารในค่ายทหารกลับยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียใจและสะท้อนว่าปัญหาเชิงโครงสร้างยังไม่ได้รับการแก้ไข
.
ปัจจุบันยังมีคดีพลทหารเสียชีวิตในค่ายทหารที่ยังคั่งค้างและอยู่ระหว่างการติดตามถึง 6 กรณี แบ่งเป็นกรณีที่ยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับการซ้อมทรมาน 3 กรณี ได้แก่
1. พลทหารเพชรรัตน์ กำลังยิ่ง ซึ่งในวันอังคารที่ 10 พฤศจิกายนนี้จะครบรอบ 1 ปีการเสียชีวิตที่ จ.ปราจีนบุรี และจะมีการจัดเวทีเสวนาทวงถามความยุติธรรม
2. พลทหารศิริวัฒน์ ใจดี
และ 3. พลทหารวรปรัชญ์ พัดมาสกุล
.
ซึ่งแม้ศาลจะมีคำพิพากษาลงโทษผู้กระทำผิดไปแล้ว แต่ครอบครัวยังติดใจและเตรียมใช้สิทธิตามมาตรา 42 เพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้บังคับบัญชาต่อไป ซึ่งในจุดนี้พบอุปสรรคสำคัญว่า หากเป็นการฟ้องเอาผิดพลทหารด้วยกัน ทางค่ายทหารจะให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่เมื่อใดที่เริ่มมีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับผู้บังคับบัญชา การให้ความร่วมมือและการปฏิบัติต่อครอบครัวผู้เสียหายกลับเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด 
...
นอกจากนี้ ยังมีอีก 3 กรณีที่ยังเป็นข้อถกเถียงว่าเข้าข่ายการซ้อมทรมานหรือไม่ ได้แก่ พลทหารไดมอนด์ หรือ พลทหารพฤษภา วิมุตติธรรมชัย, พลทหารราเชน ยวามื่อ และกรณีล่าสุดที่เพิ่งเกิดขึ้น คือ พลทหารฐิติกร ป้องวันคำ ที่ จ.นครราชสีมา ตนขอเสนอแนะว่า หากเกิดเหตุพลทหารเสียชีวิตภายในค่ายทหาร กระบวนการตรวจสอบควรตั้งข้อสมมติฐานเบื้องต้นไว้ก่อนว่าอาจเกิดจากการซ้อมทรมาน เพื่อนำไปสู่การแสวงหาพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด แทนการด่วนสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุหรือปัญหาสุขภาพส่วนตัว
.
ขณะเดียวกัน นายกิตติพงษ์ ยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาและอุปสรรคสำคัญในการบังคับใช้กฎหมายในค่ายทหาร 5 ประการ ที่ยังไม่ปรากฏแนวทางแก้ไขที่ชัดเจนในรายงาน ได้แก่
.
1. ปัญหาขอบเขตอำนาจศาล เช่น ในกรณี พลทหารกิตติธร จำเลยได้ใช้สิทธิร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเรื่องขอบเขตอำนาจศาล ทำให้กระบวนการพิจารณาคดีในศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบต้องล่าช้าเนิ่นนานออกไป ซึ่งหากจะแก้ไขอย่างยั่งยืน ต้องเดินหน้าแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร เพื่อสร้างความชัดเจนไม่ให้ผู้กระทำผิดใช้ช่องว่างทางกฎหมายมาประวิงเวลา
.
2. การเข้าถึงพยานหลักฐานในเขตทหาร กองทัพเป็นพื้นที่ควบคุมด้านความมั่นคง ทำให้ทนายความและครอบครัวผู้เสียหายเข้าถึงพยานหลักฐานและกล้องวงจรปิดได้ยากลำบากอย่างยิ่ง หลายกรณีญาติจำต้องมาร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ช่วยใช้อำนาจเรียกเอกสารและเชิญหน่วยงานมาชี้แจง
.
3. วัฒนธรรมพ้นผิดลอยนวลและการปกป้องพวกพ้อง กองทัพมีความเป็นเอกภาพสูง ซึ่งถือเป็นข้อดีในการปฏิบัติภารกิจความมั่นคง แต่หากความเป็นเอกภาพนั้นถูกนำมาใช้เพื่อปกป้องพวกพ้อง และปกปิดการกระทำความผิด ก็จะกลายเป็นอุปสรรคขัดขวางกระบวนการยุติธรรม
.
4. ความเข้าใจกฎหมายของบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะการตีความองค์ประกอบความผิดฐานซ้อมทรมานของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ เช่น กรณีพลทหารศิริวัฒน์ ที่ยังมีข้อถกเถียงในการสั่งฟ้อง ภาครัฐจึงจำเป็นต้องเร่งอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมอย่างเร่งด่วน
.
5. ปัญหาความรุนแรงจากพลทหารรุ่นพี่ หลายกรณีที่เกิดการทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตไม่ได้เกิดจากครูฝึก นายทหารประทวน หรือนายทหารสัญญาบัตรโดยตรง แต่เกิดจากระบบอำนาจนิยมระหว่างพลทหารรุ่นพี่กับรุ่นน้อง ซึ่งที่ผ่านมากองทัพมุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ตัวนายทหาร แต่ยังไม่มีมาตรการและข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมในการควบคุมและป้องกันพฤติกรรมความรุนแรงจากพลทหารรุ่นพี่เลย
.
ในช่วงท้าย นายกิตติพงษ์ ระบุว่า ขอฝากข้อสังเกตและข้อเสนอแนะทั้ง 5 ประการไปยังกระทรวงยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ รวมถึงกระทรวงกลาโหม เพื่อนำไปปรับปรุงแนวทางปฏิบัติร่วมกันอย่างจริงจัง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานในรอบปีถัดไป จะสะท้อนมาตรการเชิงรุกที่สามารถหยุดยั้งความสูญเสีย และทำให้ค่ายทหารเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับลูกหลานของพี่น้องประชาชนทุกคนอย่างแท้จริง.
.

.
หุ้นเทคสหรัฐดิ่งหนักสุดรอบ 19 เดือน หวั่นเดโมแครตคุมเข้มลงทุนเอไอ
https://www.dailynews.co.th/news/6336043/
.
ดัชนีแนสแด็กร่วง 5.5% หลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยเลือกตั้งกลางเทอม จุดกระแสกังวลมาตรการตรวจสอบและแรงต้านการสร้างศูนย์ข้อมูลเอไอ กระทบหุ้นผู้ผลิตชิปและบริษัทเทคโนโลยี ขณะที่มูลค่าตลาดแนสแด็ก 100 หายไปมากกว่า 80 ล้านล้านบาท
.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ว่า ดัชนีแนสแด็กในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทร่วงลง 5.5% เมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงภายในวันเดียว ครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2568 หรือช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการภาษีครั้งใหญ่ต่อคู่ค้าหลายสอบประเทศ
.
นักลงทุนกังวลว่าแรงต้านทางการเมือง ซึ่งเป็นผลจากการที่พรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอมเมื่อวันที่ 3 พ.ย. ได้อย่างถล่มทลาย อาจทำให้การขยายโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ ) ชะลอตัวและส่งผลกระทบต่อบริษัทเทคโนโลยีขนาดเล็กที่มีข้อจำกัดในการระดมทุนอยู่แล้ว จากภาวะดอกเบี้ยสูงและเงื่อนไขทางการเงินที่เข้มงวดขึ้น

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่