เสียงแคนจากป่าช้า

หมู่บ้านแห่งหนึ่งในภาคอีสาน มีความเชื่อกันว่า หลังเที่ยงคืนห้ามเดินผ่านป่าช้าท้ายหมู่บ้านเด็ดขาด
เพราะทุกคืนวันพระ จะมีเสียงแคนดังออกมาจากป่าช้า
ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนเป่า
แต่คนเฒ่าคนแก่เล่าว่า เสียงแคนนั้นเป็นเสียงเรียกคนตายให้กลับบ้าน
“กล้า” ชายหนุ่มวัยยี่สิบห้าปี ไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนี้ เขาคิดว่าเป็นเพียงเรื่องหลอกเด็ก
คืนหนึ่ง หลังจากดื่มเหล้ากับเพื่อนจนดึก เขาจึงขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้านตามถนนที่ต้องผ่านป่าช้า
ระหว่างทาง รถของเขาดับกะทันหัน
กล้าพยายามสตาร์ตอยู่หลายครั้ง แต่เครื่องยนต์ก็ไม่ติด
ทันใดนั้น เขาได้ยินเสียงแคนดังขึ้นจากด้านในป่าช้า
แคน...แคน...แคน...
เป็นทำนองช้า ๆ เศร้าสร้อย ราวกับมีใครกำลังร้องไห้
กล้ามองนาฬิกา
เที่ยงคืนสิบห้านาที
เขานึกถึงคำเตือนของยาย แต่ก็หัวเราะออกมา ก่อนเดินเข้าไปในป่าเพื่อหาคนช่วย
ยิ่งเดินลึกเข้าไป เสียงแคนก็ยิ่งชัดขึ้น
จนเขาเห็นชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างหลุมศพ สวมเสื้อม่อฮ่อมเก่า ๆ และกำลังเป่าแคนอยู่
กล้าถามว่า
“ตาครับ มานั่งทำอะไรตรงนี้ดึก ๆ?”
ชายชราหยุดเป่าแคน แล้วหันมายิ้ม
“รอคนกลับบ้าน”
“แล้วตารอใครครับ?”
ชายชราชี้ไปที่หลุมศพตรงหน้า
“รอหลานชาย”
กล้ารู้สึกเย็นวาบ แต่ก็ยังพยายามทำใจดีสู้เสือ
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ รถผมเสีย”
ชายชราพยักหน้า แล้วพูดตามหลัง
“ถ้าได้ยินเสียงเรียกชื่อ อย่าหันกลับมา”
กล้ารีบเดินออกจากป่าช้า
แต่เดินไปได้ไม่ถึงสิบก้าว ก็ได้ยินเสียงยายเรียกจากด้านหลัง
“กล้า...กลับบ้านกับยายเถอะลูก”
เขาหยุดเดินทันที
เสียงนั้นเหมือนยายของเขาทุกอย่าง
ทั้งน้ำเสียง ทั้งจังหวะการพูด
“กล้า ยายรออยู่”
เขาน้ำตาคลอ เพราะยายเสียชีวิตไปตั้งแต่เขายังเด็ก
กล้ากำลังจะหันกลับไป แต่คำเตือนของชายชราดังขึ้นในหัว
เขาจึงกัดฟันเดินต่อ
เสียงเรียกเปลี่ยนเป็นเสียงแม่
แล้วเปลี่ยนเป็นเสียงเพื่อน
สุดท้ายกล้าได้ยินเสียงตัวเองพูดว่า
“หันมาดูหน่อยสิ...กูอยู่ข้างหลัง”
เขาวิ่งสุดชีวิตจนพ้นป่าช้า และพบชาวบ้านกำลังเดินออกมาจากวัด
ทุกคนตกใจเมื่อเห็นเขาหน้าซีดและตัวสั่น
กล้าเล่าเรื่องชายชราที่เป่าแคนให้ฟัง
ผู้ใหญ่บ้านจึงถามว่า
“ชายชราที่ใส่เสื้อม่อฮ่อมใช่ไหม?”
กล้าพยักหน้า
ผู้ใหญ่บ้านถอนหายใจ ก่อนพาเขาไปดูรูปถ่ายเก่าในศาลาวัด
ในรูปมีชายชราคนหนึ่งกำลังถือแคนยืนอยู่ข้างเด็กชาย
ผู้ใหญ่บ้านพูดว่า
“ตาคนนี้เป็นคนเป่าแคนประจำหมู่บ้าน แกตายไปยี่สิบปีแล้ว”
กล้ามองรูปอย่างไม่อยากเชื่อ
เพราะชายในรูปคือคนที่เขาเพิ่งพบเมื่อคืน
แต่สิ่งที่ทำให้เขาแทบทรุดลงกับพื้น คือเด็กชายที่ยืนอยู่ข้างชายชรา
เด็กคนนั้นมีใบหน้าเหมือนกล้าตอนเด็กไม่มีผิด
ผู้ใหญ่บ้านพูดเบา ๆ
“เขามีหลานชายคนหนึ่ง ชื่อกล้าเหมือนเอ็ง”
“เด็กคนนั้นเสียชีวิตในป่าช้า ตอนอายุเจ็ดขวบ”
กล้าส่ายหน้า
“เป็นไปไม่ได้ครับ ผมยังมีชีวิตอยู่”
ผู้ใหญ่บ้านมองเขานิ่ง ๆ ก่อนถามว่า
“แล้วเอ็งจำได้ไหมว่า ตั้งแต่เด็กจนโต เคยมีใครถ่ายรูปเอ็งตอนอายุเจ็ดขวบหรือเปล่า?”
กล้าพยายามนึก แต่กลับจำอะไรไม่ได้เลย
คืนนั้น เขากลับไปหายายที่บ้าน
ยายของเขายังมีชีวิตอยู่
เมื่อเห็นหน้าเขา ยายก็ร้องไห้ทันที
“ในที่สุดเอ็งก็กลับมาแล้ว”
กล้าถามยายว่าหมายความว่าอย่างไร
ยายกอดเขาแน่น แล้วกระซิบว่า
“ยายรอมานานเหลือเกิน”
คืนนั้นเอง กล้าได้ยินเสียงแคนดังมาจากนอกหน้าต่าง
เขาหันไปมอง
ชายชรายืนอยู่ใต้ต้นไม้ พร้อมยิ้มให้เขา
และครั้งนี้ กล้าจำได้แล้วว่า...
เขาเคยได้ยินเสียงแคนนี้มาก่อน
ในคืนที่เขาจมน้ำตายตอนอายุเจ็ดขวบ
.
.
.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่