เท้ง โต้รบ.รอดูเนื้อหาก่อนแซะ มั่นใจมีใบเสร็จยื่นฟันผิด รมต. ย้ำ ไม่แบ่งเวลา กธ.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5926068
.

.
เท้ง โต้ รัฐบาล รอดูเนื้อหาก่อนแซะ ‘บันเทิงธิปไตย’ มั่นใจมีใบเสร็จฟัน ยัน คำในญัตติไม่ลิเก แม้มีจิตใจผุพัง-มือถือสากปากถือศีล รับเสียงในสภาสู้ไม่ไหวเลยเน้นแฉ-ตีแผ่ให้สังคมทราบ แจงไม่แบ่งเวลาอภิปราย ‘กล้าธรรม’ เหตุพ้นสภาพฝ่ายค้าน ย้ำสอย 18 รัฐมนตรีตามพยานหลักฐาน
.
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ว่า รอประธานสภาฯ พิจารณาบรรจุญัตติ ซึ่งตนคาดหวังว่าจะทันภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ และจะได้อภิปรายอย่างน้อย 5 วัน เพราะมีรัฐมนตรีถูกอภิปรายเยอะ หากเปรียบเทียบกับสมัยรัฐบาลพล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาล น.ส.
แพทองธาร ชินวัตร แต่ครั้งนี้ 18 คน 5 วัน ถือว่าเป็นอะไรที่สมเหตุสมผล
.
เมื่อถามว่า มองอย่างไรหากฝ่ายรัฐบาลมีการต่อรองเหลือแค่ 3 วัน นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่การต่อรองเหมือนการเล่นขายของ แต่ดูตามข้อเท็จจริงว่าข้อกล่าวหาและจำนวนรัฐมนตรีที่เขียนไปเป็นข้อกล่าวหาที่เยอะ ดังนั้น ควรจัดสรรเวลาให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย
.
ถามย้ำว่า หากรัฐบาลยืนยันจะให้แค่ 3 วัน จะแบ่งสัดส่วนรัฐมนตรีในการอภิปรายอย่างไร นาย
ณัฐพงษ์ ขอรอฟังความเห็นจากรัฐบาลก่อน เพราะรัฐบาลยังไม่เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะให้กี่วัน
.
เมื่อถามว่า รัฐมนตรีหลายคนที่ถูกอภิปราย แสดงความเห็นว่าญัตตินี้เป็นเหมือนบันเทิงธิปไตย เหมือนอยู่คนละโลก นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนว่าการยื่นญัตติครั้งนี้คงไม่ได้เป็นไปด้วยความบันเทิง แต่จะบันเทิงหรือบันเทิงอย่างไรขอให้รอดูญัตติเข้าสภา รอฟังคำตอบและคำชี้แจงจากรัฐมนตรีก่อนดีกว่า แล้วจะได้รู้ว่าเนื้อหามันบันเทิงมากน้อยแค่ไหน
.
เมื่อถามถึง เนื้อหาในญัตติเช่น มือถือสากปากถือศีล จิตใจผุพัง ไม่ได้ดูเป็นลิเกใช่หรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า นี่เป็นข้อกล่าวหา ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกครั้งคือการตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่ของรัฐบาล หลายครั้งมีหลักฐานที่ควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตหรือบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ไม่ถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าจะมีหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่จะเอาผิดรัฐบาลได้ 100% แต่หลายครั้งการเอาผิดตามกระบวนการยุติธรรมเกิดขึ้นจากการทำหน้าที่ในสภา
.
เมื่อถามว่า การอภิปรายครั้งนี้จะมีใบเสร็จยื่นเอาผิดรัฐมนตรีแต่ละคนหรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีอยู่แล้ว หากยึดตามมาตรฐานกระบวนการยุติธรรม การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็จะใช้คนละมาตรฐานกัน เพราะต้องใช้ความรับผิดรับชอบ เช่น กระบวนการเลือก ส.ว. ถ้ายื่นตามกระบวนการปกติ ผลที่ออกมาอาจจะค้านสายตาประชาชน แต่เมื่อเอาข้อมูลที่เกิดขึ้นมาประกอบกัน ทำให้เชื่อได้ว่ามีกระบวนการฮั้วเกิดขึ้นจริง ดังนั้น จึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมที่ฝ่ายค้านจะเอาเรื่องเหล่านี้มาซักฟอกรัฐบาล
.
เมื่อถามถึง กรณีที่มีการคาดการณ์ว่าในญัตติมีการแบ่งรัฐมนตรีออกเป็น 3 กลุ่ม เช่น กลุ่มที่มีความผูกพันกับคดีฮั้ว ส.ว. จะมีคำว่าอาชญากรรมทางประชาธิปไตยเป็นต้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แล้วแต่จะมีการวิเคราะห์ สามารถดูได้จากคำที่อยู่ในญัตติ เพราะจะต้องอภิปรายภายใต้กรอบญัตติที่เสนอ แต่หากตนรีบให้คำตอบในวันนี้ว่า ใครโดนซักฟอกเรื่องอะไรบ้าง คงยังให้คำตอบอะไรไม่ได้
.
เมื่อถามว่า ฝ่ายรัฐบาลดูไม่กลัวกับญัตติที่ยื่น และเยาะเย้ยด้วยซ้ำว่ามีของหรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เชื่อมั่นว่า ส.ส. พรรคประชาชนทำการบ้านมา และเป็นเรื่องปกติที่ฝั่งรัฐบาลจะแสดงออกว่ามีความบริสุทธิ์ และเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าไม่ได้ทำผิดอะไร ทั้งนี้ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เสียงในสภาฝ่ายค้านจะหวังได้น้อย แต่สิ่งที่คาดหวังได้มากคือเอาข้อมูลมาตีแผ่ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินนักการเมือง
.
เมื่อถามว่า หากพรรคกล้าธรรมจะขอเวลาอภิปรายด้วย สามารถแบ่งเวลาให้ได้หรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้พรรคกล้าธรรมไม่ได้อยู่ในองค์ประกอบของฝ่ายค้านแล้ว ตามกลไกปกติการแบ่งเวลาอภิปรายต้องอยู่ในกลไกฝ่ายค้าน ทั้งนี้ ต้องดูว่าองค์ประกอบของฝ่ายค้านมีพรรคการเมืองใดบ้าง
.
ถามย้ำว่า พรรคกล้าธรรมจะไม่ได้เวลาในการอภิปรายใช่หรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องกลับถามพรรคกล้าธรรมว่าเขามีเจตนาอย่างไร ตนตอบแทนไม่ได้ แต่เชื่อว่าพรรคการเมืองที่มีความประสงค์จะมีส่วนร่วมในการตรวจสอบรัฐบาล ก็ต้องมาร่วมลงชื่อในญัตติด้วยกัน แต่เห็นได้ชัดว่าพรรคกล้าธรรมไม่ได้มาร่วมลงชื่อด้วย
.
เมื่อถามถึง กรณีที่นาย
อรรถกร ศิริลัทยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ออกมาย้ำว่าจะไม่ร่วมสังฆกรรมกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เพราะเป็นการโจมตีทางการเมืองมากกว่าการบริหารราชการแผ่นดิน นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับพรรคกล้าธรรมว่ามีความคิดอย่างไร ณ ตอนนี้ ส่วนตัวมองว่าอาจจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญด้วยที่ระบุว่าฝ่ายค้านไม่ได้มีในองค์ประกอบของประธานสภาฯ และการทำหน้าที่ในฐานะ ส.ส. ก็ควรทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลและจะลงมติอย่างไรที่จะแสดงให้เห็นถึงการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านหรือไม่ ดังนั้น ก็รอดูว่าหลังจากนี้พรรคกล้าธรรมจะลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างไร
.
ถามย้ำว่า จะต้องพูดคุยกับพรรคกล้าธรรม นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมไม่ได้อยู่ในองค์ประกอบของฝ่ายค้านแล้ว ดังนั้น การแบ่งเวลาก็ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคกล้าธรรม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประธานสภาฯ ยังไม่ได้นัดประชุมวิปสามฝ่ายเพื่อหารือกรอบเวลาในการอภิปราย คงต้องใช้เวลาหารือกับรัฐบาลก่อน
.
เมื่อถามถึง กรณีที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ไม่มีรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยถูกอภิปรายเลย นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านพิจารณาจากพยานหลักฐาน โดยรายชื่อที่ออกมาเกิดจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอชื่อรัฐมนตรีและประเด็นเข้ามาพิจารณาร่วมกัน เมื่อรวบรวมมาจากทุกพรรคแล้ว ก็ไม่ปรากฎชื่อของรัฐมนตรีคนอื่นนอกจาก 18 คนนี้ เช่นเดียวกับกรณีของน.ส.
แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ไม่มีชื่อเป็นผู้ถูกอภิปราย ทั้งที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นพี่เลี้ยงนาย
ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว ส.ว. ย้ำว่าทุกรายชื่อพิจารณาจากพยานหลักฐาน และชื่อที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอมา ส่วนตัวไม่อยากให้พุ่งเป้าตั้งคำถามว่าโฟกัสเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพราะถ้าหากมีกรอบก็จะไม่สามารถตอบได้ทุกรายชื่อ
.
.
ณัฐพงษ์ ชี้ป.ป.ช.ส่งฟ้องโกงสอบท้องถิ่นไม่ทัน ย้ำความจำเป็นปฏิรูปองค์กรอิสระ จี้เดินหน้าแก้รธน.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5926055
.
‘ณัฐพงษ์’ มอง ป.ป.ช.ส่งฟ้องคดีทุจริตสอบท้องถิ่นไม่ทัน ตอกย้ำความจำเป็นปฏิรูปองค์กรอิสระ จี้เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ เปิดทางประชาชนตรวจสอบ
.
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งฟ้อง 3 ผู้ต้องหาคดีทุจริตสอบท้องถิ่นไม่ทัน จนถูกปล่อยตัวออกมาว่า เราคาดหวังกับการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในฐานะที่ทำหน้าที่เป็นองค์กรในการตรวจสอบให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ แต่ก็เข้าใจว่าคดีนี้ยังไม่ถึงที่สิ้นสุด คนที่ถูกปล่อยตัวออกมาก็ไม่ได้แปลว่าบริสุทธิ์ จึงอยากให้ทุกหน่วยงานที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมและคนที่ทำหน้าที่ถ่วงดุลตรวจสอบทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะสังคมตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อการทำหน้าที่องค์กรเหล่านี้อย่าง ป.ป.ช.
.
เมื่อถามว่า การส่งฟ้องล่าช้าเหมือนตัดตอนและทำให้สาวไม่ถึงตัวการใหญ่หรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์กล่าวว่า กระบวนการยังไม่ถึงที่สิ้นสุด อาจจะเร็วเกินไปหากพูดว่าเป็นความพยายามที่จะตัดตอนเพื่อสาวไม่ให้ไปถึงต้นตอ
.
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่สังคมตั้งคำถามว่าการทำงานของ ป.ป.ช.ล่าช้า เพราะมีเวลาและหลักฐานจำนวนมากแต่ส่งฟ้องไม่ทันเวลา นาย
ณัฐพงษ์กล่าวว่า ถ้ามองภาพเล็กในคดีนี้ก็เป็นไปตามที่สังคมตั้งคำถาม แต่ถ้าอยากให้ ป.ป.ช. หรือองค์กรอิสระทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาเมื่อ เมื่อไหร่ก็ตามที่ประชาชนตั้งคำถามต่อการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.และองค์กรอิสระประชาชนต้องมีอำนาจ หรือมีช่องทางในการตรวจสอบองค์กรอิสระเหล่านั้นได้ 21 ล้านเสียงที่ลงประชามติมาแล้วในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อทำให้กลไกถ่วงดุลตรวจสอบยึดโยงกับประชาชนมากยิ่งขึ้นก็อยากให้ทุกคนส่งเสียงดังๆ เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ.
.
.
ศุภณัฐ จี้ กทม. เลิกขอสำเนาเอกสารที่รัฐมีข้อมูลอยู่แล้ว ชี้ ต้องเร่งอำนวยความสะดวก ให้ปชช.รับเงินเยียวยา
https://www.matichon.co.th/politics/news_5926207
.
‘ศุภณัฐ’ จี้ กทม. เลิกขอสำเนาเอกสารที่รัฐมีข้อมูลอยู่แล้ว ชี้ ต้องเร่งอำนวยความสะดวก ให้ปชช.รับเงินเยียวยาน้ำท่วม
.
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม นาย
ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ตนได้มอบหมายให้ทีมงานไปยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อขอให้พิจารณายกเลิกการเรียกเก็บสำเนาเอกสารที่หน่วยงานของรัฐมีข้อมูลอยู่ในครอบครองแล้ว ในการยื่นเรื่องขอรับเงินช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย ผ่านเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th เพื่อลดภาระของประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจากภัยพิบัติ
.
นาย
ศุภณัฐกล่าวต่อว่า ในปีนี้ กทม.ได้พัฒนาระบบยื่นขอรับเงินเยียวยาผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว ซึ่งมีการออกแบบระบบที่ใช้งานง่าย สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับ ThaiD และได้ยกเลิกข้อกำหนดที่ต้องใช้ใบแจ้งความลงบันทึกประจำวันตามที่ตนเคยเสนอแนะไปก่อนหน้านี้ ทำให้ลดขั้นตอนลงไปได้พอสมควร อย่างไรก็ตาม เพื่อยกระดับการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง กทม.จำเป็นต้องปรับปรุงระบบเพิ่มเติมด้วยการเลิกขอเอกสารที่หน่วยงานรัฐสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อยู่แล้ว ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาโฉนดที่ดิน สำเนาบัญชีธนาคาร
.
นาย
ศุภณัฐกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กทม.ไม่ควรให้ประชาชนต้องกรอกข้อมูลที่ไม่มีความจำเป็นต่อการพิจารณาอนุมัติเงินเยียวยา เช่น ข้อมูลรหัสประจำบ้าน รายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลในบ้าน และข้อมูลรายได้ต่างๆ เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ กทม.สามารถตรวจสอบผ่านระบบได้เอง และไม่เกี่ยวข้องกับเกณฑ์การพิจารณาจ่ายเงินค่าซ่อมแซมบ้าน ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับแอพพลิเคชั่น ‘ทางรัฐ’ ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท ว่าในรอบนี้แอพพลิเคชั่นทางรัฐอำนวยความสะดวกได้ดีกว่ามาก เนื่องจากแทบไม่มีการเรียกขอเอกสารเพิ่มเติมเลย
JJNY : 5in1 เท้งมั่นใจมีใบเสร็จ│ย้ำจำเป็นปฏิรูปองค์กรอิสระ│ศุภณัฐจี้กทม.│ขยะสูงท่วมหัว ล้นร่มเกล้า│อังค์ถัดหั่นคาดการณ์
https://www.matichon.co.th/politics/news_5926068
.
.
เท้ง โต้ รัฐบาล รอดูเนื้อหาก่อนแซะ ‘บันเทิงธิปไตย’ มั่นใจมีใบเสร็จฟัน ยัน คำในญัตติไม่ลิเก แม้มีจิตใจผุพัง-มือถือสากปากถือศีล รับเสียงในสภาสู้ไม่ไหวเลยเน้นแฉ-ตีแผ่ให้สังคมทราบ แจงไม่แบ่งเวลาอภิปราย ‘กล้าธรรม’ เหตุพ้นสภาพฝ่ายค้าน ย้ำสอย 18 รัฐมนตรีตามพยานหลักฐาน
.
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ว่า รอประธานสภาฯ พิจารณาบรรจุญัตติ ซึ่งตนคาดหวังว่าจะทันภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ และจะได้อภิปรายอย่างน้อย 5 วัน เพราะมีรัฐมนตรีถูกอภิปรายเยอะ หากเปรียบเทียบกับสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แต่ครั้งนี้ 18 คน 5 วัน ถือว่าเป็นอะไรที่สมเหตุสมผล
.
เมื่อถามว่า มองอย่างไรหากฝ่ายรัฐบาลมีการต่อรองเหลือแค่ 3 วัน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คงไม่ใช่การต่อรองเหมือนการเล่นขายของ แต่ดูตามข้อเท็จจริงว่าข้อกล่าวหาและจำนวนรัฐมนตรีที่เขียนไปเป็นข้อกล่าวหาที่เยอะ ดังนั้น ควรจัดสรรเวลาให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย
.
ถามย้ำว่า หากรัฐบาลยืนยันจะให้แค่ 3 วัน จะแบ่งสัดส่วนรัฐมนตรีในการอภิปรายอย่างไร นายณัฐพงษ์ ขอรอฟังความเห็นจากรัฐบาลก่อน เพราะรัฐบาลยังไม่เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะให้กี่วัน
.
เมื่อถามว่า รัฐมนตรีหลายคนที่ถูกอภิปราย แสดงความเห็นว่าญัตตินี้เป็นเหมือนบันเทิงธิปไตย เหมือนอยู่คนละโลก นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนว่าการยื่นญัตติครั้งนี้คงไม่ได้เป็นไปด้วยความบันเทิง แต่จะบันเทิงหรือบันเทิงอย่างไรขอให้รอดูญัตติเข้าสภา รอฟังคำตอบและคำชี้แจงจากรัฐมนตรีก่อนดีกว่า แล้วจะได้รู้ว่าเนื้อหามันบันเทิงมากน้อยแค่ไหน
.
เมื่อถามถึง เนื้อหาในญัตติเช่น มือถือสากปากถือศีล จิตใจผุพัง ไม่ได้ดูเป็นลิเกใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า นี่เป็นข้อกล่าวหา ซึ่งการอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกครั้งคือการตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่ของรัฐบาล หลายครั้งมีหลักฐานที่ควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตหรือบริหารราชการแผ่นดินล้มเหลว ไม่ถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าจะมีหลักฐานเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่จะเอาผิดรัฐบาลได้ 100% แต่หลายครั้งการเอาผิดตามกระบวนการยุติธรรมเกิดขึ้นจากการทำหน้าที่ในสภา
.
เมื่อถามว่า การอภิปรายครั้งนี้จะมีใบเสร็จยื่นเอาผิดรัฐมนตรีแต่ละคนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า มีอยู่แล้ว หากยึดตามมาตรฐานกระบวนการยุติธรรม การอภิปรายไม่ไว้วางใจก็จะใช้คนละมาตรฐานกัน เพราะต้องใช้ความรับผิดรับชอบ เช่น กระบวนการเลือก ส.ว. ถ้ายื่นตามกระบวนการปกติ ผลที่ออกมาอาจจะค้านสายตาประชาชน แต่เมื่อเอาข้อมูลที่เกิดขึ้นมาประกอบกัน ทำให้เชื่อได้ว่ามีกระบวนการฮั้วเกิดขึ้นจริง ดังนั้น จึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมที่ฝ่ายค้านจะเอาเรื่องเหล่านี้มาซักฟอกรัฐบาล
.
เมื่อถามถึง กรณีที่มีการคาดการณ์ว่าในญัตติมีการแบ่งรัฐมนตรีออกเป็น 3 กลุ่ม เช่น กลุ่มที่มีความผูกพันกับคดีฮั้ว ส.ว. จะมีคำว่าอาชญากรรมทางประชาธิปไตยเป็นต้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แล้วแต่จะมีการวิเคราะห์ สามารถดูได้จากคำที่อยู่ในญัตติ เพราะจะต้องอภิปรายภายใต้กรอบญัตติที่เสนอ แต่หากตนรีบให้คำตอบในวันนี้ว่า ใครโดนซักฟอกเรื่องอะไรบ้าง คงยังให้คำตอบอะไรไม่ได้
.
เมื่อถามว่า ฝ่ายรัฐบาลดูไม่กลัวกับญัตติที่ยื่น และเยาะเย้ยด้วยซ้ำว่ามีของหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เชื่อมั่นว่า ส.ส. พรรคประชาชนทำการบ้านมา และเป็นเรื่องปกติที่ฝั่งรัฐบาลจะแสดงออกว่ามีความบริสุทธิ์ และเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าไม่ได้ทำผิดอะไร ทั้งนี้ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เสียงในสภาฝ่ายค้านจะหวังได้น้อย แต่สิ่งที่คาดหวังได้มากคือเอาข้อมูลมาตีแผ่ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินนักการเมือง
.
เมื่อถามว่า หากพรรคกล้าธรรมจะขอเวลาอภิปรายด้วย สามารถแบ่งเวลาให้ได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอนนี้พรรคกล้าธรรมไม่ได้อยู่ในองค์ประกอบของฝ่ายค้านแล้ว ตามกลไกปกติการแบ่งเวลาอภิปรายต้องอยู่ในกลไกฝ่ายค้าน ทั้งนี้ ต้องดูว่าองค์ประกอบของฝ่ายค้านมีพรรคการเมืองใดบ้าง
.
ถามย้ำว่า พรรคกล้าธรรมจะไม่ได้เวลาในการอภิปรายใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องกลับถามพรรคกล้าธรรมว่าเขามีเจตนาอย่างไร ตนตอบแทนไม่ได้ แต่เชื่อว่าพรรคการเมืองที่มีความประสงค์จะมีส่วนร่วมในการตรวจสอบรัฐบาล ก็ต้องมาร่วมลงชื่อในญัตติด้วยกัน แต่เห็นได้ชัดว่าพรรคกล้าธรรมไม่ได้มาร่วมลงชื่อด้วย
.
เมื่อถามถึง กรณีที่นายอรรถกร ศิริลัทยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ออกมาย้ำว่าจะไม่ร่วมสังฆกรรมกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ เพราะเป็นการโจมตีทางการเมืองมากกว่าการบริหารราชการแผ่นดิน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับพรรคกล้าธรรมว่ามีความคิดอย่างไร ณ ตอนนี้ ส่วนตัวมองว่าอาจจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญด้วยที่ระบุว่าฝ่ายค้านไม่ได้มีในองค์ประกอบของประธานสภาฯ และการทำหน้าที่ในฐานะ ส.ส. ก็ควรทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลและจะลงมติอย่างไรที่จะแสดงให้เห็นถึงการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านหรือไม่ ดังนั้น ก็รอดูว่าหลังจากนี้พรรคกล้าธรรมจะลงมติในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างไร
.
ถามย้ำว่า จะต้องพูดคุยกับพรรคกล้าธรรม นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมไม่ได้อยู่ในองค์ประกอบของฝ่ายค้านแล้ว ดังนั้น การแบ่งเวลาก็ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคกล้าธรรม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประธานสภาฯ ยังไม่ได้นัดประชุมวิปสามฝ่ายเพื่อหารือกรอบเวลาในการอภิปราย คงต้องใช้เวลาหารือกับรัฐบาลก่อน
.
เมื่อถามถึง กรณีที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ไม่มีรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยถูกอภิปรายเลย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านพิจารณาจากพยานหลักฐาน โดยรายชื่อที่ออกมาเกิดจากพรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอชื่อรัฐมนตรีและประเด็นเข้ามาพิจารณาร่วมกัน เมื่อรวบรวมมาจากทุกพรรคแล้ว ก็ไม่ปรากฎชื่อของรัฐมนตรีคนอื่นนอกจาก 18 คนนี้ เช่นเดียวกับกรณีของน.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ไม่มีชื่อเป็นผู้ถูกอภิปราย ทั้งที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นพี่เลี้ยงนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว ส.ว. ย้ำว่าทุกรายชื่อพิจารณาจากพยานหลักฐาน และชื่อที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเสนอมา ส่วนตัวไม่อยากให้พุ่งเป้าตั้งคำถามว่าโฟกัสเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพราะถ้าหากมีกรอบก็จะไม่สามารถตอบได้ทุกรายชื่อ
.
.
ณัฐพงษ์ ชี้ป.ป.ช.ส่งฟ้องโกงสอบท้องถิ่นไม่ทัน ย้ำความจำเป็นปฏิรูปองค์กรอิสระ จี้เดินหน้าแก้รธน.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5926055
.
‘ณัฐพงษ์’ มอง ป.ป.ช.ส่งฟ้องคดีทุจริตสอบท้องถิ่นไม่ทัน ตอกย้ำความจำเป็นปฏิรูปองค์กรอิสระ จี้เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ เปิดทางประชาชนตรวจสอบ
.
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งฟ้อง 3 ผู้ต้องหาคดีทุจริตสอบท้องถิ่นไม่ทัน จนถูกปล่อยตัวออกมาว่า เราคาดหวังกับการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในฐานะที่ทำหน้าที่เป็นองค์กรในการตรวจสอบให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ แต่ก็เข้าใจว่าคดีนี้ยังไม่ถึงที่สิ้นสุด คนที่ถูกปล่อยตัวออกมาก็ไม่ได้แปลว่าบริสุทธิ์ จึงอยากให้ทุกหน่วยงานที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมและคนที่ทำหน้าที่ถ่วงดุลตรวจสอบทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด เพราะสังคมตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อยๆ ต่อการทำหน้าที่องค์กรเหล่านี้อย่าง ป.ป.ช.
.
เมื่อถามว่า การส่งฟ้องล่าช้าเหมือนตัดตอนและทำให้สาวไม่ถึงตัวการใหญ่หรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า กระบวนการยังไม่ถึงที่สิ้นสุด อาจจะเร็วเกินไปหากพูดว่าเป็นความพยายามที่จะตัดตอนเพื่อสาวไม่ให้ไปถึงต้นตอ
.
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่สังคมตั้งคำถามว่าการทำงานของ ป.ป.ช.ล่าช้า เพราะมีเวลาและหลักฐานจำนวนมากแต่ส่งฟ้องไม่ทันเวลา นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ถ้ามองภาพเล็กในคดีนี้ก็เป็นไปตามที่สังคมตั้งคำถาม แต่ถ้าอยากให้ ป.ป.ช. หรือองค์กรอิสระทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาเมื่อ เมื่อไหร่ก็ตามที่ประชาชนตั้งคำถามต่อการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.และองค์กรอิสระประชาชนต้องมีอำนาจ หรือมีช่องทางในการตรวจสอบองค์กรอิสระเหล่านั้นได้ 21 ล้านเสียงที่ลงประชามติมาแล้วในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อทำให้กลไกถ่วงดุลตรวจสอบยึดโยงกับประชาชนมากยิ่งขึ้นก็อยากให้ทุกคนส่งเสียงดังๆ เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ.
.
.
ศุภณัฐ จี้ กทม. เลิกขอสำเนาเอกสารที่รัฐมีข้อมูลอยู่แล้ว ชี้ ต้องเร่งอำนวยความสะดวก ให้ปชช.รับเงินเยียวยา
https://www.matichon.co.th/politics/news_5926207
.
‘ศุภณัฐ’ จี้ กทม. เลิกขอสำเนาเอกสารที่รัฐมีข้อมูลอยู่แล้ว ชี้ ต้องเร่งอำนวยความสะดวก ให้ปชช.รับเงินเยียวยาน้ำท่วม
.
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ตนได้มอบหมายให้ทีมงานไปยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อขอให้พิจารณายกเลิกการเรียกเก็บสำเนาเอกสารที่หน่วยงานของรัฐมีข้อมูลอยู่ในครอบครองแล้ว ในการยื่นเรื่องขอรับเงินช่วยเหลือค่าซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย ผ่านเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th เพื่อลดภาระของประชาชนที่กำลังเดือดร้อนจากภัยพิบัติ
.
นายศุภณัฐกล่าวต่อว่า ในปีนี้ กทม.ได้พัฒนาระบบยื่นขอรับเงินเยียวยาผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว ซึ่งมีการออกแบบระบบที่ใช้งานง่าย สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับ ThaiD และได้ยกเลิกข้อกำหนดที่ต้องใช้ใบแจ้งความลงบันทึกประจำวันตามที่ตนเคยเสนอแนะไปก่อนหน้านี้ ทำให้ลดขั้นตอนลงไปได้พอสมควร อย่างไรก็ตาม เพื่อยกระดับการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง กทม.จำเป็นต้องปรับปรุงระบบเพิ่มเติมด้วยการเลิกขอเอกสารที่หน่วยงานรัฐสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อยู่แล้ว ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาโฉนดที่ดิน สำเนาบัญชีธนาคาร
.
นายศุภณัฐกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กทม.ไม่ควรให้ประชาชนต้องกรอกข้อมูลที่ไม่มีความจำเป็นต่อการพิจารณาอนุมัติเงินเยียวยา เช่น ข้อมูลรหัสประจำบ้าน รายละเอียดเกี่ยวกับบุคคลในบ้าน และข้อมูลรายได้ต่างๆ เนื่องจากเป็นข้อมูลที่ กทม.สามารถตรวจสอบผ่านระบบได้เอง และไม่เกี่ยวข้องกับเกณฑ์การพิจารณาจ่ายเงินค่าซ่อมแซมบ้าน ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับแอพพลิเคชั่น ‘ทางรัฐ’ ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนขอรับเงินเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท ว่าในรอบนี้แอพพลิเคชั่นทางรัฐอำนวยความสะดวกได้ดีกว่ามาก เนื่องจากแทบไม่มีการเรียกขอเอกสารเพิ่มเติมเลย