เท้ง บี้ รบ. เร่งแก้สารพิษแม่น้ำกก แฉ สารหนูพุ่ง 28 เท่า พบตะกั่วปนเปื้อนในข้าว เตือนลามอีสาน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5947903
.

.
‘เท้ง’ บี้ ‘รัฐบาล’ เร่งแก้ปัญหาสารพิษแม่น้ำกกหลังพบ ‘สารหนู’ ปนเปื้อนในข้าว จี้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม-กระทรวงทรัพยากรฯ-สาธารณสุข’แก้ปัญหาเตือนลามแม่น้ำโขง-อีสาน แนะประชาชนสลับซื้อข้าวจากแหล่งอื่น-หุงข้าวใส่น้ำเยอะ ๆ
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 ตุลาคม ที่รัฐสภา นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ถึงปัญหาสารพิษในแม่น้ำกก ว่า ในการประชุม ครม.ทุก ๆ สัปดาห์หากออกมติที่อิงอยู่บนหลักผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง ตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที เชื่อว่าปัญหาที่ประชาชนได้รับอยู่ในปัจจุบันก็จะได้รับการแก้ไขไปนานแล้ว เช่น กรณีสารพิษในแม่น้ำ ซึ่งวันนี้ลุกลามบานปลาย เข้าสู่พื้นที่เกษตรของประชาชน แม้แต่ปัญหาราคาพลังงานสูงที่เกิดจากวิกฤตการสู้รบในตะวันออกลาง ทำให้เราต้องประชุม ครม.เงาประจำสัปดาห์ขึ้น เพื่อทำให้ประชาชนเห็นว่า ถ้าเรามี ครม.มีรัฐมนตรีที่ใช้อำนาจในการตัดสินใจออกมติ ครม.โดยยืนอยู่บนผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง เราจะได้รับการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ดีขึ้นอย่างไรบ้าง
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ในเรื่องสารพิษในแม่น้ำ ซึ่งปัจจุบัน กระทบจากพื้นที่ภาคเหนือและกำลังจะลามไปสู่พื้นที่ภาคอีสาน เรื่องนี้เราได้มีการติดตาม แต่รัฐบาลจงใจละเลย เห็นได้จากสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดที่พบการกระจายสารพิษจากโรงงานในจ.ปราจีนบุรี ทั้ง ๆ ที่เป็นปัญหาเรื้อรังมานานประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ยังรวมไปถึงปัญหาสารพิษในแม่น้ำบริเวณชายแดน ล่าสุดข้อมูลที่ได้รับมาเปรียบเทียบกับข้อมูลก่อนหน้านี้ พบสารพิษในแม่น้ำที่ไหลมาจากการทำเหมืองในต่างประเทศเกินค่ามาตรฐาน เพียง 1.5-2 เท่า ซึ่งก็ถือว่าสูงมากแล้ว แต่จากผลการตรวจล่าสุดในน้ำชลประทาน ซึ่งมาจากแม่น้ำกกโดยตรงพบสารหนูเกินค่าความปลอดภัยถึง 28 เท่า ตะกั่วเกิน 5 เท่า
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการตรวจดินในพื้นที่เกษตรจำนวน 20 แปลง พบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน 11 แปลง และจากการตรวจข้าวและแกลบ ซึ่งเป็นผลผลิตจากพื้นที่เหล่านั้นซึ่งปลูกช่วงมีนาคม-พฤษภาคม พบสารตะกั่วปนเปื้อนอยู่ในเมล็ดข้าว ส่งผลต่อการพัฒนาสมองของเด็ก ขณะนี้ผลผลิตถูกกระจายสู่ตลาดแล้ว ซึ่งเราก็ตอบไม่ได้ว่าผู้บริโภคจะได้รับสารพิษเหล่านี้อย่างไรบ้าง นี่คือข้อห่วงใยของเรามาเป็นระยะเวลานานแล้ว แต่รัฐบาลกลับละเลย สุดท้ายก็ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร ประชาชนโดยตรง ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการตรวจพบสารพิษในข้าวล็อตที่ปลูกตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคมเพิ่งจะออกมาในช่วงนี้เป็นเพราะรัฐบาลไม่ได้จัดสรรงบประมาณไว้อย่างดีเพียงพอ หน่วยงานไม่มีงบในการตรวจโดยตรง ต้องบริหารการใช้งบจากโครงการอื่นมาตรวจข้าวในครั้งนี้ จึงทำให้ผลตรวจออกมาล่าช้า
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น ขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ 2 ส่วนคือ 1.การจัดการในภาครวม ซึ่งนายกฯ จะมีกำหนดการเดินทางไปยังประเทศจีน จึงอยากให้นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศแสดงความกล้าหาญและนำเรื่องนี้ไปพูดคุยกับตัวแทนประเทศจีนว่าจะมีมาตรการแก้ไขปัญหาสารพิษในแม่น้ำบริเวณชายแดนอย่างไร เพราะวันนี้มีการขยายเหมืองไปยังประเทศลาว เท่ากับว่าสารพิษกำลังจะขยายไปสู่พื้นที่อีสาน ส่งผลกระทบต่อการเกษตรและวิถีชีวิตของประชาชนในวงกว้างกว่านี้
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตนยังอยากให้ใช้กลไกคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติที่นายกฯ เป็นประธาน ซึ่งเข้าใจว่าได้มอบหมายให้นายทรงศักด์ ทองศรี รองนายกฯ เป็นผู้กำกับดูแลแต่จากการประชุม ทั้ง 3 ครั้งในปีนี้กลับไม่มีการหยิบยกเรื่องสารพิษในแม่น้ำ สารพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม เข้าไปหารือเลยว่าจะจัดการอย่างไร ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ไม่เคยลงมาจัดการปัญหานี้อย่างจริงจัง ซึ่งตนขอตั้งข้อสังเกตว่านายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาจไม่เคยให้ความสำคัญ หรือไม่เคยเข้าประชุมกรรมการชุดนี้เลยหรือไม่ และขอเรียกร้องไปยังกระทรวงสาธารณสุขให้เข้ามาดูแลประชาชนสุขภาพประชาชนด้วย
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า 2.การจัดการปัญหาในภาพเล็ก ระหว่างการรอรัฐบาลที่ยังไม่ได้เข้ามาจัดการปัญหาอย่างดีพอหรือมีการละเลย ก็อย่างเสนอแนะไปยังประชาชน โดยตรวจสอบข้าวที่ซื้อว่ามีแหล่งที่มาจากที่ใด หามาจากพื้นที่ที่สงสัยว่าอาจจะมีการปนเปื้อนของสารพิษ ก็ขอให้เลือกสลับซื้อข้าวที่มาจากแหล่งอื่น เพื่อลดความเสี่ยง รวมถึงการหุงข้าวหากใช้ปริมาณน้ำที่เยอะขึ้น หุงสุกแล้วเทน้ำออกก็จะช่วยลดการปนเปื้อนของสารพิษลงได้
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ขอเรียกร้องมาตรการระยะสั้นไปยังรัฐบาลให้จัดงบฉุกเฉิน สำหรับตรวจพื้นที่เกษตรรายแปลง โดยนำแผนที่พื้นที่เสี่ยงของการปนเปื้อนสารพิษ ซึ่งขณะนี้กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมจัดทำกับอนุกรรมาธิการมลพิษทางน้ำข้ามชายแดน มาประกอบการบริหารจัดการลงพื้นที่ตรวจรายแปลง
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ย้ำว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เกษตรกรไม่ใช่ต้นเหตุ แต่คือผู้เสียหายด่านแรก นอกจากได้รับผลกระทบโดยตรงคนที่อยู่ในแปลงเกษตรได้รับการปนเปื้อนสารพิษโดยตรง และปัญหานี้กำลังจะส่งผลกระทบทางอ้อมต่อเกษตรกรแปลงอื่น ๆ ถึงแม้จะไม่มีการปนเปื้อนแต่ก็ทำให้ประชาชนเกิดความไม่เชื่อมั่น ที่จะซื้อผลผลิตทางการเกษตรที่มีข่าวออกมาว่ามีการตรวจพบสารปนเปื้อน จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการทุกอย่างตามที่พวกเราได้ส่งข้อเสนอ
.
.
ฝ่ายค้านพร้อมซักฟอก 4 วัน จี้รัฐบาลจัดตารางงาน พร้อมอภิปรายเสาร์-อาทิตย์
https://www.matichon.co.th/politics/news_5947901
.
ฝ่ายค้านพร้อมซักฟอก 4 วัน จี้รัฐบาลจัดตารางงาน พร้อมอภิปรายเสาร์-อาทิตย์
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 ตุลาคม ที่รัฐสภา นาย
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการเจรจาตกลงวันและเวลาในเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ว่า สิ่งที่พวกเราไม่อยากเห็นคือการเสนอญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจถูกลากออกไปจนไม่ได้ถูกบรรจุญัตติในสมัยประชุม ตนคิดว่าคงไม่อยากให้เกิดขึ้น ในประสบการณ์การทำงานของตน ตั้งแต่นักการเมือง ยังไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้ ตนยังคงเชื่อว่านาย
โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาเอง มีความตั้งใจที่อยากจะบรรจุญัตติให้ทันในสมัยประชุม
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ซึ่งตามข้อมูลที่ตนได้มาทราบมา ตารางคณะรัฐมนตรี (ครม.) อาจจะมีความแน่นอยู่บ้าง แต่ตนเชื่อว่าบริหารจัดการได้ ในส่วนของกรอบระยะเวลาการอภิปรายที่อาจอาจมีการให้ข่าวนั้น ทางฝั่งฝ่ายค้านพยายามจะยึดกรอบ ยืนยันว่าการเจรจาพูดคุย ที่ผ่านมาพร้อมจะปรับให้ความยืดหยุ่น เพียงแต่ว่าถ้าเราต้องปรับลดเหลือ 4 วัน เราเองก็ขอระยะเวลาในการประสานระหว่างพรรคฝ่ายค้านด้วย เพราะรัฐมนตรีทั้งมีการอภิปรายให้ครบทุกคน
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้น จึงต้องตัดเนื้อหาบางส่วน ตัดผู้อภิปรายออก ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะกับพรรคประชาชน แต่ส่งผลกระทบต่อพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น ดังนั้น ถ้าไม่ได้บรรจุญัตติในสัปดาห์นี้ จะเป็นสัปดาห์หน้า 2 สัปดาห์หน้า เมื่อไหร่ก็ตาม เราพร้อม อยากให้รัฐบาลรีบเคลียร์ตารางของตัวเองว่าพร้อมจะเข้าสู่สภาเปิดเวที พร้อมเมื่อไหร่
.
“
กรอบเวลาที่เราเคยเสนอไปเป็นกรอบเวลาที่เหมาะสม 5 วัน 60 ชั่วโมง เพราะจำนวนรัฐมนตรีถึง 18 คน แต่เมื่อรัฐบาลพยายามบอกว่ามีภารกิจ เราเองก็ไม่อยากตั้งเงื่อนไข ถ้าอยากให้เราปรับลดเหลือ 4 วัน ก็ให้เวลาพวกเรากลับมาจัดการ ซึ่งหากไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจสัปดาห์นี้ เป็นสัปดาห์หน้าหรืออีก 2 สัปดาห์ถัดไป พวกเราพร้อม อยู่ที่คำตอบของรัฐบาลว่ารัฐบาลมีความพร้อมขนาดไหน” นาย
ณัฐพงษ์ กล่าว
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ตนยืนยันอีกครั้งว่าถ้าจะเป็นสัปดาห์หน้าหรือ 2 สัปดาห์หน้า เมื่อไหร่ก็ได้ จริงๆเสาร์อาทิตย์ก็ได้ สภาไม่ใช่ว่าต้องหยุดเสาร์-อาทิตย์
.
เมื่อถามว่า ถ้าลากไปเดือนธันวาคม จะมีผลกระทบหรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เท่าที่ตนได้ฟังมา ฝ่ายรัฐบาลไม่ได้กางตารางออกมาให้เราเห็นอย่างที่ประชุมทางการที่ตนได้ข้อมูลเบื้องหลัง ก็พบว่าตารางของนายกรัฐมนตรีเองหรือคณะรัฐมนตรีเอง ยังพอที่จะใส่ลงไปได้ ถ้าบริหารจัดการดีๆ บางหมาย ถ้าไม่ได้เป็นภารกิจต่างประเทศ เป็นหมายของคณะรัฐมนตรี ก็ยังปรับได้ รวมถึงเสาร์อาทิตย์ ตนคิดว่ารัฐบาลเองมากกว่าที่ยังไม่พร้อมที่จะให้ฝ่ายค้านซักฟอก
.
เมื่อถามว่า มองว่าสามารถขยับ ครม.สัญจร ได้หรือไม่ นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า บางหมายที่อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวแทนต่างประเทศ เช่น ครม.สัญจร บางทีอาจจะเป็นการบริหารที่รัฐบาลสามารถบริหารจัดการได้เองอยู่แล้ว ซึ่งตนก็อาจจะไม่ได้ไปทราบรายละเอียดว่าหมาย ครม.สัญจรมีความสำคัญมากน้อยขนาดไหน แต่เรื่องนี้ ถ้าดูจากพฤติการณ์ที่ผ่านมาแล้ว เราจะเห็นว่าคนที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล ไม่เคยจะมาตอบกระทู้ในสภาเลย ตัวแทนของรัฐบาล หลายครั้งก็หลีกเลี่ยงการเข้ามาตอบคำถามในสภา
.
นาย
ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ฉะนั้น สิ่งที่เราเห็นมาโดยตลอดคือพฤติกรรมของรัฐบาลไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเวทีในสภาเท่าที่ควร ซึ่งจริงๆ แล้วก็พยายามจะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบในสภา ตนยืนยันอีกหนึ่งครั้งว่าการซักฟอก ฝ่ายค้าน ณ ตอนนี้พร้อม สัปดาห์ไหนก็ได้ เหลือแค่ฝั่งรัฐบาลบอกตัวเองพร้อม เมื่อไหร่รัฐบาลพร้อม พวกเราก็พร้อมที่จะซักฟอกรัฐบาลทันที
.
ด้านนาย
พิศาล มาณวพัฒน์ รัฐมนตรีเงากระทรวงการต่างประเทศของพรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า การประชุมสุดยอดอาเซียนกับเอเปค ถ้านายกรัฐมนตรีมีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามภารกิจที่ได้ปฏิญาณไว้ก่อนเข้ารับตำแหน่ง สามารถที่จะให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นตัวแทนได้อย่างสบาย เพราะท่านเป็นรองนายกฯ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่มีความเชี่ยวชาญ มีความชำนาญ และสามารถทำหน้าที่แทนประเทศไทยได้อย่างดี หน้าตาประเทศไทยจะดูดีแน่นอน
.
“
การที่ผู้นำไม่เข้าร่วมประชุมสุดยอดบางวัน หรือไม่สามารถเข้าร่วมได้เลย ไปอธิบายให้นานาประเทศฟัง เพราะมีภารกิจของการเข้าร่วมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งสมัยประชุม 1 ปี มีได้ 1 ครั้ง แล้วทำให้ประเทศไทยดูดีด้วย ว่าเรามีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ผู้นำให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ภายใน ที่ประชาชนส่งความเห็นผ่าน สส.” นาย
พิศาล กล่าว
JJNY : เท้งบี้เร่งแก้สารพิษแม่น้ำกก│พร้อมซักฟอก จี้จัดตารางงาน│ศุภโชติซัดแก้น้ำมันแพงล้มเหลว│เดชรัตจี้สอบจดทะเบียนกะเพรา
https://www.matichon.co.th/politics/news_5947903
.
.
‘เท้ง’ บี้ ‘รัฐบาล’ เร่งแก้ปัญหาสารพิษแม่น้ำกกหลังพบ ‘สารหนู’ ปนเปื้อนในข้าว จี้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม-กระทรวงทรัพยากรฯ-สาธารณสุข’แก้ปัญหาเตือนลามแม่น้ำโขง-อีสาน แนะประชาชนสลับซื้อข้าวจากแหล่งอื่น-หุงข้าวใส่น้ำเยอะ ๆ
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ถึงปัญหาสารพิษในแม่น้ำกก ว่า ในการประชุม ครม.ทุก ๆ สัปดาห์หากออกมติที่อิงอยู่บนหลักผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง ตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที เชื่อว่าปัญหาที่ประชาชนได้รับอยู่ในปัจจุบันก็จะได้รับการแก้ไขไปนานแล้ว เช่น กรณีสารพิษในแม่น้ำ ซึ่งวันนี้ลุกลามบานปลาย เข้าสู่พื้นที่เกษตรของประชาชน แม้แต่ปัญหาราคาพลังงานสูงที่เกิดจากวิกฤตการสู้รบในตะวันออกลาง ทำให้เราต้องประชุม ครม.เงาประจำสัปดาห์ขึ้น เพื่อทำให้ประชาชนเห็นว่า ถ้าเรามี ครม.มีรัฐมนตรีที่ใช้อำนาจในการตัดสินใจออกมติ ครม.โดยยืนอยู่บนผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้ง เราจะได้รับการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ดีขึ้นอย่างไรบ้าง
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ในเรื่องสารพิษในแม่น้ำ ซึ่งปัจจุบัน กระทบจากพื้นที่ภาคเหนือและกำลังจะลามไปสู่พื้นที่ภาคอีสาน เรื่องนี้เราได้มีการติดตาม แต่รัฐบาลจงใจละเลย เห็นได้จากสถานการณ์น้ำท่วมล่าสุดที่พบการกระจายสารพิษจากโรงงานในจ.ปราจีนบุรี ทั้ง ๆ ที่เป็นปัญหาเรื้อรังมานานประชาชนได้รับผลกระทบเป็นวงกว้าง นอกจากนี้ยังรวมไปถึงปัญหาสารพิษในแม่น้ำบริเวณชายแดน ล่าสุดข้อมูลที่ได้รับมาเปรียบเทียบกับข้อมูลก่อนหน้านี้ พบสารพิษในแม่น้ำที่ไหลมาจากการทำเหมืองในต่างประเทศเกินค่ามาตรฐาน เพียง 1.5-2 เท่า ซึ่งก็ถือว่าสูงมากแล้ว แต่จากผลการตรวจล่าสุดในน้ำชลประทาน ซึ่งมาจากแม่น้ำกกโดยตรงพบสารหนูเกินค่าความปลอดภัยถึง 28 เท่า ตะกั่วเกิน 5 เท่า
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการตรวจดินในพื้นที่เกษตรจำนวน 20 แปลง พบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน 11 แปลง และจากการตรวจข้าวและแกลบ ซึ่งเป็นผลผลิตจากพื้นที่เหล่านั้นซึ่งปลูกช่วงมีนาคม-พฤษภาคม พบสารตะกั่วปนเปื้อนอยู่ในเมล็ดข้าว ส่งผลต่อการพัฒนาสมองของเด็ก ขณะนี้ผลผลิตถูกกระจายสู่ตลาดแล้ว ซึ่งเราก็ตอบไม่ได้ว่าผู้บริโภคจะได้รับสารพิษเหล่านี้อย่างไรบ้าง นี่คือข้อห่วงใยของเรามาเป็นระยะเวลานานแล้ว แต่รัฐบาลกลับละเลย สุดท้ายก็ส่งผลกระทบต่อเกษตรกร ประชาชนโดยตรง ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการตรวจพบสารพิษในข้าวล็อตที่ปลูกตั้งแต่เดือนมีนาคม-พฤษภาคมเพิ่งจะออกมาในช่วงนี้เป็นเพราะรัฐบาลไม่ได้จัดสรรงบประมาณไว้อย่างดีเพียงพอ หน่วยงานไม่มีงบในการตรวจโดยตรง ต้องบริหารการใช้งบจากโครงการอื่นมาตรวจข้าวในครั้งนี้ จึงทำให้ผลตรวจออกมาล่าช้า
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น ขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ 2 ส่วนคือ 1.การจัดการในภาครวม ซึ่งนายกฯ จะมีกำหนดการเดินทางไปยังประเทศจีน จึงอยากให้นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศแสดงความกล้าหาญและนำเรื่องนี้ไปพูดคุยกับตัวแทนประเทศจีนว่าจะมีมาตรการแก้ไขปัญหาสารพิษในแม่น้ำบริเวณชายแดนอย่างไร เพราะวันนี้มีการขยายเหมืองไปยังประเทศลาว เท่ากับว่าสารพิษกำลังจะขยายไปสู่พื้นที่อีสาน ส่งผลกระทบต่อการเกษตรและวิถีชีวิตของประชาชนในวงกว้างกว่านี้
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตนยังอยากให้ใช้กลไกคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติที่นายกฯ เป็นประธาน ซึ่งเข้าใจว่าได้มอบหมายให้นายทรงศักด์ ทองศรี รองนายกฯ เป็นผู้กำกับดูแลแต่จากการประชุม ทั้ง 3 ครั้งในปีนี้กลับไม่มีการหยิบยกเรื่องสารพิษในแม่น้ำ สารพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม เข้าไปหารือเลยว่าจะจัดการอย่างไร ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ไม่เคยลงมาจัดการปัญหานี้อย่างจริงจัง ซึ่งตนขอตั้งข้อสังเกตว่านายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อาจไม่เคยให้ความสำคัญ หรือไม่เคยเข้าประชุมกรรมการชุดนี้เลยหรือไม่ และขอเรียกร้องไปยังกระทรวงสาธารณสุขให้เข้ามาดูแลประชาชนสุขภาพประชาชนด้วย
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า 2.การจัดการปัญหาในภาพเล็ก ระหว่างการรอรัฐบาลที่ยังไม่ได้เข้ามาจัดการปัญหาอย่างดีพอหรือมีการละเลย ก็อย่างเสนอแนะไปยังประชาชน โดยตรวจสอบข้าวที่ซื้อว่ามีแหล่งที่มาจากที่ใด หามาจากพื้นที่ที่สงสัยว่าอาจจะมีการปนเปื้อนของสารพิษ ก็ขอให้เลือกสลับซื้อข้าวที่มาจากแหล่งอื่น เพื่อลดความเสี่ยง รวมถึงการหุงข้าวหากใช้ปริมาณน้ำที่เยอะขึ้น หุงสุกแล้วเทน้ำออกก็จะช่วยลดการปนเปื้อนของสารพิษลงได้
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ขอเรียกร้องมาตรการระยะสั้นไปยังรัฐบาลให้จัดงบฉุกเฉิน สำหรับตรวจพื้นที่เกษตรรายแปลง โดยนำแผนที่พื้นที่เสี่ยงของการปนเปื้อนสารพิษ ซึ่งขณะนี้กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมจัดทำกับอนุกรรมาธิการมลพิษทางน้ำข้ามชายแดน มาประกอบการบริหารจัดการลงพื้นที่ตรวจรายแปลง
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ย้ำว่าปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เกษตรกรไม่ใช่ต้นเหตุ แต่คือผู้เสียหายด่านแรก นอกจากได้รับผลกระทบโดยตรงคนที่อยู่ในแปลงเกษตรได้รับการปนเปื้อนสารพิษโดยตรง และปัญหานี้กำลังจะส่งผลกระทบทางอ้อมต่อเกษตรกรแปลงอื่น ๆ ถึงแม้จะไม่มีการปนเปื้อนแต่ก็ทำให้ประชาชนเกิดความไม่เชื่อมั่น ที่จะซื้อผลผลิตทางการเกษตรที่มีข่าวออกมาว่ามีการตรวจพบสารปนเปื้อน จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการทุกอย่างตามที่พวกเราได้ส่งข้อเสนอ
.
.
ฝ่ายค้านพร้อมซักฟอก 4 วัน จี้รัฐบาลจัดตารางงาน พร้อมอภิปรายเสาร์-อาทิตย์
https://www.matichon.co.th/politics/news_5947901
.
ฝ่ายค้านพร้อมซักฟอก 4 วัน จี้รัฐบาลจัดตารางงาน พร้อมอภิปรายเสาร์-อาทิตย์
.
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 26 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการเจรจาตกลงวันและเวลาในเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ว่า สิ่งที่พวกเราไม่อยากเห็นคือการเสนอญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจถูกลากออกไปจนไม่ได้ถูกบรรจุญัตติในสมัยประชุม ตนคิดว่าคงไม่อยากให้เกิดขึ้น ในประสบการณ์การทำงานของตน ตั้งแต่นักการเมือง ยังไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้ ตนยังคงเชื่อว่านายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาเอง มีความตั้งใจที่อยากจะบรรจุญัตติให้ทันในสมัยประชุม
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ซึ่งตามข้อมูลที่ตนได้มาทราบมา ตารางคณะรัฐมนตรี (ครม.) อาจจะมีความแน่นอยู่บ้าง แต่ตนเชื่อว่าบริหารจัดการได้ ในส่วนของกรอบระยะเวลาการอภิปรายที่อาจอาจมีการให้ข่าวนั้น ทางฝั่งฝ่ายค้านพยายามจะยึดกรอบ ยืนยันว่าการเจรจาพูดคุย ที่ผ่านมาพร้อมจะปรับให้ความยืดหยุ่น เพียงแต่ว่าถ้าเราต้องปรับลดเหลือ 4 วัน เราเองก็ขอระยะเวลาในการประสานระหว่างพรรคฝ่ายค้านด้วย เพราะรัฐมนตรีทั้งมีการอภิปรายให้ครบทุกคน
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ดังนั้น จึงต้องตัดเนื้อหาบางส่วน ตัดผู้อภิปรายออก ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะกับพรรคประชาชน แต่ส่งผลกระทบต่อพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น ดังนั้น ถ้าไม่ได้บรรจุญัตติในสัปดาห์นี้ จะเป็นสัปดาห์หน้า 2 สัปดาห์หน้า เมื่อไหร่ก็ตาม เราพร้อม อยากให้รัฐบาลรีบเคลียร์ตารางของตัวเองว่าพร้อมจะเข้าสู่สภาเปิดเวที พร้อมเมื่อไหร่
.
“กรอบเวลาที่เราเคยเสนอไปเป็นกรอบเวลาที่เหมาะสม 5 วัน 60 ชั่วโมง เพราะจำนวนรัฐมนตรีถึง 18 คน แต่เมื่อรัฐบาลพยายามบอกว่ามีภารกิจ เราเองก็ไม่อยากตั้งเงื่อนไข ถ้าอยากให้เราปรับลดเหลือ 4 วัน ก็ให้เวลาพวกเรากลับมาจัดการ ซึ่งหากไม่อภิปรายไม่ไว้วางใจสัปดาห์นี้ เป็นสัปดาห์หน้าหรืออีก 2 สัปดาห์ถัดไป พวกเราพร้อม อยู่ที่คำตอบของรัฐบาลว่ารัฐบาลมีความพร้อมขนาดไหน” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ตนยืนยันอีกครั้งว่าถ้าจะเป็นสัปดาห์หน้าหรือ 2 สัปดาห์หน้า เมื่อไหร่ก็ได้ จริงๆเสาร์อาทิตย์ก็ได้ สภาไม่ใช่ว่าต้องหยุดเสาร์-อาทิตย์
.
เมื่อถามว่า ถ้าลากไปเดือนธันวาคม จะมีผลกระทบหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เท่าที่ตนได้ฟังมา ฝ่ายรัฐบาลไม่ได้กางตารางออกมาให้เราเห็นอย่างที่ประชุมทางการที่ตนได้ข้อมูลเบื้องหลัง ก็พบว่าตารางของนายกรัฐมนตรีเองหรือคณะรัฐมนตรีเอง ยังพอที่จะใส่ลงไปได้ ถ้าบริหารจัดการดีๆ บางหมาย ถ้าไม่ได้เป็นภารกิจต่างประเทศ เป็นหมายของคณะรัฐมนตรี ก็ยังปรับได้ รวมถึงเสาร์อาทิตย์ ตนคิดว่ารัฐบาลเองมากกว่าที่ยังไม่พร้อมที่จะให้ฝ่ายค้านซักฟอก
.
เมื่อถามว่า มองว่าสามารถขยับ ครม.สัญจร ได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า บางหมายที่อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวแทนต่างประเทศ เช่น ครม.สัญจร บางทีอาจจะเป็นการบริหารที่รัฐบาลสามารถบริหารจัดการได้เองอยู่แล้ว ซึ่งตนก็อาจจะไม่ได้ไปทราบรายละเอียดว่าหมาย ครม.สัญจรมีความสำคัญมากน้อยขนาดไหน แต่เรื่องนี้ ถ้าดูจากพฤติการณ์ที่ผ่านมาแล้ว เราจะเห็นว่าคนที่ชื่ออนุทิน ชาญวีรกูล ไม่เคยจะมาตอบกระทู้ในสภาเลย ตัวแทนของรัฐบาล หลายครั้งก็หลีกเลี่ยงการเข้ามาตอบคำถามในสภา
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ฉะนั้น สิ่งที่เราเห็นมาโดยตลอดคือพฤติกรรมของรัฐบาลไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเวทีในสภาเท่าที่ควร ซึ่งจริงๆ แล้วก็พยายามจะหลีกเลี่ยงการตรวจสอบในสภา ตนยืนยันอีกหนึ่งครั้งว่าการซักฟอก ฝ่ายค้าน ณ ตอนนี้พร้อม สัปดาห์ไหนก็ได้ เหลือแค่ฝั่งรัฐบาลบอกตัวเองพร้อม เมื่อไหร่รัฐบาลพร้อม พวกเราก็พร้อมที่จะซักฟอกรัฐบาลทันที
.
ด้านนายพิศาล มาณวพัฒน์ รัฐมนตรีเงากระทรวงการต่างประเทศของพรรคประชาชน กล่าวเสริมว่า การประชุมสุดยอดอาเซียนกับเอเปค ถ้านายกรัฐมนตรีมีความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามภารกิจที่ได้ปฏิญาณไว้ก่อนเข้ารับตำแหน่ง สามารถที่จะให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นตัวแทนได้อย่างสบาย เพราะท่านเป็นรองนายกฯ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่มีความเชี่ยวชาญ มีความชำนาญ และสามารถทำหน้าที่แทนประเทศไทยได้อย่างดี หน้าตาประเทศไทยจะดูดีแน่นอน
.
“การที่ผู้นำไม่เข้าร่วมประชุมสุดยอดบางวัน หรือไม่สามารถเข้าร่วมได้เลย ไปอธิบายให้นานาประเทศฟัง เพราะมีภารกิจของการเข้าร่วมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งสมัยประชุม 1 ปี มีได้ 1 ครั้ง แล้วทำให้ประเทศไทยดูดีด้วย ว่าเรามีการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่ผู้นำให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ภายใน ที่ประชาชนส่งความเห็นผ่าน สส.” นายพิศาล กล่าว