ปิยรัฐ จี้ ครม. เคลียร์คิว ซักฟอก 4-5 วัน ชี้เดิมพัน คอขาดบาดตาย โยงเก้าอี้นายกฯ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5947353
.
.
‘ปิยรัฐ’ เผย ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อหารือกรอบซักฟอกไม่เป็นทางการ 26 ต.ค. ย้ำต้องใช้เวลา 4-5 วัน ชี้เป็นวาระสำคัญไม่แพ้ภารกิจอื่น เหตุเกี่ยวกับสถานะ ‘นายกฯ’ ของประเทศ จี้ เคลียร์ตารางให้ได้ บอก เป็นเรื่องคุยกันได้
.
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม นาย
ปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการนัดหารือการเจรจาเพื่อวางกรอบเวลาการเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ว่า ขณะนี้วิปฝ่ายค้านยังไม่ได้มีการนัดหมายพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ รวมถึงภายในของพรรคประชาชนก็ยังไม่ได้มีการคุยกันเรื่องดังกล่าว ซึ่งวันนี้แต่ละพรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีการสรุปกันก่อนว่ามีความเห็นอย่างไร แล้วในวันที่ 26 ตุลาคม ฝ่ายค้านจะมีการหารือกันอีกครั้งแบบไม่เป็นทางการ
.
เมื่อถามว่า ได้มีการประสานเพื่อนัดหารือกันใน 3 ฝ่ายมาแล้วบ้างหรือไม่ นาย
ปิยรัฐ กล่าวว่า ยังไม่มี เพราะปกติจะมีการคุยตรงผ่านประธานวิป จากนั้นประธานวิปก็จะมีการมาแจ้งในที่ประชุมวิปอีกครั้ง แต่ขณะนี้นาย
พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ยังไม่ได้มีการแจ้งเรื่องนี้มา
.
เมื่อถามถึง แนวโน้มความเป็นไปได้ในการอภิปรายช่วงเดือนพฤศจิกายนหรือเดือนธันวาคมนั้น นาย
ปิยรัฐ กล่าวว่า โดยกรอบกฎหมายก็ทำได้ แต่เมื่อเราเอาเนื้อหามาดูกันแล้ว อย่างไรก็ตาม เรายืนวันของเราชัดเจนว่าเฉพาะฝ่ายค้านอย่างเดียว 60 ชั่วโมง รัฐบาลก็ลองไปคำนวณดู หากรวมเวลาของฝ่ายบริหารและประธานในที่ประชุมแล้ว รวมแล้ว 70-80 ชั่วโมงขึ้นไป ซึ่ง 3 วันคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ตัดไปเลย
.
นาย
ปิยรัฐ กล่าวต่อว่า ฉะนั้น ก็เป็น 4 วันหรือ 5 วันเท่านั้น แล้วช่วงเวลาดังกล่าวไปโดนล็อตไหนของเดือนพฤศจิกายน ตนคิดว่าต้องมีบ้าง เป็น 4+1 วัน ตอนนี้อยู่ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) และตนคิดว่าสส.ฝั่งรัฐบาลและประธานสภาฯ คงไม่ติด จะติดอยู่ที่ฝั่ง ครม. ฉะนั้น ขอให้ลองดูวันที่ ครม.ว่างสัก 4 หรือ 5 วันมาดู
.
เมื่อถามว่า เบื้องต้นฝ่ายครม.จะยังคงยืนยันอยู่เรื่อยๆ ว่าไม่ค่อยมีเวลาว่าง และอ้างเรื่องนายกรัฐมนตรีติดภารกิจต่างประเทศ ในส่วนนี้มองอย่างไร นายปิยรัฐ กล่าวว่า ปกติเวลาเรายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้าให้ทราบหลายเดือน จะมาแจ้งว่าไม่รู้ล่วงหน้าไม่ได้ เรายื่นไปตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม คุณมีเวลาเคลียร์ตารางคุณอย่างเร็วคือ 1 เดือน อย่างช้าก็อาจจะเดือนกว่าๆ
.
“
ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น สำหรับภารกิจของนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องคอขาดบาดตายด้วยซ้ำ เพราะเป็นการอภิปรายตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญที่ให้ลงมติด้วย เป็นเรื่องสถานะนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ฉะนั้น ย้ำว่าผมว่าเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น นายกฯ ต้องลองไปบริหารจัดการให้ได้ เพราะท่านทราบมาเป็นเดือนแล้ว ไม่จำเป็นที่นายกฯ จะต้องนั่งอยู่ตลอดเวลา 4 วัน 24 ชั่วโมง นายกฯ อาจจะมาฟังอภิปรายเฉพาะช่วงแรกหรือช่วงที่มีการอภิปรายถึงนายกฯ ก็ได้ หรือการอภิปรายอาจจะเป็นไปตามไทม์ไลน์เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการคิวของรัฐมนตรีแต่ละคน” นาย
ปิยรัฐ กล่าว
.
นาย
ปิยรัฐ กล่าวต่อว่า นี่เป็นเรื่องที่สามารถพูดคุยกันได้ในรายละเอียดเช่น อาจจะบอกว่านายกฯ ไม่อยู่วันที่ 2 หรือวันที่ 3 แต่จะอยู่วันที่ 1 ก็อภิปรายนายกฯ วันที่ 1 หากนายกฯ ว่างก็มานั่งฟังอภิปราย ถ้าไม่ว่างก็ฟังผ่านออนไลน์ เมื่ออภิปรายจบแล้วมีการลงมติท่านค่อยมาอีกรอบหนึ่ง เรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่สามารถพูดคุยกันได้
.
“
เรื่องพวกนี้ไม่ใช่ว่าเราไม่รู้ เขารู้กว่าเราอีก ไปย้อนดูได้ประวัติศาสตร์การอภิปรายไม่มีรัฐมนตรีมานั่งเรียงหน้ากันครบทุกคนตลอดเวลา มีจังหวะที่เขานั่งฟังและเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเขา เขาก็นั่งอยู่ หากจังหวะไหนไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับเขา เขาก็หลบไปนั่งทำงานด้านหลัง หรือไปนั่งทำงานเคลียร์งานที่กระทรวงหรือทำเนียบ ผมก็เห็นทำกันแบบนี้ จะเป็นเรื่องดีหากรัฐมนตรีอยู่ฟังตลอด 4 วันได้ แต่หากเป็นไปไม่ได้อย่างไรก็ต้องบริหารจัดการ“ นาย
ปิยรัฐ กล่าว
.
.
ผลสำรวจ 'ธำรงศักดิ์โพล' ส่วนใหญ่คนมอง 'ชัชชาติ' แก้ปัญหาน้ำท่วมได้ดีกว่า 'รัฐบาลอนุทิน'
https://prachatai.com/journal/2026/10/119190
.
'ธำรงศักดิ์โพล' สำรวจประชาชน 4,616 คน เรื่องการบริหารจัดการภัยพิบัติน้ำท่วม พบ 83.10% ให้คะแนนรัฐบาลอนุทิน 0-4 โดยระดับ 0 สูงสุด 42.43% ส่วนชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ได้ระดับ 6-10 ถึง 61.09% และได้คะแนนเต็ม 10 ถึง 22.24% จากผู้ตอบในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล
.
25 คุลาคม 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ผู้อำนวยการหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิต คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่ผลสำรวจภายใต้ชื่อ "อาจารย์ธำรงศักดิ์โพล" ซึ่งเป็นงานวิจัยส่วนบุคคล เก็บแบบสอบถามจากประชาชนทั่วประเทศ 4,616 คน ระหว่างวันที่ 4-18 ตุลาคม 2569 โดยนักศึกษาปริญญาตรี โท และเอก คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต 160 คน ใน 51 จังหวัด
.
ผู้วิจัยระบุว่า การเก็บข้อมูลอยู่ในช่วง 6 เดือนของการบริหารงานรัฐบาลและในสภาวะภัยพิบัติน้ำท่วม โดยอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรีวันที่ 30 มีนาคม และรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาวันที่ 9-10 เมษายน
คำถามแรกถามผู้ตอบทั่วประเทศว่าให้คะแนนรัฐบาลอนุทินในการบริหารจัดการภัยพิบัติน้ำท่วมระดับใด (เต็ม 10) มีผู้ตอบ 4,598 คน ผลเป็นดังนี้
.
- ระดับ 0 ร้อยละ 42.43 (1,951 คน)
- ระดับ 1 ร้อยละ 16.27 (748 คน)
- ระดับ 2 ร้อยละ 9.81 (451 คน)
- ระดับ 3 ร้อยละ 8.46 (389 คน)
- ระดับ 4 ร้อยละ 6.13 (282 คน)
- ระดับ 5 ร้อยละ 8.83 (406 คน)
- ระดับ 6 ร้อยละ 2.83 (130 คน)
- ระดับ 7 ร้อยละ 1.74 (80 คน)
- ระดับ 8 ร้อยละ 1.28 (59 คน)
- ระดับ 9 ร้อยละ 0.94 (43 คน)
- ระดับ 10 ร้อยละ 1.28 (59 คน)
.
เมื่อรวมภาพรวม ระดับ 0-4 ร้อยละ 83.10 ระดับ 5 ซึ่งหมายถึงปานกลาง ร้อยละ 8.83 และระดับ 6-10 ร้อยละ 8.07
.
เมื่อพิจารณาเฉพาะกรุงเทพฯ-ปริมณฑล มีผู้ตอบ 1,575 คน ระดับ 0 ร้อยละ 44.06 (694 คน) ระดับ 1 ร้อยละ 16.32 ระดับ 2 ร้อยละ 10.28 ระดับ 3 ร้อยละ 8.64 ระดับ 4 ร้อยละ 5.02 ระดับ 5 ร้อยละ 8.70 ระดับ 6 ร้อยละ 2.67 ระดับ 7 ร้อยละ 1.27 ระดับ 8 ร้อยละ 0.95 ระดับ 9 ร้อยละ 0.95 และระดับ 10 ร้อยละ 1.14 เมื่อรวมกัน ระดับ 0-4 ร้อยละ 84.32 ระดับ 5 ร้อยละ 8.70 และระดับ 6-10 ร้อยละ 6.98
.
คำถามที่สองถามเฉพาะผู้ตอบในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล (นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม) ให้คะแนนชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในการบริหารจัดการภัยพิบัติน้ำท่วม มีผู้ตอบ 1,578 คน ผลคือ
.
- ระดับ 0 ร้อยละ 6.15 (97 คน)
- ระดับ 1 ร้อยละ 3.99 (63 คน)
- ระดับ 2 ร้อยละ 3.49 (55 คน)
- ระดับ 3 ร้อยละ 3.80 (60 คน)
- ระดับ 4 ร้อยละ 5.70 (90 คน)
- ระดับ 5 ร้อยละ 15.78 (249 คน)
- ระดับ 6 ร้อยละ 8.75 (138 คน)
- ระดับ 7 ร้อยละ 10.45 (165 คน)
- ระดับ 8 ร้อยละ 11.79 (186 คน)
- ระดับ 9 ร้อยละ 7.86 (124 คน)
- ระดับ 10 ร้อยละ 22.24 (351 คน)
.
เมื่อรวมกัน ระดับ 0-4 ร้อยละ 23.13 ระดับ 5 ร้อยละ 15.78 และระดับ 6-10 ร้อยละ 61.09 โดยระดับ 10 หรือคะแนนเต็มเป็นคำตอบที่พบมากที่สุด
ผู้วิจัยกำหนดความหมายของค่าระดับไว้ว่า ระดับ 0 คือไม่ได้คะแนน ระดับ 1-2 น้อยที่สุด ระดับ 3-4 น้อย ระดับ 5 ปานกลาง ระดับ 6-7 มาก ระดับ 8-9 มากที่สุด และระดับ 10 คือคะแนนเต็ม
.
ผู้ตอบแบบสอบถามเป็นหญิง 53.32% ชาย 41.98% และเพศหลากหลาย 4.70% ด้านอายุเป็น Gen Z (18-29 ปี) 52.32% Gen Y (30-45 ปี) 23.22% Gen X (46-61 ปี) 15.88% และ Baby Boomer ขึ้นไป (62 ปีขึ้นไป) 8.58% ด้านการศึกษา ปริญญาตรีมากที่สุด 46.08% รองลงมาคือมัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า 28.62%
.
ด้านอาชีพ เป็นนักเรียนนักศึกษา 41.75% เจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ 11.35% พนักงานเอกชน 10.79% ข้าราชการ/พนักงานของรัฐ/รัฐวิสาหกิจ 10.68% รับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน 10.05% เกษตรกร 7.30% พ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน 5.61% และอื่น ๆ 2.47% ด้านรายได้ต่อเดือน ไม่มีรายได้ 25.74% ไม่เกิน 10,000 บาท 21.60% 10,001-20,000 บาท 23.42% 20,001-30,000 บาท 14.49% 30,001-40,000 บาท 6.93% และ 40,001 บาทขึ้นไป 7.82%
.
ผู้วิจัยระบุว่า งานวิจัยนี้เป็นการวิจัยส่วนบุคคล ทัศนะที่ปรากฏไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันการศึกษาใด
.
.
กะเพราเดือดไม่หยุด! ชาวบ้านถามรวยล้นฟ้าจดลิขสิทธิ์ทำไม พัฒนาสายพันธุ์ไปเลยใครจะกล้าแข่ง
https://ch3plus.com/news/social/morning/473267
.
ชาวบ้านบุรีรัมย์แสดงความเห็นดรามากะเพรา เชื่อชาวบ้านไม่ต้องรับผิด แต่ข้องใจรวยล้นฟ้าจดลิขสิทธิ์ทำไม ใครจะกล้าแข่งขันทางธุรกิจ มองเอาพันธุ์มาแจกชาวบ้านได้บุญดีกว่าไหม
.
วันที่ 25 ต.ค.2569 จากดรามากะเพราที่หลายคนต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา จนทำให้ชาวบ้านหวาดผวาไปตามๆ กันว่าหลังจากนี้การปลูกกะเพราขายจะมีความผิดหรือไม่ พร้อมตำหนิรัฐบาลและรัฐมนตรีที่รับผิดชอบกันอย่างหนัก แต่มีหนึ่งชาวบ้านที่ตำบลกลันทา อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ มีความคิดที่แตกต่างออกไปเกี่ยวกับการจดลิขสิทธิ์ของเจ้าสัวเจ้าของบริษัทดังของไทย
.
ชาวบ้านบุรีรัมย์ อายุ 39 ปี กล่าวว่า จากกระแสข่าวดังกล่าวส่วนตัวมองว่าชาวบ้านคงจะไม่ถูกจับติดคุกเหมือนที่เขาวิจารณ์หรือสร้างละครขึ้นมา ส่วนตัวมองว่าเจ้าสัวจะจดลิขสิทธิ์ทำไมรวยล้นฟ้าแล้ว ความจริงเจ้าสัวน่าจะพัฒนาสายพันธุ์ให้กะเพราดังระดับโลก ส่วนหนึ่งก็เอาพันธุ์มาแจกจ่ายชาวบ้านน่าจะดีกว่า
.
หากเจ้าสัวมองว่าเป็นการดำเนินการของบริษัทต้องมีทุนหรือขั้นตอนใดๆ ก็ตาม ตนเองก็มองว่าไม่มีใครมายุ่งเกี่ยวหรือไปล้มยักษ์เข้าไปส่งออกใบกะเพราของเจ้าสัวได้ อย่างอื่นไม่สนว่าพันธุ์จะออกมาอย่างไร ที่ข้องใจคือจดทำไม เอาพันธุ์มาแจกให้ชาวบ้านยังจะได้บุญกว่ามาก
JJNY : ปิยรัฐจี้ ครม.เคลียร์คิว│ส่วนใหญ่มอง'ชัชชาติ' แก้น้ำท่วมได้ดีกว่าอนุท│ชาวบ้านถามรวยล้นฟ้า│รบ.อังกฤษแนะนำปชช.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5947353
.
‘ปิยรัฐ’ เผย ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อหารือกรอบซักฟอกไม่เป็นทางการ 26 ต.ค. ย้ำต้องใช้เวลา 4-5 วัน ชี้เป็นวาระสำคัญไม่แพ้ภารกิจอื่น เหตุเกี่ยวกับสถานะ ‘นายกฯ’ ของประเทศ จี้ เคลียร์ตารางให้ได้ บอก เป็นเรื่องคุยกันได้
.
เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม นายปิยรัฐ จงเทพ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการนัดหารือการเจรจาเพื่อวางกรอบเวลาการเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ว่า ขณะนี้วิปฝ่ายค้านยังไม่ได้มีการนัดหมายพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ รวมถึงภายในของพรรคประชาชนก็ยังไม่ได้มีการคุยกันเรื่องดังกล่าว ซึ่งวันนี้แต่ละพรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีการสรุปกันก่อนว่ามีความเห็นอย่างไร แล้วในวันที่ 26 ตุลาคม ฝ่ายค้านจะมีการหารือกันอีกครั้งแบบไม่เป็นทางการ
.
เมื่อถามว่า ได้มีการประสานเพื่อนัดหารือกันใน 3 ฝ่ายมาแล้วบ้างหรือไม่ นายปิยรัฐ กล่าวว่า ยังไม่มี เพราะปกติจะมีการคุยตรงผ่านประธานวิป จากนั้นประธานวิปก็จะมีการมาแจ้งในที่ประชุมวิปอีกครั้ง แต่ขณะนี้นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ยังไม่ได้มีการแจ้งเรื่องนี้มา
.
เมื่อถามถึง แนวโน้มความเป็นไปได้ในการอภิปรายช่วงเดือนพฤศจิกายนหรือเดือนธันวาคมนั้น นายปิยรัฐ กล่าวว่า โดยกรอบกฎหมายก็ทำได้ แต่เมื่อเราเอาเนื้อหามาดูกันแล้ว อย่างไรก็ตาม เรายืนวันของเราชัดเจนว่าเฉพาะฝ่ายค้านอย่างเดียว 60 ชั่วโมง รัฐบาลก็ลองไปคำนวณดู หากรวมเวลาของฝ่ายบริหารและประธานในที่ประชุมแล้ว รวมแล้ว 70-80 ชั่วโมงขึ้นไป ซึ่ง 3 วันคงเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ตัดไปเลย
.
นายปิยรัฐ กล่าวต่อว่า ฉะนั้น ก็เป็น 4 วันหรือ 5 วันเท่านั้น แล้วช่วงเวลาดังกล่าวไปโดนล็อตไหนของเดือนพฤศจิกายน ตนคิดว่าต้องมีบ้าง เป็น 4+1 วัน ตอนนี้อยู่ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) และตนคิดว่าสส.ฝั่งรัฐบาลและประธานสภาฯ คงไม่ติด จะติดอยู่ที่ฝั่ง ครม. ฉะนั้น ขอให้ลองดูวันที่ ครม.ว่างสัก 4 หรือ 5 วันมาดู
.
เมื่อถามว่า เบื้องต้นฝ่ายครม.จะยังคงยืนยันอยู่เรื่อยๆ ว่าไม่ค่อยมีเวลาว่าง และอ้างเรื่องนายกรัฐมนตรีติดภารกิจต่างประเทศ ในส่วนนี้มองอย่างไร นายปิยรัฐ กล่าวว่า ปกติเวลาเรายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้าให้ทราบหลายเดือน จะมาแจ้งว่าไม่รู้ล่วงหน้าไม่ได้ เรายื่นไปตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม คุณมีเวลาเคลียร์ตารางคุณอย่างเร็วคือ 1 เดือน อย่างช้าก็อาจจะเดือนกว่าๆ
.
“ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น สำหรับภารกิจของนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องคอขาดบาดตายด้วยซ้ำ เพราะเป็นการอภิปรายตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญที่ให้ลงมติด้วย เป็นเรื่องสถานะนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ฉะนั้น ย้ำว่าผมว่าเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่น นายกฯ ต้องลองไปบริหารจัดการให้ได้ เพราะท่านทราบมาเป็นเดือนแล้ว ไม่จำเป็นที่นายกฯ จะต้องนั่งอยู่ตลอดเวลา 4 วัน 24 ชั่วโมง นายกฯ อาจจะมาฟังอภิปรายเฉพาะช่วงแรกหรือช่วงที่มีการอภิปรายถึงนายกฯ ก็ได้ หรือการอภิปรายอาจจะเป็นไปตามไทม์ไลน์เพื่อความสะดวกในการบริหารจัดการคิวของรัฐมนตรีแต่ละคน” นายปิยรัฐ กล่าว
.
นายปิยรัฐ กล่าวต่อว่า นี่เป็นเรื่องที่สามารถพูดคุยกันได้ในรายละเอียดเช่น อาจจะบอกว่านายกฯ ไม่อยู่วันที่ 2 หรือวันที่ 3 แต่จะอยู่วันที่ 1 ก็อภิปรายนายกฯ วันที่ 1 หากนายกฯ ว่างก็มานั่งฟังอภิปราย ถ้าไม่ว่างก็ฟังผ่านออนไลน์ เมื่ออภิปรายจบแล้วมีการลงมติท่านค่อยมาอีกรอบหนึ่ง เรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่สามารถพูดคุยกันได้
.
“เรื่องพวกนี้ไม่ใช่ว่าเราไม่รู้ เขารู้กว่าเราอีก ไปย้อนดูได้ประวัติศาสตร์การอภิปรายไม่มีรัฐมนตรีมานั่งเรียงหน้ากันครบทุกคนตลอดเวลา มีจังหวะที่เขานั่งฟังและเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเขา เขาก็นั่งอยู่ หากจังหวะไหนไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับเขา เขาก็หลบไปนั่งทำงานด้านหลัง หรือไปนั่งทำงานเคลียร์งานที่กระทรวงหรือทำเนียบ ผมก็เห็นทำกันแบบนี้ จะเป็นเรื่องดีหากรัฐมนตรีอยู่ฟังตลอด 4 วันได้ แต่หากเป็นไปไม่ได้อย่างไรก็ต้องบริหารจัดการ“ นายปิยรัฐ กล่าว
.
.
ผลสำรวจ 'ธำรงศักดิ์โพล' ส่วนใหญ่คนมอง 'ชัชชาติ' แก้ปัญหาน้ำท่วมได้ดีกว่า 'รัฐบาลอนุทิน'
https://prachatai.com/journal/2026/10/119190
.
- ระดับ 1 ร้อยละ 16.27 (748 คน)
- ระดับ 2 ร้อยละ 9.81 (451 คน)
- ระดับ 3 ร้อยละ 8.46 (389 คน)
- ระดับ 4 ร้อยละ 6.13 (282 คน)
- ระดับ 5 ร้อยละ 8.83 (406 คน)
- ระดับ 6 ร้อยละ 2.83 (130 คน)
- ระดับ 7 ร้อยละ 1.74 (80 คน)
- ระดับ 8 ร้อยละ 1.28 (59 คน)
- ระดับ 9 ร้อยละ 0.94 (43 คน)
- ระดับ 10 ร้อยละ 1.28 (59 คน)
- ระดับ 1 ร้อยละ 3.99 (63 คน)
- ระดับ 2 ร้อยละ 3.49 (55 คน)
- ระดับ 3 ร้อยละ 3.80 (60 คน)
- ระดับ 4 ร้อยละ 5.70 (90 คน)
- ระดับ 5 ร้อยละ 15.78 (249 คน)
- ระดับ 6 ร้อยละ 8.75 (138 คน)
- ระดับ 7 ร้อยละ 10.45 (165 คน)
- ระดับ 8 ร้อยละ 11.79 (186 คน)
- ระดับ 9 ร้อยละ 7.86 (124 คน)
- ระดับ 10 ร้อยละ 22.24 (351 คน)
.
กะเพราเดือดไม่หยุด! ชาวบ้านถามรวยล้นฟ้าจดลิขสิทธิ์ทำไม พัฒนาสายพันธุ์ไปเลยใครจะกล้าแข่ง
https://ch3plus.com/news/social/morning/473267
.
วันที่ 25 ต.ค.2569 จากดรามากะเพราที่หลายคนต่างออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา จนทำให้ชาวบ้านหวาดผวาไปตามๆ กันว่าหลังจากนี้การปลูกกะเพราขายจะมีความผิดหรือไม่ พร้อมตำหนิรัฐบาลและรัฐมนตรีที่รับผิดชอบกันอย่างหนัก แต่มีหนึ่งชาวบ้านที่ตำบลกลันทา อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ มีความคิดที่แตกต่างออกไปเกี่ยวกับการจดลิขสิทธิ์ของเจ้าสัวเจ้าของบริษัทดังของไทย
.
ชาวบ้านบุรีรัมย์ อายุ 39 ปี กล่าวว่า จากกระแสข่าวดังกล่าวส่วนตัวมองว่าชาวบ้านคงจะไม่ถูกจับติดคุกเหมือนที่เขาวิจารณ์หรือสร้างละครขึ้นมา ส่วนตัวมองว่าเจ้าสัวจะจดลิขสิทธิ์ทำไมรวยล้นฟ้าแล้ว ความจริงเจ้าสัวน่าจะพัฒนาสายพันธุ์ให้กะเพราดังระดับโลก ส่วนหนึ่งก็เอาพันธุ์มาแจกจ่ายชาวบ้านน่าจะดีกว่า
.
หากเจ้าสัวมองว่าเป็นการดำเนินการของบริษัทต้องมีทุนหรือขั้นตอนใดๆ ก็ตาม ตนเองก็มองว่าไม่มีใครมายุ่งเกี่ยวหรือไปล้มยักษ์เข้าไปส่งออกใบกะเพราของเจ้าสัวได้ อย่างอื่นไม่สนว่าพันธุ์จะออกมาอย่างไร ที่ข้องใจคือจดทำไม เอาพันธุ์มาแจกให้ชาวบ้านยังจะได้บุญกว่ามาก