JJNY : ภัทรพงษ์ซัด จัดงบ เมินวิกฤต│ศาลฎีกานัดไต่สวน 44 อดีต ส.ส.ก้าวไกล│ศาลแพ่งสั่งทหารชดใช้รุมซ้อม│เวเนซุเอลายังอ่วม

ภัทรพงษ์ ซัดรัฐบาลจัดงบ70 เมินวิกฤต PM2.5-แม่น้ำพิษ-ปลาหมอคางดำ ไม่สะท้อนแก้ภัยพิบัติ
.

.
“ภัทรพงษ์”ซัด รัฐบาลจัดงบ70 ช่วยคนนอก 100 % ไม่คิดถึงคนเสียภาษี ไม่สะท้อนจัดการปัญหาภัยพิบัติ ชี้ วิกฤติซูเปอร์เอลนีโญ- PM.2.5-สารพิษในแม่น้ำ- ปลาหมอคางดำ ไม่ใช่แค่สาธารณภัย แต่คือภัยความมั่นคงใหม่ ที่แทบไม่มีงบสนับสนุน
.
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. เวลา 09.30 น.ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ในวันที่ 2
.
ต่อมาเวลา 09.50 น.นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน อภิปราย ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยพิบัติ ว่า พูดแล้วทำคือคำพูดที่พรรคแกนนำ รัฐบาลใช้มาโดยตลอด แต่วันนี้จากการจัดสรรงบประมาณ ชัดเจนว่าคำว่า “ทำ” ห่างจากสิ่งที่รัฐบาลได้เคยพูดไว้ ขนาดเรื่องที่พูดยังไม่ทำแล้ว มิติต่างๆที่รัฐบาลไม่พูดถึง ไม่ต้องฝังกันเลยหรือ อย่าง ปัญหาฝุ่น PM 2.5
.
ในช่วงต้นปีที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้เตรียมการเตรียมงบไว้เลย งบประมาณจัดการฝุ่นก็ถูกตัด รวมถึงงบจัดการฝุ่นของกรุงเทพฯและปริมณฑล ก็ยังไม่เห็นในร่างงบประมาณ งบท้องถิ่นจัดการไฟป่าได้งบประมาณมาเพียงแค่ 341 ล้านบาท งบประมาณสนับสนุนเกษตรกรไม่ให้เผา ได้เพียงแค่ 261 ล้านบาท พื้นที่เผาไหม้ของภาคเกษตรต่อปี 10 ล้านไร่ ตกแค่ 26 บาทต่อไร่จะจัดการอะไรได้ งบประมาณสนับสนุนไม่มี แถมยังเบี้ยวหนี้อีก ชาวไร่อ้อยปีที่แล้วยังไม่ได้รับเงินเยียวยาเลย
.
รัฐบาลจัดงบประมาณอย่างไร้ระบบแบบแผน โดยเฉพาะการแก้ปัญหา ซูเปอร์เอลนีโญ ที่จะเข้ามาในช่วงปลายปีนี้ ทำให้ต้นปีหน้า ประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะเจอ PM 2.5 หนักกว่าทุกปี”นายภัทรพงษ์ กล่าว
.
นายภัทรพงษ์ กล่าว กล่าวต่อว่า ขณะที่ปัญหาปลาหมอคางดำ กระทรวงเกษตรฯ ยืนยันว่าไม่มีพื้นที่ไหนในไทยที่มีปลาหมอคางดำเกิน 100 ตัว ต่อ 100 ตารางเมตร ซึ่งงบปี 70 ไม่มีแม้แต่บาทเดียวที่จะจัดการปัญหานี้ จึงขอถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ว่าจะเอาเงินที่ไหนไปจัดการปัญหานี้ งบฉุกเฉินก็ไม่ใช้ งบเยียวยาก็ไม่ทำ ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพย์ฯพูดในการประชุมวุฒิสภา ว่าขอเวลา 7 วันในการค้นหาต้นตอการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ แต่นี่จะ 70 วันแล้วรู้หรือยังว่านายทุนคนไหนเป็นต้นตอของการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ
.
นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีปัญหาแม่น้ำเป็นพิษจากการทำเหมืองของประเทศเพื่อนบ้าน ที่รัฐบาลไม่พูดไม่ทำเลย จนปัญหาลุกลาม น้ำเป็นพิษ ปลาเป็นพิษ ดินเพาะปลูกเป็นพิษ ปัญหาใหญ่ขนาดนี้แต่งบประมาณยังไม่สะท้อน ต่อความรุนแรงของปัญหา โดยปัญหานี้เกิดขึ้นที่แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขงที่เกิดขึ้นในภาคเหนือ ซึ่งสายน้ำที่เป็นพิษนี้เกิดผลกระทบ กับทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ในพื้นที่จังหวัดระนอง แม่น้ำแทบทุกลำน้ำมีค่าสารหนู สารตะกั่วเกินหลายเท่า ปัญหาใหญ่ขนาดนี้
.
กรมควบคุมมลพิษควรจะรับผิดชอบ แต่ของบไปแค่ 145 ล้านบาท แต่กลับได้งบมาแค่ 50 ล้านบาท เป็นเครื่องตรวจน้ำ อัตโนมัติ 7 เครื่อง เครื่องละ 7 ล้าน ไม่มีงบประมาณบำบัดแม้แต่บาทเดียว ซึ่งปัญหาสารปนเปื้อนไม่ได้อยู่เฉพาะในน้ำ แต่ยังอยู่ในดินตะกอนน้ำด้วย ประชาชนในพื้นที่ยังไม่ทราบถึงปัญหาสารปนเปื้อนทำให้สินค้าทางการเกษตรได้รับสารอันตรายไปด้วย ปัญหานี้จะต้องได้รับการจัดสรรงบประมาณ ในการปรับเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูกของเกษตรกร แต่ไม่มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้เลย
.
นายภัทรพงษ์ กล่าวต่อว่า ขณะที่การประปา ส่วนภูมิภาคได้งบประมาณ 2 พันล้านบาท ในการย้าย สถานีผลิตน้ำจากน้ำกกไปเป็นน้ำลาวที่ไม่ปนเปื้อนแทน แต่ส่วนนี้ทำแค่พื้นที่เดียว ยังไม่รวมประปาหมู่บ้าน ทั้งนี้ปัญหาแม่น้ำมีพิษต้นตอมาจากการทำเหมืองของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งประเทศไทยนำเข้าเหมืองจากประเทศเพื่อนบ้าน แต่เป็นเพียงแค่ทางผ่านเท่านั้น
.
ซึ่งมีเหมืองที่เกิดจากประเทศเพื่อนบ้านกว่า 500 เหมือง หากทั้ง 500 เหมืองไม่มีระบบบำบัดน้ำ สารพิษก็จะลงที่แม่น้ำในประเทศไทยเต็มๆ เรื่องนี้ต้องแก้กฎหมายควบคู่ไปด้วย เพื่อที่จะสืบหาต้นตอ

แหล่งที่มาได้ ไทยต้องไม่ใช่ทางผ่านของแร่ที่ทำให้แม่น้ำบ้านเราเป็นพิษ นอกจากนี้ยังต้องตั้งการเจรจาแบบ พหุภาคี ของรัฐมนตรีอย่างน้อย 4 ประเทศ เมียนมา ไทย ลาว และจีน เพื่อการดูแลตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ แม้ปัญหานี้เราไม่ได้ก่อแต่เรารับกรรมเต็มๆ

ถ้าวันนี้รัฐบาลไม่พูดถึง ไม่กล้าที่จะลงไปคุยกับประชาชน ไม่เป็นไร ผมเอาน้ำกก เชียงรายมาฝาก ลองให้รัฐมนตรีล้างมือล้างหน้าดูจะได้รู้ ว่ามีสารพิษเยอะขนาดไหน กับวิกฤตทั้งหมดที่ผมพูดมาสะท้อนถึงการจัดการปัญหา ที่ไม่เป็นระบบไม่มีแบบแผนวิกฤต สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่สาธารณภัย แต่มันคือภัยความมั่นคงใหม่เราไม่มีทางจัดสรรงบประมาณตามความเสี่ยงภัยและความรุนแรงของภัยได้เลย
.
ถ้าเราไม่มีแผนที่เสี่ยงที่เราสามารถจัดสรรงบประมาณได้ตรงจุด เราต้องตอบประชาชนให้ได้ว่าทำไมถึงเอางบประมาณก้อนหนึ่ง ลงพื้นที่หนึ่งมากกว่าอีกพื้นที่หนึ่ง ลดความเสี่ยงเท่าไหร่ ดังนั้นยรัฐบาลต้องปฏิรูปการจัดทำงบประมาณใหม่ ไม่เช่นนั้นเราจะไม่สามารถจัดสรรงบประมาณแก้ปัญหาวิกฤตเหล่านี้ได้อย่างเป็นระบบเลย” นายภัทรพงษ์กล่าว
.
นายภัทรพงษ์ กล่าวต่อว่า เราจะเจอปัญหาเอลนินโญ่ ลานินญา เราก็จะจัดงบประมาณแก้ปัญหาภัยแล้งน้ำท่วมกันเหมือนเดิม เจอปัญหา PM 2.5 ,แม่น้ำเป็นพิษปลาหมอคางดำ แต่งบไม่เคยมี จะเจอปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมตกต่ำไม่จริงจัง ไม่แก้ปัญหาที่ต้นตอ แล้วปล่อยให้ประชาชน ต้องสูดฝุ่นพิษอยู่กับน้ำพิษสารพิษที่เขาไม่ได้ก่อต่อไป ร่างงบฯ 70 กับรัฐบาลที่พูดหนักหนา ว่าตนเองพูดแล้วทำ แต่กับวิกฤตทั้งหมด ถ้าถามตนว่างบปี 70 นี้ รัฐบาลจัดงบช่วยใคร ตอบได้ง่ายๆเลยว่ารัฐบาลช่วยคนนอก 100% ช่วยเจ้าของเหมืองให้รวย โดยไม่คิดถึงคนไทย เจ้าของเงินภาษีที่ต้องอยู่กับสารพิษ ที่ทำลายชีวิตของพวกเขาเลย
.

.
ศาลฎีกานัดไต่สวน 44 อดีต ส.ส.ก้าวไกล คดีจริยธรรมร้ายแรง 25 ส.ค. นี้ ยกคำร้องปมสั่ง ‘เท้ง’ หยุดปฏิบัติหน้าที่
.
ศาลฎีกานัดไต่สวน 44 อดีต ส.ส.ก้าวไกล คดีจริยธรรมร้ายแรง 25 ส.ค. นี้ ยกคำร้องปมสั่ง ‘เท้ง’ หยุดปฏิบัติหน้าที่
.
เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนิน ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรก คดีหมายเลขดำ คมจ.1/2569 ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยกรณี 44 อดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีร่วมกันเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
.
โดยวันนี้ฝ่ายผู้ร้อง คือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ป.ป.ช. มีนายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เข้าร่วมการ พิจารณาคดีครั้งแรก ส่วนฝ่ายผู้คัดค้าน คือ 44 ส.ส. พรรคก้าวไกล แกนนำส่วนใหญ่วันนี้ จะส่งทนายความมาเป็นตัวแทน และมี ส.ส. บางคน ที่มาด้วยตนเอง นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อและอดีตรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล
.
ศาลออกนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก ในคดีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยกรณี 44 อดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยวันนี้ศาลมีคำสั่งรับคำร้องคัดค้าน ของผู้คัดค้านทั้งหมด 44 คน หลังจากนั้น ศาลได้นัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 4 สิงหาคมเวลา 09:30 น. โดยให้คู่ความทั้งสองฝ่าย ยื่นแนวทางการไต่สวน และหากมีพยานหลักฐานที่จะต้องให้ศาลออกหมายเรียกก่อนวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 และต้องยื่นก่อนภายใน 7 วัน และกำหนดวันนัดไต่สวนพยาน นัดแรก ในวันที่ 25 สิงหาคม พร้อมนัดต่อเนื่องในวันที่ 22 กันยายน และ 27 ตุลาคม เวลา 09:30 น. โดยจะมีการไต่สวนทั้งหมด 17 ปาก และวางกรอบพิจารณาเป็นระยะเวลา 1 ปี
.
นอกจากนี้ศาลยังมีคำสั่งในคำร้องของ นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 ได้ยื่นคำร้องให้ศาลขอให้ศาลพิจารณาสั่ง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ กรณีให้สัมภาษณ์และแสดงความคิดเห็นกรณีองคมนตรี ที่เข้าร่วมการประชุมแก้ไขปัญหาภัยพิบัติร่วม กับ ปภ. และ วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเกี่ยวกับระบอบสีน้ำเงิน โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าส่วนกรณีความปรากฏผู้ยื่นคำร้องไม่ใช่คู่ความ ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ จึงไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง โดยทนายความของนายณัฐพงศ์ได้ชี้แจงกับศาลว่า การให้สัมภาษณ์เป็นการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีที่ถูกกล่าวหา และไม่เป็นการกระทำซ้ำ จึงไม่เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาล
.
ทั้งนี้ผู้คัดค้านที่ 3 ไม่ได้แต่งตั้งทนายความและเป็นทนายความด้วยตนเอง ส่วนผู้คัดค้านที่ 12 ไม่แต่งตั้งทนายความ จะขอคัดค้าน และไต่สวนเอง
.
ต่อมาพล.ต.ต.สุพิศาล หนึ่งในผู้คัดค้านให้สัมภาษณ์ภายหลังจากศาลนัดพิจารณาคดีเสร็จสิ้นว่า วันนี้ตนมาใช้สิทธิและตามกระบวนการของศาลตามปกติ ส่วนแนวทางการต่อสู้ตนได้ส่งไปเป็นการยื่นคำชี้แจงในประเด็นเรื่องการได้พยานหลักฐานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หลังจากนี้ก็สู้ไปตามกระบวนการของศาลที่เรามีความรู้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ได้รับในก้าวสุดท้ายของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกพรรคก้าวไกล หลังจากนี้จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับความยุติธรรมของศาล ในวันนี้ตนก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนอดีตสส.และมีการพูดคุยให้กำลังใจกัน บางคนก็ตั้งทนายความเอง บางคนก็ไม่ตั้งทนายความขึ้นมาเอง
.
ด้านนายพัฒนพงศ์ กล่าวว่า ศาลได้มีการนัดตรวจพยานหลักฐานเดือนก.ค.ในส่วนของผู้ร้อง หลังจากนั้นจะมีการนัดไต่สวนพยานในวันที่ 25 ส.ค. ซึ่งในสำนวนของปปช.ที่ส่งไปยังศาลเป็นการรวบรวมพฤติการณ์ของแต่ละบุคคล ส่วนจะมีการพิจารณาแยกหรือรวมสำนวนอยู่ที่การพิจารณาหลังจากศาลว่าจะพิจารณารายบุคคลหรือไม่ หรือรวมกันพิจารณาในลักษณะเป็นเรื่องเดียวกัน ส่วนรายชื่อพยานที่ยื่นไปทั้งหมด 17 ปาก เป็นพยานของเจ้าของสำนวนและรายละเอียดเกี่ยวกับสำนวน รวมถึงอดีตสส.พรรคก้าวไกลที่ปปช.เชิญมาให้ถ้อยคำ ก็จะยื่นบัญชีพยานประกอบการพิจารณาคดีของศาล ส่วนศาลจะเลือกใครมาไต่สวนกี่คนตรงนี้อยู่ที่ดุลยพินิจของศาล
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่