“เท้ง” ซัดรัฐบาลเลิกคิดเองเออเอง ปมซักฟอก 3 วัน ยืนยันฝ่ายค้านขอกรอบ 5 วัน จัดทัพพร้อมแล้ว
.
“ณัฐพงษ์” ผู้นำฝ่ายค้าน จี้รัฐบาลหยุดให้ข่าวกำหนดเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจเอง ทั้งที่ยังไม่ได้หารือฝ่ายค้าน ชี้หากให้เวลา 3 วัน เมื่อหักเวลารัฐบาลชี้แจงอาจเหลือฝ่ายค้านอภิปรายเพียง 2 วัน ยืนยันกรอบเดิม 5 วัน ขอประธานรัฐสภาเรียกประชุมวิปสองฝ่ายโดยเร็ว เผยจัดทัพอภิปรายค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว แต่ยังอุบจำนวนผู้อภิปราย พร้อมย้ำเป้าหมายชี้ให้ประชาชนเห็นความล้มเหลวในการบริหารประเทศ
.
ในการแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา พรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีรัฐบาลมีข่าวเตรียมกำหนดกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจไว้เพียง 3 วัน โดยระบุว่า หากรวมเวลาที่ฝ่ายรัฐบาลใช้ชี้แจงด้วย จะทำให้ฝ่ายค้านมีเวลาอภิปรายรัฐมนตรีทั้ง 18 คนเพียงประมาณ 2 วันเท่านั้น พร้อมตั้งคำถามว่ารัฐบาลกำลังใช้เกมการเมืองในสภาเพื่อจำกัดเวลาการตรวจสอบของฝ่ายค้านหรือไม่
.
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การให้ข่าวของรัฐบาลดังกล่าวยังไม่เคยมีการหารือกับตัวแทนฝ่ายค้าน และประธานรัฐสภาก็ยังไม่ได้เรียกประชุมเพื่อกำหนดกรอบเวลาอย่างเป็นทางการ จึงต้องการส่งสัญญาณให้รัฐบาลหยุดคิดแทนฝ่ายค้าน และดำเนินการตามกระบวนการที่ถูกต้อง
“รัฐบาลต้องหยุดคิดเองเออเอง เลิกที่จะคิดแทนฝ่ายค้าน เพราะให้ข่าวออกมาทั้งที่ยังไม่ได้พูดคุยกับเราทั้งสิ้น” นายณัฐพงษ์กล่าว
.
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เมื่อพิจารณาการอภิปรายไม่ไว้วางใจในอดีต ตั้งแต่ปี 2563 พบว่ามีกรณีที่ฝ่ายค้านอภิปรายทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี โดยมีผู้ถูกอภิปรายไม่ถึง 18 คน แต่ยังได้รับเวลาอภิปรายถึง 4 วันเต็ม และใช้เวลาอีก 1 วันสำหรับการลงมติ
.
ขณะที่การอภิปรายครั้งนี้ ฝ่ายค้านยื่นญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรวม 18 คน จึงเห็นว่ากรอบเวลาที่ฝ่ายค้านเสนอไว้ 5 วันมีความเหมาะสมแล้ว พร้อมเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมวิปฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เพื่อหารือและกำหนดกรอบเวลาให้ชัดเจนโดยเร็ว
เมื่อถูกถามว่าฝ่ายค้านจะยืนยันกรอบเวลา 5 วันหรือไม่ หลังรัฐบาลยืนยันว่าต้องการใช้เวลา 3 วัน นายณัฐพงษ์ยืนยันว่า ฝ่ายค้านยังคงยึดกรอบเวลาเดิม โดยมองว่าการกำหนดวันบรรจุญัตติและระยะเวลาอภิปรายต้องผ่านการหารือร่วมกัน ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกำหนดขึ้นเอง
.
ส่วนกรณีรัฐบาลให้เหตุผลว่านายกรัฐมนตรีมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสามารถบริหารจัดการตารางงานของตนเองได้ หากให้ความสำคัญกับการตอบคำถามในเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจและการทำหน้าที่ในสภาอย่างเท่าเทียมกับภารกิจอื่น พร้อมระบุว่า ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการตรวจสอบในรัฐสภามากน้อยเพียงใด
.
นายณัฐพงษ์เปิดเผยว่า ขณะนี้การเตรียมความพร้อมของฝ่ายค้านค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว และพร้อมอภิปรายได้ทันทีเมื่อรัฐบาลกำหนดวัน โดยยังไม่เปิดเผยจำนวนผู้อภิปราย แต่ยืนยันว่ามีตัวเลขอยู่ในใจแล้ว สำหรับสาระสำคัญของการอภิปรายครั้งนี้ นายณัฐพงษ์ระบุว่า ต้องการชี้ให้ประชาชนเห็นว่า “ระบอบน้ำเงิน” เป็นภัยคุกคามต่อประเทศ พร้อมตรวจสอบการใช้อำนาจและการดำเนินนโยบายของรัฐบาล ซึ่งฝ่ายค้านมองว่าอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาในหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร การเลือกสมาชิกวุฒิสภา องค์กรอิสระ การใช้จ่ายงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุน ตลอดจนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ โดยยืนยันว่าประเด็นต่าง ๆ อยู่ภายใต้กรอบญัตติที่ยื่นไว้
.
เมื่อถูกถามถึงข้อเรียกร้องของประธานสภาที่ต้องการให้การอภิปรายเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และมีหลักฐานชัดเจน นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การทำหน้าที่ฝ่ายค้านไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการนำเสนอหลักฐานแบบใบเสร็จเท่านั้น แต่ต้องทำให้ประชาชนเห็นภาพรวมของปัญหาและความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินด้วย
.
พร้อมยกตัวอย่างกรณีข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยระบุว่า การนำข้อมูลหลายส่วนมาประกอบกันอาจทำให้เห็นภาพรวมของสิ่งที่ฝ่ายค้านต้องการตรวจสอบ ทั้งนี้ การไม่มีหลักฐานในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งไม่ได้หมายความว่าการบริหารงานของรัฐบาลประสบความสำเร็จ
.
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านจะพุ่งเป้าอภิปราย นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นพิเศษหรือไม่ เนื่องจากถูกมองว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดกับผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคภูมิใจไทย นายณัฐพงษ์ไม่ได้ยืนยัน โดยระบุว่าต้องรอดูว่าใครจะถูกอภิปรายมากน้อยเพียงใด และให้ติดตามรายละเอียดในวันที่ญัตติเข้าสู่การพิจารณาของสภา
ท่าทีของผู้นำฝ่ายค้านครั้งนี้สะท้อนว่า นอกจากการเตรียมเนื้อหาซักฟอกรัฐบาลแล้ว การกำหนดกรอบเวลาอภิปรายยังเป็นประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายต้องเจรจากัน โดยฝ่ายค้านยืนยันต้องการเวลาเพียงพอสำหรับตรวจสอบการทำงานของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทั้ง 18 คน ก่อนที่กระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเข้าสู่ขั้นตอนในรัฐสภาต่อไป
(เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569)
https://www.facebook.com/share/p/19ZRviaqTg/
.
PPTV PHOTO #สมศักดิ์เนตรทอง
#ณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ #เท้ง #พรรคประชาชน #ฝ่ายค้าน #อภิปรายไม่ไว้วางใจ #ซักฟอกรัฐบาล #ครมเงา
————————————————————
“เท้ง” ซัดรัฐบาลเลิกคิดเองเออเอง ปมซักฟอก 3 วัน ยืนยันฝ่ายค้านขอกรอบ 5 วัน จัดทัพพร้อมแล้ว
.
“ณัฐพงษ์” ผู้นำฝ่ายค้าน จี้รัฐบาลหยุดให้ข่าวกำหนดเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจเอง ทั้งที่ยังไม่ได้หารือฝ่ายค้าน ชี้หากให้เวลา 3 วัน เมื่อหักเวลารัฐบาลชี้แจงอาจเหลือฝ่ายค้านอภิปรายเพียง 2 วัน ยืนยันกรอบเดิม 5 วัน ขอประธานรัฐสภาเรียกประชุมวิปสองฝ่ายโดยเร็ว เผยจัดทัพอภิปรายค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว แต่ยังอุบจำนวนผู้อภิปราย พร้อมย้ำเป้าหมายชี้ให้ประชาชนเห็นความล้มเหลวในการบริหารประเทศ
.
ในการแถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา พรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวถึงกรณีรัฐบาลมีข่าวเตรียมกำหนดกรอบเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจไว้เพียง 3 วัน โดยระบุว่า หากรวมเวลาที่ฝ่ายรัฐบาลใช้ชี้แจงด้วย จะทำให้ฝ่ายค้านมีเวลาอภิปรายรัฐมนตรีทั้ง 18 คนเพียงประมาณ 2 วันเท่านั้น พร้อมตั้งคำถามว่ารัฐบาลกำลังใช้เกมการเมืองในสภาเพื่อจำกัดเวลาการตรวจสอบของฝ่ายค้านหรือไม่
.
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การให้ข่าวของรัฐบาลดังกล่าวยังไม่เคยมีการหารือกับตัวแทนฝ่ายค้าน และประธานรัฐสภาก็ยังไม่ได้เรียกประชุมเพื่อกำหนดกรอบเวลาอย่างเป็นทางการ จึงต้องการส่งสัญญาณให้รัฐบาลหยุดคิดแทนฝ่ายค้าน และดำเนินการตามกระบวนการที่ถูกต้อง
“รัฐบาลต้องหยุดคิดเองเออเอง เลิกที่จะคิดแทนฝ่ายค้าน เพราะให้ข่าวออกมาทั้งที่ยังไม่ได้พูดคุยกับเราทั้งสิ้น” นายณัฐพงษ์กล่าว
.
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า เมื่อพิจารณาการอภิปรายไม่ไว้วางใจในอดีต ตั้งแต่ปี 2563 พบว่ามีกรณีที่ฝ่ายค้านอภิปรายทั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี โดยมีผู้ถูกอภิปรายไม่ถึง 18 คน แต่ยังได้รับเวลาอภิปรายถึง 4 วันเต็ม และใช้เวลาอีก 1 วันสำหรับการลงมติ
.
ขณะที่การอภิปรายครั้งนี้ ฝ่ายค้านยื่นญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีรวม 18 คน จึงเห็นว่ากรอบเวลาที่ฝ่ายค้านเสนอไว้ 5 วันมีความเหมาะสมแล้ว พร้อมเรียกร้องให้ประธานรัฐสภาเรียกประชุมวิปฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เพื่อหารือและกำหนดกรอบเวลาให้ชัดเจนโดยเร็ว
เมื่อถูกถามว่าฝ่ายค้านจะยืนยันกรอบเวลา 5 วันหรือไม่ หลังรัฐบาลยืนยันว่าต้องการใช้เวลา 3 วัน นายณัฐพงษ์ยืนยันว่า ฝ่ายค้านยังคงยึดกรอบเวลาเดิม โดยมองว่าการกำหนดวันบรรจุญัตติและระยะเวลาอภิปรายต้องผ่านการหารือร่วมกัน ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกำหนดขึ้นเอง
.
ส่วนกรณีรัฐบาลให้เหตุผลว่านายกรัฐมนตรีมีภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสามารถบริหารจัดการตารางงานของตนเองได้ หากให้ความสำคัญกับการตอบคำถามในเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจและการทำหน้าที่ในสภาอย่างเท่าเทียมกับภารกิจอื่น พร้อมระบุว่า ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการตรวจสอบในรัฐสภามากน้อยเพียงใด
.
นายณัฐพงษ์เปิดเผยว่า ขณะนี้การเตรียมความพร้อมของฝ่ายค้านค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว และพร้อมอภิปรายได้ทันทีเมื่อรัฐบาลกำหนดวัน โดยยังไม่เปิดเผยจำนวนผู้อภิปราย แต่ยืนยันว่ามีตัวเลขอยู่ในใจแล้ว สำหรับสาระสำคัญของการอภิปรายครั้งนี้ นายณัฐพงษ์ระบุว่า ต้องการชี้ให้ประชาชนเห็นว่า “ระบอบน้ำเงิน” เป็นภัยคุกคามต่อประเทศ พร้อมตรวจสอบการใช้อำนาจและการดำเนินนโยบายของรัฐบาล ซึ่งฝ่ายค้านมองว่าอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาในหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร การเลือกสมาชิกวุฒิสภา องค์กรอิสระ การใช้จ่ายงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุน ตลอดจนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ โดยยืนยันว่าประเด็นต่าง ๆ อยู่ภายใต้กรอบญัตติที่ยื่นไว้
.
เมื่อถูกถามถึงข้อเรียกร้องของประธานสภาที่ต้องการให้การอภิปรายเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และมีหลักฐานชัดเจน นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การทำหน้าที่ฝ่ายค้านไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการนำเสนอหลักฐานแบบใบเสร็จเท่านั้น แต่ต้องทำให้ประชาชนเห็นภาพรวมของปัญหาและความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินด้วย
.
พร้อมยกตัวอย่างกรณีข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยระบุว่า การนำข้อมูลหลายส่วนมาประกอบกันอาจทำให้เห็นภาพรวมของสิ่งที่ฝ่ายค้านต้องการตรวจสอบ ทั้งนี้ การไม่มีหลักฐานในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งไม่ได้หมายความว่าการบริหารงานของรัฐบาลประสบความสำเร็จ
.
เมื่อถามว่าฝ่ายค้านจะพุ่งเป้าอภิปราย นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นพิเศษหรือไม่ เนื่องจากถูกมองว่าเป็นบุคคลใกล้ชิดกับผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคภูมิใจไทย นายณัฐพงษ์ไม่ได้ยืนยัน โดยระบุว่าต้องรอดูว่าใครจะถูกอภิปรายมากน้อยเพียงใด และให้ติดตามรายละเอียดในวันที่ญัตติเข้าสู่การพิจารณาของสภา
ท่าทีของผู้นำฝ่ายค้านครั้งนี้สะท้อนว่า นอกจากการเตรียมเนื้อหาซักฟอกรัฐบาลแล้ว การกำหนดกรอบเวลาอภิปรายยังเป็นประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายต้องเจรจากัน โดยฝ่ายค้านยืนยันต้องการเวลาเพียงพอสำหรับตรวจสอบการทำงานของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีทั้ง 18 คน ก่อนที่กระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเข้าสู่ขั้นตอนในรัฐสภาต่อไป
(เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569)
https://www.facebook.com/share/p/19ZRviaqTg/
.
PPTV PHOTO #สมศักดิ์เนตรทอง
#ณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ #เท้ง #พรรคประชาชน #ฝ่ายค้าน #อภิปรายไม่ไว้วางใจ #ซักฟอกรัฐบาล #ครมเงา
————————————————————