JJNY : 5in1 เท้งขอดูช่วยคดี รักชนก│ศุภโชติจี้แจง│กมธ.รับเรื่องสื่อถูกคุกคาม│TDRI ประเมิน AI แย่งงาน│โอเพนเอไอเล็งซื้อชิป

"เท้ง" ขอดูรายละเอียดช่วยคดี "รักชนก" ถูกฟ้องปมแชร์โพสต์ปลอม บอกสิ่งสำคัญกว่าคือปิดชื่อแล้วดูพฤติกรรม
https://ch3plus.com/news/political/morning/473472
.
.
28 ต.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการออกหมายจับเบน สมิธ และพวก ว่า ต้องยอมรับว่าเครือข่ายทุนเทาเหล่านี้อาจเชื่อมโยงเครือข่ายนักการเมือง แต่สิ่งสำคัญคือจะโยงถึงตัวใหญ่ได้หรือไม่ ซึ่งทางพรรคประชาชนมีการวางตัวบุคคลไว้ตรวจสอบเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่เรื่องรายละเอียด อยากให้รอดูในศึกซักฟอก ว่ามีรายละเอียดอย่างไรบ้าง
.
เมื่อถามว่าหมายจับนี้ เป็นการแก้เกี้ยวจากกรณีคดี God Damm ที่ สส.พรรคประชาชน แชร์โพสต์จนเจ้าหน้าที่ตามสืบได้เร็วหรือไม่ เลยทำให้ต้องมีแอคชันบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน
.
ส่วนกรณีที่พรรคภูมิใจไทย ฟ้องจริยธรรม น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน จากการแชร์โพสต์ปลอม นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องของการแชร์โพสต์ ขอพูดเป็นภาพกว้าง ไม่ลงรายละเอียดว่าเป็นบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ซึ่งผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องมีความรอบคอบในการคัดกรองข้อมูลระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมคาดหวัง แต่เรื่องนี้ สิ่งที่เป็นหัวใจของปัญหาคือประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล เมื่อมีข่าวแบบนี้ออกมา สิ่งที่ทุกคนช่วยกันทำ คือช่วยกันทำหน้าที่ในการตรวจสอบ ดังนั้น แทนที่รัฐบาลจะเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นในการขยายผลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ข่าวว่าจริงหรือไม่ สิ่งสำคัญมากกว่าคือการดำเนินการในกระบวนการยุติธรรมที่ตรวจสอบทุกคน ปิดหน้าปิดชื่อแล้วดูที่พฤติกรรมอย่างเดียว
.
เมื่อถามว่ามองประเด็นการยื่นฟ้องจริยธรรม น.ส.รักชนก ว่าเป็นการจัดกำลังขุนพลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้มีอำนาจรัฐ ซึ่งตอนนี้นำโดยรัฐบาลภูมิใจไทย รวมถึงองค์กรอิสระ หน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ที่ผ่านมาก็พยายามใช้กระบวนการนิติสงครามในการทุบทำลายผู้ตรวจสอบผู้มีอำนาจอยู่แล้ว ทุบทำลายฝ่ายค้านหรืออำนาจที่มาจากประชาชน อย่างการแก้ไขกฎหมาย 4 กองทุน พวกเราก็มองว่าอาจจะมีเหตุผลทางการเมืองอยู่เบื้องหลัง การพยายามลดความอิสระของสื่อสาธารณะ ลดพลังในการขับเคลื่อนโครงการต่างๆ ที่อยู่ในเครือข่าย สสส. จะเห็นว่าภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ใช้ทั้งกระบวนการนิติสงคราม ใช้ในเรื่องการแก้ไขกฎหมายกฎหมาย เพื่อพยายามเตะสกัดขบวนการภาคประชาชนที่อยู่ตรงข้ามมากกว่า ถือเป็นภาพใหญ่และหัวใจสำคัญที่ฝ่ายค้านวางธีมอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ระบอบสีน้ำเงินเป็นศัตรูและอาชญากรรมในระบอบประชาธิปไตย
.
เมื่อถามว่า นายณัฐพงษ์ เคยระบุว่ามาตรฐานของนักการเมืองต้องสูงกว่าคนทั่วไป แต่การแชร์ข่าวปลอม จะถือเป็นการลดคุณค่าตัวเองหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การดำเนินการในพรรคประชาชน ถ้าตัวแทนของพรรคมีการดำเนินการผิดมาตรฐานหรือวินัยพรรค เราดำเนินการไม่เว้นทุกกรณี ในทางกลับกัน ไม่ใช่เฉพาะเรื่องแชร์โพสต์ แต่มีอีกหลายคำถามที่สังคมตั้งคำถามอยู่ถึงนักการเมืองในพรรคการเมืองอื่นด้วย อยากให้สื่อมวลชนตั้งคำถามแบบนี้กับทุกพรรคการเมืองเช่นเดียวกัน
.
เมื่อถามว่าพรรคอื่นเขาไม่ได้ตั้งมาตรฐานแบบนี้ แต่พรรคประชาชนออกตัวและพูดเรื่องนี้มาตลอด จะเข้าตัวหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า การดำเนินการที่เป็นมาตรฐานภายในไม่ใช่เป็นการยกตัวเองสูงกว่า แต่พยายามวางมาตรฐานปกติที่พรรคการเมืองต่างประเทศ มีความเป็นประชาธิปไตยมากกว่านี้เขาทำกัน ดังนั้นคนที่จะตัดสินนักการเมืองคือประชาชนผ่านการเลือกตั้ง
.
เมื่อถามว่าจะช่วยคดี น.ส.รักชนก หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องขอดูรายละเอียด
.

.
ศุภโชติ จี้รบ.แจงเงื่อนไขโซลาร์ปชช. ถามตั้งเงินประกันสูงลิ่ว จ้องกีดกันรายย่อย-หวังป้อนรายใหญ่หรือไม่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5951792
.
‘ศุภโชติ’ จี้ ‘รัฐบาล’ แจงเงื่อนไขโซลาร์เซลล์ 1 ล้านหลังคาเรือน ถามตั้งเงินประกันสูงลิ่ว จ้องกีดกันรายย่อย-หวังป้อนแต่รายใหญ่หรือไม่
.
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม นายศุภโชติ ไชยสัจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงโครงการโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน 1 ล้านหลังคาเรือน ซึ่งรัฐบาลเตรียมใช้งบประมาณสนับสนุนประชาชนหลังละ 5 หมื่นบาท ว่า ขอตั้งข้อสังเกตว่าการกำหนดเงื่อนไขการดำเนินโครงการดังกล่าวกำลังสะท้อนว่ารัฐบาลต้องการส่งเสริมพลังงานสะอาดให้ประชาชน หรือกำลังสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่เพียงไม่กี่รายกันแน่
.
นายศุภโชติ กล่าวต่อว่า เดิมทีรัฐบาลกำหนดให้ประชาชนต้องเลือกใช้บริการจากการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) หรือบริษัทติดตั้งโซลาร์เซลล์ที่ขึ้นทะเบียนกับการไฟฟ้าทั้งสองแห่งเท่านั้น ซึ่งถือว่ามีการคัดกรองผู้ประกอบการผ่านระบบขึ้นทะเบียนไปแล้วชั้นหนึ่ง แต่ตอนนี้รัฐบาลกลับกำหนดเงื่อนไขทางการเงินเพิ่มขึ้นอีกชั้น โดยบังคับให้ผู้ประกอบการติดตั้งต้องจัดหาหนังสือค้ำประกันจากธนาคาร (Bank Guarantee) วงเงิน 5 หมื่นบาทต่อหลัง เพื่อรับประกันการติดตั้งและส่งมอบงาน และต้องจัดหาหนังสือค้ำประกันอีก 1 หมื่นบาทต่อหลัง เพื่อรับประกันบริการหลังการขายเป็นเวลา 7 ปี
.
นายศุภโชติ กล่าวอีกว่า หากผู้ประกอบการรายใดรับงานติดตั้ง 100 หลัง จะต้องจัดหาวงเงินค้ำประกันสูงถึง 5 ล้านบาท และหลักประกันหลังส่งมอบอีก 1 ล้านบาท รวมเป็นเงินสูงถึง 6 ล้านบาท ซึ่งวงเงินค้ำประกัน 5 หมื่นบาทต่อหลังนี้คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 35.7% ของราคาแพคเกจมาตรฐาน 1.4 แสนบาท สูงกว่าหลักประกันสัญญาในงานจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐโดยทั่วไปซึ่งกำหนดไว้เพียง 5% ของมูลค่าสัญญาเท่านั้น จึงต้องตั้งคำถามว่า รัฐบาลมีเหตุผลอะไรจึงกำหนดวงเงินค้ำประกันสูงขนาดนี้
.
นายศุภโชติ กล่าวด้วยว่า เงื่อนไขเหล่านี้อาจไม่ใช่ปัญหาสำหรับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีเงินทุนและวงเงินสินเชื่อจากธนาคารจำนวนมาก แต่สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) ที่มีเงินทุนจำกัด นี่เป็นกำแพงสำคัญที่ทำให้ไม่สามารถแข่งขันได้ตั้งแต่ต้น จึงเกิดข้อสังเกตว่า รัฐบาลจงใจตั้งเงื่อนไขหลักประกันเพื่อสกัดผู้ประกอบการรายย่อย และทำให้เหลือผู้เล่นที่มีศักยภาพรับงานจริงเพียงไม่กี่รายเท่านั้นใช่หรือไม่
.
นายศุภโชติ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบรายชื่อบริษัทที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ติดตั้งโซลาร์เซลล์กับการไฟฟ้า กลับปรากฏชื่อบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่อย่าง บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) รวมอยู่ด้วย ซึ่งก็น่าตั้งคำถามว่าเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนของบริษัทที่ครอบครัวนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ถือหุ้นหรือไม่
.

.
กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ รับเรื่องสื่อถูกคุกคามในศูนย์พิสูจน์สัญชาติแรงงานพม่า
https://prachatai.com/journal/2026/10/119230
.
กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ รับเรื่องร้องเรียนกรณีคุกคามและขัดขวางการทำงานของสื่อมวลชนในศูนย์พิสูจน์สัญชาติแรงงานพม่า จ.สมุทรปราการ
.
28 ตุลาคม 2569 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร รายงานว่า นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร รองประธานคณะ กมธ.การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน คนที่หนึ่ง พร้อมด้วยนางสาวชลณัฏฐ์ โกยกุล โฆษกคณะ กมธ. รับหนังสือร้องเรียนกรณีการคุกคามและขัดขวางการทำงานของสื่อมวลชนภายในศูนย์พิสูจน์สัญชาติและออกเอกสารรับรองบุคคล CI สำหรับแรงงานเมียนมา จังหวัดสมุทรปราการ จากนายณฐาภพ สังเกตุ นักข่าวอิสระ และคณะ โดยมี นายสหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ร่วมด้วย
.
นางสาวชลณัฏฐ์ โกยกุล กล่าวว่า การทำงานของสื่อมวลชนเป็นสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน และประชาชนมีสิทธิได้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร ทั้งนี้ จะนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อประธานคณะ กมธ. เพื่อพิจารณาบรรจุเป็นระเบียบวาระการประชุม และเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือเพื่อพิจารณาข้อร้องเรียนต่อไป
.
https://www.facebook.com/thaiparliament/posts/1575545844609397
.
https://www.facebook.com/thaiparliament/posts/pfbid0gahB3TUPeyp6dV9UP9kpE72pngm5uZK1CW8kv9vbz6aUnRKCTetpjmj7yVhmvNC8l?rdid=I3AAT8AxWPIJ1amo#/
.

.
ทีดีอาร์ไอ ประเมินแรงงานไทย 2,200,000 คน อาจถูก AI แย่งงาน!
https://www.pptvhd36.com/wealth/trick-trend/286037
.
ทีดีอาร์ไอ ประเมินแรงงานไทย 2,200,000 คน อาจถูก AI แย่งงาน! ชี้ งานรายได้ดี มีความก้าวหน้าเสี่ยงถูกแทนที่ก่อน
.
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ประเมินการเข้ามาของ AI  ไว้อย่างน่าสนใจ  ผ่านหัวข้อ “เอไอกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของคนไทย” โดยประเมินว่าแรงงานไทยราว 2.2 ล้านคนเสี่ยงได้รับผลกระทบจากการถูก AI เข้ามาทดแทน คิดเป็นสัดส่วนสูงเป็นอันดับที่ 3 ในอาเซียนรองลงมาจากสิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ผ่านผลสำรวจประกาศรับสมัครงานออนไลน์ พบว่า 
.
มีสัดส่วนที่ระบุถึงทักษะเอไอเพิ่มขึ้น 3.9 เท่า (เมื่อเทียบระหว่างไตรมาส 2 ปี 2567 และ 2569) และเป็นทักษะที่ต้องการในหลายอาชีพ ไม่ได้จำกัดเฉพาะสายไอทีเท่านั้น
.
ขณะเดียวกันมีการใช้เอไอ เข้ามาทดแทนงานบางส่วนแล้ว ซึ่งกลุ่มอาชีพที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ  เสมียนสำนักงาน พนักงานคีย์ข้อมูล นักบัญชี นักแปล นักการตลาด รวมถึงแรงงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เช่น วงการโฆษณา ที่เอไอสามารถทำงานได้ตั้งแต่การผลิตเสียง ถ่ายภาพ ไปจนถึงตัดต่อ ผลกระทบที่เห็นได้ชัดแล้วในปัจจุบันคือกลุ่มคนจบใหม่ (First Jobber) เริ่มหางานยากขึ้น เพราะงานระดับเริ่มต้นหลายส่วนถูกทดแทนด้วย AI
. 
ดร.พุทธิพันธุ์ หิรัณยตระกูล นักวิชาการ ทีดีอาร์ไอ กล่าววถึงผลกระทบของเอไอต่อการจ้างงานว่า จากความท้าทายสำคัญคือ งานที่จะเสี่ยงจะถูกเอไอทดแทนก่อนเป็นอาชีพที่รายได้ดี มีความก้าวหน้าทางอาชีพสูง ส่วนงานที่เอไอยังทดแทนได้ยาก เช่น งานช่าง เวลเนส ดูแลผู้สูงอายุ ยังมีรายได้ไม่สูง ดังนั้นภาครัฐจึงควรสนับสนุนธุรกิจให้ประยุกต์ใช้เอไอเพื่อเพิ่มผลิตภาพ ควบคู่ไปกับส่งเสริมให้มีการออกแบบงานและเส้นทางอาชีพใหม่ให้แก่แรงงานที่ถูกกระทบเช่นกัน พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาทักษะแรงงาน (Upskill และ Reskill) ทั้งกลุ่มที่ต้องการเพิ่มขีดความสามารถในอาชีพเดิม และกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนสายงานแต่ขาดทรัพยากรสนับสนุน

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่