JJNY : เท้งซัดหนีศึกซักฟอก│ณัฐพงษ์ลุยเช็กโซลาร์ปชช.│ชัยรัตน์ยันไม่ใช่เจ้าของเพจ│ชายแดนสุรินทร์ปกติ วอนอย่าเพิ่งเปิดด่าน

เท้ง ซัด อนุทิน หนีศึกซักฟอก เตะถ่วงลากยาวถึง ธ.ค. ชี้ 4+1 ควบเสาร์-อาทิตย์ พ.ย. ยังจัดได้
https://www.matichon.co.th/politics/news_5951258
.
.
เท้ง ซัด เสี่ยหนู หนีซักฟอก เตะถ่วงลากยาวถึง ธ.ค. อ้างภารกิจต่างประเทศฟังไม่ขึ้น ชี้ หากเอาจริงเดือน พ.ย. ยังจัดได้ ควบเสาร์-อาทิตย์ ลั่นพรรคประชาชนพร้อมตั้งนานแล้ว ปัดตอบ “นายกฯ” ควรบินประชุม “อาเซียน-เอเปค” เองหรือไม่ ชี้ “สีหศักดิ์” ไปแทนได้ แต่ถ้า “อนุทิน”ไปเอง ควรเอาเรื่องสารเคมีไปคุยจีนด้วย
.
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 28 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการเจรจาตกลงวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ว่า คนที่ไม่พร้อมมากที่สุดคือนายกรัฐมนตรี เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเข้ามาทำหน้าที่ในสภาเลย จากการให้ข่าวล่าสุด โยนวันอภิปรายไปให้ถึงต้นเดือนธันวาคมด้วยซ้ำ ซึ่งฝ่ายค้านยืนยันว่าไม่ได้ตั้งเงื่อนไขเตะถ่วงเวลา เรามีความพร้อมในการอภิปรายครั้งนี้ เงื่อนไข 5 วัน 60 ชั่วโมง เป็นกรอบเวลาที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับจำนวนผู้ถูกอภิปราย แต่เมื่อมีการพูดคุยก็เข้าใจว่าตารางของรัฐบาลแน่น
.
ดังนั้นหากลดเหลือ 4 วันและติดวันเสาร์อาทิตย์ไปด้วยก็ได้ เราก็ยินดี ซึ่งรัฐบาลก็ยืนยันว่าเดือนพฤศจิกายนไม่ว่าง แต่จากตารางงานไม่น่าใช่ข้ออ้าง ตนจึงมองว่าเป็นฝ่ายนายกรัฐมนตรีเองที่ไม่พร้อมที่สุดในการถูกซักฟอกครั้งนี้
.
เมื่อถามว่าหากอภิปรายช่วงตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม เป็นต้นไป ฝ่ายค้านไม่ขัดใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยิ่งทอดเวลาออกไป สังคมยิ่งเสียผลประโยชน์ และสิ่งที่ประชาชนคาดหวังคือฝ่ายบริหารมีความรับผิดรับชอบต่อกระบวนการในสภา ซึ่งเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเวทีหนึ่งของฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ดังนั้น ตนก็ไม่รู้จะส่งข้อเรียกร้องอย่างไรแล้ว เพราะนายกฯ ไม่เคยเข้าสภา ทำได้แต่ยืนยันว่าฝ่ายค้านพร้อมทำหน้าที่ จะเป็น 1-2 สัปดาห์หน้า เมื่อไหร่ก็ได้ที่นายกฯ จะไม่หนีสภา เราก็พร้อมทำหน้าที่ซักฟอกทันที
.
“ยิ่งเร็วที่สุดยิ่งดี เพราะความตั้งใจแรกคืออยากให้เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วยซ้ำ แต่เข้าใจว่าการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วม (วิป) ที่รัฐบาลบอกว่าถ้าเป็น 5 วัน ไม่มีทางเป็นไปได้ ขอปรับเหลือ 4 วัน ฝ่ายค้านจึงบอกว่าหากปรับเหลือ 4 วัน ฝ่ายค้านเองก็ต้องไปทำกระบวนการภายในก่อน เพื่อปรับรูปแบบการอภิปราย และถ้าจะขยับเป็น 4 วัน พวกเราไม่ได้มีปัญหา แต่พอยื่นข้อเสนอนี้ออกไป นายกฯกลับบอกว่าจะเข้ามาได้อีกทีคือเดือนธันวาคม ผมจึงมองว่าเป็นความพยายามเตะถ่วง หนีศึกซักฟอกมากกว่า” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
ผู้สื่อข่าวจึงอ่านตารางงานช่วงเดือนพฤศิกายนของนายกฯ ให้นายณัฐพงษ์ฟังว่า ต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อประชุมสุดยอดอาเซียนและเอเปค นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนได้เห็นแล้ว และเห็นว่าเดือนนี้นายกฯมีภารกิจสำคัญหลายอย่าง แต่ถ้ายึดหลัก 4+1 วัน และสามารถเปิดประชุมวันเสาร์อาทิตย์ได้ ตนเชื่อว่าสามารถหาวันในเดือนพฤศจิกายนได้ ลองไปบริหารจัดการดู และไม่น่าจะใช้เป็นข้ออ้างในการไม่ยอมมาเข้ารับศึกซักฟอกครั้งนี้
.
เมื่อถามว่าเห็นด้วยหรือไม่ ที่นายพิศาล มาณวพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศเงาของพรรคประชาชน เสนอให้นายกฯงดไปประชุมสุดยอดอาเซียนและเอเปค และมอบให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศไปแทน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็ทำหน้าที่แทนได้ แต่ก็ไม่สามารถตอบแทนได้ว่าควรไปหรือไม่ ถ้านายกฯ เดินทางไปเอง สิ่งสำคัญก็อยากให้ไปเจรจาเรื่องสารพิษในแม่น้ำด้วย เพราะประเทศที่มีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหานี้ได้คือจีน จึงอยากเห็นความกล้าหาญของนายกฯ ที่เจรจากับตัวแทนประเทศจีนได้
.
เมื่อถามว่าตอนนี้กระบวนการออดิชันคัดเลือกผู้อภิปรายไปถึงไหนแล้ว นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ผู้อภิปรายมีความพร้อมตั้งแต่สัปดาห์ก่อน แต่สถานการณ์ทางการเมืองขยับตลอดเวลา ในเรื่องการเตรียมเนื้อหาก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ด้วย แต่ใจความหลัก ๆ พร้อมตั้งนานแล้ว ซึ่งขณะนี้เตรียมผู้อภิปรายไว้ 2 แบบ คือแบบที่ลดเวลาเหลือ 4 วัน กับแบบ 5 วัน
.

.
ณัฐพงษ์ ลุยเช็กโซลาร์ภาคประชาชน เอื้อกลุ่มทุนใหญ่หรือไม่ จี้ดัน‘แบตเกลืออีสาน’
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10452695
.
ณัฐพงษ์ ยันเดินหน้าตรวจโซลาร์ภาคประชาชน เอื้อกลุ่มทุนใหญ่หรือไม่ ขอรัฐดัน ‘แบตเกลือภาคอีสาน’ เป็นอุตสาหกรรมอนาคต ชี้ไทยมีศักยภาพใช้ โลคอลคอนเทนต์ เกือบ 100%
.
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 28 ต.ค.2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงโครงการโซลาร์ภาคประชาชน ที่เปิดให้ลงทะเบียน ซึ่งพรรคประชาชนเคยตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการเอื้อกลุ่มนายทุนว่า เรื่องการตรวจสอบความสัมพันธ์ว่ามีการเอื้อกลุ่มทุนที่จะเข้ามารับเหมาโครงการหรือไม่ เราเดินหน้าตรวจสอบอย่างเต็มที่แน่นอน
.
แต่อยากพูดอีกภาพหนึ่ง นอกจากทำหน้าที่ตรวจสอบ คือการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญคือ แหล่งกักเก็บพลังงาน การติดตั้งโซลาร์ ความจริงไม่สามารถผลิตได้ 24 ชั่วโมง
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานที่สำคัญการอีกอย่าง คือ การติดตั้งแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่อยู่ในระบบกริด ไม่ใช่อยู่ในบ้านประชาชนทั่วไป ตอนนี้มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ KKUVOLT มีแนวทางองค์ความรู้และโรงงานผลิตแบตเตอรี่เกลือ ใช้องค์ความรู้ของคนไทยมีแร่เกลือใต้พื้นดินภาคอีสาน ที่มีความบริสุทธิ์เหมาะสมจะมาทำแบตเตอรี่เกลือมากเพียงพอ
.
ขาดอย่างเดียว คือ ความชัดเจนจากนโยบายของรัฐบาล ตนไปดูงานมาด้วยตัวเอง คุณภาพและราคาที่ออกมาสามารถแข่งขันได้กับตลาดโลก ซึ่งอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นขออย่างเดียวว่า รัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจนว่าเรามีแผนเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานเท่าไหร่ ถ้ามีทิศทางและตลาดรองรับชัดเจนนักลงทุนก็พร้อมมาลงทุน
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า ห่วงโซ่อุปทาน หรือ supply chain ของการผลิตแบตเตอรี่เกลือเพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงานใช้เงินลงทุนแค่ประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาท สามารถใช้โลคอลคอนเทนต์ ในประเทศไทยได้เกือบทั้งหมดเราไม่สามารถผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนได้ แต่เรามีแหล่งแร่เกลือในไทย ใช้โลคอลคอนเทนต์ ได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์
.
“อยากเห็นทิศทางที่ชัดเจนจากผู้บริหารประเทศ ว่ารัฐบาลพร้อมมีแนวทางส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคตในประเทศย่อยไทยอย่างไรบ้าง ซึ่งเรามีความได้เปรียบตรงนี้ด้วย” นายณัฐพงษ์กล่าว
.
เมื่อถามว่าถ้าประชาชนเข้าร่วมโครงการน้อย จะสะท้อนว่าโครงการนี้ล้มเหลว ไม่คุ้มค่ากับเงินกู้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องโซลาร์ภาคประชาชน โดยในหลักใหญ่สอดคล้องกับนโยบายและทิศทางของพรรคประชาชนอยู่แล้ว แต่วิธีการปฏิบัติและรายละเอียดบางอย่างอาจมีปัญหาอยู่บ้าง
.
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่อง หลักความเป็นธรรมด้วยส่วนหนึ่งและเรื่องความโปร่งใสไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับผู้รับเหมาที่เข้ามารับโครงการ
.

.
ชัยรัตน์ ยันไม่ใช่เจ้าของเพจ Godd dam ทนาย ชี้ แค่มาแสดงตัวกับพนักงานสอบสวนเท่านั้น
https://www.matichon.co.th/local/crime/news_5951311
.
ชัยรัตน์ ยันไม่ใช่เจ้าของเพจ Godd dam ทนาย ชี้ แค่เข้ามาแสดงตัวกับพนักงานสอบสวนเท่านั้น
.
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี1 หรือ บก.สอท.1 เดินทางไปยังศาลอาญารัชดาเพื่อขอหมายจับ นายชัยรัตน์ อายุ 26 ปี แอดมินเพจ Godd dam ในฐานความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ เสียหายต่อความมั่นคงประเทศ และผู้ใดส่งต่อ หรือแชร์ข้อมูลอันเป็นเท็จในระบบคอมพิวเตอร์ ตาม ม.14(2) และ ม.14(5) /และข้อหา ปลอมแปลงให้ใช้อกสารอันเป็นเท็จ
.
ต่อมา เวลา 11.40 น. ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังขอหมายจับอยู่นั้น นายชัยรัตน์ พร้อมกับ ทนายจสกศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้เดินทางมาแสดงตัวกับพนักงานสอบสวน สอท.1 ก่อน ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนเบื้องต้น
.
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายชัยรัตน์ มายังห้องสอบสวนบก.สอท.1 ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นโดยเจ้าตัวได้ตอบกับทีมข่าวเพียงสั้นๆว่า “ตนไม่ได้เป็นเจ้าของเพจ”
.
ขณะที่ทางด้านทนายศูนย์ทนายความสิทธิมนุษยชน เผยว่า วันนี้ได้เดินทางมาแค่แสดงตัวกับพนักงานสอบสวนสอท.1 เฉยๆ ส่วนรายละเอียดต่างๆ รวมไปถึงโดนคดีใดบ้างนั้นตนยังไม่สามารถตอบได้ ต้องเข้าไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ก่อน
.
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำหมายจับศาลอาญามาแสดงให้กับ นายชัยรัตน์ ดูต่อหน้าทนายความ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
.
โดยระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังขอหมายจับอยู่นั้น นายชัยรัตน์ พร้อมกับ ทนายหญิงของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้เดินทางมาแสดงตัวกับพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง เหมือนทราบมาก่อนว่า จะถูกออกหมายจับ ตำรวจจึงทำการควบคุมตัวก่อนอ่านหมายจับ และควบคุมตัวเพื่อทำการสอบปากคำ
.
โดยระหว่างเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนั้น ผู้สื่อข่าวได้ถามว่า คดีดังกล่าว นายชัยรัตน์เป็นผู้ปลอมแปลงเอกสารจึงตามที่เป็นข่าวหรือไม่ นายชัยรัตน์กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นเจ้าของเพจ
.
ขณะที่ทางด้าน ทนายศูนย์ทนายความสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า วันนี้ได้เดินทางมาแค่แสดงตัวกับพนักงานสอบสวนสอท.1 เฉยๆ ส่วนรายละเอียดต่างๆ รวมไปถึงโดนคดีใดบ้างนั้นตนยังไม่สามารถตอบได้ ต้องเข้าไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ก่อน.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่