คนไทย “จน” ลดลง เหลือ 2.3 ล้านคน | เศรษฐกิจInsight 6ต.ค.69
คนไทย จนลดลง
มีรายได้เพิ่มขึ้นจากเงินช่วยเหลือ

ยิ่งอ่านข่าวนี้ยิ่งงงมาก .. เอาเป็นว่า มีคนจนแบ่งเป็นสาม กลุ่ม เลยลดมั๊ง


มันมีคนจนหลายมิติงอกออกมาแทนรึป่าว
สศช.ระบุอีกว่า แม้ว่าภาพรวมคนจนทั้งด้านตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงินจะมีแนวโน้มลดลง


แต่ปัญหาความยากจนหลายมิติยังคงเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ
โดยในปี 2025 มีคนจนทั้งประเทศ (พิจารณาร่วมกันระหว่างเกณฑ์ความยากจนด้านตัวเงินและความยากจนหลายมิติ)
จำนวนทั้งสิ้น 5.62 ล้านคน โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
(1) กลุ่มคนจนด้านตัวเงินเพียงอย่างเดียว 1.10 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีรายจ่ายต่ำกว่าเส้นความยากจน แต่ไม่ได้ประสบปัญหาความยากจนในมิติอื่น
(2) กลุ่มคนจนที่ประสบทั้งควายากจนด้านตัวเงินและความยากจนหลายมิติ 1.20 ล้านคน
และ (3) กลุ่มคนจนหลายมิติเพียงอย่างเดียว 3.32 ล้านคนหรือกลุ่มที่เผชิญความขัดสนในมิติต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ตัวเงิน
แม้ภาพรวมแนวโน้มคนจนทั้ง 3 กลุ่มจะลดลงอย่างต่อเนื่อง
แต่สัดส่วนคนจนทั้งตัวเงินและหลายมิติที่ต้องเผชิญกับความรุนแรงในระดับสูงกลับปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อย
หรือใกล้เคียงปีก่อนหน้า สถานการณ์เช่นนี้ชี้ให้เห็นภาวะความยากจนเรื้อรังที่ฝังอยู่ในกลุ่มดังกล่าวและ
เป็นอุปสรรคต่อการยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น
ดังนั้นการแก้ปัญหาความยากจน สศช.เสนอว่า ภาครัฐจึงอาจต้องให้ความสำคัญกับ
มาตรการที่มุ่งเป้าเยียวยาเฉพาะกลุ่ม (Targeted Policy) แทนการใช้นโยบายในระดับภาพรวม
เพื่อออกแบบมาตรการที่เจาะจงและมุ่งลดข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสาธารณะและสวัสดิการพื้นฐาน
ยินดีด้วย คนไทย จนลดลง เหลือแค่ 2.3 ล้านคน
คนไทย จนลดลง
มีรายได้เพิ่มขึ้นจากเงินช่วยเหลือ
สศช.ระบุอีกว่า แม้ว่าภาพรวมคนจนทั้งด้านตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงินจะมีแนวโน้มลดลง
แต่ปัญหาความยากจนหลายมิติยังคงเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ
โดยในปี 2025 มีคนจนทั้งประเทศ (พิจารณาร่วมกันระหว่างเกณฑ์ความยากจนด้านตัวเงินและความยากจนหลายมิติ)
จำนวนทั้งสิ้น 5.62 ล้านคน โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
(1) กลุ่มคนจนด้านตัวเงินเพียงอย่างเดียว 1.10 ล้านคน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีรายจ่ายต่ำกว่าเส้นความยากจน แต่ไม่ได้ประสบปัญหาความยากจนในมิติอื่น
(2) กลุ่มคนจนที่ประสบทั้งควายากจนด้านตัวเงินและความยากจนหลายมิติ 1.20 ล้านคน
และ (3) กลุ่มคนจนหลายมิติเพียงอย่างเดียว 3.32 ล้านคนหรือกลุ่มที่เผชิญความขัดสนในมิติต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ตัวเงิน
แม้ภาพรวมแนวโน้มคนจนทั้ง 3 กลุ่มจะลดลงอย่างต่อเนื่อง
แต่สัดส่วนคนจนทั้งตัวเงินและหลายมิติที่ต้องเผชิญกับความรุนแรงในระดับสูงกลับปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อย
หรือใกล้เคียงปีก่อนหน้า สถานการณ์เช่นนี้ชี้ให้เห็นภาวะความยากจนเรื้อรังที่ฝังอยู่ในกลุ่มดังกล่าวและ
เป็นอุปสรรคต่อการยกระดับความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น
ดังนั้นการแก้ปัญหาความยากจน สศช.เสนอว่า ภาครัฐจึงอาจต้องให้ความสำคัญกับ
มาตรการที่มุ่งเป้าเยียวยาเฉพาะกลุ่ม (Targeted Policy) แทนการใช้นโยบายในระดับภาพรวม
เพื่อออกแบบมาตรการที่เจาะจงและมุ่งลดข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสาธารณะและสวัสดิการพื้นฐาน