เปิดปม 'ต่างชาติ' เทรดหุ้นไทย สะเทือนข้อมูล SET หวั่นตัวเลขฟันด์โฟลว์คลาดเคลื่อน กระทบความเชื่อมั่น



เปิดปม 'ต่างชาติ' เทรดหุ้นไทย สะเทือนข้อมูล SET หลังพบข้อกังขาซื้อผ่านพอร์ตโบรก หวั่นตัวเลขฟันด์โฟลว์คลาดเคลื่อน กระทบความเชื่อมั่น

สรุป:
- เกิดข้อกังขาว่าการซื้อขายหุ้นผ่านพอร์ตของบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) บางส่วน อาจถูกจัดประเภทเป็น "นักลงทุนต่างชาติ" อย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งอาจทำให้ตัวเลขฟันด์โฟลว์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ รายงานเกิดความคลาดเคลื่อน
- ประเด็นดังกล่าวเกิดจากธุรกรรมที่โบรกเกอร์เป็นผู้ชำระราคา ซึ่งอาจถูกนับรวมเป็นยอดซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติ ทั้งที่ไม่ได้เป็นการลงทุนจากบัญชีของต่างชาติโดยตรง
- หากมีการแก้ไขข้อมูลแล้วพบว่าสัดส่วนนักลงทุนต่างชาติที่แท้จริงต่ำกว่าที่รายงานไปมาก อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และอาจนำไปสู่แรงขายจากความตื่นตระหนก (Panic Sell)
- ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับทราบปัญหาและมีแนวทางปรับปรุงการจัดประเภทข้อมูลให้สะท้อนเจ้าของบัญชีที่แท้จริง พร้อมเตรียมคำนวณข้อมูลย้อนหลังเพื่อแก้ไขตัวเลขให้ถูกต้อง
- ความไม่แน่นอนของข้อมูลนี้สร้างความกังวลต่อเสถียรภาพของดัชนี SET และอาจซ้ำเติมปัญหาความเชื่อมั่น โดยเฉพาะในกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ที่อาจหันไปลงทุนในตลาดต่างประเทศมากขึ้น
- มีการเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแล เช่น ก.ล.ต. เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส เพื่อสร้างความชัดเจนและฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับตลาดทุนไทย


กำลังเป็นประเด็นร้อนในสังคมการลงทุน หลังมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลการซื้อขายหุ้นแยกตามประเภทนักลงทุนที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ รายงานเป็นประจำ โดยเฉพาะสัดส่วนนักลงทุนต่างชาติ หลังมีข้อกล่าวอ้างว่า การซื้อขายบางส่วนที่เกิดขึ้นในพอร์ตของบริษัทหลักทรัพย์และมีโบรกเกอร์เป็นผู้ชำระราคา อาจถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “นักลงทุนต่างชาติ” ทั้งที่ไม่ได้เป็นการลงทุนในบัญชีของนักลงทุนต่างชาติโดยตรง

ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นหารือระหว่างสมาชิกตลาดหลักทรัพย์ฯ และฝ่ายบริหารตลาดฯ พร้อมตั้งคำถามถึงหลักเกณฑ์การจัดประเภทคำสั่งซื้อขาย รวมถึงความถูกต้องของข้อมูลมาร์เก็ตแชร์ และสัดส่วนการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแนวทางปรับปรุงการจัดประเภทข้อมูลให้สอดคล้องกับผู้เป็นเจ้าของบัญชีที่แท้จริง และเตรียมคำนวณข้อมูลย้อนหลังตั้งแต่ต้นปี

อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับมูลค่าการซื้อขายที่อาจถูกจัดเป็น “Foreign” แต่มีบริษัทหลักทรัพย์เป็นผู้ชำระราคา รวมถึงผลกระทบต่อภาพรวม Fund Flow ต่างชาติ ยังเป็นประเด็นที่ตลาดทุนจับตา และนำไปสู่การเรียกร้องให้หน่วยงานกำกับดูแลเข้าตรวจสอบอย่างชัดเจน

ขณะที่แหล่งข่าวในวงการโบรกเกอร์ ให้ข้อมูลกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ถึงข้อกังขาเกี่ยวกับการรายงานข้อมูลสัดส่วนการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทย โดยตั้งคำถามว่า หากมีการตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้อง สัดส่วนการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติจะปรับลดลงจากตัวเลขที่ตลาดรับรู้ในปัจจุบันมากน้อยเพียงใด รวมถึงอาจส่งผลต่อสัดส่วนการซื้อขายของบริษัทหลักทรัพย์ต่างชาติระดับ Top Tier ที่มีส่วนแบ่งตลาดสูง

ประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญต่อการประเมินภาพรวมตลาด เนื่องจากหากตัวเลขที่ถูกต้องสะท้อนว่าสัดส่วนเงินลงทุนจากต่างชาติลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อาจทำให้เกิดคำถามต่อโครงสร้างการซื้อขายในตลาดหุ้นไทย และกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ขณะที่หากประเด็นดังกล่าวถูกขยายในวงกว้าง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อแรงขายจากความตื่นตระหนก (Panic Sell) และสร้างแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นในตลาดทุนระลอกใหม่

แหล่งข่าวระบุว่า โบรกเกอร์หลายแห่งที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงมีพันธมิตรเป็นสถาบันการเงินต่างประเทศ ทำให้คำสั่งซื้อขายแต่ละครั้งมีมูลค่าค่อนข้างสูง แม้จะเป็นคำสั่งซื้อขายขนาดเล็กเมื่อเทียบกับนักลงทุนต่างชาติ แต่สำหรับตลาดหุ้นไทยถือว่ามีขนาดใหญ่ นอกจากนี้ โบรกเกอร์บางแห่งยังมีทีมพอร์ตเทรดที่มีความเชี่ยวชาญด้านตลาดอนุพันธ์ (TFEX) จึงเกิดข้อสังเกตว่าการจัดประเภทและรายงานข้อมูลการซื้อขายที่ผ่านมาเป็นไปตามหลักเกณฑ์เดิมอย่างถูกต้องหรือไม่ รวมถึงมีเงินบางส่วนที่อาจเกี่ยวข้องกับการลงทุนในตลาดฟอเร็กซ์ (Forex) หรือไม่


หวั่นตัวเลขต่างชาติเปลี่ยน กระทบดัชนี 1,600 จุด

สำหรับภาวะตลาดหุ้นไทย ปัจจุบันดัชนีเคลื่อนไหวบริเวณ 1,600 จุด หลังปรับตัวขึ้นจากระดับประมาณ 1,200 จุด หรือเพิ่มขึ้นราว 400 จุด ทำให้เกิดคำถามถึงความเหมาะสมของระดับดัชนี หากข้อมูลโครงสร้างผู้ลงทุนที่ตลาดรับรู้ก่อนหน้านี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ

แหล่งข่าวยกตัวอย่างว่า หากเดิมตลาดเข้าใจว่านักลงทุนต่างชาติถือครองหรือมีสัดส่วนการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยประมาณ 30% แต่เมื่อมีการตรวจสอบข้อมูลจริงแล้วพบว่าเหลือเพียง 10-15% อาจกลายเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลในตลาดได้ แม้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าดัชนีบริเวณ 1,600 จุดอยู่ในระดับถูกหรือแพง แต่สิ่งที่ต้องติดตามคือปฏิกิริยาของนักลงทุน หากข้อมูลดังกล่าวถูกเปิดเผยและสร้างความกังวล อาจนำไปสู่แรงขายเพื่อปรับฐาน โดยระดับการปรับตัวลงจะขึ้นอยู่กับการประเมินข้อมูลและมุมมองของผู้ลงทุน


ซ้ำเติมความเชื่อมั่น นักลงทุนรุ่นใหม่หันลงทุนหุ้นต่างประเทศ

แหล่งข่าวมองว่า หากข้อมูลสัดส่วนนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยถูกปรับลดลง อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ปัจจุบันมีแนวโน้มกระจายเงินลงทุนไปยังตลาดหุ้นต่างประเทศมากขึ้น

ภาพดังกล่าวสะท้อนผ่านการเติบโตของแพลตฟอร์มลงทุนต่างประเทศ ซึ่งมีนักลงทุนรุ่นใหม่เข้าไปเปิดบัญชีจำนวนมาก โดยหากตลาดหุ้นไทยถูกมองว่ามีปัญหาด้านความโปร่งใสของข้อมูล ยิ่งอาจตอกย้ำภาพลักษณ์เชิงลบต่อตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ และหน่วยงานกำกับดูแล และทำให้นักลงทุนรุ่นใหม่สูญเสียความเชื่อมั่นต่อตลาดหุ้นไทยมากขึ้น


จับตา ก.ล.ต. ตรวจสอบข้อมูล-แนวทางปรับปรุงย้อนหลัง

สำหรับบทบาทของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แหล่งข่าวมองว่าในช่วงที่ผ่านมา ก.ล.ต. มีแนวทางกำกับดูแลเชิงรุกมากขึ้น ทั้งการปราบปรามผู้มีอิทธิพลทางการเงินนอกระบบ รวมถึงการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพและการกำกับดูแลผู้เกี่ยวข้องในตลาดทุน

ในส่วนของการรายงานข้อมูลสัดส่วนนักลงทุนต่างชาติ หากการตรวจสอบพบว่าเกิดจากความผิดพลาดโดยไม่ได้มีเจตนาทุจริต การเปิดเผยข้อเท็จจริงและปรับปรุงข้อมูลย้อนหลัง ให้สะท้อนข้อมูลที่ถูกต้อง ถือเป็นแนวทางที่เหมาะสมและช่วยสร้างความโปร่งใสให้กับตลาดทุน

อย่างไรก็ตาม หากการตรวจสอบพบว่ามีการจงใจแสดงข้อมูลอันเป็นเท็จหรือบิดเบือนข้อมูล การดำเนินการจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ ก.ล.ต. โดยสิ่งสำคัญหากพบว่าข้อมูลที่เผยแพร่ก่อนหน้านี้ไม่ถูกต้อง ควรมีการปรับปรุงข้อมูลย้อนหลังให้สะท้อนข้อเท็จจริง เพื่อรักษาความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนในตลาดทุนไทย



ที่มา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่