ในวัยเด็กเวลาเราดูหนังฝรั่งมักจะเห็นภาพของรถ Campervan หรือ RV ที่วิ่งไปตามเส้นทางสวย ๆ จอดนอนรับลมริมทะเล หรือตื่นมาต้มกาแฟดูหมอกยามเช้า คือภาพจำสุดโรแมนติกของการเดินทาง
แต่พอโตมารถบ้านที่อยากมีกลับไม่เคยคิดอยู่ในหัวเลย และรถบ้านในเมืองไทยก็เป็นเพียงกระแสเฉพาะกลุ่ม และน้อยคนนักที่จะเลือกใช้เป็นพาหนะท่องเที่ยวหลักเท่านั้น เป็นเพราะอะไรน่ะหรอ?
สภาพอากาศเมืองไทยเป็นเมืองร้อนชื้น การจอดรถนอนโดยไม่เปิดแอร์เกือบจะเป็นไปไม่ได้เลย การจะเปิดแอร์นอนทั้งคืนก็ต้องมีระบบแบตเตอรี่สำรองขนาดใหญ่หรือสตาร์ตเครื่องทิ้งไว้ ซึ่งมีทั้งเสียงดังและความร้อนสะสม ต่างจากเมืองนอกที่อากาศเย็น ดับเครื่องเปิดหน้าต่างนอนก็ฟินแล้ว
สิ่งอำนวยความสะดวก ประเทศที่นิยมรถบ้านจะมี RV Park ที่มีจุดต่อปลั๊กไฟ เติมน้ำสะอาด และจุดถ่ายน้ำทิ้งอย่างเป็นระบบ แต่ในไทยยังหาได้ยากมาก การนำรถบ้านไปจอดตามสถานที่ท่องเที่ยวจึงมักติดขัดเรื่องการหาที่จอดที่ปลอดภัยและการจัดการน้ำเสีย
ความคุ้มค่า เพราะที่พักในไทยมีให้เลือกเยอะมากและราคาไม่แพง การจ่ายเงินนอนรีสอร์ตได้ทั้งแอร์เย็นฉ่ำ ห้องน้ำส่วนตัว และมีคนดูแล ในขณะที่รถบ้านมี
ต้นทุนสูง ทั้งราคารถและค่าบำรุงรักษา ถ้าไม่ได้เที่ยวบ่อยจริง ๆ เช่าห้องพักจึงคุ้มกว่า
ความเป็นส่วนตัว เป็นข้อที่กลุ่มคนใช้รถบ้านเอามาบ่นกันให้ฟังว่า พอไปจอดพักที่ไหน มักจะเจอคนมาเดินวน ๆ เคาะก๊อก ๆ แก๊ก ๆ รอบรถ และจบด้วยการ
เคาะประตูเพื่อ "ขอดูข้างในหน่อย!" บางทีขับรถมาเหนื่อย ๆ แค่ของีบพัก พอปฏิเสธไม่เปิดให้ดูเพราะต้องเดินทางต่อ ก็ดันโดนค้อนเบา ๆ พร้อมประโยคเด็ด "แค่นี้ก็ไม่ให้ดู ไม่มีน้ำใจ จะหวงไปไหน" หรือถ้ายอมใจอ่อนเปิดให้ดู บางทีเจอแจ็คพ็อตแก๊งเด็ก วิ่งพุ่งขึ้นไปกระโดดบนเตียงทั้งรองเท้า! จนหลายคนเบื่อที่จะขับรถบ้านออกไปเที่ยว
แม้ภาพการเดินทางด้วยรถบ้านจะดูมีเสน่ห์และอิสระ แต่เมื่อชั่งน้ำหนักกับความสะดวกสบาย ค่าใช้จ่าย และประชาชนที่พร้อมจะมาด้อม ๆ มอง ๆ แล้ว จึงเป็นอะไรที่ยังไม่ตอบโจทย์สไตล์การเที่ยวของคนไทยส่วนใหญ่ในตอนนี้ แต่คนไทยที่ชอบไลฟ์สไตล์รถบ้านแบบนี้ก็มีไม่น้อยเช่นกัน
CR One2car
ทำไม "รถบ้าน" ถึงไม่ฮิตในไทย ทั้งที่ดูเป็นไลฟ์สไตล์ในฝันวัยเด็ก?