JJNY : “ชวาล” ท้า “สุชาติ” แจ้งความ ปมสติ๊กเกอร์│ปรับข้อมูลดัชนี MPI ไม่เปลี่ยนภาพ K-shaped │โอบามาฉะทรัมป์│52 จว.ฝนถล่ม

“ชวาล” ท้า “สุชาติ” แจ้งความเอาผิดในฐานะผู้เสียหาย ปมสติ๊กเกอร์ติดหน้ารถบรรทุก
.
.
“ชวาล” ท้า “สุชาติ” แจ้งความเอาผิดในฐานะผู้เสียหาย ปมสติ๊กเกอร์ติดหน้ารถขนขยะพิษ ชี้ไม่ใช่เรื่องเก่า
.
หลังจากที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงกรณีปมรถบรรทุกติดสติ๊กเกอร์รูปตนเอง และข้อความ "พวกกันสำคัญเสมอ" บอกว่าเป็นเรื่องเก่า 4-5 ปีก่อน และคนที่นำรูปมาติดทำเพราะศรัทธา ไม่ใช่ยันต์ปราบด่าน เชื่อว่าเป็นดิสเครดิตทางการเมือง ล่าสุดอดีต สส.พรรคประชาชน โต้ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นเก่า 4-5 ปี พร้อมเปิดข้อมูลบริษัทขนส่งขยะอิเล็กทรอนิกส์และบุคคลใกล้ชิด
.
นายชวาล พลเมืองดี อดีต สส. พรรคประชาชน เขต 3 จังหวัดชลบุรี ให้สัมภาษณ์พิเศษกับทีมข่าว PPTV ยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นเก่าเมื่อ 4–5 ปีก่อน ตามที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้สัมภาษณ์กับสื่อ แต่เป็นข้อมูลที่ตนเคยนำมาอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 หรือปีที่ผ่านมา
.
โดยขณะนั้นตนได้เปิดเผยข้อมูลปัญหาลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ และกิจการของโรงงานรีไซเคิลในจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงรถบรรทุกจำนวนมากที่ติดสติ๊กเกอร์รูปใบหน้าของนายสุชาติ หลังได้ข้อมูลจากเครือข่ายภาคประชาชนในอำเภอศรีมหาโพธิ ซึ่งติดตามผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรมต่อเนื่อง
.
โดยเฉพาะโรงงานแห่งหนึ่งซึ่ง นายชวาล อ้างว่ามีทุนจีนเกี่ยวข้อง และลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ เข้าสู่กระบวนการหลอม แม้โรงงานแห่งนี้จะถูกสั่งปิดตั้งแต่ปี 2567 แต่ยังมีข้อสงสัยว่าในช่วงปี 2567–2568 อาจลักลอบเปิดเครื่องจักร และดำเนินกระบวนการผลิตต่อเนื่อง
.
กระทั่งพบรถบรรทุกตู้ส่งสินค้าจำนวนมากเข้าออกโรงงาน โดยแทบทุกคันมีสติ๊กเกอร์รูปใบหน้าของ นายสุชาติ ลักษณะเดียวกับภาพถูกเผยแพร่ในสื่อออนไลน์และยังพบสติ๊กเกอร์ที่ระบุชื่อ “ต้อมฟาร์ม” ทำให้เครือข่ายชาวบ้านนำชื่อไปตรวจสอบเพิ่ม ก่อนพบข้อมูลที่นายชวาลอ้างว่า เจ้าของบริษัทต้อมฟาร์มเคยดำรงตำแหน่ง “ผู้ชำนาญการประจำตัว” ของนายสุชาติ ในสมัยสภาฯ ชุดที่ผ่านมา และปัจจุบันยังมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี
.
จึงตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงระหว่างเจ้าของบริษัทขนส่งกับบุคคลใกล้ชิดนายสุชาติ โดยมองว่า คำชี้แจงของนายสุชาติที่ระบุว่าไม่รู้จัก และไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลหรือกิจการดังกล่าว ฟังไม่ขึ้น
.
ส่วนหลักฐานที่ยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่าย สามารถตรวจสอบเพิ่มได้จากภาพถ่ายในสื่อสังคมออนไลน์และภาพลงพื้นที่ในจังหวัดชลบุรี ส่วนที่ นายสุชาติ เปรียบเทียบว่าการมีบุคคลนำรูปใบหน้าไปติดบนรถบรรทุก ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับรถทุกคัน เช่นเดียวกับการนำรูปภาพไปผลิตเป็นเสื้อ นายชวาล มองว่า แม้ในจังหวัดชลบุรี จะพบเห็นรถบรรทุกติดสติ๊กเกอร์ต่าง ๆ อยู่เป็นประจำ แต่สติ๊กเกอร์รูปใบหน้าของนายสุชาติ ถือเป็นลักษณะที่ตนไม่ค่อยพบเห็นมาก่อน
.
ส่วนข้อชี้แจงของนายสุชาติที่ระบุว่า การนำเข้าสินค้า และการขนส่งต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมศุลกากรอยู่แล้วนั้น นายชวาล มองว่า ยิ่งเป็นเหตุผลที่ต้องตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานรัฐว่า เพราะหากทุกขั้นตอนมีการตรวจสอบตามกฎหมาย เหตุใดจึงยังเกิดปัญหา ซึ่งสังคมน่าจะรับรู้ถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับการติดสติ๊กเกอร์บางประเภท ที่อาจถูกนำมาใช้สร้างความเกรงใจ หรือข่มขู่เจ้าหน้าที่หรือไม่?

นายชวาล ยังระบุว่า หลังเคยอภิปรายเรื่องนี้ในสภาฯ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ซึ่งดำรงตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรมในขณะนั้น ได้แจ้งความดำเนินคดี และแสดงท่าทีว่าจะตรวจสอบต่อ แต่ปัจจุบัน ยังไม่เห็นความคืบหน้าชัดเจน
.
ส่วนที่นายสุชาติ ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรถบรรทุกที่ติดสติ๊กเกอร์รูปใบหน้าของตน มองว่า หากไม่เกี่ยวข้องจริง ก็ถือเป็นผู้เสียหายโดยตรง ควรไปแจ้งความดำเนินคดี
.
นายชวาล ยังตอบโต้กรณีที่นายสุชาติให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องสติ๊กเกอร์รถบรรทุกเป็นประเด็นเก่านานแล้ว และถูกอดีต สส.ที่สอบตกนำกลับมาพูดอีกครั้ง ยอมรับว่า หลังเห็นคลิปสัมภาษณ์ รู้สึกไม่พอใจ จึงนำข้อมูลที่เคยใช้อภิปรายกลับมาเผยแพร่ เพื่อยืนยันว่าเรื่องนี้เคยถูกตรวจสอบแล้ว ยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาดิสเครดิตทางการเมือง
.

.
เศรษฐกิจไทยกระจุกตัว ปรับข้อมูลดัชนี MPI ไม่เปลี่ยนภาพ K-shaped
https://www.dailynews.co.th/news/6302064/
.
เศรษฐกิจไทยทรงตัวในไตรมาส 3/2569 แรงหนุนยังกระจุกตัว น้ำท่วมซ้ำเติมกำลังซื้อ อาจกระทบ GDP ปีนี้ ชี้ปรับข้อมูลดัชนี MPI ไม่เปลี่ยนภาพเศรษฐกิจ K-shaped
.
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดช้อมูลเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/2569 ค่อนข้างทรงตัว โดยมีแรงหนุนจากการลงทุน การส่งออกอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล รวมถึงมาตรการช่วยค่าครองชีพของภาครัฐ แต่การฟื้นตัวยังกระจุกและส่งผ่านไปสู่ครัวเรือนและธุรกิจไม่ทั่วถึง ส่วนความขัดแย้งในตะวันออกกลางสร้างแรงกดดันผ่านราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศทยอยปรับสูงขึ้น ซ้ำเติมเงินเฟ้อและกำลังซื้อ
.
แม้หนี้ครัวเรือนต่อ GDP ลดลงเหลือ 85.2% ในไตรมาส 2/2569 ต่ำสุดในรอบกว่า 6 ปี แต่ไม่ได้สะท้อนว่าฐานะการเงินของครัวเรือนฟื้นตัวแล้ว เนื่องจากครัวเรือนยังเผชิญข้อจำกัดด้านสินเชื่อและสภาพคล่อง ขณะที่ตลาดแรงงานมีสัญญาณเปราะบางขึ้น สะท้อนจากอัตราว่างงานที่เพิ่มขึ้นในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาส 3 ทั้งในภาพรวม และโดยเฉพาะแรงงานอายุน้อยที่อัตราการว่างงานสูงกว่าภาพรวมกว่าเท่าตัว
.
SCB EIC ประเมินว่าน้ำท่วมช่วงปลายเดือน ก.ย.-ต.ค. 2569 กระทบ GDP ปีนี้ราว 0.1% และอาจทำให้เงินเฟ้อเร่งตัวบ้างในระยะสั้น โดยเฉพาะราคาอาหารสด ราคาผักบางชนิดปรับสูงขึ้นมากหลังเกิดน้ำท่วม สำหรับผลกระทบต่อภาคธุรกิจที่เกิดขึ้นผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่
.
• กำลังซื้อและการใช้จ่ายที่ลดลง
• การหยุดชะงักของระบบโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน
• ความเสียหายต่อทรัพย์สิน สินค้าคงคลัง และสถานประกอบการ
.
ในช่วงข้างหน้าเศรษฐกิจไทยต้องเผชิญอีกหลายความเสี่ยง ได้แก่
.
1. แม้สถานการณ์น้ำท่วมในภาคกลางคลี่คลายลงมาก แต่บางพื้นที่ใน 17 จังหวัดยังได้รับผลกระทบ (ข้อมูลจาก ปภ. 22 ต.ค. 2569) และต้องจับตาความเสี่ยงน้ำท่วมในภาคใต้ช่วงปลายปี
.
2. ความเสี่ยงจาก Super El Nino ที่อาจทำให้ไทยเจอภาวะร้อนและแล้งยืดเยื้อถึงกลางปี 2570 กระทบผลผลิตและรายได้เกษตร รวมถึงความเพียงพอของแหล่งน้ำ แต่ปริมาณน้ำในเขื่อนกักเก็บที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตจะช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง
.
3. ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและมาตรการการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน และการสวมสิทธิ์ถิ่นกำเนิดสินค้า เป็นความเสี่ยงภายนอกที่สำคัญ
.
4. ราคาน้ำมันในประเทศมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นต่อเนื่องตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก เนื่องจากกองทุนน้ำมันลดการชดเชยลงจากภาระหนี้กองทุนน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงติดลบมากถึงราว 1 แสนล้านบาท (ข้อมูล 11 ต.ค. 2569) อาจกระทบค่าครองชีพและต้นทุนธุรกิจ
.
การปรับข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ ไม่เปลี่ยนภาพเศรษฐกิจ K-shaped
.
ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่ปรับใหม่ชี้ว่ากิจกรรมเศรษฐกิจไทยในอดีตสูงกว่าข้อมูลเดิม โดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเผยแพร่ข้อมูลดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) ชุดใหม่เมื่อปลายเดือน ก.ย. ส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมเติบโตสูงถึง 4.4%YOY เทียบกับก่อนปรับปรุงข้อมูลที่ภาพทรงตัวราว 0.5%YOY การปรับครั้งนี้มาจากการเพิ่มความครอบคลุมของสินค้าและโรงงานตัวอย่างในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก อัตราการใช้กำลังการผลิต (CapU) จึงปรับสูงขึ้นบางส่วน
.
ด้านธนาคารแห่งประเทศไทยได้ทบทวนข้อมูลดุลการชำระเงินประจำปี โดยการทบทวนรอบเดือน ก.ย. นี้ทำให้ดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนใหญ่จากการปรับลดมูลค่านำเข้าให้สอดคล้องกับหลักดุลการชำระเงิน โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่นำเข้ามาเพื่อรับจ้างผลิตและส่งกลับ โดยไม่ได้เปลี่ยนความเป็นเจ้าของ ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ปรับจากเดิมที่ขาดดุลสูง 1.55 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เหลือขาดดุล 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
.
SCB EIC ประเมินว่าข้อมูลชุดใหม่นี้ โดยเฉพาะ MPI อาจนำไปสู่การทบทวนข้อมูล GDP ไทยในอดีต แต่ทิศทางและขนาดผลกระทบต่อ GDP ยังไม่แน่นอน อย่างไรก็ดี หาก GDP ถูกปรับสูงขึ้น ก็ไม่ได้เปลี่ยนภาพเศรษฐกิจจริงที่ยังฟื้นตัวกระจุกในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และดิจิทัล ขณะที่ภาคส่วนอื่นไม่ได้ขยายตัวสอดคล้องกัน จึงอาจยิ่งสะท้อนภาพเศรษฐกิจ K-shaped ชัดเจนขึ้น
.
ดอกเบี้ยนโยบายไทยมีแนวโน้มคงที่ 1%
.
SCB EIC คาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ถึงสิ้นปี 2570 แม้เศรษฐกิจไทยมีทิศทางปรับดีขึ้นในระยะข้างหน้า แต่แรงหนุนกระจุกตัวในบางภาคส่วน ขณะที่ครัวเรือนและธุรกิจ SMEs เผชิญภาระหนี้ ต้นทุนทางการเงิน และข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ ท่ามกลางตลาดแรงงานที่เปราะบาง มาตรการการเงินแบบตรงจุดเพื่อช่วยให้ SMEs และรายย่อยเข้าถึงสินเชื่อจึงมีแนวโน้มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
.
ด้านเสถียรภาพราคา SCB EIC ประเมินเงินเฟ้อในช่วงข้างหน้าจะมีแรงกดดันจากราคาพลังงาน การส่งผ่านต้นทุนไปยังสินค้าอื่น และราคาอาหารสดที่อาจสูงขึ้นจากน้ำท่วม เงินเฟ้อทั่วไปอาจเข้าใกล้หรือสูงกว่าขอบบนของกรอบเป้าหมาย 1-3% ชั่วคราวในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้าก่อนทยอยชะลอลง ค่าเฉลี่ยทั้งปี 2570 จะยังอยู่ในกรอบได้

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่