[CR] รีวิวสามัญชน: ยาง Bridgestone Potenza Adrenaline RE004 (ชื่อยาวจริงๆ)

รีวิวนี้ เป็นรีวิวหลังการใช้งานนะครับ ผมใช้ยางรุ่นนี้ มาทั้งหมด 14 เดือน 40,000+ กม. และเปลี่ยนยางชุดนี้ออกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (เปลี่ยนเป็น Michelin Pilot Sport 3) จึงขอแชร์ประสบการณ์และความรู้สึกที่มีต่อยางชุดนี้ครับ (เปลี่ยนเพราะมันแข็ง ต้องไปรับลูกกับแม่นายที่สุราษฎร์มา กทม. สงสารคนนั่งหลังครับ ทั้งๆที่ตอนนี้ยังเกาะหนึบอยู่เลย รีดน้ำดีมากอยู่เลย แต่ทนแข็งไม่ไหวแล้ว)

ขอออกตัวก่อนว่าผมเป็นคนใช้รถใช้ถนนธรรมดา ไม่ได้อยู่ในวงการยานยนต์ ไม่ได้เป็นร้านยางหรือร้านทำรถยนต์ เป็นเพียงพนักงานออฟฟิซ ที่ได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์นี้ด้วยตัวเอง และอยู่กับมันทุกๆ กม. ตั้งแต่ใหม่ยันวันเปลี่ยนออก หากรีวิวนี้มีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ



ข้อมูลรถและเส้นทางหลัก
ยางที่จะรีวิวนี้ใช้กับรถ Toyota Altis หน้าหมู ปี 2004 ช่วงล่างด้านหลังเป็นคาน (ค่อนข้างแข็งเมื่อใช้สตรัท) วางเครื่อง 2zz-ge 6MT เครื่องขนาด 1800 ซีซี ตามสเปค 190 แรงม้า (แต่วัดไดโน่จริงลงพื้นเหลือแค่ 160+ ตอนนี้เครื่องหลวมมากแล้ว น่าจะเหลือสัก 130-140 มั้งครับ) ช่วงล่างเป็นสตรัท RSR Best-i (โมเพิ่ม) สปริง Swift 5k ทั้งหน้า-หลัง ใส่ค้ำบนหน้า XRS ตรงรุ่น ผมเป็นคนค่อนข้างขับรถเร็วและรูดหลุม ไม่ได้ค่อยๆเร่งค่อยๆเบรคเน้นประหยัดน้ำมันเหมือนคนอื่น รวมถึงการใส่สตรัท ค้ำ ที่รีดสมรรถนะของยางมากขึ้นอาจทำให้เปลืองยางมากกว่าปกติ เลยอาจทำให้ยางสึกไวขึ้น และฟีลลิ่งที่รับรู้ได้แตกต่างจากรถสแตนดาร์ดครับ ถนนเส้นที่ขับบ่อยคือรามอินทรา - พหลโยธิน - เลียบด่วน - อนุสาวรีย์ - พระราม 3 - มอเตอร์เวย์ไปบางปะอิน ส่วนใหญ่สภาพถนนค่อนข้างขรุขระปานกลางถีงมากครับ

 
ยางที่เคยใช้ทั้งหมด
1. Maxxis MA-P1 = 195/60/15
2. Maxxis MS800 = 195/60/15
3. Yokohama A.Drive = 195/65/15
4. Bridgestone Turanza GR100 = 195/60/15
5. Michelin Primacy 3ST = 195/60/15 อ่านต่อ.. https://pantip.com/topic/37866119
6. Otani EK1000 = 195/65/15 อ่านต่อ.. https://pantip.com/topic/37890490
7. Toyo Proxes C1S (นำเข้าจากญี่ปุ่น) = 195/65/15 อ่านต่อ.. https://pantip.com/topic/39945998
8. Apollo Alnag 4G = 195/60/15 อ่านต่อ.. https://pantip.com/topic/41015836
9. Dunlop Enasave EC300 = 185/65/15 (ยางติดรถ Mazda 2 ไม่ได้ใช้งานประจำ)
10. Bridgestone Ecopia EP150 = 185/65/15 (ใส่ใน Mazda 2 ไม่ได้ขับประจำ) อ่านต่อ.. https://pantip.com/topic/40811813
11. Nexen Fleva SU4 = 185/65/15 (ใส่ใน Mazda 2 ไม่ได้ขับประจำ)
11. Otani KC2000 = 205/60/15 อ่านต่อ.. https://pantip.com/topic/41718656
12. Bridgestone Ecopia EP300 = 195/60/15 อ่านต่อ.. https://pantip.com/topic/42527677
13. Yokohama AdvanDB V552 = 195/60/15 อ่านต่อ.. https://pantip.com/topic/43851696
14. Bridgestone Potenza Adrenaline RE004 = 195/55/15<------- ตัวที่กำลังรีวิวอยู่




ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับยาง
ยี่ห้อ/รุ่น : Bridgestone Potenza Adrenaline RE004
ขนาด : 195/55/15
ประเภท : ยางกึ่งสปอร์ต
ดีชนีย์น้ำหนัก : 85 (515 กก./เส้น)
ดีชนีย์ความเร็ว : W (270 กม./ชม.)
Treadwear : 220 (อัตราดอกยางสึกกลางๆ ไม่ช้าไม่เร็วไป)
Traction : AA (เบรคในทางเปียกได้ดี)
Temperature : A (ระบายความร้อนได้ดี)
ราคา/เส้น: 3500 (ร้านแถวหทัยราษฎร์ที่ผมไปเปลี่ยนมา)

รูป - น้ำหนักยางเปล่า ตอนใหม่ๆ


รีวิว การใช้งานโดยรวม
ความนุ่ม - เป็นยางสปอร์ตรุ่นแรกที่ใช้ และความหนาก็ลดลงจากจาก 60 เหลือ 55 เตรียมใจว่ายังไงก็น่าจะแข็งครับ แต่สัมผัสแรกที่ขับลงจากร้าน (ฟุตบาท) แตะพื้นถนนคือ นุ่มแบบผิดคาดเลยครับ! ไม่ได้นุ่มว้าวนะ แค่มันนุ่มพอๆกับยางนุ่มเงียบเลย เรียกว่า ใกล้เคียงกับ v552 ตอนใหม่ๆได้เลย ช็อคมากครับ แต่ฟีลลิ่งความนุ่มมันแตกต่างจากยางคอมฟอร์ททุกเส้นที่ผมเคยใช้มาเลย ก็คือ ผมรู้สึกประมาณว่ายางมันมี 2 เลเยอร์ (พยายามอธิบายให้เห็นภาพนะครับ ถ้าผิด ขออภัยมากๆเลย) เลเยอร์แรกเข้าใจว่าเป็นแก้มยาง อันนี้รู้สึกได้ว่ามันแข็งกว่ายางคอมฟอร์ทนิดหน่อยครับ กับเลเยอร์ที่ 2 ผมเข้าใจว่าเป็นเลเยอร์หน้ายางที่สัมผัสพื้น รู้สึกว่ามันหนานุ่มแต่ออกแน่นๆไม่ย้วย แต่มันเหมือนเลเยอร์นี้หนากว่ายางคอมฟอร์ทเยอะเลย มันเลยเหมือนเพิ่มพื้นที่ในการซับแรงมากกว่าเป็นเท่าตัวครับ ในถนนที่เรียบ หรือขรุขระเล็กน้อย เจ้า re004 นี้มันนุ่มกว่ายางคอมฟอร์ทบางตัวอีก ผมว่านุ่มกว่า v552 แต่ถ้าขับผ่านหลุม ทางขรุขระ มันก็แทบจะไม่มีเสียงตึงตังเลย (และมีอาการเด้งน้อยมากๆด้วย) แต่ก็แข็งขึ้นกว่าขรุขระน้อยแบบเด่นชัดครับ แต่ก็ยังแข็งแบบเหมือนมีเลเยอร์หนาๆช่วยซับไว้ชั้นนึง ฟีลมันแปลกกว่ายางทุกเส้นที่ผมเคยใช้เลย แต่ก็ถือว่าดีครับ รวมๆก็นุ่มกว่าที่คิดไว้เยอะ

มันจะนุ่มมากๆอยู๋ 3 วันแรกครับ หลังจากนั้น ความนุ่มมันลดลง จากนุ่มมาก เหลือหลุ่มแบบปกติละ แต่ก็ยังถือว่าค่ไม่แข็งครับ ถ้าเทียบกับ v552 คือ เรียกว่าใกล้เคียงกันเลยก็ว่าได้ ตอนนี้กลายเป็นยางที่แข็งที่สุดที่ผมเคยใช้คือ Bridgestone GR100 ครับ อ้อ อีกอย่าง ปกติผมเติมลม 32 ยางเส้นนี้ผมลองเติม 32 บ้าง 34 บ้าง มันแทบไม่รู้สึกถึงความแตกต่างเลยว่ามันแข็งกว่ากันครับ เดาอีกแล้วว่า เลเยอร์ที่ผมเรียกว่าแก้มยาง น่าจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงตามลมยางที่เติมครับ จะแข็งขึ้นแค่ส่วนแก้มยางเท่านั้น ซึ่งแก้มยางมันแข็งอยู๋แล้วต่อให้เติม 2 ปอนด์ เพิ่มมันก็แทบไม่ได้ต่าง ผมเข้าใจว่าแบบนั้นนะ ถ้าผิดขออภัย มโนล้วนๆจริงๆครับ

การเกาะถนนแห้ง - เกาะเหนียวแน่นหนึบ เป็นตุ๊กแกเลยครับ เป็นยางรุ่นแรกที่รู้สึกว่าไปไม่ถึงลิมิตของมันเลย เบรคไม่พอ เครื่องแรงไม่พอที่จะเทสให้ถึง 80% ของลิมิตของมัน ใช้งานมาปีกว่า แทบไม่เจอจังหวะไหนที่ยางออกอาการลื่น ไม่เกาะเลย ยกเว้นเกิดจากส่วนอื่น หรือขับไม่ตรงไลน์นะครับ เกาะหนึบมาก ดูดติดถนนตลอดแม้จะผ่านทางขรุขระก็หนึบ เข้าโค้งแล้วอยากจะเปลี่ยนตำแหน่งไปซ้ายไปขวา จะกระแทกเบรค คือทำได้เต็มที่มาก เอาอยู๋จริงๆครับ ผมชาบูเลย อ้อ มีระยะเบรคก็สั้นที่สุดครับ รู้สึกว่าเบรคชุดเดิมแต่เบรคดีกว่าเดิมหลังจากใช้ยางนี้ครับ

ความเงียบ - ไม่ใช่ยางที่เงียบ แต่ก็เงียบกว่าที่คิดอีกนั่นแหละครับ ยังเงียบกว่ายางนุ่มเงียบทั่วๆไปที่ผ่านการใช้งานมา 3-4 หมื่นโลครับ เสียงยางบดถนนพอมีให้ได้ยิน เสียงหอนเสียงครางในบางเส้นถนน ก็ดังกว่ายางนุ่มเงียบครับ แต่มันมีเสียงนั้นน้อย แค่บางเส้นถนน อาจจะเจอพื้นถนนที่ทำให้เสียงหอนครางแบบนั้นแค่สัก 2-3 หรือ ของถนนทั้งหมดครับ

การรีดน้ำ - เป็นอีกเรื่องที่โหดจัดๆครับ ทุบความเชื่อผิดๆของผมเลย คิดว่ายางสปอร์ตมันน่าจะไม่เอาน้ำเลย แต่ใช้ตัวนี้แล้วผิดคาด มันรีดน้ำได้ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยใช้ยางมาเลย ดีพอๆเท่าๆกับ michelin primacy 3st เลยครับ ขับทางลาดยางเปียกที่ดูเป็นชั้นฟิล์มน้ำบางๆก็แทบไม่เสียวเลย (ไม่ขับเร็วมาก) ลงแอ่งน้ำรีดน้ำได้น้ำบานที่สุดเท่าที่ผมใช้ยางมาเลย จะต่างจาก p3st ตรงที่ p3st ไม่ได้รีดน้ำบานออกชัดแบบ re004 ครับ แต่มันเหินน้ำน้อย และนิ่งมากพอๆกัน re004 เวลาขับผ่านป้ายรถเมลล์หรือขับเลนซ้าย ถ้าฝนตกต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะมันรีดน้ำออกข้างเยอะและพุ่งไกลมากกว่ายางอื่นๆครับ

ความขับสนุก - ขับสนุกเลยนะ แต่ยังไม่สุดครับ มันแน่นแต่ยังไม่ค่อยเฟิร์ม และยังคมน้อยไปนิด อาจจะเพราะว่าเลเยอร์หน้ายางที่หนามันรู้สึกแน่นๆ ดูดๆ เนียนๆ แต่มันไม่แข็ง ไม่คมมากขนาดนั้น ยางที่ผมเคยขับแล้วรู้สึกว่าเข้าใกล้คำว่าสนุกมากกว่าคือ BS GR100 กับ Toyo C1S ครับ ทั้งๆที่ Toyo หน้ายางย้วยกว่ามาก แต่ฟีลลิ่งมันนิ่งและคมกว่าอย่างบอกไม่ถูกครับ

การยืนระยะประสิทธิภาพได้นาน - อาจจะเพราะยางมันสมรรถนะสูงจนรถผมไปไม่ถึง ขนาดตอนก่อนเปลี่ยน มันยังเกาะหนึบ เบรคสั้น และยังรีดน้ำดีเยี่ยมอยู่เลยครับ มีเรื่องเดียวที่ลดน้อยถอยลงตามกาลเวลาจริงๆก็คือความนุ่มครับ รู้สึกว่าทุกๆหมื่นโลที่ผ่านไปความนุ่มลดลงทีละนิด ผมต้องปรับความหนืดสตรัทลงให้นุ่มขึ้น ชดเชยที่ยางแข็งขึ้นไม่งั้นทนขับไม่ไหว และที่บอกว่าตอนแรกๆจะเติมลม 34 หรือ 32 มันก็แทบแข็งไม่ต่างกันเลย ช่วงท้ายๆ เติมลมยางเริ่มรู้สึกต่างละครับ เติมเกิน 32 ไม่ได้เลย แข็งเกินครับ สรุปคือภาพรวมทุกเรื่องดีเลิศหมด มีเรื่องความนุ่มที่เป็นไปตามปกติสังเกตุได้ชัดครับ

รูป - ดอกยางตอนใหม่ๆ


สรุปผลการใช้งาน
ยาง Bridgestone Potenza Adrenaline RE004 เป็นยางกึ่งสปอร์ตที่สมรรถนะดีมาก เกาะถนนดีมาก ระยะเบรคสั้นดีมาก ทางเปียกขับดีมาก ขับขี่ได้ตามใจนึกเลย เปิดโลกให้ผมมาก และเป็นรุ่นที่จะกลับมาใช้ตระกูลนี้อีกแน่ๆครับ มีเรื่องเดียวคือความนุ่ม ที่บอกตรงๆว่ามันไม่ใช่ยางนุ่ม แต่ก็ไม่ใด้แข็งอย่างที่คิดไว้ รวมถึงเรื่องเงียบ มันไม่ได้ดังมากแบบที่เคยคิดไว้ครับ

สุดท้ายนี้ หวังว่ารีวิวฉบับนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจ ผมเป็นเพียงคนใช้รถใช้ถนนธรรมดา ไม่ได้มีความรู้ในเชิงลึก ถ้ามีข้อผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ..

รูป - สลับยางครั้งสุดท้าย ใกล้ 4 หมื่นโล


คะแนนความถึงพอใจ:
นุ่มเงียบ:7/10
ทางแห้ง: 9/10 (สูงที่สุดที่เคยใช้มา)
ทางเปียก: 8/10 (สูงสุดเท่ามิชลิน 3st)
คงคุณภาพ: 7.5/10
ความคุ้มราคา: 8/10

ฝากติดตามผลงานที่เพจ Need For Slow ด้วยครับ:
https://www.facebook.com/Needforslow247/
ชื่อสินค้า:   ยางรถยนต์ Bridgestone Potenza Adrenaline RE004 ขนาด 195/55/15
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่