การจำแนกจิตโดยวัตถุ บวก คำอธิบายของพระอาจาย์ ถึง หสิตุปปาทชวนะ 1

กระทู้สนทนา




ถอดเสียงวิถีจิต1

ตั้งแต่ นาทีที่ 17.16
มโนธาตุ 3 เกิดได้ทางปัญจทวาร ทั้ง 5
ส่วนอกุศล 12
หสิ 1
มหา กุ 8
มหา กิ 8
รวมกันเป็น กามชวน 29
แล้วก็ มโน 1 มโนทวาราวัชชนจิต 1 แล้วก็
โสมมนัสสัณตี 1
รวม 31 ดวงนี้เกิด 6 ทวาร
ส่วนอุเบกขาสัณตีรณจิต 2
กับ มหาวิปาก 8
บางทีก็เกิด 6 ทวาร บางทีก็เกิดพ้นทวาร
มหัคคตวิปาก 9 เกิดพ้นทวารเสมอ
พอเห็นภาพไม๊
---------------------
ตอนจุลโท เราเรียกว่า ทวาร
แต่ในมัชฌิมัชตรีเราจะเรียกว่า วิถี
พ้นทวารก็คือพ้นวิถี
เกิดในทวารก็คือเกิดใน วิถี
ถ้าเกิดได้ 5 ทวาร เราก็บอกว่า เกิดได้ในทางปัญจทวารวิถี
ถ้าเกิดได้เฉพาะมโนทวาร ก็บอกว่า เกิดเฉพาะมโนทวารวิถี
เราก็แค่เรียกชื่อเปลี่ยนไปนิดหน่อยเองไม่มีอะไรเลยนะ
พอไหวนะ 18.21
-------------------
ต่อไป เราก็มาคิดเรื่อง จำแนกจิตโดยวัตถุ
ซึ่งจริงๆแล้วที่เราใช้ตอนนี้ เราไม่ได้เน้นเรื่องวัตถุ แต่เราเน้นเรื่องเกิดในภูมิไหน
โอเคไหม เราไม่เน้นวัตถุ เพราะว่าวัตถุเนี่ยเราทราบอยู่แล้วว่า
จักขุวิญญานจิต 2 ต้องเกิดขึ้นโดยอาศัย จักขุวัตถุ
โสตะวิญญานจิต 2 อาศัย โสตะวัตถุ
ฆานะวิญญานจิต 2 อาศัย ฆานะวัตถุ
ชิวหาวิญญานจิต 2 อาศัย ชิวหาวัตถุ
กายะวิญญานจิต 2 อาศัย กายะวัตถุ
โยมรู้เรื่องนี้ตั้งแต่โยมเรียนชั้นไหน จุฬตรี ๆ เชื่อไหมว่าเป็น จุฬตรี
อ้า อาตมาจะบอกให้ฟังดีกว่า
อุเบกขาสหคตัง จักขุวิญญานนัง
จิตที่อาศัยจักขุวัตถุ เห็นรูปารมณ์ที่ดีและไม่ดี เกิดขึ้นพร้อมด้วยความเฉยๆ
เพราะฉนั้นโยมรู้ตั้งแต่ชั้นไหน จุฬตรี 19.26
รู้ตั้งแต่จุฬตรีแล้วว่า 2 ดวงนี้ต้องอาศัยจักษุวัตถุ โสตะวัตถุ ฆานะวัตถุ ชิวหาวัตถุ และกายะวัตถุ ตามลำดับ
แต่ หะทะยะวัตถุ เนี่ยมารู้ตอน จุฬโท ว่า
จิตที่เหลือดวงใดก็ตามเกิดขึ้นก็เกิดโดยอาศัย หทยวัตถุ
จิตที่เหลือคือ
จิตมีทั้งหมดกี่ดวงนะ 89 ดวง เหลือเท่าไหร่ 79
ลบออกอีก 4 เหลือ 75
75 ดวงที่เหลือเกิดขึ้นโดยอาศัยหทยวัตถุ
ทำไมต้องลบ 10
89-10 เพราะว่า ทวิปัญจวิญญานจิต 10 เขาอาศัย จักขุวัตถุ โสตะวัตถุ ฆานะวัตถุ ชิวหาวัตถุ กายะวัตถุ 10 ดวงนี้ไม่ได้อาศัยหทยวัตถุแน่นอน 20.18 ถูกไม๊ ก็เอาออก
ส่วนลบ 4 ดวงนี้ก็คือ ลบ อรูปวิปาก 4 เพราะอรูปวิปาก 4 เกิดได้เฉพาะในอรูปภูมิ ตอนนี้เรายังไม่ได้เขียนจะยังนึกไม่ออกใช่ม๊า เพราะเขาเกิดได้ในอรูปภูมิ
อรูปภูมิ เนี่ยเกิดขึ้นโดยไม่ต้องอาศัยวัตถุ นึกออกไหม
จิตดวงใดก็ตามฟังไว้เลยนะ ถ้าเกิดในกามภูมิ ต้องอาศัยวัตถุเสมอ
ถ้าเกิดในรูปภูมิ 20.49 ก็ต้องอาศัยวัตถุเสมอ
แต่ถ้าจิตนั้นเกิดในอรูปภูมิ ไม่ต้องอาศัยวัตถุเสมอ คือไม่ต้องอาศัยแหงๆ
ดังนั้นจิตดวงไหนถ้าเกิดในกามภูมิ21.01ได้ รูปภูมิได้ อรูปภูมิได้เนี่ย
เป็นพวกอาศัยวัตถุแน่นอนไหม คำตอบคือ ไม่แน่
เพราะถ้าเขาเกิดในกามรูป ในรูปภูมิ ก็อาศัยวัตถุ
เกิดในอรูปไม่อาศัยวัตถุ งงไหม ยิ่งพูดยิ่งงงเนอะ เพราะถ้ายิ่งพูดยิ่งงงก็ไม่ต้องคิดมาก คิดง่ายๆ ว่า
จิตดวงใดถ้าเกิดในภูมิที่มีขันธ์ 5 คือกามภูมิ กับ รูปภูมิ ต้องอาศัยวัตถุเสมอ
จิตดวงใดเกิดในอรูปภูมิ ขันธ์ 4 ไม่ต้องอาศัยวัตถุ เพราะว่าเขาไม่มีวัตถุให้อาศัย เพราะวัตถุเป็นรูป
ถ้าภูมิไหนมี ขันธ์ 4 แสดงว่าไม่มีรูปนะแค่นั้นเอง
เอ้าเราลองมาดูแล้วกันอ่ะ
ถ้าจิตดวงไหนเกิดได้ทั้ง 3 ภูมิ อาตมาจะให้สัญญลักษณ์ ตราของรถเบนซ์ ก็คือ เกิดใน กามภูมิ รูปภูมิ อรูปภูมิ
สัญญลักษณ์ ขีดขวางไว้ เกิดในกามภูมิ ด้วย เกิดในรูปภูมิด้วย นะจะได้รู้ว่าเป็น 2 ภูมิ 22.08
ถ้าจิตดวงไหนเกิดเฉพาะในกามภูมิ ก็ใส่ ก ไก่
เกิดเฉพาะรูปภูมิใส่ ร เรือ
เกิดเฉพาะอรูปภูมิ ใส่ อ อ่าง
------------
ในกามภูมิ ในรูปภูมิ และในอรูปภูมิ มีโลภะไหม เราก็นึกถึงความเป็นจริง
ในกามภูมิ มีปุถุชน ก็ย่อม มีโลภะ
รูปภูมิ ก็มีปุถุชนก็ย่อมมี 22.59 โลภะ
อรูปภูมิ ก็มี ปุถุชน ก็ย่อมมี โลภะ
ดังนั้น โลภะ จึงเกิดได้ทั้งสามภูมิ
------------------
ในกามภูมิ ในรูปภูมิ ในอรูปภูมิ มีโทสะไหม
ตามหลักแล้วเป็นปุถุชนหมดเลย ต้องมีโทสะ ทั้ง 3 ภูมิ
แต่ว่าด้วยอำนาจของฌานวิบาก นำเกิดใน รูปภูมิ และ อรูปภูมิ
อำนาจของฌานวิปากนั่นแหละจะข่มโทสะเอาไว้จึงทำให้ โทสะ เกิดไม่ได้ในรูปภูมิและ อรูปภูมิ
พรหมทั้งหลายจึงไม่มีโทสะ ไม่มีความเศร้าโศกเสียใจเลย
ดังนั้น โทสะ จึงเกิดเฉพาะในกามภูมิเท่านั้น
--------
โมหะมูลจิต ก็คล้ายๆกับโลภะ นะ เกิดได้ทั้ง 3 ภูมิ
ปุถุชน มีอยู่ก็เกิดได้ทั้งสามภูมิ
-------
ทีนี้แหละตรงนี้แหละที่ต้องคิดให้ดีนะ
กามภูมิ มีตาไหม รูปภูมิมีตาไหม อรูปภูมิ มีตาไหม
เพราะฉนั้นจักขุวิญญาน จึงเกิดได้ 2 ภูมิ เพราะว่า อรูปภูมิ ไม่มีตา
รูปภูมิ ไม่มีจักขุประสาท เห็นได้ไหม
คนเราถ้าไม่มีจักขุปสาทก็คือ คนตาบอดย่อม เห็นไม่ได้
ดังนั้นในอรูปภูมิไม่มีจักขุปสาท จึงเห็นไม่ได้ เมื่อเห็นไม่ได้ จักขุวิญญาน เกิดได้ไหม ไม่ได้
โสตะวิญญาน ก็เป็นทำนองเดียวกัน นะเพราะว่าเกิดได้ใน กามภูมิ กับรูปภูมิ
เหมือนกัน
-----------
แต่ ฆานะวิญญาน ชิวหาวิญญาน กายวิญญาน ต้องดูก่อนว่าในกามภูมิ มีไหม มี รูปภูมิไม่มี เราทราบได้อย่างไรว่า รูปภูมิไม่มี จากชั้นจุฬตรี ๆอีกแล้วน๊อ จากชั้นจุฬตรี เราเรียนว่า รูปที่เกิดในรูปภูมิ 15 ได้มีทั้งหมดกี่รูป 23 รูป เว้น ฆานะปสาท ชิวหาปสาท กายะปสาทและภาวะรูป 2 ถ้าใครจำไม่ได้จำซะตอนนี้เลย ถ้าใครลืมไปแล้วนะจำซะตอนนี้เลยหละรูปภูมิ 15 ภูมิ เนี่ยมีรูปเกิดได้ 23 รูป คือเว้น ฆานะชิวหากายะภาวะรูป 2 เมื่อเว้นฆานปสาท ฆานวิญญานเกิดได้ไม๊
ไม่ได้ ชิวหาวิญญานไม่ได้ กายะวิญญานไม่ได้ เพราะเขาเว้น ฆานปสาท ชิวหาปสาท กายปสาท ฆานวิญญานชิวหาวิญญานกายวิญญานจึงไม่มี ดังนั้นจึงเกิดได้ในเฉพาะใน กามภูมิ เพราะว่าพวกพรหมทั้งหลายเอาจมูกไปดมอะไรไม่ได้เลยนะ ได้กลิ่นอะไรเนี่ยดมกลิ่นไม่ได้เลย ชิมอะไรก็ไม่ได้เลยนะไม่รู้รสไม่รู้อะไรเลย สัมผัสอะไรก็ไม่ได้เลย รูปพรหมไม่มีการสัมผัส ไม่รู้ แต่เขารับคันทารมณ์รสารมณ์โผฏฐัพพารมณ์ได้บอกให้โยมรู้แค่นี้ให้โยมตกใจเล่นไว้ไปเรียนต่อในอนาคตจะมีเฉลย เอ๊ะพรหมจะรับคันทารมณ์ได้ยังไง  ตัวกลิ่นอะใช่ไม๊ กลิ่นรสสัมผัส อะ เขารับได้โดยทางใจเท่านั้น  
รูปภูมิ อะมีคันทารมณ์เกิดได้ไหม คันทารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ เกิดในรูปภูมิได้ไหม เนี่ยหลายคนเริ่มลังเลสงสัย โยมทำไมไม่จำตรงจุฬตรีล่ะ รูป 28 เกิดได้กี่รูป 23 รูปเว้น ฆานะชิวหากายะภาวะรูป 2 เขาเว้นคันทารมณ์หรือเปล่า เว้นไม๊ เว้นตอนไหนล่ะ อาตมาพูดตอนไหนว่าเว้น 27.11
รูปมีกี่รูป ในรูปภูมิ 15 เกิดได้กี่รูป เกิดได้ 23 รูป เว้นอะไร เว้นฆานปสาท ชิวหาปสาท กายปสาท ภาวะรูป 2 ถามว่า เว้นคันทารมณ์หรือเปล่า ไม่เว้น รสารมณ์เว้นไม๊ ไม่เว้น โผฏฐัพพารมณ์ไม่เว้น แปลว่า 3 กลุ่มนี้นะ ไม่ใช่รูปนะ มัน 5 รูปนะ คันทารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ มันมี 5 รูป 5 รูปนี้เกิดในรูปภูมิได้ไหม ได้ แสดงว่า พรหมรับคันทารมณ์ รับกลิ่นได้ไหม จริงๆอ่ะรับกลิ่นได้ แต่เขาดมกลิ่นไม่ได้ เขารับทางใจ เขารับทางใจ อ้านึกออกไหม เราไม่จำหลักให้แม่นเราจะสับสน เขารับทางใจ คันทารมณ์ รสารมณ์ โผฏฐัพพารมณ์ เขารับทางใจ เขาดมกลิ่นไม่ได้ รู้รสไม่ได้ สัมผัสไม่ได้ แต่เขารับได้ทางใจ แล้วเดี๋ยวจะมีเรียนไปเรื่อยๆค่อยว่ากันอีกทีนึง  อาตมามีวีดีโอเป็นหลักฐานแล้วนะว่าพรหมเขารับได้นะ แต่ดมกลิ่นไม่ได้ ฆานะวิญญานเกิดได้ไหม ไม่ได้
โอเคนะ ถ้ามากกว่านี้เดี๋ยวโยมจะงง โยมไม่ต้องไปสับสนว่าเขารับยังไงนะเอาแค่รู้ว่าเขารับได้วันหลังเดี๋ยวจะรู้เองว่าเขารับยังไงเอาแค่นั้นน่ะ เดี๋ยวเลยไปไกล
อ้าเพราะฉนั้นตรงนี้เกิดได้เฉพาะในกามภูมิ
----------------
สัมปฏิจชนจิต 2 กับ ปัญจทวาราวัชชนจิต 1 เนี่ยโยมลองดูภาพวิถีจะเห็นว่าเขาจะเกิดก่อน แล้วก็เกิดหลัง29.18 พวกจักษุวิญญาน โสตวิญญาน ฆานวิญญาน ชิวหาวิญญาน กายวิญญาน ใช่ไม๊
ปัญจะเกิดก่อน ส่วนสัมปฏิจชนจิต เกิดหลัง
เพราะฉนั้นถ้าจักขุวิญญานเกิดได้กี่ภูมิ  เขาก็ต้องได้ด้วย ถูกไม๊
เขาต้องได้กี่ภูมิ 2 ภูมิคือ กามภูมิ กับ รูปภูมิ ถูกไม๊
------
สันตีรณจิต 3 เนี่ยเกิดต่อเช่นเดียวกันก็ต้องได้กามภูมิ กับ รูปภูมิ
แต่สันตี 3 ทำหน้าที่ โยมสังเกตไม๊ อาตมาไม่ได้ดูแค่ทวาร แต่ดูภาพวิถีด้วยจิตด้วย เอามาคิด เราต้องใช้หลายๆอย่างมาช่วยในการคิด
3 ดวงนี้เขาทำหน้าที่ ตทาลัมพนะ เกิดได้เฉพาะกามภูมิ เพราะตทาเป็นเชื่อชาติกาม จิตที่รับเฉพาะกามชวนะ รับเฉพาะกัมมอารมณ์ และเกิดขึ้นกับเฉพาะกามบุคคล คือคนที่อยู่ในกามภูมิเท่านั้น ตทาจะเกิดเฉพาะคนที่เกิดในกามภูมิ เพราะฉนั้นเกิดกับพระอรหันต์ได้ไม๊ เอ้า พอถามเรื่องภูมิเสร็จมาถามเรื่องบุคคล โยมงงเลย พระอรหันต์ไม่มีเหรอที่เป็นคนอ้ะ คนอยู่ในกามภูมิหรือเปล่า อยู่
ฉนั้น ตทาลัมพนะ เกิดกับพระอรหันต์ได้ไม๊ ได้ อย่าสับสนนะ
แต่ถ้าบอกว่า ตทา เกิดกับพรหมได้ไม๊ ตอบไม่ได้ เพราะพรหมไม่ใช่กามบุคคล
พรหมเป็นพวกรูปบุคคล กับ อรูปบุคคล ถูกไหม เขาอยู่ในรูปภูมิ อรูปภูมิ ไม่เกี่ยวกับเรา อย่าสับสนนา คือทางเนี้ยจิ๊กซอมันเยอะ ตัวต่อมันมาก มีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะ เลยต้องคิดให้ละเอียดค่อยๆคิดหลายเรื่องเข้ามาปนกัน มิงั้นวิถีจิตเรามันจะเบี้ยว มันจะผิดพลาด ฟังคำถามให้ดีก่อนจะตอบ
เพราะฉนั้นถ้าเป็นสันตีรณกิจ หน้าที่ของสันตีรณกิจเขาจะเกิดได้ในกามภูมิ และ รูปภูมิ แต่ถ้าทำหน้าที่ ตทา เขาจะเกิดได้เฉพาะใน กามภูมิ เท่านั้น
หวังว่าการที่อาตมาพูดให้ละเอียดจะไม่ทำให้โยมสับสน
เพราะจริงๆถ้าเราคิดว่าได้ 2 ภูมิ เราก็จบเลยใช่ไม๊ ไม่จำเป็นต้องบอกเรื่องตทาก็ได้ แต่อาตมาก็ละเอียด อยากให้โยมรู้ว่า จริงๆเขาทำหน้าที่ ตทา เขาต้องเกิดได้ใน กามภูมิเท่านั้น ควรจะรู้ นาแต่ถ้าทำให้ใครสับสนก็ต้องขออภัยด้วย
------
มโนทวาราวัชชนจิต 1 น้าเกิดได้เป็นดวงแรกในมโนทวารเห็นไหม โยมดูนะ มโนทวารทุกครั้งเนี่ย มโนทวาราวัชชนจิต 1 ต้องเกิดเป็นดวงแรกเสมอ ดังนั้นเขาจึงเกิดได้ใน  กามภูมิ รูปภูมิ และ อรูปภูมิ
-------------
หสิตุปปา เป็นชวนะ เกิดได้ทั้งปัญจะทวาร และ มโนทวาร ซึ่งก็ควรจะเกิดได้ในกามภูมิ รูปภูมิ และ อรูปภูมิ แต่เผอิญว่า อรูปภูมิไม่มีรูป ยิ้มได้ไม๊ ไม่ได้ อรูปไม่มีรูปร่างกายยิ้มไม่ได้นะ เพราะฉนั้นจึงเกิดได้แค่ 2 ภูมิคือ กามภูมิ กับ รูปภูมิ
---------
มหากุศล มีต่อ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่