วิธีการตัดสินอารมณ์

กระทู้สนทนา


-----1.39.31
ตรงนี้จะมีส่วนที่เราต้องใช้ เพราะต้องรู้จักอารมณ์ 3 ชนิดก่อน ถ้ารู้จักอารมณ์ 3 ชนิดนี้แล้ว จะไปแบ่งเรื่อง ตทา กับ อารมณ์ได้
เพราะตทารัมมณจิต จะเป็นตัวฟ้องอารมณ์ ตทาลัมมณกิจคือวิปาก ที่เป็นตัวฟ้องอารมณ์นั่นเองว่าเราทำสิ่งใดไว้
ตทาลัมมณจิต เป็นวิปากที่เกิดจากอดีตที่เราได้เคยทำกุศลหรืออกุศลไว้แล้วส่งมาเป็นตทาลัมมณจิตในชาตินี้ อาจจะทำไว้ในชาตินี้ชาติก่อนเราก็ไม่รู้นะแต่ส่งไว้ เพราะฉนั้นตทารัมมณจิตจะเป็นตัวฟ้องอารมณ์
ถ้าวิถีไหนมี ตทา เราดู ตทาจะเห็นอารมณ์
เห็นอารมณ์ก็จะบอก ตทา เดี๋ยวเราจะมาแบ่งหลังจากพักเบรคนะ
แต่ก่อนเบรคอาตมาอยากให้รู้ก่อน วิธีการจำแนกอารมณ์มันมาอย่างไง
หนังสือเล่มสีบานเย็นมีเขียนไว้หน้าเดิมนั่นแหละจำแนกอารมณ์ใช่ไหมหลักการตัดสินอารมณ์นะ
1.40.36-------
แต่ว่ามันเขียนสั้นเล่มเนี้ย
เราดูเล่มสีน้ำเงินดีกว่า เขียนไว้ยาวกว่า อยู่ในหน้าใดจำไม่ได้แล้ว เป็นเจ้าของหนังสือที่จะหน้าของหนังสือตนเองไม่ได้นะ
ดูเฉพาะเรื่องการจำแนกอารมณ์ก่อน
อาตมาดูเหมือนจะสอนเราไม่เรียงลำดับใช่ไม๊ จะปูพื้นฐานก่อน เพราะฉนั้นเราจะดูตรงนี้ หน้า 7 การจำแนกประเภทของอารมณ์ ก็คือ การจะบอกว่าอารมณ์ที่เราเจอเนี่ยเป็นอารมณ์ดีหรือไม่ดี เราอาศัยอะไรตัดสิน อาศัยหลัก 5 อย่าง
อย่างแรก คือ เขาเรียงลำดับอย่างไร เริ่มจาก มัชฌิมบุคคล หรือบุคคลชั้นกลางๆ 2 วิปากจิต 3 ทวาร 4 อารมณ์ 5 กาล กาลเวลา
มี 5 อย่างเป็นตัวตัดสินอารมณ์ น.7 นะในเล่มสีน้ำเงิน
ข้อที่ 1 ก็คืออาศัย มัชฌัชตบุคคล เป็นตัวจำแนกอารมณ์ หมายความว่า
อารมณ์ดีหรือไม่ดีเนี่ย เราอาศัย คนชั้นกลางๆเป็นตัวจำแนกอย่างเช่นสมมุติยกตัวอย่าง ถ้าเป็นคนชั้นสูงเนี่ย เห็นอะไรดีก็รู้สึกธรรมดาไปหมด ถ้าคนชั้นต่ำๆเห็นอะไรนิดๆหน่อยๆก็รู้สึกดีไปหมดเลย เลยตัดสินอะไรไม่ค่อยได้
ยกตัวอย่างเช่น อ้ะสมมุติ เป็นเงินสักหนึ่งหมื่น ถ้าหนึ่งหมื่นเนี่ยถามคนที่เป็นคนรวยหนึ่งหมื่นล้านเขาจะบอกเงินหนึ่งหมื่นนี่เยอะไม๊ โอ้โหขี้ปะติ๋ว แค่หายใจฟืดเดียวก็ได้เงินเกินหมื่นแล้วนิดเดียวเอง หายใจฟื่ดเดียวแหละได้เงินมาทีเป็นล้านแล้ว หมื่นเดียวเหรอเศษๆเงิน แต่ถ้าไปถามคนที่ยากจนมากๆหนึ่งหมื่นนี่เยอะไม๊ เยอะ อู้ฮู้ทั้งชีวิตไม่เคยเห็นเงินหนึ่งหมื่นเลย หนึ่งหมื่นนี่เป็นยังไงมองไม่เห็นเลย
นึกภาพไม่ออกเลย เพราะเงินหนึ่งหมื่นสำหรับคนที่รวยมากรู้สึกธรรมดา แต่สำหรับคนที่ยากจนมากเขารู้สึกมันเยอะมาก
เพราะงั้นเขาต้องอาศัยคนกลางๆที่ไม่รวยมากไม่จนมากตัดสิน เขาจะบอกว่าหนึ่งหมื่นเนี่ยเป็นลักษณะที่กลางๆดีเหมือนกัน ดีพอสมควรทีเดียวแต่ก็ไม่ใช่ดีมาก มากมายมหาศาลขนาดไหนถูกไหม เพราะงั้นคนเหล่านี้จะตัดสินได้ดีกว่าว่าวิปากที่เราได้รับ หนึ่งหมื่นถือว่าดีไม๊ ก็บอก ดี ดีแบบพอประมาณ อาจจะมากนิดนึง แต่ก็ไม่มากจนจับเป็นอารมณ์ดีมากๆไม่ได้นึกออกไม๊
เขาจึงบอกให้คนกลางๆตัดสิน
ถ้าเป็นชั้นต่ำอย่างเช่น สุนัข ก็ถือเป็นชั้นต่ำ เจออาหารเน่าๆดีไม๊ ดี แต่ถ้าเป็นมนุษย์เราเจอเน่าๆ ไม่ดี เห็นมั๊ยๆ มันก็ดูไม่ออกอย่างเงี้ยหรือเป็นตัวเจออาหารชนิดหนึ่งคนไม่เคยเห็นก็บอกเมื่อวานนี้อาหารดีมากเลยอาหารเลิศหรู แต่คนที่เจอทุกวันบอกอาหารธรรมดา ก็ต้องอาศัยคนกลางๆนี่แหละเป็นคนตัดสิน พอนึกภาพออกนะว่าอารมณ์นั้นดีหรือเปล่า
จบคลิปวิถีจิต 1
---------------เริ่มคลิป วิถีจิต 2
ไม่ค่อยเร็วนะเพราะตอนเริ่มต้นปูพื้นฐานธรรมดานะ ก็เห็นโยมทันนะการจำแนกภวังคจิต กับ บุคคล กับ ภูมิ ก็เห็นทันดี ก็เลยสบาย เราก็มาดูแจกอารมณ์กันก่อน
ประเภทที่ 2 ที่เป็นตัวตัดสินอารมณ์
0.15-----------------------
คือ วิปากจิต อันนี้ชัดเจน ถ้าวิปากจิตเป็นอกุศลวิปาก เป็นอารมณ์ไม่ดี
0.22-----------
ถ้าวิปากจิต เป็นกุศลวิปาก เป็นอารมณ์ฝ่ายดี
โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าสันตีรณจิต หรือตทารัมมณะจิต เป็นโสมนัส อารมณ์ดียิ่ง
ถ้าเป็นอุเบกขา ก็เป็น อารมณ์ธรรมดา
นึกออกนะ ถ้าเป็นอุเบกขา ที่เป็นกุศลวิปาก ก็เป็น อารมณ์ดี ธรรมดา
เพราะฉนั้นวิปากจิตเป็นตัวฟ้องอารมณ์ตายตัวไม่มีการเปลี่ยนแปลง ชัดเจนนะ
ประเภทที่ 3 ที่เป็นตัวตัดสินอารมณ์คือ
0.53------
ทวาร
ประเภทที่ 4 คือ อารมณ์
ที่ตัวตัดสินมันจะคล้ายกัน คู่กันอยู่ ทวาร อย่างเช่น อารมณ์บางชนิดมาปรากฏทวารหนึ่ง รู้สึกดี อีกทวารหนึ่ง ไม่ดี
ยกตัวอย่าง อุจาระ นิ่มๆรู้สึกว่านุ่มเนอะ ถ้าเราหลับตาแล้วไม่รู้เป็นอะไรจับปั๊บ ถ้านิ่มถือเป็นอารมณ์ที่ดีไม๊ ดี เป็นอารมณ์ดี แต่พอลืมตาดู โอ้โหร้องจ๊ากเลย
แสดงว่าถ้าเป็นทางจักขุทวาร ดีไม๊ ไม่ดี เห็นไม๊
แต่ถ้าเป็น กายทวาร ดี ใช่ไม๊ กายทวาร นิ่มดีอ่ะ
แต่เปลี่ยนใหม่เป็นเคสแหลมด้วยนะพอมาจิ้มเราเป็นไง ดีไม๊ ไม่ดี กายะทวารไม่ดี แต่พอเราเห็นปั๊บดีไม๊ ดี สวยยิ่งเอามาประดับด้วยยิ่งสวยใหญ่เลย ใช่ไม๊
มันแล้วแต่ทวารด้วยว่า มันปรากฏในทวารไหน
แล้วต่อไปเรื่องอารมณ์ก็เช่นเดียวกัน
1.58---------
ว่าเป็นอารมณ์ไหน อย่างเช่นคันทารมณ์ อาจจะไม่ดี เป็นรูปารมณ์ ดี
อย่างเช่นดอกไม้หอมๆ เป็นคันทารมณ์ดีไหม แต่สีอาจจะไม่สวย รูปารมณ์ไม่ดี
ดอกไม้สวยๆ รู้ว่ารูปารมณ์ดี แต่พอกลิ่นเหม็นมากเลย คันธารมณ์ ดี
แสดงว่า ต้องอยู่ที่อารมณ์ด้วย ว่าเป็นอารมณ์ใด จึงจะตัดสินว่า สิ่งนั้นดีหรือเปล่านะ
ต่อไปสุดท้ายคือเรื่องกาล
2.32------
กาลก็คือ เรื่องเวลา
บางเวลาชนิดนี้ดี บางเวลาชนิดนี้ไม่ดี
ยกตัวอย่างอย่างเช่น เวลาหนาวมากๆ ก่อกองไฟดีไม๊ ดี โหอุ่น
แต่พอเวลาร้อนมากๆ มาก่อกองไฟข้างๆ ดีไหม โอ้โหร้อนจะตาย ยิ่งจะมาก่อกองไฟ ยิ่งร้อนหนักเข้าไปอีก ไม่ดี ใช่ไม๊
เพราะฉนั้นเวลาหนาวต้องการ ฮีทเตอร์ เวลาร้อนต้องการแอร์
ถ้าเวลาหนาวใครมาให้แอร์ มองหน้าอีกนะ คืนอีก
เวลาร้อนใครมาให้ฮีทเตอร์ เคืองเหมือนกัน ไม่พอใจเห็นไม๊
มันอยู่ที่ว่าอารมณ์นั้นดีหรือไม่ดี
งั้นแสดงว่า เวลาหนาวๆเราเจอฮีทเตอร์ วิปากเราดีไหม ดี
เวลาร้อนๆเจอฮีทเตอร์ วิปากไม่ดี ถูกไม๊
เห็นไหมว่า วิปากดีไม่ดี อยู่ที่ ตามเวลาด้วยเช่นเดียวกัน
3.24----
นี่สรุปสั้นๆ โยมก็ลองไปอ่านเองได้หนังสือเล่มสีน้ำเงินนะฝากไปอ่านเพิ่มเติม
หลายๆเรื่อง
ส่วนหัวเรื่องต่างๆที่อาตมาข้ามไปพูด ก็ทิ้งไว้ก่อน
เราจะขอเบรคสัก 15 นาที
3.39----
แล้วหลังจากนั้นเราจะมาขึ้นเรื่องพื้นฐาน เรื่อง ตทาลัมมณะจิต กับ อารมณ์
และ ตทารัมมณะจิต กับ บุคคล เรื่องที่สำคัญมากๆเหมือนกัน
3.51-----
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
15 ม.ค. 2018  วิถีจิต - พระอาจารย์ วรฤทธิ์ โอภาโส
ปริจเฉทที่ ๔ วิถีสังคหะ
มัชฌิมอาภิธรรมิกะตรี โดย พระอาจารย์ วรฤทธิ์ โอภาโส
หลักสูตรอภิธรรมโชติกะวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่