ขอคำแนะนำด้านกฎหมาย เรื่องการยื่นอุทธรณ์ คดีอาญามาตรา 397

ขอคำแนะนำเรื่องการยื่นอุทธรณ์คดีอาญา กรณีศาลพิพากษาลงโทษตามมาตรา 397 และมีข้อสงสัยเรื่องการรับฟังพยานหลักฐาน

สวัสดีค่ะ ขออนุญาตสอบถามผู้มีความรู้ด้านกฎหมายและทนายความเกี่ยวกับการยื่นอุทธรณ์คดีอาญาของดิฉัน เนื่องจากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการพิจารณาคดี การรับฟังพยานหลักฐาน และข้อเท็จจริงบางประการที่ศาลชั้นต้นนำมาพิจารณา

เดิมมีข้อพิพาทระหว่างดิฉันกับคู่กรณีเกี่ยวกับเรื่องบัญชีร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนในชื่อของดิฉัน
ในวันเกิดเหตุ ดิฉันไปสอบถามภรรยาของคู่กรณีเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยยืนยันว่าไปสอบถามด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ได้ตั้งใจไปก่อเหตุทะเลาะวิวาทหรือตะโกนด่าทอ
ต่อมาคู่กรณีเกรี้ยวกราดเข้ามาใส่และเข้ามาประชิดตัว มีการเบียด, ท้าชนและทำให้ดิฉันรู้สึกว่าถูกคุกคามและไม่สามารถออกจากบริเวณดังกล่าวได้ จึงเกิดการโต้เถียงกัน
ในช่วงดังกล่าว ดิฉันใช้มือปัด/ทุบบริเวณหน้าอกของคู่กรณีเพื่อยับยั้งสถานการณ์ โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาทำร้ายร่างกายหรือเริ่มต้นการใช้กำลัง และดิฉันถูกเบียดจนจนมุมและถูกทำร้ายร่างกาย และได้โต้เถียงรุนแรงและพยายามต่อสู้แต่สู้ไม่ได้ เนื่องจากคู่กรณีเป็นผู้ชายตัวใหญ่ ส่วนดิฉันเป็นผู้หญิงและมีข้อจำกัดทางร่างกาย
ดิฉันไปแจ้งความหลังเกิดเหตุทันที (เหตุเกิดเมื่อ 6 เดือนก่อน) และคู่กรณีแจ้งความดำเนินคดีกลับหลังจากนั้นอีกประมาณ 3 เดือนหลัง ข้อกล่าวหาทำให้เสียทรัพย์ และก่อความเดือดร้อนรำคาญ/อาละวาดในที่สาธารณสถาน และดิฉันขอยืนยันว่าถูกฟ้องกลับเท็จ แต่เนื่องจากเขาทำหลักฐานเท็จและช่วยกันเป็นพยานให้การเท็จ และวันที่เกิดเหตุมีแค่ดิฉันที่เป็นพยานให้ตัวเอง

การพิจารณาของศาลชั้นต้น ในคดีอาญานี้ ไม่มีการสืบพยานในลักษณะที่ดิฉันเข้าใจว่าเป็นการนำพยานมาเบิกความต่อหน้าศาล แต่ศาลพิจารณาจากเอกสารและพยานหลักฐานที่โจทก์ยื่น/จัดทำไว้ ดิฉันมีเอกสารและพยานหลักฐานที่ต้องการใช้โต้แย้งข้อกล่าวหา แต่เข้าใจว่าหลักฐานบางส่วนไม่ได้ถูกนำมาพิจารณาในแบบที่ดิฉันคาดไว้
ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาว่าดิฉันมีความผิดในข้อหาที่เกี่ยวกับการอาละวาดหรือทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนรำคาญในที่สาธารณะสถาน
ขณะนี้กำลังพิจารณาการยื่นอุทธรณ์ และต้องการทราบว่าควรยกประเด็นใดขึ้นต่อสู้ให้ถูกต้องตามกฎหมาย (ศาลอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 1 ก.ย.69 ที่ผ่านมา ดิฉันเหลือเวลาเพียง 5 วัน) (อยากจ้างทนายเอกชน แต่สู้ราคาไม่ไหว)

ในวันที่มีการพิจารณาในชั้นไกล่เกลี่ย ศาลพิจารณาคดีของดิฉันและคดีของคู่กรณีพร้อมกันในวันเดียวกัน
ในคดีที่ดิฉันเป็นโจทก์ ดิฉันมีสิทธิเรียกร้องสินไหมทดแทน และได้เรียกร้องค่าเสียหายจำนวนหนึ่งจากผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งด้านจิตใจ ความปลอดภัย และรายได้
ระหว่างการเจรจา มีการพูดคุยกันกับอัยการในลักษณะว่า หากดิฉันไม่เรียกร้องค่าสินไหม จะมีการถอนฟ้องข้อกล่าวหาที่คู่กรณีฟ้องดิฉัน ดิฉันจึงตกลงเพราะต้องการให้เรื่องทั้งหมดจบลง
อย่างไรก็ตาม คู่กรณีมีเงื่อนไขว่าหากดิฉันไม่ถอนฟ้อง เขาก็จะไม่ถอนฟ้องเช่นกัน
ในขณะนั้นมีการพูดคุยกันในห้องพิจารณาว่า หากยอมกันตรงนี้ก็จะไม่ต้องมีการสืบพยานต่อ ดิฉันจึงตัดสินใจลงนามในเอกสารยอมรับผิด โดยเข้าใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของการตกลงเพื่อให้คู่กรณียอมรับผิดและให้คดีของทั้งสองฝ่ายจบลง
แต่ภายหลังดิฉันยังมีข้อสงสัยว่า การยอมรับผิดดังกล่าวจะมีผลต่อการอุทธรณ์อย่างไร และสามารถอธิบายบริบทหรือเหตุผลที่ทำให้ดิฉันตัดสินใจลงนามในวันนั้นได้หรือไม่ การถอนฟ้องในคดีที่ดิฉันเป็นจำเลย ถูกถอนฟ้องเพียงข้อหาทำให้เสียทรัพย์ แต่ยังมีข้อหาอาละวาด (เพราะอาละวาดตอนโดนทำร้าย)

ประเด็นที่อยากขอคำแนะนำ
1. หากศาลชั้นต้นไม่ได้มีการสืบพยานต่อหน้าศาลในลักษณะดังกล่าว จำเลยสามารถอุทธรณ์เกี่ยวกับการรับฟังพยานหลักฐานหรือข้อเท็จจริงได้อย่างไรบ้าง?
ดิฉันมีคลิปเหตุการณ์ที่บันทึกเสียงตั้งแต่เกือบช่วงต้นของเหตุการณ์จนจบ แต่ภาพไม่ได้เห็นบริเวณที่เกิดเหตุโดยตรง เนื่องจากบ้านของดิฉันผู้บันทึกอยู่ติดกับบ้านคู่กรณี คลิปจึงได้ยินเสียงเหตุการณ์เป็นหลัก และเห็นเพียงบริเวณด้านนอก และเห็นตอนที่คู่กรณีออกมาอาละวาดและจะทำร้ายดิฉันซ้ำ
หลักฐานลักษณะนี้สามารถนำมาใช้ประกอบการอุทธรณ์ได้หรือไม่ และศาลอุทธรณ์จะพิจารณาน้ำหนักของหลักฐานดังกล่าวอย่างไร?
2. หากจำเลยยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้เริ่มเหตุ แต่คู่กรณีเป็นฝ่ายเข้าประชิด เบียด หรือคุกคามก่อน ข้อเท็จจริงดังกล่าวสามารถนำมาใช้พิจารณาเรื่องเจตนาและองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 397 ได้มากน้อยเพียงใด?
กรณีนี้ดิฉันไม่มีพยานบุคคลที่อยู่ในจุดเกิดเหตุโดยตรง และไม่มีภาพเหตุการณ์ช่วงดังกล่าว แต่มีหลักฐานบางอย่างที่อาจใช้ตรวจสอบคำให้การของพยานฝ่ายคู่กรณีได้
เช่น พยานฝ่ายคู่กรณีรายหนึ่งระบุว่าเป็นลูกค้าของคู่กรณี แต่ดิฉันมีหลักฐานที่อาจแสดงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลดังกล่าวกับคู่กรณีว่าอาจมีความสนิทสนมกันมากกว่าความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับผู้ให้บริการ
กรณีเช่นนี้สามารถนำมาโต้แย้งความน่าเชื่อถือของพยานได้หรือไม่?
3. การที่จำเลยใช้มือปัดหรือทุบบริเวณหน้าอกของอีกฝ่ายในสถานการณ์ที่อ้างว่าถูกเข้าประชิดและต้องการยับยั้งเหตุการณ์ ศาลจะพิจารณาเรื่องเจตนาและบริบทของเหตุการณ์อย่างไร?
4. ในกรณีความผิดตามมาตรา 397 หากเหตุการณ์เกิดจากการโต้เถียงระหว่างคู่กรณีสองฝ่าย ศาลมีหลักในการพิจารณาอย่างไรว่า การกระทำของจำเลยถึงขั้นเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือทำให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อนรำคาญตามองค์ประกอบความผิด?
5. หากจำเลยมีคลิปหรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ หรือสามารถใช้ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของพยานฝ่ายโจทก์ได้ แต่หลักฐานดังกล่าวไม่ได้ถูกนำเสนอหรือพิจารณาในศาลชั้นต้น สามารถนำมาใช้ประกอบการอุทธรณ์ได้หรือไม่ และมีข้อจำกัดอย่างไร?
6. การที่ดิฉันลงนามยอมรับผิดในชั้นไกล่เกลี่ย โดยมีบริบทว่าต้องการให้คู่กรณีถอนคดีและให้เรื่องยุติลง จะมีผลต่อสิทธิในการอุทธรณ์คำพิพากษาหรือไม่?
7. หากมีทนายความหรือนักกฎหมายอ่านมาถึงตรงนี้ อยากขอคำแนะนำว่า จากข้อเท็จจริงดังกล่าว ควรศึกษาหรือยกประเด็นใดเป็นหลักในการอุทธรณ์ และมีแนวคำพิพากษาศาลฎีกาหรือคำค้นใดที่เกี่ยวข้องกับกรณีลักษณะนี้บ้างคะ?

หมายเหตุเกี่ยวกับหลักฐานที่เคยส่งให้อัยการ

ก่อนที่อัยการจะมีคำสั่งเกี่ยวกับคดี ดิฉันเคยเขียนหนังสือขอความเป็นธรรมด้วยตนเองและยื่นให้อัยการก่อนวันที่ได้รับแจ้งผลประมาณ 1 วัน

อัยการแจ้งในห้องพิจารณาว่าได้อ่านหนังสือขอความเป็นธรรมดังกล่าวแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดดูคลิปวิดีโอที่ดิฉันแนบไปได้ เนื่องจากดิฉันแนบเป็น QR Code สำหรับสแกนเข้าดู และในขณะนั้น QR Code หมดอายุแล้ว

จึงอยากทราบด้วยว่า หนังสือขอความเป็นธรรมดังกล่าว หรือข้อเท็จจริงที่อัยการเคยรับทราบเอกสารนี้ สามารถนำมาใช้ประกอบการอุทธรณ์ได้หรือไม่ และควรดำเนินการอย่างไร

ขอบคุณทุกความคิดเห็นและคำแนะนำจากผู้มีความรู้ด้านกฎหมายและทนายความค่ะ

(ขออภัยหากเนื้อหามีความวกวน เนื่องจากดิฉันกำลังหักโหมงานและกำลังพิจารณาเรื่องการยื่นอุทธรณ์อยู่พร้อมกัน)
ศาลอ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 1 ก.ย.

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่