เมื่อ EV อายุ 5 ปี กลายเป็น "ฝันร้าย" ของเต้นท์รถมือสอง: วิกฤตมูลค่าขายต่อกับโจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรม

ในยุคที่กระแสรถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก ส่วนหนึ่งจากมาตรการสนับสนุนของภาครัฐที่ทำให้ราคา EV ใกล้เคียงกับรถยนต์น้ำมันมากขึ้นแต่ท่ามกลางความนิยมนี้ กลับมีหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ซื้อหลายคนยังคงลังเล นั่นคือ "อายุการใช้งาน" และ "มูลค่าในการขายต่อ"
เลข 5 ปี... 'เส้นตาย' ที่เต้นท์รถปฏิเสธ

ขณะนี้ในประเทศที่เป็นตลาดหลักอย่างจีน รวมถึงประเทศอื่นๆ เช่น อินเดีย เต้นท์รถมือสองเริ่มปฏิเสธการรับซื้อรถยนต์ EV ที่มีอายุการใช้งานเกิน 5 ปีอย่างชัดเจนเนื่องจากเป็นรถที่ขายต่อได้ยากมาก จนในทางปฏิบัติแทบจะเรียกว่า "ไร้มูลค่า"
สาเหตุหลักมาจากความกังวลเรื่อง "แบตเตอรี่" ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่แพงที่สุดในรถยนต์ EV โดยมีค่าเปลี่ยนใหม่สูงถึงเกือบครึ่งหนึ่งของราคารถใหม่ผู้บริโภคจึงมองว่าการซื้อรถ EV มือสองที่มีอายุหลายปีมีความเสี่ยงสูงเกินไป

นอกจากนี้ ข้อมูลยังระบุว่า เพียงแค่ใช้งานไป 3 ปี ราคาขายต่อของ EV ก็ร่วงลงเหลือเพียง 45% ของราคามือหนึ่งแล้วดังนั้นเมื่อถึงอายุ 5 ปี เต้นท์รถจึงไม่อยากเสี่ยงรับซื้อ เพราะนอกจากจะทำกำไรได้ยากแล้ว ยังสิ้นเปลืองพื้นที่จัดเก็บในเต้นท์อีกด้วย
สภาพแบตเตอรี่ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

ในความเป็นจริง รถ EV อายุ 5 ปีไม่ได้หมดสภาพไปเสียทุกคันผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินแบตเตอรี่ชี้ว่า อายุการใช้งานหรือตัวเลขไมล์บนหน้าปัดไม่สามารถบอกสุขภาพแบตเตอรี่ที่แท้จริงได้เพราะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมและเงื่อนไขการใช้งาน เช่น:

การดูแลรักษาดี: หากใช้งานแบบถนอม ไม่จอดในที่ร้อนจัด และไม่ใช้การชาร์จเร็ว (Fast Charge) ถี่เกินไป แบตเตอรี่อาจเสื่อมลงเพียง 2% ต่อปีซึ่งเมื่อครบ 5 ปี แบตเตอรี่จะมีสภาพสมบูรณ์สูงถึง 90% และใช้งานต่อได้อีกยาวนาน

การใช้งานหนัก: หากขับขี่ลุยงานหนัก จอดในสภาพอากาศร้อน หรือใช้การชาร์จเร็วเป็นประจำ แบตเตอรี่อาจเสื่อมลงถึง 8% ต่อปีส่งผลให้ในเวลา 5 ปี แบตเตอรี่เหลือประสิทธิภาพเพียง 60% เท่านั้น

ปัญหาใหญ่ที่สุดในปัจจุบันคือ "หน้างานไม่สามารถมองเห็นสภาพแบตเตอรี่จากภายนอกได้"เมื่อเต้นท์รถและผู้ซื้อไม่สามารถประเมินความเสี่ยงได้ชัดเจน การปฏิเสธไม่รับซื้อไว้ก่อนจึงกลายเป็นทางออกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับพวกเขา
โจทย์ใหญ่ของ EV ในฐานะ "สินทรัพย์"

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า รถยนต์ EV มีคุณสมบัติทางเศรษฐศาสตร์ที่แตกต่างจากรถยนต์น้ำมันอย่างสิ้นเชิงรถยนต์น้ำมันบางรุ่นแม้จะมีอายุเกิน 10 ปี ก็ยังคงมีราคาขายต่อ และสามารถนำไปใช้เป็นหลักประกันในการค้ำประกันเงินกู้ได้สบายๆแต่สำหรับ EV ในปัจจุบัน สินทรัพย์ชิ้นนี้กลับเสื่อมมูลค่าลงอย่างรวดเร็ว

ทางออกของปัญหานี้ จึงขึ้นอยู่กับว่าอุตสาหกรรมรถยนต์มือสองจะสามารถพัฒนาระบบและมาตรฐาน "การประเมินสภาพแบตเตอรี่" ที่โปร่งใส แม่นยำ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคได้เร็วแค่ไหนเพราะตราบใดที่ยังไม่มีมาตรการประเมินราคาที่เป็นกลาง ใครที่คิดจะซื้อรถ EV ก็อาจต้องคำนวณเรื่องมูลค่าที่หายไปในอนาคตไว้ให้ดี

CR IG Brandhink.me

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่