สวีสดีครับทุกท่าน วันนี้ไม่ได้มาลงรีวิวคลิปรถ แต่มาเล่าสั้นๆ ความติดเห็นส่วนตัว
หลังที่ได้ลองขับรีวิว Honda City e:HEV ตัว 5 ประตูรุ่น RS ก่อนอื่นได้ลองรีวิวตัว เทอร์โบ 1.0 ไปแล้ว ณ ตอนนั้นชอบมากยังถือว่า
ประหยัดน้ำมันได้อยู่ 18 - 20 - 21 โลลิตร ซึ่งตัว 1.0 โบที่รีวิวเป็นตัว 4 ประตู
หลังจากไม่นานนี้ได้ลองตัว e:HEV RS ตัว 5 ประตู เอาจริงๆ ในความคิดก่อนจะรีวิวผมไม่ค่อยชอบ 5 ประตูมันอาจจะดูสวยในหลายๆคน
แต่ผมกลับคิดว่าท้ายมันสั้นไป เหมือนไม่ค่อยมีพื้นที่มากสำหรับสัมภาระ ต่างๆ เอาจริงๆมันก็มีน้อยกว่ารุ่น 4 ประตู ( ยังไม่รวมความกังวลอื่นๆ )
และอีกอย่างระบบ e:HEV ผมก็ยังไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าไหร่ ก่อนที่จะมารีวิว เพราะยังชื่นชอบกับเครื่อง 1.0 โบมากกว่า
ซึ่งในความคิดตอนรีวิว 1.0 โบก็ยังบอกว่า e:HEV ก็ประหยีดกว่า 1.0 โบอย่างมาก 22 - 23 โลลิตร ( ถ้าใครดูในคลิปยูทูป )
และอีกอย่างไม่ค่อยชอบระบบไฮบริดสักเท่าไหร่ ........ แต่เมื่อได้ลองขับรีวิวใช้เวลากับคันนี้หลายวัน ความคิดเริ่มเปลี่ยนและมาคิดได้ว่า
อ๋อ ทำไมคนถึงชอบ e:HEV
1. ยอมรับประหยัดน้ำมันจริง ตอนรีวิว 1.0 โบ มากสุดทำได้ 21 โลลิตรความเร็ว 90 100 110 แตะๆ 120 บ้างสั้นๆ แต่พอมาลอง e:HEV
ความเร็วเท่า 1.0 โบและใช้เส้นทางรีวิวเส้นเดียวกันเจอการจราจรแบบเดียวกันมี 23 - 25 โลลิตร เส้นโล่งๆ รถไม่เยอะ 25 - 26 โลลิตร
ไปถึงที่หมายเดียวกับตัว 1.0 โบในตอนนั้น 1.0 โบทำได้ 20 - 21 โลลิตร / แต่ๆ e:HEV ทำได้ 27 โลลิตร อันนี้ชัดเจนเลย
น้ำมันเต็มถังลดไปขีดเดียว สรุปง่ายๆ e:HEV 1 ถังวิ่งดีๆ 700 กว่าโลสบายๆเผลอๆ 7 ร้อยปลายๆ 800 โล ถ้าเท้านิ่งและเบา
2. ความเป็น Hatchback ก่อนนี้ไม่ชอบเลยทรงแบบนี้มันดูสั้นไป แต่พอได้ลองใช้งานไปกลับพบว่าคล่องตัวดี จอดรถได้สบาย
แถมเปิดประตูท้ายพับเบาะแบนราบไปนั่งปล่อยอารมณ์ ริมทะเลสูดอากาศดีๆ ดูทิวทัศน์เหมาะเลยจ้าา ยิ่งสายแคมป์น่าจะชอบ
แต่คนตัวสูงอาจต้องเลื่อนเบาะหน้าขึ้นไปไม่งั้นขาเลย เอาเข้าจริงๆ พื้นที่สัมภาระไม่พับเบาะมันน้อยกว่าตัว 1.0 โบอยู่แล้ว
แต่พับเบาะไปนี่พื้นที่เยอะเลย พอได้ใช้งานกลับรู้สึกว่า เออตัว 5 ประตูมันมีเสน่ห์ของมันอยู่นะ
สิ่งที่มันแตกต่างระหว่าง 1.0 โบและ e:HEV คือความประหยัด 1.0 โบเต็มถังวิ่งดีๆ 20 -21 โลลิตรถังนึงก็ประมาณ 400 กว่าโลแตะ 500 โลถ้าทำได้
แต่ e:HEV วิ่งดีๆ 27 เผลอๆ ไป 28 กว่าโลลิตร ถังนึงก็ประมาณ 700 โล - 800 โล มันก็ต่างกันนะ
ส่วนคันที่รีวิวผมวิ่งไปทั้งหมด 604 โล น้ำมันเหลือ 3 ขีด จอหน้าปัทยังว่าว่าวิ่งได้อีก 190 กว่าโล นี่ขนาดทดสอบวิ่งในเมือง รถติด วิ่ง ตจว. ทดสอบความเร็ว
ยังได้ขนาดนี้ /
แต่สิ่งที่คิดอยุ่ถ้า e:HEV ใช้ไปสัก 3 ปี ยังจะประหยัดเท่าเดิมไหม หรืออาจประหยัดน้อยกว่าจาก 25 มาเหลือ 21 - 20 โลลิตร
เพราะระบบเทพแค่ไหนทุกค่ายทุกคันใช้ไปนานๆ มันก็เสื่อมไปตามๆ กัน /
แต่ถ้าใครอยากจะหารถที่ประหยัดไม่รอชาร์จไฟ วิ่งในเมืองประหยัดแท้ วิ่ง ตจว.ไม่เร็วมากไม่เกิน 120 ประหยัดแน่ก็ e:HEV
แต่ใครชอบขับสนุกๆ กดคันเร่งไปรู้สึกถึงแรงดึงของกำลังไหลลื่นๆ ก็ตัว 1.0 โบ
..... สุดท้ายนี้ใครอยากดูว่าประหยัดแค่ไหน การขับขับเป็นยังไง รอชมคลิปอาทิตย์หน้าในยูทูป ครับ .....
City e:HEV Hatchback RS 2026 ลองแล้วเปลี่ยนความคิด
หลังที่ได้ลองขับรีวิว Honda City e:HEV ตัว 5 ประตูรุ่น RS ก่อนอื่นได้ลองรีวิวตัว เทอร์โบ 1.0 ไปแล้ว ณ ตอนนั้นชอบมากยังถือว่า
ประหยัดน้ำมันได้อยู่ 18 - 20 - 21 โลลิตร ซึ่งตัว 1.0 โบที่รีวิวเป็นตัว 4 ประตู
หลังจากไม่นานนี้ได้ลองตัว e:HEV RS ตัว 5 ประตู เอาจริงๆ ในความคิดก่อนจะรีวิวผมไม่ค่อยชอบ 5 ประตูมันอาจจะดูสวยในหลายๆคน
แต่ผมกลับคิดว่าท้ายมันสั้นไป เหมือนไม่ค่อยมีพื้นที่มากสำหรับสัมภาระ ต่างๆ เอาจริงๆมันก็มีน้อยกว่ารุ่น 4 ประตู ( ยังไม่รวมความกังวลอื่นๆ )
และอีกอย่างระบบ e:HEV ผมก็ยังไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าไหร่ ก่อนที่จะมารีวิว เพราะยังชื่นชอบกับเครื่อง 1.0 โบมากกว่า
ซึ่งในความคิดตอนรีวิว 1.0 โบก็ยังบอกว่า e:HEV ก็ประหยีดกว่า 1.0 โบอย่างมาก 22 - 23 โลลิตร ( ถ้าใครดูในคลิปยูทูป )
และอีกอย่างไม่ค่อยชอบระบบไฮบริดสักเท่าไหร่ ........ แต่เมื่อได้ลองขับรีวิวใช้เวลากับคันนี้หลายวัน ความคิดเริ่มเปลี่ยนและมาคิดได้ว่า
อ๋อ ทำไมคนถึงชอบ e:HEV
1. ยอมรับประหยัดน้ำมันจริง ตอนรีวิว 1.0 โบ มากสุดทำได้ 21 โลลิตรความเร็ว 90 100 110 แตะๆ 120 บ้างสั้นๆ แต่พอมาลอง e:HEV
ความเร็วเท่า 1.0 โบและใช้เส้นทางรีวิวเส้นเดียวกันเจอการจราจรแบบเดียวกันมี 23 - 25 โลลิตร เส้นโล่งๆ รถไม่เยอะ 25 - 26 โลลิตร
ไปถึงที่หมายเดียวกับตัว 1.0 โบในตอนนั้น 1.0 โบทำได้ 20 - 21 โลลิตร / แต่ๆ e:HEV ทำได้ 27 โลลิตร อันนี้ชัดเจนเลย
น้ำมันเต็มถังลดไปขีดเดียว สรุปง่ายๆ e:HEV 1 ถังวิ่งดีๆ 700 กว่าโลสบายๆเผลอๆ 7 ร้อยปลายๆ 800 โล ถ้าเท้านิ่งและเบา
2. ความเป็น Hatchback ก่อนนี้ไม่ชอบเลยทรงแบบนี้มันดูสั้นไป แต่พอได้ลองใช้งานไปกลับพบว่าคล่องตัวดี จอดรถได้สบาย
แถมเปิดประตูท้ายพับเบาะแบนราบไปนั่งปล่อยอารมณ์ ริมทะเลสูดอากาศดีๆ ดูทิวทัศน์เหมาะเลยจ้าา ยิ่งสายแคมป์น่าจะชอบ
แต่คนตัวสูงอาจต้องเลื่อนเบาะหน้าขึ้นไปไม่งั้นขาเลย เอาเข้าจริงๆ พื้นที่สัมภาระไม่พับเบาะมันน้อยกว่าตัว 1.0 โบอยู่แล้ว
แต่พับเบาะไปนี่พื้นที่เยอะเลย พอได้ใช้งานกลับรู้สึกว่า เออตัว 5 ประตูมันมีเสน่ห์ของมันอยู่นะ
สิ่งที่มันแตกต่างระหว่าง 1.0 โบและ e:HEV คือความประหยัด 1.0 โบเต็มถังวิ่งดีๆ 20 -21 โลลิตรถังนึงก็ประมาณ 400 กว่าโลแตะ 500 โลถ้าทำได้
แต่ e:HEV วิ่งดีๆ 27 เผลอๆ ไป 28 กว่าโลลิตร ถังนึงก็ประมาณ 700 โล - 800 โล มันก็ต่างกันนะ
ส่วนคันที่รีวิวผมวิ่งไปทั้งหมด 604 โล น้ำมันเหลือ 3 ขีด จอหน้าปัทยังว่าว่าวิ่งได้อีก 190 กว่าโล นี่ขนาดทดสอบวิ่งในเมือง รถติด วิ่ง ตจว. ทดสอบความเร็ว
ยังได้ขนาดนี้ /
แต่สิ่งที่คิดอยุ่ถ้า e:HEV ใช้ไปสัก 3 ปี ยังจะประหยัดเท่าเดิมไหม หรืออาจประหยัดน้อยกว่าจาก 25 มาเหลือ 21 - 20 โลลิตร
เพราะระบบเทพแค่ไหนทุกค่ายทุกคันใช้ไปนานๆ มันก็เสื่อมไปตามๆ กัน /
แต่ถ้าใครอยากจะหารถที่ประหยัดไม่รอชาร์จไฟ วิ่งในเมืองประหยัดแท้ วิ่ง ตจว.ไม่เร็วมากไม่เกิน 120 ประหยัดแน่ก็ e:HEV
แต่ใครชอบขับสนุกๆ กดคันเร่งไปรู้สึกถึงแรงดึงของกำลังไหลลื่นๆ ก็ตัว 1.0 โบ
..... สุดท้ายนี้ใครอยากดูว่าประหยัดแค่ไหน การขับขับเป็นยังไง รอชมคลิปอาทิตย์หน้าในยูทูป ครับ .....