ยุคปัจจุบัน คนหันมาสนใจรถยนต์ EV มากขึ้นแทบทั้งโลก ส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากมาตรการสนับสนุนของภาครัฐที่ทำให้ EV มักจะมีข้อได้เปรียบกว่ารถใช้น้ำมัน จนเรียกได้ว่าราคาแทบไม่หนีกันแล้ว โดยเฉพาะรถ EV จากประเทศจีน ที่กำลังไปตีตลาดแทบทั้งโลก
https://www.facebook.com/share/p/1FNVYTz3Hc/?mibextid=wwXIfr
อย่างไรก็ดี สำหรับหลายคนที่คิดจะซื้อรถ EV สิ่งที่อาจทำให้ลังเลคือ 'อายุใช้งาน' ที่เอาจริงๆ ไม่แน่ชัดนัก คนยังไม่แน่ใจว่าจะใช้ได้นานแค่ไหนโดยไม่เปลี่ยนแบตเตอรี่ และก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าถ้าต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ การตัดสินใจทิ้งรถเก่าซื้อรถใหม่แทนที่จะซ่อม อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เพราะค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่นั้นก็แทบจะครึ่งหนึ่งของราคารถใหม่แล้ว
ความลังเลนี้ไม่ได้มีแค่ในไทย แต่เกิดขึ้นใน 'เจ้าตลาด' อย่างจีน และตอนนี้บรรดา 'เต็นท์รถ' ของจีนเองต่างไม่ยอมรับ EV อายุต่ำกว่า 5 ปีแล้ว เพราะ EV เมื่อใช้งานจนอายุเท่านี้ คนแทบจะไม่ซื้อกันแล้ว เนื่องจาก 'ไม่มั่นใจในแบตเตอรี่'
และไม่ใช่แค่จีน บรรดาบริษัทที่มีธุรกิจซื้อขายรถมือสองจากประเทศอื่นๆ เช่น อินเดีย ก็ยืนยันตรงกันว่า เลข 5 ปี เหมือนเป็น 'เส้นตาย' ของ EV เพราะไม่ว่าสภาพมันจะดีแค่ไหน ในทางจิตวิทยาผู้บริโภคจะมองว่ามันหมดอายุการใช้งานแล้ว และจะไม่ยอมซื้อนอกจากว่าราคาต่ำมากๆ ระดับแทบไม่มีมูลค่า
นี่ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมีข้อมูลชัดเจนว่ารถยนต์ EV เมื่ออายุการใช้งานถึง 3 ปี ราคาขายจะลงไปเหลือแค่ 45 เปอร์เซ็นต์ ของราคามือหนึ่ง นั่นคือใช้ไปเพียง 3 ปี มูลค่าลดฮวบลงกว่าครึ่ง และไม่แปลกที่ใช้ไป 5 ปี คนจะไม่อยากรับซื้อต่อแล้ว เพราะมันแทบจะขายเอากำไรไม่ได้ แค่เอามาใส่ในเต็นท์รถมือสองก็เปลืองเนื้อที่แล้ว
แต่ความเป็นจริง EV อายุ 5 ปี มัน 'หมดสภาพ' แล้วจริงหรือ?
ทางพวกบริษัทที่เชี่ยวชาญการประเมินแบตเตอรี่ บอกเลยว่าจริงๆ อายุใช้งาน หรือกระทั่ง 'เลขไมล์' ไม่ได้บอกสภาพแบตเตอรี่ เพราะอายุใช้งานแบตเตอรี่มันขึ้นอยู่กับหลายเงื่อนไข เช่น ถ้าอากาศร้อน แบตเตอรี่จะเสื่อมเร็ว การใช้ที่ชาร์จธรรมดา กับที่ชาร์จเร็ว ใช้แบบหลังแบตเตอรี่จะเสื่อมลงเร็วกว่า และแน่นอน ถ้าใช้งานหนักแบบใช้ขับรถโดยสาร และใช้ชาร์จเร็วในระยะสั้นๆ (คือไม่ได้รอให้หมดแล้วชาร์จให้เต็ม) แบตเตอรี่เสื่อมไวแน่นอน
ทั้งนี้หากอธิบายเป็นตัวเลข การใช้งานแบบถนอมแบตเตอรี่จริงๆ ความจุแบตเตอรี่อาจลดลงแค่ 2 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี แต่ถ้าใช้งานล้างผลาญ ขับรถเยอะๆ ในอากาศร้อนๆ ใช้ชาร์จเร็วแบบถี่ๆ รัวๆ มีการบันทึกไว้ว่า แบตเตอรี่อาจเสื่อมไประดับ 8 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี
ดังนั้นรถ EV ใช้แบตเตอรี่รักษาดีๆ หน่อยสภาพมันก็ยังดีอยู่ เรียกได้ว่าใช้ 5 ปีแบบดูแลรักษา สภาพแบตเตอรี่อาจลงไปแค่ 90 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น และใช้ต่ออีกเป็น 10 ปีได้สบายๆ ถ้าใช้แบตเตอรี่แบบทะนุถนอมต่อไป กลับกัน ถ้าใช้แบตเตอรี่แบบล้างผลาญ ใช้ไป 5 ปีเหมือนกัน แต่แบตเตอรี่อาจเสื่อมสภาพลงเหลือการใช้งานแค่ 60 เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นได้ และนั่นอาจส่งผลต่อการใช้งานแน่ๆ แม้จะตั้งใจใช้อีกแค่ 5 ปี
ปัญหาคือ เวลาอยู่หน้างาน จะไม่สามารถมองภายนอกได้ว่าแบตเตอรี่นี้ดีหรือไม่ดี เห็นรถใช้มา 5 ปี ก็ไม่อยากเสี่ยงแล้ว ผลก็เลยเป็นอย่างที่เห็น ที่รถ EV มือสองที่ใช้งานมา 5 ปี มูลค่ามันลดลงจนแทบไม่เหลือ
ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่ารถ EV อายุ 5 ปีจะไม่มีค่า ประเด็นคืออุตสาหกรรมรถมือสอง อาจต้องพัฒนาวิธีการประเมินสภาพแบตเตอรี่และสื่อสารให้ผู้ซื้อเข้าใจ และรับซื้อ EV อายุ 5 ปี ที่ยังสภาพดี ในราคาที่สมเหตุสมผล
แต่ระหว่างนี้ที่ยังไม่มีมาตรการการประเมินราคา EV มือสอง คนจะซื้อรถ EV ก็อาจต้องคิดดีๆ เพราะมูลค่ามันในเชิง 'สินทรัพย์' ต่างจากรถยนต์ใช้น้ำมันจริงๆ เพราะรถใช้น้ำมัน ถ้าเป็นบางรุ่น อายุเกิน 10 ปี ก็ยังเอาไปค้ำประกันเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำในระบบได้สบายๆ แต่เราอาจใช้ EV ทำในสิ่งเดียวกันไม่ได้
“เต็นท์รถ’ ในจีนไม่รับซื้อ EVที่มีอายุเกิน 5 ปี เพราะขายต่อยากทำให้รถ EV อายุ 5 ปีขึ้นไปในทางปฏิบัติแทบ ‘ไร้มูลค่า’
https://www.facebook.com/share/p/1FNVYTz3Hc/?mibextid=wwXIfr
อย่างไรก็ดี สำหรับหลายคนที่คิดจะซื้อรถ EV สิ่งที่อาจทำให้ลังเลคือ 'อายุใช้งาน' ที่เอาจริงๆ ไม่แน่ชัดนัก คนยังไม่แน่ใจว่าจะใช้ได้นานแค่ไหนโดยไม่เปลี่ยนแบตเตอรี่ และก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าถ้าต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ การตัดสินใจทิ้งรถเก่าซื้อรถใหม่แทนที่จะซ่อม อาจเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เพราะค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่นั้นก็แทบจะครึ่งหนึ่งของราคารถใหม่แล้ว
ความลังเลนี้ไม่ได้มีแค่ในไทย แต่เกิดขึ้นใน 'เจ้าตลาด' อย่างจีน และตอนนี้บรรดา 'เต็นท์รถ' ของจีนเองต่างไม่ยอมรับ EV อายุต่ำกว่า 5 ปีแล้ว เพราะ EV เมื่อใช้งานจนอายุเท่านี้ คนแทบจะไม่ซื้อกันแล้ว เนื่องจาก 'ไม่มั่นใจในแบตเตอรี่'
และไม่ใช่แค่จีน บรรดาบริษัทที่มีธุรกิจซื้อขายรถมือสองจากประเทศอื่นๆ เช่น อินเดีย ก็ยืนยันตรงกันว่า เลข 5 ปี เหมือนเป็น 'เส้นตาย' ของ EV เพราะไม่ว่าสภาพมันจะดีแค่ไหน ในทางจิตวิทยาผู้บริโภคจะมองว่ามันหมดอายุการใช้งานแล้ว และจะไม่ยอมซื้อนอกจากว่าราคาต่ำมากๆ ระดับแทบไม่มีมูลค่า
นี่ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมีข้อมูลชัดเจนว่ารถยนต์ EV เมื่ออายุการใช้งานถึง 3 ปี ราคาขายจะลงไปเหลือแค่ 45 เปอร์เซ็นต์ ของราคามือหนึ่ง นั่นคือใช้ไปเพียง 3 ปี มูลค่าลดฮวบลงกว่าครึ่ง และไม่แปลกที่ใช้ไป 5 ปี คนจะไม่อยากรับซื้อต่อแล้ว เพราะมันแทบจะขายเอากำไรไม่ได้ แค่เอามาใส่ในเต็นท์รถมือสองก็เปลืองเนื้อที่แล้ว
แต่ความเป็นจริง EV อายุ 5 ปี มัน 'หมดสภาพ' แล้วจริงหรือ?
ทางพวกบริษัทที่เชี่ยวชาญการประเมินแบตเตอรี่ บอกเลยว่าจริงๆ อายุใช้งาน หรือกระทั่ง 'เลขไมล์' ไม่ได้บอกสภาพแบตเตอรี่ เพราะอายุใช้งานแบตเตอรี่มันขึ้นอยู่กับหลายเงื่อนไข เช่น ถ้าอากาศร้อน แบตเตอรี่จะเสื่อมเร็ว การใช้ที่ชาร์จธรรมดา กับที่ชาร์จเร็ว ใช้แบบหลังแบตเตอรี่จะเสื่อมลงเร็วกว่า และแน่นอน ถ้าใช้งานหนักแบบใช้ขับรถโดยสาร และใช้ชาร์จเร็วในระยะสั้นๆ (คือไม่ได้รอให้หมดแล้วชาร์จให้เต็ม) แบตเตอรี่เสื่อมไวแน่นอน
ทั้งนี้หากอธิบายเป็นตัวเลข การใช้งานแบบถนอมแบตเตอรี่จริงๆ ความจุแบตเตอรี่อาจลดลงแค่ 2 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี แต่ถ้าใช้งานล้างผลาญ ขับรถเยอะๆ ในอากาศร้อนๆ ใช้ชาร์จเร็วแบบถี่ๆ รัวๆ มีการบันทึกไว้ว่า แบตเตอรี่อาจเสื่อมไประดับ 8 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี
ดังนั้นรถ EV ใช้แบตเตอรี่รักษาดีๆ หน่อยสภาพมันก็ยังดีอยู่ เรียกได้ว่าใช้ 5 ปีแบบดูแลรักษา สภาพแบตเตอรี่อาจลงไปแค่ 90 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น และใช้ต่ออีกเป็น 10 ปีได้สบายๆ ถ้าใช้แบตเตอรี่แบบทะนุถนอมต่อไป กลับกัน ถ้าใช้แบตเตอรี่แบบล้างผลาญ ใช้ไป 5 ปีเหมือนกัน แต่แบตเตอรี่อาจเสื่อมสภาพลงเหลือการใช้งานแค่ 60 เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นได้ และนั่นอาจส่งผลต่อการใช้งานแน่ๆ แม้จะตั้งใจใช้อีกแค่ 5 ปี
ปัญหาคือ เวลาอยู่หน้างาน จะไม่สามารถมองภายนอกได้ว่าแบตเตอรี่นี้ดีหรือไม่ดี เห็นรถใช้มา 5 ปี ก็ไม่อยากเสี่ยงแล้ว ผลก็เลยเป็นอย่างที่เห็น ที่รถ EV มือสองที่ใช้งานมา 5 ปี มูลค่ามันลดลงจนแทบไม่เหลือ
ทั้งหมดนี้ไม่ได้หมายความว่ารถ EV อายุ 5 ปีจะไม่มีค่า ประเด็นคืออุตสาหกรรมรถมือสอง อาจต้องพัฒนาวิธีการประเมินสภาพแบตเตอรี่และสื่อสารให้ผู้ซื้อเข้าใจ และรับซื้อ EV อายุ 5 ปี ที่ยังสภาพดี ในราคาที่สมเหตุสมผล
แต่ระหว่างนี้ที่ยังไม่มีมาตรการการประเมินราคา EV มือสอง คนจะซื้อรถ EV ก็อาจต้องคิดดีๆ เพราะมูลค่ามันในเชิง 'สินทรัพย์' ต่างจากรถยนต์ใช้น้ำมันจริงๆ เพราะรถใช้น้ำมัน ถ้าเป็นบางรุ่น อายุเกิน 10 ปี ก็ยังเอาไปค้ำประกันเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำในระบบได้สบายๆ แต่เราอาจใช้ EV ทำในสิ่งเดียวกันไม่ได้