“ถูกใจ ใช่เลย” หมดยุค ‘เข้ากรุงเทพ’ หางาน ? Gen Y กลับบ้าน ‘ปลูกกาแฟ’

ส่วนใหญ่อยู่เชียงใหม่-เชียงราย-น่าน ดีมานด์ล้น ปลูกได้หลักหมื่น กินปีละแสนตัน



“สมาคมกาแฟพิเศษไทย” ชี้ คนไทยกินกาแฟเยอะขึ้นเรื่อยๆ ดันเกษตรกร-คาเฟ่ร้านกาแฟโตสวนทางเศรษฐกิจ ชี้ ยังมีลู่ทางไปต่ออีกมาก เหตุดีมานด์ล้น-คนกินกาแฟแสนตันต่อปี แต่ผลิตได้ไม่เกิน 30,000 ตัน มองเห็น “Gen Y” กลับบ้านปลูกกาแฟพิเศษมากขึ้น

แม้คาเฟ่ร้านกาแฟจะผุดขึ้นทั่วเมือง แต่เชื่อหรือไม่ว่า ปริมาณการบริโภคกาแฟของคนไทย ณ ขณะนี้ ยังมากเกินกว่าปริมาณการผลิตกาแฟในประเทศด้วยซ้ำไป “เอ-ณัฏฐ์ฐิติ อำไพวรรณ” นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) ระบุว่า “ไทย” มีอัตราการบริโภคกาแฟเฉลี่ยปีละ 140,000-170,000 ตัน ขณะที่สามารถปลูกและผลิตกาแฟในประเทศได้ 30,000 ตัน ในจำนวนนี้เป็น “กาแฟพิเศษ” ประมาณ 15,000 ตัน ตลาดจึงมีช่องว่างให้เข้าไปเติมเต็มอีกมากตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ซึ่ง “เอ” บอกว่า “ไทย” เป็นประเทศที่มี “Ecosystem” ในห่วงโซ่อุปทานกาแฟครบวงจรมากที่สุดแห่งหนึ่งด้วย

ปัจจุบัน “ไทย” ยังต้องนำเข้าเมล็ดกาแฟจากต่างประเทศ แต่นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทยอยากฉายภาพให้เห็นถึง “Ecosystem” ที่มีลักษณะเฉพาะตัว เขาบอกว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่ผู้บริโภคกินกาแฟ 1 แก้ว ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับ 1 แก้วนั้นได้ไหลไปถึงต้นน้ำอย่างเกษตรกรเยอะและชัดเจนกว่าตลาดกาแฟพิเศษประเทศอื่นๆ สาเหตุเพราะระบบนิเวศกาแฟพิเศษไทยค่อนข้างครบวงจร ซึ่ง “ไทย” มีความพิเศษตรงที่เป็นแหล่งปลูกกาแฟเองด้วย

ส่วนฝั่งผู้บริโภคคนกินกาแฟก็เติบโตไปพร้อมกัน หลายประเทศทั่วโลกไม่ได้ไปข้างหน้าทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ ประเทศที่คนกินกาแฟเยอะมีข้อเสียตรงที่ไม่สามารถปลูกกาแฟเองได้ หรือประเทศที่เพาะปลูกได้เป็นจำนวนมากฝั่งวัฒนธรรมคนกินก็ไม่ได้รุดหน้าไปด้วยกัน นี่เป็นความเฉพาะตัวที่ “เอ” ชี้ให้เห็นว่า แท้จริงแล้วตลาดกาแฟบ้านเรามีมูลค่าไปไกลจนดึงดูดให้คนรุ่นใหม่เข้ามาแสวงหาโอกาส

ที่น่าสนใจ คือ ภาพแบบนี้เริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ 5 ปีก่อนหน้า คนเชียงใหม่ คนเชียงราย หรือคนจังหวัดน่านที่เคยเข้ามาทำงานในกรุงเทพตัดสินใจกลับไปเป็นเกษตรกรทำไร่กาแฟจำนวนไม่น้อย เกษตรกรหลายคนที่ส่งเมล็ดกาแฟเข้าประกวดจนได้รางวัลเป็นคนอายุตั้งแต่ 35-40 ปี คนกลุ่มนี้ล้วนเคยทำงานต่างถิ่นมาก่อนทั้งทำงานรับจ้างหรือทำงานโรงงาน กระทั่งตัดสินใจย้ายกลับบ้าน กลับมาทำกาแฟส่งประกวดแล้วได้รางวัล

“ในแต่ละหมู่บ้านก็จะมีโมเดลแบบนี้ เพื่อทำให้คนรุ่นใหม่กว่านั้นคิดถึงการกลับมาทำมาหากินที่บ้าน การปลูกกาแฟสอดคล้องกับการรักษาสภาพแวดล้อม เพราะกาแฟอาจเป็นพื้นเศรษฐกิจชนิดเดียวในตอนนี้ที่สามารถปลูกแล้วอยู่คู่กับป่าได้ กาแฟจะเติบโตได้ผลผลิตที่มีคุณภาพทางรสชาติต้องอาศัยต้นไม้ใหญ่บังร่มเงา ตรงกันข้ามกับพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่ต้องโค่นต้นไม้เพื่อเปิดพื้นที่โล่งให้แสงลง เราจะเห็นหลายพื้นที่ในเมืองไทย ที่ชัดเจน เช่น ดอยช้าง และปางขอน มีพื้นที่ปลูกกาแฟค่อนข้างเยอะและปลูกมาสักพักหนึ่ง พื้นที่ไหนเป็นไร่กาแฟ พื้นไหนเป็นชุมชนปลูกกาแฟเยอะพื้นที่สีเขียวก็จะกลับมา”

พื้นที่ที่คนรุ่นใหม่เลือกกลับไปมักเป็นพื้นที่สูง อย่างเชียงราย เชียงใหม่ น่าน และแม่ฮ่องสอน เนื่องจากจังหวัดเหล่านี้มีพื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,000 เมตรค่อนข้างเยอะ มีสภาพอากาศที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตซึ่งก็มาพร้อมกับข้อจำกัดเชิงพื้นที่ เพราะกาแฟต้องปลูกภายใต้อุณหภูมิที่เหมาะสมราว 24-26 องศาเซลเซียส และทุกๆ ความสูง 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล อุณหภูมิจะลดลงอีก 5-6 องศาเซลเซียส พื้นที่แบบนี้มีในไทยไม่เยอะมาก บวกกับสภาพอากาศแปรปรวน-โลกร้อน จึงเป็นเงื่อนไขที่ยากขึ้นกว่าเดิม

ทั้งนี้ ยังมีเรื่องของฝนหลงฤดู “กาแฟ” เป็นพืชที่มีความอ่อนไหวพอสมควร หากเก็บเกี่ยวแล้วฝนตกโดยไม่คาดคิด ผลผลิตล็อตดังกล่าวต้องทิ้งทั้งหมด แต่ก็เพราะความละเอียดอ่อนตรงนี้จึงทำให้ราคาผลผลิตดีตามไปด้วย “มะเป้ง-พงษ์ศิลา คำมาก” เลขาธิการสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) บอกว่า อายุเฉลี่ยของชาวนาปลูกข้าวจะอยู่ที่ 51-52 ปี ส่วนเกษตรกรปลูกกาแฟอายุเฉลี่ยต่ำมาก เพราะเป็นคนรุ่นใหม่ที่เคยทำงานในเมืองแล้วตัดสินใจกลับไปช่วยที่บ้านปลูกกาแฟ

คนกลุ่มนี้ได้รับองค์ความรู้เรื่องกาแฟพิเศษ และขอกลับไปแบ่งพื้นที่ไร่กับพ่อแม่ออกมาปลูกกาแฟพิเศษโดยเฉพาะ ซึ่งจะแตกต่างกับผลผลิตกาแฟแมสที่ได้ปริมาณมากกว่าแต่ก็มีข้อได้เปรียบเรื่องรสชาติและความต้องการของตลาดเช่นกัน ข้อดีของการปลูกต้นกาแฟ คือลงทุนเพียงครั้งเดียวเพราะเป็นไม้ยืนต้น แต่ความยากอยู่ที่กระบวนการเก็บเกี่ยวและกระบวนการแปรรูปที่ต้องใช้ความละเมียดลไม ต้องไปศึกษากับคนที่ทำแล้วประสบความสำเร็จมาก่อน ถ้ามีอะไรผิดจากเดิมไปนิดเดียวผลสะท้อนจะมาที่รสชาติทันที

อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/business/1252899

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่