เอ วันนี้ตั้งกระทู้รึยังนะ ; ภาวะสมองเสื่อม และ โรคอัลไซเมอร์ ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน โดยภาวะสมองเสื่อมเป็นคำเรียกกลุ่มอากา

เอ วันนี้ตั้งกระทู้รึยังนะ ; ภาวะสมองเสื่อม และ โรคอัลไซเมอร์ ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน โดยภาวะสมองเสื่อมเป็นคำเรียกกลุ่มอาการที่ความสามารถด้านความจำ การคิด การใช้ภาษา การตัดสินใจ หรือการทำกิจวัตรประจำวันลดลงจนส่งผลต่อการดำเนินชีวิต ซึ่งโรคอัลไซเมอร์ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด


วันที่ 21 ก.ย.ของทุกปีถือเป็น “วันอัลไซเมอร์โลก” ซึ่ง รศ.ดร.นพ.ชุติเทพ ทีฆพุฒิ อาจารย์หน่วยประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่าเป็นวันสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ทุกคนหันมาใส่ใจโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อม ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสุขภาพที่พบมากขึ้นในสังคมผู้สูงอายุ โดยหลายคนมักเข้าใจผิดว่าการหลงลืมเป็นเรื่องธรรมดาของคนอายุมาก ทั้งที่จริงแล้ว หากเริ่มลืมเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น ถามคำถามเดิมซ้ำๆ หลงทาง หรือทำกิจวัตรประจำวันที่เคยทำได้ไม่ได้ อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่เพียงการหลงลืมตามวัย และเป็นสัญญาณที่ควรได้รับการประเมินจากแพทย์โดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม ภาวะสมองเสื่อมยังอาจเกิดจากโรคหลอดเลือดสมอง หรือสาเหตุบางอย่างที่สามารถรักษาให้หายหรือดีขึ้นได้ เช่น ความผิดปกติของไทรอยด์ การขาดวิตามิน ความผิดปกติของเกลือแร่ โรคตับ โรคไต การติดเชื้อ ยาบางชนิด หรือภาวะซึมเศร้า ดังนั้นเมื่อพบความผิดปกติจึงไม่ควรด่วนสรุปเองว่าเป็นอัลไซเมอร์

สำหรับสัญญาณเตือนที่ควรสังเกต ได้แก่ การถามคำถามเดิมซ้ำๆ หรือจำเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ได้, ทำของหายบ่อยหรือนำของไปวางไว้ในสถานที่ที่ไม่เหมาะสม, หลงทางเมื่อออกนอกบ้านหรือสับสนในสถานที่ไม่คุ้นเคย, เรียกชื่อคนหรือสิ่งของไม่ถูกต้อง, สับสนเรื่องวัน เวลา หรือสถานที่, ความสามารถในการตัดสินใจลดลง, ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวัน งาน หรือกิจกรรมที่เคยทำได้ตามปกติ ตลอดจนมีการเปลี่ยนแปลงด้านอารมณ์และพฤติกรรม เช่น สับสน หวาดระแวง หรือซึมเศร้า

แม้โรคอัลไซเมอร์จะมีปัจจัยเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้อย่างอายุและพันธุกรรม แต่ก็มีปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สามารถป้องกันและปรับเปลี่ยนได้ เช่น ความดันโลหิตสูง การสูญเสียการได้ยิน การสูบบุหรี่ ภาวะซึมเศร้า การแยกตัวจากสังคม การขาดกิจกรรมทางกาย และโรคเบาหวาน การดูแลสุขภาพสมองจึงไม่จำเป็นต้องรอให้เข้าสู่วัยสูงอายุ แต่สามารถเริ่มได้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาว

แนวทางการดูแลสมองและหัวใจในชีวิตประจำวัน สามารถทำได้ด้วยการขยับร่างกายและออกกำลังกายระดับปานกลางอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์, รับประทานอาหารให้หลากหลายครบ 5 หมู่ เน้นผัก ผลไม้ และคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น ข้าวกล้องและขนมปังโฮลวีต, งดการสูบบุหรี่เพื่อลดความเสี่ยงโรคหลอดเลือด, ลดหรือหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์, ควบคุมโรคประจำตัวในกลุ่มเมตาบอลิก เช่น ความดันโลหิตสูงและเบาหวาน รวมถึงการรักษาความสัมพันธ์และทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับการรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและระยะของโรค หากเป็นภาวะสมองเสื่อมจากสาเหตุที่รักษาได้ แพทย์จะมุ่งรักษาที่ต้นเหตุโดยตรง ส่วนผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์ การรักษาจะผสมผสานระหว่างการใช้ยา การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต และการดูแลอย่างเหมาะสม เพื่อช่วยชะลอการเสื่อมของสมองและช่วยให้ทั้งผู้ป่วยและผู้ดูแลมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ความจำที่เปลี่ยนไปไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องของอายุเพียงอย่างเดียว หากเริ่มกระทบต่อชีวิตประจำวัน การเข้ารับการประเมินจากแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ทราบสาเหตุที่แท้จริงและได้รับการดูแลอย่างถูกต้องทันท่วงที

ที่มา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่