
จุดสำคัญอยู่ที่ “ประเภทเงินได้” และ “ค่าใช้จ่ายที่หักได้”
หลายคนอาจคิดว่า
ถ้ารายได้ปีละ 1 ล้านบาทเหมือนกัน ก็น่าจะเสียภาษีเท่ากัน
แต่จริง ๆ แล้วต้องดูต่อว่า 1 ล้านบาทนั้นเป็นเงินได้ประเภทไหน เพราะกฎหมายกำหนดวิธีหักค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน
📌 ลองดูตัวอย่างง่าย ๆ
สมมติแต่ละคนมีรายได้ 1,000,000 บาท/ปี
1️⃣ มนุษย์เงินเดือน — มาตรา 40(1)
หักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
รายได้ 1,000,000
→ หักค่าใช้จ่าย 100,000
→ เหลือ 900,000 บาท ก่อนหักค่าลดหย่อน
---
2️⃣ รับจ้าง/ทำงานให้ — มาตรา 40(2)
โดยหลักหักค่าใช้จ่าย 50% แต่เมื่อรวมกับ 40(1) แล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท
ดังนั้น ถ้ามีทั้งเงินเดือน 40(1) และค่ารับงาน 40(2) ต้องพิจารณาเพดานค่าใช้จ่าย รวมกัน ไม่ใช่แยกได้คนละ 100,000 บาท
---
3️⃣ ร้านอาหาร/ภัตตาคาร — มาตรา 40(8)
รายได้จากการทำกิจการโรงแรม ภัตตาคาร หรือการปรุงอาหาร/เครื่องดื่มจำหน่าย สามารถหักค่าใช้จ่ายเหมา 60%
ถ้ารายได้ 1,000,000 บาท
→ ค่าใช้จ่ายเหมา 600,000 บาท
→ เหลือ 400,000 บาท ก่อนหักค่าลดหย่อน
---
4️⃣ ขายของ — มาตรา 40(8)
การขายของบางลักษณะ เช่น การขายของที่ผู้ขายไม่ได้เป็นผู้ผลิต อยู่ในรายการที่กฎหมายกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายเหมา 60%
ตัวอย่างรายได้ 1,000,000 บาท
→ ค่าใช้จ่ายเหมา 600,000 บาท
→ เหลือ 400,000 บาท ก่อนหักค่าลดหย่อน
แต่ 40(8) ไม่ได้แปลว่าทุกกิจการหัก 60% เหมือนกันหมด เพราะกิจการที่ไม่อยู่ในรายการที่กำหนด อาจต้องใช้ค่าใช้จ่ายจริงตามความจำเป็นและสมควร
---
🎥 แล้ว YouTuber / Influencer ล่ะ?
ตรงนี้น่าสนใจ เพราะคำว่า “YouTuber” ไม่ใช่ประเภทเงินได้ในตัวมันเอง
ต้องดูว่าเงินที่ได้รับมาจากอะไร เช่น
ค่าจ้างทำงาน/รับงาน → ต้องพิจารณาลักษณะเงินได้ตามข้อเท็จจริง
ค่าลิขสิทธิ์ → อาจเข้ามาตรา 40(3)
รายได้จากการขายสินค้า → อาจเข้ามาตรา 40(8)
เช่น เงินได้ 40(3) เฉพาะค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายเหมา 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท หรือเลือกหักตามความจำเป็นและสมควรได้ตามเงื่อนไข
🧮 จำสูตรนี้ไว้ให้ดี
รายได้
⬇️
หักค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้
⬇️
หักค่าลดหย่อน/เงินได้ที่ได้รับยกเว้นตามสิทธิ
⬇️
เหลือเงินได้สุทธิ
⬇️
นำไปคำนวณภาษี
ดังนั้น เวลาได้ยินว่า
> “ปีนี้รายได้ 1 ล้านบาท”
ยังตอบไม่ได้ทันทีว่า ต้องเสียภาษีเท่าไร
เพราะต้องรู้ก่อนว่า
รายได้มาจากอะไร → เงินได้ประเภทไหน → หักค่าใช้จ่ายได้เท่าไร → มีค่าลดหย่อนอะไรบ้าง
💬 ใครมีรายได้หลายทาง เช่น เงินเดือน + ขายของ + Freelance + YouTube/Affiliate ลองแยกรายได้ของตัวเองดูครับว่า แต่ละก้อนเข้าประเภทไหน
หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างเพื่ออธิบาย “การหักค่าใช้จ่าย” ยังไม่ใช่จำนวนภาษีที่ต้องจ่ายจริง เพราะยังมีค่าลดหย่อนและขั้นอัตราภาษีเข้ามาคำนวณต่อ
💰 รายได้เท่ากัน ทำไมภาษีอาจไม่เท่ากัน?
จุดสำคัญอยู่ที่ “ประเภทเงินได้” และ “ค่าใช้จ่ายที่หักได้”
หลายคนอาจคิดว่า
ถ้ารายได้ปีละ 1 ล้านบาทเหมือนกัน ก็น่าจะเสียภาษีเท่ากัน
แต่จริง ๆ แล้วต้องดูต่อว่า 1 ล้านบาทนั้นเป็นเงินได้ประเภทไหน เพราะกฎหมายกำหนดวิธีหักค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน
📌 ลองดูตัวอย่างง่าย ๆ
สมมติแต่ละคนมีรายได้ 1,000,000 บาท/ปี
1️⃣ มนุษย์เงินเดือน — มาตรา 40(1)
หักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
รายได้ 1,000,000
→ หักค่าใช้จ่าย 100,000
→ เหลือ 900,000 บาท ก่อนหักค่าลดหย่อน
---
2️⃣ รับจ้าง/ทำงานให้ — มาตรา 40(2)
โดยหลักหักค่าใช้จ่าย 50% แต่เมื่อรวมกับ 40(1) แล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท
ดังนั้น ถ้ามีทั้งเงินเดือน 40(1) และค่ารับงาน 40(2) ต้องพิจารณาเพดานค่าใช้จ่าย รวมกัน ไม่ใช่แยกได้คนละ 100,000 บาท
---
3️⃣ ร้านอาหาร/ภัตตาคาร — มาตรา 40(8)
รายได้จากการทำกิจการโรงแรม ภัตตาคาร หรือการปรุงอาหาร/เครื่องดื่มจำหน่าย สามารถหักค่าใช้จ่ายเหมา 60%
ถ้ารายได้ 1,000,000 บาท
→ ค่าใช้จ่ายเหมา 600,000 บาท
→ เหลือ 400,000 บาท ก่อนหักค่าลดหย่อน
---
4️⃣ ขายของ — มาตรา 40(8)
การขายของบางลักษณะ เช่น การขายของที่ผู้ขายไม่ได้เป็นผู้ผลิต อยู่ในรายการที่กฎหมายกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายเหมา 60%
ตัวอย่างรายได้ 1,000,000 บาท
→ ค่าใช้จ่ายเหมา 600,000 บาท
→ เหลือ 400,000 บาท ก่อนหักค่าลดหย่อน
แต่ 40(8) ไม่ได้แปลว่าทุกกิจการหัก 60% เหมือนกันหมด เพราะกิจการที่ไม่อยู่ในรายการที่กำหนด อาจต้องใช้ค่าใช้จ่ายจริงตามความจำเป็นและสมควร
---
🎥 แล้ว YouTuber / Influencer ล่ะ?
ตรงนี้น่าสนใจ เพราะคำว่า “YouTuber” ไม่ใช่ประเภทเงินได้ในตัวมันเอง
ต้องดูว่าเงินที่ได้รับมาจากอะไร เช่น
ค่าจ้างทำงาน/รับงาน → ต้องพิจารณาลักษณะเงินได้ตามข้อเท็จจริง
ค่าลิขสิทธิ์ → อาจเข้ามาตรา 40(3)
รายได้จากการขายสินค้า → อาจเข้ามาตรา 40(8)
เช่น เงินได้ 40(3) เฉพาะค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์ หรือสิทธิอย่างอื่น สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายเหมา 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท หรือเลือกหักตามความจำเป็นและสมควรได้ตามเงื่อนไข
🧮 จำสูตรนี้ไว้ให้ดี
รายได้
⬇️
หักค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้
⬇️
หักค่าลดหย่อน/เงินได้ที่ได้รับยกเว้นตามสิทธิ
⬇️
เหลือเงินได้สุทธิ
⬇️
นำไปคำนวณภาษี
ดังนั้น เวลาได้ยินว่า
> “ปีนี้รายได้ 1 ล้านบาท”
ยังตอบไม่ได้ทันทีว่า ต้องเสียภาษีเท่าไร
เพราะต้องรู้ก่อนว่า
รายได้มาจากอะไร → เงินได้ประเภทไหน → หักค่าใช้จ่ายได้เท่าไร → มีค่าลดหย่อนอะไรบ้าง
💬 ใครมีรายได้หลายทาง เช่น เงินเดือน + ขายของ + Freelance + YouTube/Affiliate ลองแยกรายได้ของตัวเองดูครับว่า แต่ละก้อนเข้าประเภทไหน
หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างเพื่ออธิบาย “การหักค่าใช้จ่าย” ยังไม่ใช่จำนวนภาษีที่ต้องจ่ายจริง เพราะยังมีค่าลดหย่อนและขั้นอัตราภาษีเข้ามาคำนวณต่อ