ดูคลิปนี้แล้วเพิ่งเข้าใจค่ะว่า รายได้ของแพทย์ไม่ได้ถูกมองเหมือนกันทั้งหมด เพราะกฎหมายพิจารณาจากลักษณะของเงินได้และการทำงานด้วย
ในคลิปยกตัวอย่างเงินได้ของแพทย์ที่น่าสนใจ 3 ประเภท ได้แก่
1. เงินเดือนจากโรงพยาบาล — เงินได้มาตรา 40(1)
ถ้าเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส หรือเงินที่มีลักษณะเป็นการจ้างงาน จะอยู่ในกลุ่ม 40(1) โดยสามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 50% แต่เมื่อรวมกับเงินได้มาตรา 40(2) แล้ว หักได้ไม่เกิน 100,000 บาท
2. รับจ้างทำงาน/ค่าตอบแทน — เงินได้มาตรา 40(2)
กรณีรับค่าตอบแทนจากการรับจ้างทำงาน ก็อาจเข้ามาตรา 40(2) โดย 40(1) และ 40(2) ใช้เกณฑ์หักค่าใช้จ่าย 50% รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท ไม่ใช่ 100,000 บาทแยกกันคนละประเภทค่ะ
3. วิชาชีพอิสระ เช่น เปิดคลินิก — เงินได้มาตรา 40(6)
กรณีประกอบโรคศิลปะในลักษณะวิชาชีพอิสระ สามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% ของเงินได้ ตามเกณฑ์ที่กำหนด หรือพิจารณาค่าใช้จ่ายตามจริงในกรณีที่กฎหมายเปิดให้เลือกได้
จุดที่น่าสนใจคือ ถ้ารายได้เท่ากัน แต่ประเภทเงินได้ต่างกัน จำนวนค่าใช้จ่ายที่หักได้ก็อาจต่างกัน ทำให้เงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายไม่เท่ากัน และสุดท้ายภาษีที่ต้องจ่ายก็อาจต่างกันด้วย
แต่ไม่ได้หมายความว่าเงินเดือนเสียภาษี 50% หรือรายได้เปิดคลินิกเสียภาษี 60% นะคะ 😅
50% และ 60% เป็นสัดส่วนค่าใช้จ่ายที่นำมาหัก ไม่ใช่อัตราภาษี
หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว จึงนำ เงินได้สุทธิ ไปคำนวณภาษีแบบขั้นบันได โดยปัจจุบันเงินได้สุทธิส่วนที่เกิน 150,000 บาทจะเริ่มเสียภาษีที่ 5% และอัตราสูงสุดอยู่ที่ 35% ตามช่วงเงินได้สุทธิ
เลยสงสัยค่ะว่า แพทย์ที่มีทั้งเงินเดือนจากโรงพยาบาล + ค่าเวร + รายได้จากคลินิกส่วนตัว ควรแยกประเภทเงินได้กันอย่างไรบ้าง? เรื่องนี้น่าจะเป็นจุดที่คนมีรายได้หลายทางต้องระวังมากที่สุด
🩺 รายได้หมอเท่ากัน แต่เสียภาษีไม่เท่ากัน? รู้จักเงินได้ 3 ประเภทที่หมออาจเจอ
ดูคลิปนี้แล้วเพิ่งเข้าใจค่ะว่า รายได้ของแพทย์ไม่ได้ถูกมองเหมือนกันทั้งหมด เพราะกฎหมายพิจารณาจากลักษณะของเงินได้และการทำงานด้วย
ในคลิปยกตัวอย่างเงินได้ของแพทย์ที่น่าสนใจ 3 ประเภท ได้แก่
1. เงินเดือนจากโรงพยาบาล — เงินได้มาตรา 40(1)
ถ้าเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส หรือเงินที่มีลักษณะเป็นการจ้างงาน จะอยู่ในกลุ่ม 40(1) โดยสามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 50% แต่เมื่อรวมกับเงินได้มาตรา 40(2) แล้ว หักได้ไม่เกิน 100,000 บาท
2. รับจ้างทำงาน/ค่าตอบแทน — เงินได้มาตรา 40(2)
กรณีรับค่าตอบแทนจากการรับจ้างทำงาน ก็อาจเข้ามาตรา 40(2) โดย 40(1) และ 40(2) ใช้เกณฑ์หักค่าใช้จ่าย 50% รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท ไม่ใช่ 100,000 บาทแยกกันคนละประเภทค่ะ
3. วิชาชีพอิสระ เช่น เปิดคลินิก — เงินได้มาตรา 40(6)
กรณีประกอบโรคศิลปะในลักษณะวิชาชีพอิสระ สามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% ของเงินได้ ตามเกณฑ์ที่กำหนด หรือพิจารณาค่าใช้จ่ายตามจริงในกรณีที่กฎหมายเปิดให้เลือกได้
จุดที่น่าสนใจคือ ถ้ารายได้เท่ากัน แต่ประเภทเงินได้ต่างกัน จำนวนค่าใช้จ่ายที่หักได้ก็อาจต่างกัน ทำให้เงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายไม่เท่ากัน และสุดท้ายภาษีที่ต้องจ่ายก็อาจต่างกันด้วย
แต่ไม่ได้หมายความว่าเงินเดือนเสียภาษี 50% หรือรายได้เปิดคลินิกเสียภาษี 60% นะคะ 😅
50% และ 60% เป็นสัดส่วนค่าใช้จ่ายที่นำมาหัก ไม่ใช่อัตราภาษี
หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว จึงนำ เงินได้สุทธิ ไปคำนวณภาษีแบบขั้นบันได โดยปัจจุบันเงินได้สุทธิส่วนที่เกิน 150,000 บาทจะเริ่มเสียภาษีที่ 5% และอัตราสูงสุดอยู่ที่ 35% ตามช่วงเงินได้สุทธิ
เลยสงสัยค่ะว่า แพทย์ที่มีทั้งเงินเดือนจากโรงพยาบาล + ค่าเวร + รายได้จากคลินิกส่วนตัว ควรแยกประเภทเงินได้กันอย่างไรบ้าง? เรื่องนี้น่าจะเป็นจุดที่คนมีรายได้หลายทางต้องระวังมากที่สุด