“มะพร้าว” มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cocos nucifera L. อยู่ในวงศ์ Arecaceae ชื่ออื่น เช่น ดุง โดง โพล มะแพร้ว ย่อ หมากอุ๋น หมากอูน coconut
“น้ำมันมะพร้าว” (coconut oil) คือ น้ำมันที่ได้จากการสกัดแยกน้ำมันจากเนื้อผลของต้นมะพร้าว องค์ประกอบทางเคมีในน้ำมันมะพร้าว ประกอบด้วย

กรดไขมันอิ่มตัว (saturated fatty acids) เช่น capric aoid, caproic acid, caprylic aoid, lauric acid, myristic acid

กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว (unsaturated fatty acids) เช่น linoleic acid, oleic acid สารประกอบฟีนอลิก เช่น caffeic acid, catechin, epicatechin, epigallocatechin, ferulic acid, gallic acid

วิตามินอี

มีการศึกษาวิจัยทางคลินิก ถึงประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวต่อผิวและผม คือ

ช่วยป้องกันผมเสียจากการแตกหัก ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว และลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนัง ในผู้ป่วยโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ทารกที่คลอดก่อนกำหนด ผู้สูงอายุที่มีผิวแห้งคัน และผู้ที่มีผิวแห้งจากการใช้แอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ

ช่วยรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ได้ใกล้เคียงกับครีมซิลเวอร์ซัลฟาไดอะซีน 1% แต่ลดความเจ็บปวดจากการทำแผลได้มากกว่า ลดจำนวนครั้งในการล้างแผล และลดการสูญเสียน้ำหรือของเหลวที่ซึมออกทางแผล

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
- ป้องกันผมเสีย ผมชี้ฟู
- ปกป้องผิว เพิ่มเกราะป้องกันผิว
- ยับยั้งเอนไซม์ tyrosinase
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
- ป้องกันแสงแดด
- ต้านเชื้อแบคที่เรียที่ทำให้เกิดสิว
- ต้านอนุมูลอิสระ
- ต้านการอักเสบ
- รักษาแผล

ข้อควรระวัง
น้ำมันมะพร้าวไม่ทำให้เกิดการแพ้ แต่ควรระวังการแพ้และทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวของสารที่เป็นอนุพันธ์ ของน้ำมันมะพร้าวที่ได้จากการทำปฏิกิริยาของกรดไขมันจากน้ำมันมะพร้าวกับสารต่างๆ เช่น caprylio/capric triglyceride, cocamide diethanolamine, cocamidopropyl betaine ซึ่งใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหลายชนิด

ข้อมูลจาก : สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
ที่มา
สถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร
“น้ำมันมะพร้าว” 🥥 กับประโยชน์ต่อผิวและผม
ที่มา สถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร