.
ไอลอว์ ประเดิมเปิด คำให้การเอกราช ช่างเหลา พยานโกงสว. โยงบิ๊กภท. มีเนวินด้วย
.
เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ที่ สำนักงาน กกต. คณะกรรมการการเลือกตั้ง ทั้ง 7 คน ร่วมประชุมเพื่อพิจารณาวาระคดีทุจริตการเลือก ส.ว. ก่อนจะมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญาอย่างเป็นทางการ ในสำนวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 77 ราย จากผู้ถูกร้องทั้งหมด 427 คน
.
ล่าสุด โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ได้เปิดคำให้การของพยานคนที่ 16 คือ นาย
เอกราช ช่างเหล่า
.
โดยระบุข้อความว่า
.
“เปิดคำให้การ “เอกราช ช่างเหลา” พยานรหัสที่ 16/26 ที่ประธาน กกต. กล่าวถึงในการแถลงผลการลงมติของ กกต. ในคดีโกงเลือก สว. จากคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณี การสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่กระทำความผิดฐานอั้งยี่ฯ หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.
.
จากคำให้การมีการกล่าวถึงการประชุมของกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยที่ได้มีการวางแผนและนำเสนอแผนการเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาโดยมีผู้ริเริ่มคือ ภราดร ปริศนานันทกุล ผ่านโปรแกรม offline และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย โดยมี “เนวิน ชิดชอบ” ผู้ถูกกล่าวหาที่ 228 ร่วมประชุมด้วย
.
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำให้การของ เอกราช ช่างหลา ในคดีพิเศษที่ 24/2568 โดยการให้การในคดีอื่น เช่น ข้อมูลที่อยู่ในเอกสารของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 (คณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26) ยังมีรายละเอียดที่มากกว่านี้ เตรียมติดตามต่อไป
.
#NOระบอบสีน้ำเงิน
.
https://www.facebook.com/iLawClub/posts/pfbid0jBAFK6PzFrvPFnC8WeuqTDPGaZMTZ8XrMh7GJ1GJmSPGrwbG5JvLziuHrcNCiAR2l
.
.
เฉลิมพงศ์ จี้รัฐบาล เร่งรัด ทางด่วนพิเศษกะทู้-ป่าตอง คนภูเก็ตรอนาน30ปี ลั่นต้องรีบสร้างเร็วที่สุด
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10398802
.
ภูเก็ต เฉลิมพงศ์ จี้รัฐบาล เร่งเดินหน้าโครงการ ทางด่วนพิเศษกะทู้-ป่าตอง ชาวบ้านรอนานกว่า 30 ปี ลั่น ถึงเวลาต้องลงมือสร้างเร็วที่สุด ยิ่งช้ากระทบ ประชาชน-ท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ จังหวัด
.
14 ก.ย. 69 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการ ทางด่วนพิเศษ กะทู้-ป่าตอง ยังคงเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ที่ชาวภูเก็ตติดตามและรอคอยมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี
.
เนื่องจากปัญหาการเดินทางระหว่างกะทู้และป่าตอง โดยเฉพาะการจราจรบนเส้นทางข้ามเขา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชน นักท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตมาอย่างต่อเนื่อง
.
นาย
เฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน เปิดเผยว่า ได้ติดตามโครงการดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง และเคยตั้งกระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงปรึกษาหารือในสภา หลายครั้ง เพื่อสอบถามความคืบหน้าและเร่งรัดรัฐบาลให้เดินหน้าโครงการ เนื่องจากเห็นว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นอย่างมากต่อจังหวัดภูเก็ต
.
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาโครงการมีความล่าช้า โดยมีการทบทวนและปรับเปลี่ยนรายละเอียดหลายครั้ง ทั้งรูปแบบโครงการ แบบก่อสร้าง โครงสร้างอุโมงค์ ตลอดจนขั้นตอนการจัดหาผู้รับจ้างและการประมูล ซึ่งทุกครั้งหมายถึงระยะเวลาที่ประชาชนต้องรอเพิ่มขึ้น
.
สำหรับแบบที่เคยมีการศึกษาไว้ก่อนหน้านี้ อุโมงค์ลอดเขานาคเกิดเคยกำหนดให้มีความกว้างประมาณ 17.10 เมตร รองรับการจราจร 4 ช่องจราจรต่อทิศทาง และมีความยาวประมาณ 1.85 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงการทางพิเศษกะทู้–ป่าตอง
.
ขณะที่ ช่วงที่ผ่านมา มีการทบทวนรูปแบบโครงการ และล่าสุดมีการปรับลดขนาดอุโมงค์จากประมาณ 17 เมตร เหลือประมาณ 14–14.2 เมตร
.
โดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. ให้เหตุผลว่า เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการก่อสร้าง และควบคุมต้นทุน จากภาวะต้นทุนวัสดุและค่าแรงก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้น โดยระบุว่า การปรับแบบ ช่วยลดค่าก่อสร้างได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท และยังคงจำนวนช่องจราจรตามที่กำหนดไว้
.
นาย
เฉลิมพงศ์ ระบุว่า ไม่ได้คัดค้านการปรับแบบ หากการปรับดังกล่าวมีเหตุผลทางวิศวกรรม มีความปลอดภัย และทำให้โครงการมีความคุ้มค่ากับงบประมาณของประชาชน แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องชี้แจงให้ชัดเจน คือกระบวนการทบทวนแบบ การเปลี่ยนรูปแบบ และการแก้ไขรายละเอียดต่างๆ ที่ผ่านมา ใช้เวลาไปเท่าใด และส่งผลให้โครงการล่าช้าออกไปมากน้อยเพียงใด
.
นาย
เฉลิมพงศ์ ระบุอีกว่า สำหรับประชาชน การปรับแบบไม่ได้หมายถึงเพียงการแก้ไขเอกสาร แต่หมายถึงระยะเวลาที่ คนภูเก็ตต้องรอถนนเพิ่มขึ้น ต้องเสียเวลาเดินทาง แบกรับต้นทุนการเดินทาง และยังต้องเผชิญกับปัญหาการจราจรบนเส้นทางเดิมต่อไป
.
ล่าสุด กทพ. มีแนวทางเร่งผลักดันโครงการอีกครั้ง พร้อมปรับรายละเอียดโครงการและลดค่าผ่านทาง โดยมีแนวทางให้ค่าผ่านทางเริ่มต้นประมาณ 10 บาท สำหรับรถจักรยานยนต์ และ 20 บาท สำหรับรถยนต์ 4 ล้อ ขณะที่ อุโมงค์จะช่วยลดเวลาเดินทางข้ามเขาจากประมาณ 30 นาที เหลือประมาณ 5 นาที
.
นาย
เฉลิมพงศ์ กล่าวว่า ยินดีที่โครงการกำลังกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง และเห็นด้วยกับการกำหนดค่าผ่านทางในระดับที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ เพราะทางพิเศษกะทู้–ป่าตองไม่ควรเป็นโครงการที่อำนวยความสะดวกเฉพาะนักท่องเที่ยวหรือภาคธุรกิจ แต่ต้องเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่คนภูเก็ตสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง และไม่เป็นภาระเกินไป
.
ทั้งนี้ ได้ฝากถึงรัฐบาลว่า ไม่ควรปล่อยให้โครงการกลับเข้าสู่วงจรเดิม หากแบบใหม่มีความเหมาะสม มีความปลอดภัย และสามารถลดต้นทุนได้จริง ขอให้เดินหน้าต่อโดยเร็ว ทั้งขั้นตอนการอนุมัติ การประมูล และการก่อสร้าง พร้อมกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้
.
“
รัฐบาลต้องตอบประชาชนให้ได้ว่า เมื่อไรจะประมูล เมื่อไรจะเริ่มก่อสร้าง และเมื่อไรคนภูเก็ตจะได้ใช้ทางพิเศษเส้นนี้จริง ๆ”
.
นาย
เฉลิมพงศ์ ย้ำว่า วันนี้ไม่ควรกลับไปถกเถียงกันอีกว่าจะสร้างหรือไม่สร้าง แต่ควรเหลือเพียงคำถามว่า จะทำอย่างไรให้โครงการสร้างได้เร็วที่สุด ปลอดภัยที่สุด คุ้มค่าที่สุด และประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุด พร้อมยืนยันว่า จะติดตามเรื่องนี้ต่อไปในสภาผู้แทนราษฎร และตรวจสอบความคืบหน้าของโครงการอย่างต่อเนื่อง
.
“
ทางด่วนกะทู้–ป่าตอง ไม่ใช่เพียงเมกะโปรเจกต์ด้านคมนาคม แต่คือโครงสร้างพื้นฐานที่คนภูเก็ตรอคอยมาหลายสิบปี ถึงเวลาที่คำว่า “จะสร้าง” ต้องเปลี่ยนเป็น “ลงมือสร้าง” และต้องทำให้เกิดขึ้นจริงเสียที”
.
.
ทรัมป์เมินเสียงเตือนภัยเอไอ ชี้สหรัฐมี “เกราะป้องกัน” พร้อมสกัดความเสี่ยง
https://www.dailynews.co.th/news/6190303/
.
ผู้นำสหรัฐลดทอนความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากเอไอ หลังผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา โดยมองว่า สหรัฐมีมาตรการรับมือเพียงพอ และการชะลอเอไออาจทำให้จีนได้เปรียบ
.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดี
โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันมีมาตรการและ “
เกราะป้องกัน” สำหรับกำกับดูแลและดำเนินคดีกับบริษัทปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ ) อยู่แล้ว พร้อมลดทอนความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการพัฒนาเอไอ
.
ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังผู้บริหารบริษัทเอไอรายใหญ่หลายแห่งเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนาเทคโนโลยี เนื่องจากเกรงว่า เอไอที่มีความก้าวหน้ามากขึ้นอาจถูกนำไปใช้ในทางที่เป็นอันตราย
.
ทรัมป์โพสต์ผ่านทรูธ โซเชียลว่า สิ่งเดียวที่เอไอต้องการ คือประธานาธิบดีที่ “
เข้มแข็งและฉลาด” หรือ “
มีไอคิวสูง” พร้อมเตือนว่า การตั้งข้อสงสัยต่อการพัฒนาเอไอ อาจเปิดโอกาสให้จีนได้เปรียบสหรัฐ
.
ด้านนาย
ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวว่า ทรัมป์คาดว่าจะพบหารือกับผู้บริหารบริษัทเอไอรายใหญ่ภายในสัปดาห์นี้หรือต้นสัปดาห์หน้า เพื่อหารือเรื่องความปลอดภัยและบทบาทของรัฐบาลในการกำกับดูแล
.
ขณะที่นาย
เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจที่บริษัทเอไอหลายแห่งเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาควบคุมอุตสาหกรรม ซึ่ง
ทรัมป์ระบุว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็น “
เรื่องหลอกลวง”
.
ทั้งนี้ นี้ นาย
ดาริโอ อโมเดอี ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ( ซีอีโอ ) ของแอนโทรปิก เสนอให้รัฐบาลสหรัฐออกกฎกำหนดให้มีการตรวจสอบโมเดลเอไอขั้นสูงโดยหน่วยงานอิสระ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
.
ข้อเสนอดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารบริษัทเอไอรายใหญ่ รวมถึงนาย
อีลอน มัสก์ แห่งเอ็กซ์เอไอ และนาย
แซม อัลต์แมน แห่งโอเพนเอไอ
.
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลมีข้อพิพาทกับแอนโทรปิกเกี่ยวกับการใช้เอไอในภารกิจทางทหาร หลังบริษัทปฏิเสธที่จะอนุญาตให้กองทัพสหรัฐใช้โมเดล “
คล็อด” เพื่อการสอดส่องภายในประเทศหรือการใช้อาวุธอัตโนมัติ
.
กระทรวงกลาโหมสหรัฐจึงระงับการทำสัญญาบางส่วนกับแอนโทรปิก ขณะที่บริษัทฟ้องรัฐบาลต่อศาลในรัฐแคลิฟอร์เนีย และผู้พิพากษาสหรัฐมีคำตัดสินเข้าข้างแอนโทรปิกในคดีหนึ่ง เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา.
JJNY : ไอลอว์ประเดิมเปิดคำให้การเอกราช│เฉลิมพงศ์จี้เร่งรัดทางด่วนกะทู้-ป่าตอง│ทรัมป์เมินเสียงเตือนภัยเอไอ│57 จว.ฝนถล่ม
https://www.matichon.co.th/politics/news_5889081
.
ไอลอว์ ประเดิมเปิด คำให้การเอกราช ช่างเหลา พยานโกงสว. โยงบิ๊กภท. มีเนวินด้วย
.
เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ที่ สำนักงาน กกต. คณะกรรมการการเลือกตั้ง ทั้ง 7 คน ร่วมประชุมเพื่อพิจารณาวาระคดีทุจริตการเลือก ส.ว. ก่อนจะมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญาอย่างเป็นทางการ ในสำนวนการไต่สวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 77 ราย จากผู้ถูกร้องทั้งหมด 427 คน
.
ล่าสุด โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ได้เปิดคำให้การของพยานคนที่ 16 คือ นายเอกราช ช่างเหล่า
.
โดยระบุข้อความว่า
.
“เปิดคำให้การ “เอกราช ช่างเหลา” พยานรหัสที่ 16/26 ที่ประธาน กกต. กล่าวถึงในการแถลงผลการลงมติของ กกต. ในคดีโกงเลือก สว. จากคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณี การสมคบกันในความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่กระทำความผิดฐานอั้งยี่ฯ หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว.
.
จากคำให้การมีการกล่าวถึงการประชุมของกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยที่ได้มีการวางแผนและนำเสนอแผนการเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาโดยมีผู้ริเริ่มคือ ภราดร ปริศนานันทกุล ผ่านโปรแกรม offline และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย โดยมี “เนวิน ชิดชอบ” ผู้ถูกกล่าวหาที่ 228 ร่วมประชุมด้วย
.
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคำให้การของ เอกราช ช่างหลา ในคดีพิเศษที่ 24/2568 โดยการให้การในคดีอื่น เช่น ข้อมูลที่อยู่ในเอกสารของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26 (คณะไต่สวนฯ ชุดที่ 26) ยังมีรายละเอียดที่มากกว่านี้ เตรียมติดตามต่อไป
.
#NOระบอบสีน้ำเงิน
.
https://www.facebook.com/iLawClub/posts/pfbid0jBAFK6PzFrvPFnC8WeuqTDPGaZMTZ8XrMh7GJ1GJmSPGrwbG5JvLziuHrcNCiAR2l
.
.
เฉลิมพงศ์ จี้รัฐบาล เร่งรัด ทางด่วนพิเศษกะทู้-ป่าตอง คนภูเก็ตรอนาน30ปี ลั่นต้องรีบสร้างเร็วที่สุด
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10398802
.
ภูเก็ต เฉลิมพงศ์ จี้รัฐบาล เร่งเดินหน้าโครงการ ทางด่วนพิเศษกะทู้-ป่าตอง ชาวบ้านรอนานกว่า 30 ปี ลั่น ถึงเวลาต้องลงมือสร้างเร็วที่สุด ยิ่งช้ากระทบ ประชาชน-ท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ จังหวัด
.
14 ก.ย. 69 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการ ทางด่วนพิเศษ กะทู้-ป่าตอง ยังคงเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ที่ชาวภูเก็ตติดตามและรอคอยมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี
.
เนื่องจากปัญหาการเดินทางระหว่างกะทู้และป่าตอง โดยเฉพาะการจราจรบนเส้นทางข้ามเขา ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชน นักท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตมาอย่างต่อเนื่อง
.
นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน เปิดเผยว่า ได้ติดตามโครงการดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง และเคยตั้งกระทู้ถามในสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงปรึกษาหารือในสภา หลายครั้ง เพื่อสอบถามความคืบหน้าและเร่งรัดรัฐบาลให้เดินหน้าโครงการ เนื่องจากเห็นว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นอย่างมากต่อจังหวัดภูเก็ต
.
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาโครงการมีความล่าช้า โดยมีการทบทวนและปรับเปลี่ยนรายละเอียดหลายครั้ง ทั้งรูปแบบโครงการ แบบก่อสร้าง โครงสร้างอุโมงค์ ตลอดจนขั้นตอนการจัดหาผู้รับจ้างและการประมูล ซึ่งทุกครั้งหมายถึงระยะเวลาที่ประชาชนต้องรอเพิ่มขึ้น
.
สำหรับแบบที่เคยมีการศึกษาไว้ก่อนหน้านี้ อุโมงค์ลอดเขานาคเกิดเคยกำหนดให้มีความกว้างประมาณ 17.10 เมตร รองรับการจราจร 4 ช่องจราจรต่อทิศทาง และมีความยาวประมาณ 1.85 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงการทางพิเศษกะทู้–ป่าตอง
.
ขณะที่ ช่วงที่ผ่านมา มีการทบทวนรูปแบบโครงการ และล่าสุดมีการปรับลดขนาดอุโมงค์จากประมาณ 17 เมตร เหลือประมาณ 14–14.2 เมตร
.
โดยการทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. ให้เหตุผลว่า เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการก่อสร้าง และควบคุมต้นทุน จากภาวะต้นทุนวัสดุและค่าแรงก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้น โดยระบุว่า การปรับแบบ ช่วยลดค่าก่อสร้างได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท และยังคงจำนวนช่องจราจรตามที่กำหนดไว้
.
นายเฉลิมพงศ์ ระบุว่า ไม่ได้คัดค้านการปรับแบบ หากการปรับดังกล่าวมีเหตุผลทางวิศวกรรม มีความปลอดภัย และทำให้โครงการมีความคุ้มค่ากับงบประมาณของประชาชน แต่สิ่งที่รัฐบาลต้องชี้แจงให้ชัดเจน คือกระบวนการทบทวนแบบ การเปลี่ยนรูปแบบ และการแก้ไขรายละเอียดต่างๆ ที่ผ่านมา ใช้เวลาไปเท่าใด และส่งผลให้โครงการล่าช้าออกไปมากน้อยเพียงใด
.
นายเฉลิมพงศ์ ระบุอีกว่า สำหรับประชาชน การปรับแบบไม่ได้หมายถึงเพียงการแก้ไขเอกสาร แต่หมายถึงระยะเวลาที่ คนภูเก็ตต้องรอถนนเพิ่มขึ้น ต้องเสียเวลาเดินทาง แบกรับต้นทุนการเดินทาง และยังต้องเผชิญกับปัญหาการจราจรบนเส้นทางเดิมต่อไป
.
ล่าสุด กทพ. มีแนวทางเร่งผลักดันโครงการอีกครั้ง พร้อมปรับรายละเอียดโครงการและลดค่าผ่านทาง โดยมีแนวทางให้ค่าผ่านทางเริ่มต้นประมาณ 10 บาท สำหรับรถจักรยานยนต์ และ 20 บาท สำหรับรถยนต์ 4 ล้อ ขณะที่ อุโมงค์จะช่วยลดเวลาเดินทางข้ามเขาจากประมาณ 30 นาที เหลือประมาณ 5 นาที
.
นายเฉลิมพงศ์ กล่าวว่า ยินดีที่โครงการกำลังกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง และเห็นด้วยกับการกำหนดค่าผ่านทางในระดับที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ เพราะทางพิเศษกะทู้–ป่าตองไม่ควรเป็นโครงการที่อำนวยความสะดวกเฉพาะนักท่องเที่ยวหรือภาคธุรกิจ แต่ต้องเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่คนภูเก็ตสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง และไม่เป็นภาระเกินไป
.
ทั้งนี้ ได้ฝากถึงรัฐบาลว่า ไม่ควรปล่อยให้โครงการกลับเข้าสู่วงจรเดิม หากแบบใหม่มีความเหมาะสม มีความปลอดภัย และสามารถลดต้นทุนได้จริง ขอให้เดินหน้าต่อโดยเร็ว ทั้งขั้นตอนการอนุมัติ การประมูล และการก่อสร้าง พร้อมกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้
.
“รัฐบาลต้องตอบประชาชนให้ได้ว่า เมื่อไรจะประมูล เมื่อไรจะเริ่มก่อสร้าง และเมื่อไรคนภูเก็ตจะได้ใช้ทางพิเศษเส้นนี้จริง ๆ”
.
นายเฉลิมพงศ์ ย้ำว่า วันนี้ไม่ควรกลับไปถกเถียงกันอีกว่าจะสร้างหรือไม่สร้าง แต่ควรเหลือเพียงคำถามว่า จะทำอย่างไรให้โครงการสร้างได้เร็วที่สุด ปลอดภัยที่สุด คุ้มค่าที่สุด และประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุด พร้อมยืนยันว่า จะติดตามเรื่องนี้ต่อไปในสภาผู้แทนราษฎร และตรวจสอบความคืบหน้าของโครงการอย่างต่อเนื่อง
.
“ทางด่วนกะทู้–ป่าตอง ไม่ใช่เพียงเมกะโปรเจกต์ด้านคมนาคม แต่คือโครงสร้างพื้นฐานที่คนภูเก็ตรอคอยมาหลายสิบปี ถึงเวลาที่คำว่า “จะสร้าง” ต้องเปลี่ยนเป็น “ลงมือสร้าง” และต้องทำให้เกิดขึ้นจริงเสียที”
.
.
ทรัมป์เมินเสียงเตือนภัยเอไอ ชี้สหรัฐมี “เกราะป้องกัน” พร้อมสกัดความเสี่ยง
https://www.dailynews.co.th/news/6190303/
.
ผู้นำสหรัฐลดทอนความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากเอไอ หลังผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา โดยมองว่า สหรัฐมีมาตรการรับมือเพียงพอ และการชะลอเอไออาจทำให้จีนได้เปรียบ
.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันมีมาตรการและ “เกราะป้องกัน” สำหรับกำกับดูแลและดำเนินคดีกับบริษัทปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ ) อยู่แล้ว พร้อมลดทอนความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการพัฒนาเอไอ
.
ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังผู้บริหารบริษัทเอไอรายใหญ่หลายแห่งเรียกร้องให้ชะลอการพัฒนาเทคโนโลยี เนื่องจากเกรงว่า เอไอที่มีความก้าวหน้ามากขึ้นอาจถูกนำไปใช้ในทางที่เป็นอันตราย
.
ทรัมป์โพสต์ผ่านทรูธ โซเชียลว่า สิ่งเดียวที่เอไอต้องการ คือประธานาธิบดีที่ “เข้มแข็งและฉลาด” หรือ “มีไอคิวสูง” พร้อมเตือนว่า การตั้งข้อสงสัยต่อการพัฒนาเอไอ อาจเปิดโอกาสให้จีนได้เปรียบสหรัฐ
.
ด้านนายไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวว่า ทรัมป์คาดว่าจะพบหารือกับผู้บริหารบริษัทเอไอรายใหญ่ภายในสัปดาห์นี้หรือต้นสัปดาห์หน้า เพื่อหารือเรื่องความปลอดภัยและบทบาทของรัฐบาลในการกำกับดูแล
.
ขณะที่นายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า รู้สึกแปลกใจที่บริษัทเอไอหลายแห่งเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาควบคุมอุตสาหกรรม ซึ่งทรัมป์ระบุว่าข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็น “เรื่องหลอกลวง”
.
ทั้งนี้ นี้ นายดาริโอ อโมเดอี ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ( ซีอีโอ ) ของแอนโทรปิก เสนอให้รัฐบาลสหรัฐออกกฎกำหนดให้มีการตรวจสอบโมเดลเอไอขั้นสูงโดยหน่วยงานอิสระ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
.
ข้อเสนอดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหารบริษัทเอไอรายใหญ่ รวมถึงนายอีลอน มัสก์ แห่งเอ็กซ์เอไอ และนายแซม อัลต์แมน แห่งโอเพนเอไอ
.
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวว่า รัฐบาลมีข้อพิพาทกับแอนโทรปิกเกี่ยวกับการใช้เอไอในภารกิจทางทหาร หลังบริษัทปฏิเสธที่จะอนุญาตให้กองทัพสหรัฐใช้โมเดล “คล็อด” เพื่อการสอดส่องภายในประเทศหรือการใช้อาวุธอัตโนมัติ
.
กระทรวงกลาโหมสหรัฐจึงระงับการทำสัญญาบางส่วนกับแอนโทรปิก ขณะที่บริษัทฟ้องรัฐบาลต่อศาลในรัฐแคลิฟอร์เนีย และผู้พิพากษาสหรัฐมีคำตัดสินเข้าข้างแอนโทรปิกในคดีหนึ่ง เมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมา.