[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ KEY POINTS
- ประชาชนที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์ต้องเลือกระหว่างการรับเงินอุดหนุนจากรัฐ 50,000 บาท หรือการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 200,000 บาท โดยไม่สามารถใช้สิทธิ์ทั้งสองอย่างร่วมกันได้
- โครงการโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนที่ให้เงินอุดหนุน 50,000 บาท มีแพ็กเกจมาตรฐานราคา 140,000 บาท และมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารรัฐรองรับ
- สิทธิลดหย่อนภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา สามารถนำค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปไปลดหย่อนได้ตามจริงสูงสุด 200,000 บาท ซึ่งเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่รับเงินอุดหนุน
รัฐบาลเดินหน้าโครงการโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน เป้าหมายสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 1 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ ภายใต้กรอบการช่วยเหลือจากภาครัฐที่อุดหนุนเงินจำนวน 50,000 บาทต่อหลังคาเรือน
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการติดตั้ง Solar Rooftop ในบ้านอยู่อาศัย สำหรับบุคคลธรรมดา สามารถนำไปลดหย่อนภาษีค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งได้ตามทีจ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2571
อย่างไรก็ตาม หากประชาชนต้องการเข้าร่วมโครงการโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน ที่ได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐ 50,000 บาท ในการติดตั้ง จะไม่สามารถขอใช้สิทธิการลดหย่อนภาษีได้ โดยประชาชนต้องเลือกเข้าร่วมโครงการใดโครงการหนึ่งเท่านั้น
“ถ้าประชาชนเลือกใช้สิทธิส่วนเงินอุดหนุนจากภาครัฐ 50,000 บาท จะไม่เข้าเงื่อนไขการขอใช้สิทธิลดหย่อนภาษีก่อนหน้านี้ ประชาชนจะต้องเลือกรับสิทธิ์อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น และไม่สามารถใช้สิทธิ์ทั้งสองรูปแบบร่วมกันได้”
สำหรับโครงการโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน รัฐบาลได้กำหนดแพ็กเกจมาตรฐานราคา 140,000 บาท สำหรับอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานผ่านการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แต่หากประชาชนอยากใช้อุปกรณ์ที่ดีขึ้นและยอมจ่ายเพิ่มก็สามารถทำได้ โดยรัฐบาลจะช่วยค่าติดตั้งที่ 50,000 บาทต่อหลังคาเรือนเช่นกัน
ทั้งนี้ ยังมีสินเชื่อในการสนับสนุนค่าติดตั้งส่วนที่เหลือ ทั้ง 3 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารออมสิน, ธอส. , และ ธ.ก.ส. จะมีเงื่อนไขเดียวกันในการปล่อยกู้สินเชื่อ คือ ดอกเบี้ย 2.5% ระยะเวลา 7 ปี และไม่ได้ดูที่เครดิตผู้กู้ เนื่องจากหลักประกันคือระบบโซลาร์ทั้งหมดที่สามารถทำไฟแนนซ์ตัวเองได้ ทำให้ความเสี่ยงของธนาคารมีน้อย
โดนประชาชนไม่ต้องจ่ายเงินก้อนแรกในการติดตั้ง ซึ่งธนาคารจะปล่อยกู้เต็มจำนวน 140,000 บาท เพื่อจ่ายค่าอุปกรณ์และติดตั้งไปก่อน จากนั้นธนาคารจะไปเบิกเงินอุดหนุน 50,000 บาทจากรัฐบาล มาหักลบยอดหนี้ให้โดยอัตโนมัติ ทำให้ประชาชนเหลือยอดหนี้ที่ต้องผ่อนชำระจริงเพียง 90,000 บาท
นายลวรณ กล่าวยกตัวอย่างว่า หากเรามีค่าไฟปกติ 4,000 บาทต่อเดือน เมื่อติดโซลาร์ 5 กิโลวัตต์ ใช้กลางวัน 40% จะประหยัดไปกว่า 1,100 บาท ส่วนอีก 60% ขายคืนที่ราคา 2.20 บาท จะได้อีกกว่า 700 บาท รวมประหยัดได้ 1,800 บาท ทำให้บิลค่าไฟเหลือ 2,200 บาท
ทั้งนี้ เมื่อนำไปรวมกับค่าผ่อนรายเดือนอีกประมาณ 1,100 บาท จะรวมเป็น 3,200 - 3,300 บาท เทียบกับค่าไฟเดิม 4,000 บาท ประชาชนจะเซฟเงินได้ 700 บาททันที
ขณะเดียวกัน เมื่อผ่อนครบ 7 ปี ก็ไม่ต้องจ่าย 1,100 บาทให้แบงก์อีก เงินส่วนนี้จะกลับมาที่เจ้าของบ้านเต็มที่ ทั้งนี้ ระหว่าง 7 ปีที่ผ่อนธนาคาร จะมีการรับประกันและมาทำความสะอาด (Maintenance) แผงให้ด้วยเพื่อให้คุณภาพดีตลอดเวลา
นายลวรณ กล่าวว่า ด้านการดำเนินการ ปัจจุบันมีผู้รับเหมา (Vendor) ในระบบการไฟฟ้าประมาณ 400 ราย ซึ่งครอบคลุมทั่วประเทศ โดยแต่ละรายกำลังเพิ่มจำนวนทีมติดตั้ง เช่น จาก 3 ทีมเป็น 5-10 ทีม เพื่อมารองรับโอกาสนี้ โดย 1 ทีมใช้เวลา 3 วัน สามารถติดตั้งได้สูงสุด 11,000 หลังต่อเดือน ที่สำคัญประชาชนสามารถเลือกผู้รับเหมาได้เอง
โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ของการไฟฟ้านครหลวง,การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ Walk-in โดยต้องใช้ชื่อเจ้าของมิเตอร์เป็นหลัก หากไม่ใช่เจ้าของต้องไปดำเนินการเปลี่ยนชื่อให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งจะให้ 1 สิทธิ์ต่อ 1 มิเตอร์ และมีระบบกลางตรวจสอบเพื่อป้องกันการปล่อยสินเชื่อซ้ำซ้อน
https://www.thansettakij.com/economy/672424
คลังแจงชัดติดโซลาร์ รัฐอุดหนุน 5 หมื่นบาท ใช้สิทธิลดหย่อนภาษี 2 แสนไม่ได้
รัฐบาลเดินหน้าโครงการโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน เป้าหมายสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 1 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ ภายใต้กรอบการช่วยเหลือจากภาครัฐที่อุดหนุนเงินจำนวน 50,000 บาทต่อหลังคาเรือน
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการติดตั้ง Solar Rooftop ในบ้านอยู่อาศัย สำหรับบุคคลธรรมดา สามารถนำไปลดหย่อนภาษีค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งได้ตามทีจ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2571
อย่างไรก็ตาม หากประชาชนต้องการเข้าร่วมโครงการโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน ที่ได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐ 50,000 บาท ในการติดตั้ง จะไม่สามารถขอใช้สิทธิการลดหย่อนภาษีได้ โดยประชาชนต้องเลือกเข้าร่วมโครงการใดโครงการหนึ่งเท่านั้น
“ถ้าประชาชนเลือกใช้สิทธิส่วนเงินอุดหนุนจากภาครัฐ 50,000 บาท จะไม่เข้าเงื่อนไขการขอใช้สิทธิลดหย่อนภาษีก่อนหน้านี้ ประชาชนจะต้องเลือกรับสิทธิ์อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น และไม่สามารถใช้สิทธิ์ทั้งสองรูปแบบร่วมกันได้”
สำหรับโครงการโซลาร์เซลล์ภาคประชาชน รัฐบาลได้กำหนดแพ็กเกจมาตรฐานราคา 140,000 บาท สำหรับอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานผ่านการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แต่หากประชาชนอยากใช้อุปกรณ์ที่ดีขึ้นและยอมจ่ายเพิ่มก็สามารถทำได้ โดยรัฐบาลจะช่วยค่าติดตั้งที่ 50,000 บาทต่อหลังคาเรือนเช่นกัน
ทั้งนี้ ยังมีสินเชื่อในการสนับสนุนค่าติดตั้งส่วนที่เหลือ ทั้ง 3 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารออมสิน, ธอส. , และ ธ.ก.ส. จะมีเงื่อนไขเดียวกันในการปล่อยกู้สินเชื่อ คือ ดอกเบี้ย 2.5% ระยะเวลา 7 ปี และไม่ได้ดูที่เครดิตผู้กู้ เนื่องจากหลักประกันคือระบบโซลาร์ทั้งหมดที่สามารถทำไฟแนนซ์ตัวเองได้ ทำให้ความเสี่ยงของธนาคารมีน้อย
โดนประชาชนไม่ต้องจ่ายเงินก้อนแรกในการติดตั้ง ซึ่งธนาคารจะปล่อยกู้เต็มจำนวน 140,000 บาท เพื่อจ่ายค่าอุปกรณ์และติดตั้งไปก่อน จากนั้นธนาคารจะไปเบิกเงินอุดหนุน 50,000 บาทจากรัฐบาล มาหักลบยอดหนี้ให้โดยอัตโนมัติ ทำให้ประชาชนเหลือยอดหนี้ที่ต้องผ่อนชำระจริงเพียง 90,000 บาท
นายลวรณ กล่าวยกตัวอย่างว่า หากเรามีค่าไฟปกติ 4,000 บาทต่อเดือน เมื่อติดโซลาร์ 5 กิโลวัตต์ ใช้กลางวัน 40% จะประหยัดไปกว่า 1,100 บาท ส่วนอีก 60% ขายคืนที่ราคา 2.20 บาท จะได้อีกกว่า 700 บาท รวมประหยัดได้ 1,800 บาท ทำให้บิลค่าไฟเหลือ 2,200 บาท
ทั้งนี้ เมื่อนำไปรวมกับค่าผ่อนรายเดือนอีกประมาณ 1,100 บาท จะรวมเป็น 3,200 - 3,300 บาท เทียบกับค่าไฟเดิม 4,000 บาท ประชาชนจะเซฟเงินได้ 700 บาททันที
ขณะเดียวกัน เมื่อผ่อนครบ 7 ปี ก็ไม่ต้องจ่าย 1,100 บาทให้แบงก์อีก เงินส่วนนี้จะกลับมาที่เจ้าของบ้านเต็มที่ ทั้งนี้ ระหว่าง 7 ปีที่ผ่อนธนาคาร จะมีการรับประกันและมาทำความสะอาด (Maintenance) แผงให้ด้วยเพื่อให้คุณภาพดีตลอดเวลา
นายลวรณ กล่าวว่า ด้านการดำเนินการ ปัจจุบันมีผู้รับเหมา (Vendor) ในระบบการไฟฟ้าประมาณ 400 ราย ซึ่งครอบคลุมทั่วประเทศ โดยแต่ละรายกำลังเพิ่มจำนวนทีมติดตั้ง เช่น จาก 3 ทีมเป็น 5-10 ทีม เพื่อมารองรับโอกาสนี้ โดย 1 ทีมใช้เวลา 3 วัน สามารถติดตั้งได้สูงสุด 11,000 หลังต่อเดือน ที่สำคัญประชาชนสามารถเลือกผู้รับเหมาได้เอง
โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ของการไฟฟ้านครหลวง,การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ Walk-in โดยต้องใช้ชื่อเจ้าของมิเตอร์เป็นหลัก หากไม่ใช่เจ้าของต้องไปดำเนินการเปลี่ยนชื่อให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งจะให้ 1 สิทธิ์ต่อ 1 มิเตอร์ และมีระบบกลางตรวจสอบเพื่อป้องกันการปล่อยสินเชื่อซ้ำซ้อน
https://www.thansettakij.com/economy/672424