ปชน. ยื่นญัตติด่วน ชงตั้งกมธ.วิสามัญปฏิรูป 4 กองทุน เตือนอย่าหักพร้าด้วยเข่า หลังภาคปชช.แห่ค้าน
https://www.matichon.co.th/politics/news_5952829
.
.
‘สส.ปชน.’ ยื่นญัตติด่วนถึงประธานสภา ชงตั้งกมธ.วิสามัญศึกษากฎหมายปฏิรูป 4 กองทุน รื้อเงินภาษีบาป ชี้กระทบวงกว้าง ไร้มาตรการรองรับ เกิดช่องว่างทำเงิน 1.4 หมื่นล้านหายจากระบบ เตือนอย่าหักด้ามพร้าด้วยเข่า หลังภาคประชาชน-ผลประชาพิจารณ์แห่ค้าน โยน ‘เอกภพ’ ตอบปมดันสุดตัวแก้กฎหมาย พร้อมถามวันนี้เข้าแจงกมธ.ในฐานะอะไร
.
เมื่อเวลา 11.45 น. ที่รัฐสภา น.ส.
ณัฐยา บุญภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วย ส.ส.พรรคประชาชน แถลงข่าวพรรคประชาชนจะเสนอญัตติด่วนต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางปฏิรูปกฎหมาย 3 กองทุน และ 1 องค์กร คือกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ
.
น.ส.
ณัฐยา กล่าวต่อว่า ช่วงเดือนที่ผ่านมามี ส.ส. ได้เสนอร่างแก้ไขพ.ร.บ.4 ฉบับ เปลี่ยนจากการรับเงินบำรุงจากภาษีบาป มาเป็นการขอรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน ด้วยเหตุผลว่าอยากรักษาวินัยการเงินการคลังตามนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา แต่พรรคประชาชนเห็นว่าการขอแก้ไขพ.ร.บ.ทั้ง 4 ฉบับก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง คือ 1.กระทบต่อความต่อเนื่องของงานดูแลกลุ่มเปราะบาง 2.ความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ 3.งานควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ ซึ่งต้องชนกับธุรกิจหรืออุตสาหกรรมใหญ่ๆ อยู่เป็นประจำ
.
“
หากไม่มีงบประมาณที่แน่นอนและต่อเนื่อง ก็จะกระทบกับการดำเนินงานในการคุ้มครองประชาชน กระทบต่อภาระการคลังระยะยาว จึงควรมีการประเมินอย่างรอบคอบว่า จะคุ้มกันหรือไม่ หากเปลี่ยนแหล่งงบประมาณ รวมถึงเรื่องของความไม่แน่นอนว่า ถ้าแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับในครั้งนี้แล้ว โดยที่ยังไม่มีมาตรการหรือกลไกทางกฎหมายอื่นมารับประกันให้เกิดความแน่ใจว่างบฯ ส่วนที่เป็นส่วนเก็บเพิ่ม ราวปีละ 1.4 หมื่นล้านบาทนี้ จะไม่หายไปจากระบบ ซึ่งตรงนี้ ถ้าหากมีรอยต่อเกิดขึ้น หรือมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นก็อาจจะกลายเป็นความสูญเสียร่วมกันของสังคม” น.ส.
ณัฐยา กล่าว
.
น.ส.
ณัฐยา กล่าวต่อว่า การเปลี่ยนแปลงที่มาของงบฯไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องความโปร่งใส เป็นเรื่องอำนาจบริหาร อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากองทุนเหล่านี้มีทั้งนายกรัฐมนตรี รองนายกฯ รัฐมนตรี กำกับดูแลอยู่แล้ว ซึ่งสามารถใช้อำนาจบริหารในการยกระดับธรรมาภิบาล หรือการดำเนินงานของหน่วยงานได้โดยตรง โดยไม่ต้องไปแก้กฎหมายให้เป็นหน่วยงานที่ขอรับงบฯ รายปี ที่สำคัญผลการรับฟังความเห็นต่อการแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับก่อนหน้านี้ก็พบว่า มากกว่า 60-80% ไม่เห็นด้วยให้มีการแก้ไขแหล่งที่มาของงบฯ ดังกล่าว รวมถึงช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ภาคประชาชนรวมกลุ่มกันไปยื่นหนังสือแสดงจุดยืนคัดค้าน เราจึงไม่อยากเห็นสถานการณ์ฝ่ายนิติบัญญัติที่อยากจะเสนอกฎหมายนี้เดินหน้าต่อโดยไม่ฟังเสียงของประชาชน จึงยื่นญัตติด่วนต่อประธานสภาฯ เพื่อขอตั้งกมธ.วิสามัญศึกษาเรื่องนี้ให้ตกผลึกข้อเสนอที่เหมาะสมกับการปฏิรูปกองทุนต่างๆ ไม่ใช้อำนาจนิติบัญญัติในการออกกฎหมายแบบหักด้ามพร้าด้วยเข่า
.
เมื่อถามถึง ความเห็นต่อกรณีในช่วงที่ผ่านมาเกิดการโต้เถียงกันไปมาระหว่างผู้ไม่เห็นด้วยกับการแก้กฎหมายเปลี่ยนการรับงบจากภาษีบาป มาเป็นขอรับงบรายจ่ายประจำปี กับ นาย
เอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่อดีตเคยสนับสนุนบุหรี่ และออกตัวเกี่ยวกับการแก้กฎหมายนี้ นาย
ภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวว่า เรื่องนี้ ต้องถามที่นาย
เอกภพ แต่วันนี้กรรมาธิการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งกองทุนต่างๆ รวมถึง นาย
ศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย มาให้ข้อมูลเรื่องนี้ ซึ่งนาย
ศุภชัยไม่ได้มา แต่ส่งนาย
เอกภพ เป็นคนมาให้ข้อมูลแทน ซึ่งก็มีคำถามอยู่ว่า นาย
เอกภพมาในฐานะอะไร เพราะเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
.
นาย
ภัณฑิล กล่าวต่อว่า แต่กฎหมายนี้เสนอโดย ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ทั้งนี้ กมธ. โดยตัวประธาน กมธ. ก็ตั้งคำถามแบบเดียวกันว่า องค์กรเหล่านี้สามารถตรวจสอบได้ผ่านกลไกคณะกรรมการที่พวกคุณนั่งกันเป็นแผงอยู่แล้ว รวมถึงมีข้อการให้ข้าราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้ ในสภาเรียกตรวจสอบได้หมด อย่าง สสส. วันนี้ก็มาชี้แจง แต่ถามนาย
เอกภพมาในฐานะอะไร หรือมาในนามพรรค แต่ก็เห็นจั่วหัวว่าโฆษกรัฐบาล.
.
.
พรรคประชาชน จี้ เร่งแก้ปัญหาน้ำสีรุ้ง-กากมลพิษในปราจีนบุรี ซัด น้ำลด สารพิษผุด แนะ ประกาศเขตควบคุมมลพิษด่วน
.
‘พรรคประชาชน’ จี้ ’รัฐบาล‘ เร่งแก้ปัญหาน้ำสีรุ้ง-กากมลพิษในปราจีนบุรี ซัด น้ำลด สารพิษผุด แนะ ประกาศเขตควบคุมมลพิษด่วน-ตรวจน้ำเชิงรุก หาหน่วยงานโดยตรงรับผิดชอบ จ่อ หนุนชาวบ้านฟ้องร้องรัฐละเลยหน้าที่
.
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่รัฐสภา นาย
พูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงถึงกรณีน้ำสีรุ้ง จ.ปราจีนบุรี ร่วมกับตัวแทนภาคประชาชนที่ได้สะท้อนถึงปัญหาในพื้นที่
.
โดยนาย
สุเมธ เหรียญพงษ์นาม แกนนำเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง กล่าวว่า จากสถานการณ์ขยะมลพิษในจังหวัดปราจีนบุรี ไม่ใช่เพิ่งจะเริ่ม แต่มีมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2561 โดยเฉพาะกลุ่มนายทุนที่ทำเรื่องขยะรีไซเคิล 105 และ 106 และการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ที่ขณะนี้ กำลังขยายโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เข้าไปในจังหวัดปราจีนบุรี แต่การขยายตัวขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นความวิตกกังวลของพี่น้องชาวปราจีนบุรี เพราะที่ผ่านมาในจังหวัดได้รับผลกระทบเรื่องมลพิษอย่างหนักทั้งการสร้างโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน การลักลอบฝังกลบ ทิ้งขยะมากมาย ตามพื้นที่ ทั้งไร่นา ภายในโรงงาน การทำโรงงานเถื่อน โรงงานเทา ทั้งจีนเทา จีนเถื่อน พบได้เยอะ และสูงมาก
นาย
สุเมธ กล่าวต่อว่า จากนั้นเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา เกิดน้ำท่วมใหญ่นำมา ซึ่งผลกระทบมากมายมหาศาล โดยเฉพาะมลพิษที่ไหลจากน้ำ จ.ปราจีนบุรีเรื่องมลพิษสูงมากและปัจจุบันจะเห็นภาพสะท้อนไม่ว่าจะเป็นน้ำสองสี น้ำสายรุ้ง น้ำที่ทำให้ปลาตายในแม่น้ำลำคลอง พื้นที่ไร่นาที่มีบ่อปลา ก็พบว่าลอยคอตายจำนวนมาก และยังไม่ถูกดำเนินการจัดการเพื่อแก้ไขเลย
.
นาย
สุเมธ กล่าวอีกว่า ประชาชนทราบเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น เราพยายามส่งข่าวไปยังหน่วยงานราชการ ว่ามีโรงงานลักลอบทิ้งขยะอยู่มากมาย ซึ่งอุตสาหกรรมจังหวัด กระทรวงอุตสาหกรรม ไม่สามารถควบคุมดูแลโรงงานที่เกิดขึ้นในจังหวัดปราจีนบุรีได้ถือว่าเป็นความล้มเหลว ประชาชนชี้ให้รัฐเห็นว่า จุดไหนที่มีเหตุการณ์น้ำรั่ว น้ำซึมรอบทิ้งโรงงานฝังกลบขยะไม่ถูกต้อง โรงงานเถื่อน โรงงานเทา เป็นสิ่งที่ประชาชนชี้นำให้รัฐออกมากำกับดูแล แต่เมื่อรับทราบเหตุผลแล้ว ไม่สามารถกำกับดูแลควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้เลย
.
นาย
สุเมธ กล่าวต่อว่า น้ำท่วมครั้งนี้จึงเหมือนน้ำลด ตอผุด ไม่ใช่ตออย่างเดียว แต่เป็นมลพิษที่ฝังอยู่ใต้ดินผุดขึ้นมามากมาย และสิ่งที่เรากำลังเจอ มาจากบ่อฝังกลบที่ทั้งจังหวัดมี 4 บ่อมีการตรวจ 3 บ่อ ซึ่งไม่มีผลการตรวจออกมาอย่างชัดเจนว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง สะท้อนว่าภาครัฐขณะนี้ อนุญาตอนุมัติโรงงานให้เกิดขึ้นในจังหวัดมากมาย แต่เหตุใดจึงไม่สามารถกำกับดูแลควบคุมโรงงาน ให้สามารถสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้ นอกจากนี้ ยังไม่มีการประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้
.
“
ก่อนหน้าเราเคยบอกกับภาครัฐว่ามีจุดเสี่ยงมากมายในพื้นที่ ให้แจ้งเตือนประชาชนหรือกำกับดูแลเพื่อให้โรงงานสามารถป้องกันอุบัติเหตุน้ำท่วมในครั้งนี้แต่ปรากฏว่าภาครัฐเพิกเฉยไม่การทำให้ปัญหาการที่จะต้องป้องกันก่อนแต่กลายเป็นน้ำท่วมแล้วเราถึงค่อยมาดูแล แต่ก็สายไปแล้ว เพราะน้ำในแม่น้ำกลายเป็นสารพิษ ยังไม่รวมถึงสารพิษที่ตกค้างในดินหลังน้ำท่วมหมดแล้ว จะเป็นอย่างไรบ้าง ยังไม่เห็นจะมีโครงการหรือช่องทางอย่างไรในการแก้ไขและปรับปรุงเรื่องนี้” นาย
สุเมธ กล่าว
.
นาย
สุเมธ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ จังหวัดล้มเหลวในเรื่องการจัดการบริหารน้ำที่ปนเปื้อนมลพิษ ซึ่งขณะนี้น้ำลงไปถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา และอนาคตจะลงสู่ปากอ่าว น้ำที่กักไว้ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่มีหน่วยงานส่วนกลางหรือหน่วยงานภาครัฐใบกำกับดูแลเรื่องนี้เลย เป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง และเป็นภัยที่ประชาชน บนความสิ้นหวังว่า จากนี้จะทำอะไรได้บ้างจะประกอบอาชีพอะไร โดยเฉพาะเกษตรกรรม น้ำประปาที่ใช้บริโภค เราไม่สามารถเชื่อได้ว่าจะใช้บริโภคได้ใช่หรือไม่ เพราะรัฐบาลยังไม่ตอบคำถามใดๆ แม้แต่รัฐมนตรีที่ลงไปในพื้นที่
.
นาย
สุเมธ กล่าวต่อว่า ตนยังมองว่ายืนอยู่ข้างทุนชัดเจน 7 วันผ่านไปโรงงานที่ปล่อยน้ำสีรุ้งที่เรามีหลักฐานชัดเจน ก็ยังไม่ถูกดำเนินการใดๆ ซึ่งมี 2 โรงงานที่ตนเองมองว่าเหมือนเป็นพันธมิตรกันด้วยซ้ำ เป็นสิ่งที่ประชาชนอยากเห็นว่ารัฐบาลจะทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง จึงฝากวิงวอน พรรคประชาชนที่ลงไปในพื้นที่ว่าเกิดเหตุขึ้นบ้าง และจะส่งข่าวสารกระตุ้นการทำงานภาครัฐให้เรารอดพ้นวิกฤตนี้ไปได้
.
ขณะที่ น.ส.
ธันยาภัทร์ ดอกผล ตัวแทนกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง กล่าวว่า น้ำท่วมครั้งนี้สะท้อนชัดเจนว่าหน่วยงานภาครัฐ ไม่มีมาตรการจัดการภัยพิบัติและป้องกันทั้งก่อน ระหว่างเกิดเหตุและหลังจากการเกิดเหตุสาเหตุที่ปลาตายจำนวนมาก สาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะมาจากอุตสาหกรรม เพราะในจังหวัดปราจีนมีบ่อขยะฝังกลบ ที่ได้รับใบอนุญาตทั้งหมด 4 แห่ง มี 2 แห่งถูกน้ำท่วม จนถึงกองกากขยะ และมี 1 แห่งที่น้ำจากโรงงานไหลล้นออกมาสู่พื้นที่ภายนอกของชาวบ้าน มีโรงงานที่ทำเกี่ยวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มากกว่า 3 แห่งที่น้ำท่วม พื้นที่เหล่านี้อยู่ต้นน้ำ และไหลไปรวมกันที่แม่น้ำปราจีนบุรี และพื้นที่การตรวจพบอะลูมิเนียม อยู่ติดจังหวัดปราจีนบุรีและสระแก้วที่มีโรงงานใกล้เคียงในบริเวณนั้น โรงงานที่มีสารเคมีอันตราย ไปตั้งอยู่ที่น้ำท่วม เป็นปัญหาใหญ่สำหรับประชาชน ย้ำว่า เรามองการพัฒนาประเทศที่เห็นท้องถิ่นประชาชนอยู่ในนั้น แต่ไม่ใช่การพัฒนาที่มุ่งเน้นเฉพาะตัวเลขจีดีพี
.
ขณะที่น.ส.
นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี พรรคประชาชน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจนั้น แค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่ลงไปในพื้นที่มีอาการคันและแสบมาก ซึ่งเป็นน้ำที่ตกค้างอยู่ แต่ในสถานการณ์ปกติความเข้มข้นจะขนาดไหน สะท้อนว่า แค่ในระยะเวลาสั้นๆ ยังมีผลกระทบต่อสุขภาพขนาดนี้ และประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ต้องอยู่ตรงนั้น จะอยู่กันอย่างไร และกระบวนการทำงานของรัฐบาลยังช้าอยู่มาก การสื่อสารยังไม่ชัดเจน แต่ประชาชนต้องอยู่ที่นั่นต่อ สิ่งนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นและไม่ใช่มีโรงงานที่ไร้ความรับผิดชอบต่อสังคมแค่แห่งเดียว แต่พี่น้องชาวปราจีนบุรีเรียกร้องสิ่งนี้มาอย่างต่อเนื่องหลาย 10 ปี ผลเสียจากการละเลยและผลประโยชน์ทับซ้อน ปล่อยให้ชาวบ้านตายผ่อนส่ง
JJNY : ปชน.เตือนอย่าหักพร้าด้วยเข่า│ปชน.ซัด น้ำลด สารพิษผุด│ส.ส.ปชน.บี้เอาผิดผู้ว่าภูเก็ต│ปชน.อัดทส.เมินแก้สารพิษน้ำท่วม
https://www.matichon.co.th/politics/news_5952829
.
‘สส.ปชน.’ ยื่นญัตติด่วนถึงประธานสภา ชงตั้งกมธ.วิสามัญศึกษากฎหมายปฏิรูป 4 กองทุน รื้อเงินภาษีบาป ชี้กระทบวงกว้าง ไร้มาตรการรองรับ เกิดช่องว่างทำเงิน 1.4 หมื่นล้านหายจากระบบ เตือนอย่าหักด้ามพร้าด้วยเข่า หลังภาคประชาชน-ผลประชาพิจารณ์แห่ค้าน โยน ‘เอกภพ’ ตอบปมดันสุดตัวแก้กฎหมาย พร้อมถามวันนี้เข้าแจงกมธ.ในฐานะอะไร
.
เมื่อเวลา 11.45 น. ที่รัฐสภา น.ส.ณัฐยา บุญภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วย ส.ส.พรรคประชาชน แถลงข่าวพรรคประชาชนจะเสนอญัตติด่วนต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางปฏิรูปกฎหมาย 3 กองทุน และ 1 องค์กร คือกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ
.
น.ส.ณัฐยา กล่าวต่อว่า ช่วงเดือนที่ผ่านมามี ส.ส. ได้เสนอร่างแก้ไขพ.ร.บ.4 ฉบับ เปลี่ยนจากการรับเงินบำรุงจากภาษีบาป มาเป็นการขอรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน ด้วยเหตุผลว่าอยากรักษาวินัยการเงินการคลังตามนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภา แต่พรรคประชาชนเห็นว่าการขอแก้ไขพ.ร.บ.ทั้ง 4 ฉบับก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนอย่างกว้างขวาง คือ 1.กระทบต่อความต่อเนื่องของงานดูแลกลุ่มเปราะบาง 2.ความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ 3.งานควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ ซึ่งต้องชนกับธุรกิจหรืออุตสาหกรรมใหญ่ๆ อยู่เป็นประจำ
.
“หากไม่มีงบประมาณที่แน่นอนและต่อเนื่อง ก็จะกระทบกับการดำเนินงานในการคุ้มครองประชาชน กระทบต่อภาระการคลังระยะยาว จึงควรมีการประเมินอย่างรอบคอบว่า จะคุ้มกันหรือไม่ หากเปลี่ยนแหล่งงบประมาณ รวมถึงเรื่องของความไม่แน่นอนว่า ถ้าแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับในครั้งนี้แล้ว โดยที่ยังไม่มีมาตรการหรือกลไกทางกฎหมายอื่นมารับประกันให้เกิดความแน่ใจว่างบฯ ส่วนที่เป็นส่วนเก็บเพิ่ม ราวปีละ 1.4 หมื่นล้านบาทนี้ จะไม่หายไปจากระบบ ซึ่งตรงนี้ ถ้าหากมีรอยต่อเกิดขึ้น หรือมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นก็อาจจะกลายเป็นความสูญเสียร่วมกันของสังคม” น.ส.ณัฐยา กล่าว
.
น.ส.ณัฐยา กล่าวต่อว่า การเปลี่ยนแปลงที่มาของงบฯไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องความโปร่งใส เป็นเรื่องอำนาจบริหาร อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากองทุนเหล่านี้มีทั้งนายกรัฐมนตรี รองนายกฯ รัฐมนตรี กำกับดูแลอยู่แล้ว ซึ่งสามารถใช้อำนาจบริหารในการยกระดับธรรมาภิบาล หรือการดำเนินงานของหน่วยงานได้โดยตรง โดยไม่ต้องไปแก้กฎหมายให้เป็นหน่วยงานที่ขอรับงบฯ รายปี ที่สำคัญผลการรับฟังความเห็นต่อการแก้ไขกฎหมายทั้ง 4 ฉบับก่อนหน้านี้ก็พบว่า มากกว่า 60-80% ไม่เห็นด้วยให้มีการแก้ไขแหล่งที่มาของงบฯ ดังกล่าว รวมถึงช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ภาคประชาชนรวมกลุ่มกันไปยื่นหนังสือแสดงจุดยืนคัดค้าน เราจึงไม่อยากเห็นสถานการณ์ฝ่ายนิติบัญญัติที่อยากจะเสนอกฎหมายนี้เดินหน้าต่อโดยไม่ฟังเสียงของประชาชน จึงยื่นญัตติด่วนต่อประธานสภาฯ เพื่อขอตั้งกมธ.วิสามัญศึกษาเรื่องนี้ให้ตกผลึกข้อเสนอที่เหมาะสมกับการปฏิรูปกองทุนต่างๆ ไม่ใช้อำนาจนิติบัญญัติในการออกกฎหมายแบบหักด้ามพร้าด้วยเข่า
.
เมื่อถามถึง ความเห็นต่อกรณีในช่วงที่ผ่านมาเกิดการโต้เถียงกันไปมาระหว่างผู้ไม่เห็นด้วยกับการแก้กฎหมายเปลี่ยนการรับงบจากภาษีบาป มาเป็นขอรับงบรายจ่ายประจำปี กับ นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่อดีตเคยสนับสนุนบุหรี่ และออกตัวเกี่ยวกับการแก้กฎหมายนี้ นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวว่า เรื่องนี้ ต้องถามที่นายเอกภพ แต่วันนี้กรรมาธิการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องทั้งกองทุนต่างๆ รวมถึง นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย มาให้ข้อมูลเรื่องนี้ ซึ่งนายศุภชัยไม่ได้มา แต่ส่งนายเอกภพ เป็นคนมาให้ข้อมูลแทน ซึ่งก็มีคำถามอยู่ว่า นายเอกภพมาในฐานะอะไร เพราะเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
.
นายภัณฑิล กล่าวต่อว่า แต่กฎหมายนี้เสนอโดย ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ทั้งนี้ กมธ. โดยตัวประธาน กมธ. ก็ตั้งคำถามแบบเดียวกันว่า องค์กรเหล่านี้สามารถตรวจสอบได้ผ่านกลไกคณะกรรมการที่พวกคุณนั่งกันเป็นแผงอยู่แล้ว รวมถึงมีข้อการให้ข้าราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้ ในสภาเรียกตรวจสอบได้หมด อย่าง สสส. วันนี้ก็มาชี้แจง แต่ถามนายเอกภพมาในฐานะอะไร หรือมาในนามพรรค แต่ก็เห็นจั่วหัวว่าโฆษกรัฐบาล.
.
.
‘พรรคประชาชน’ จี้ ’รัฐบาล‘ เร่งแก้ปัญหาน้ำสีรุ้ง-กากมลพิษในปราจีนบุรี ซัด น้ำลด สารพิษผุด แนะ ประกาศเขตควบคุมมลพิษด่วน-ตรวจน้ำเชิงรุก หาหน่วยงานโดยตรงรับผิดชอบ จ่อ หนุนชาวบ้านฟ้องร้องรัฐละเลยหน้าที่
.
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงถึงกรณีน้ำสีรุ้ง จ.ปราจีนบุรี ร่วมกับตัวแทนภาคประชาชนที่ได้สะท้อนถึงปัญหาในพื้นที่
.
โดยนายสุเมธ เหรียญพงษ์นาม แกนนำเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง กล่าวว่า จากสถานการณ์ขยะมลพิษในจังหวัดปราจีนบุรี ไม่ใช่เพิ่งจะเริ่ม แต่มีมาตั้งแต่ปีพ.ศ.2561 โดยเฉพาะกลุ่มนายทุนที่ทำเรื่องขยะรีไซเคิล 105 และ 106 และการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ที่ขณะนี้ กำลังขยายโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เข้าไปในจังหวัดปราจีนบุรี แต่การขยายตัวขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นความวิตกกังวลของพี่น้องชาวปราจีนบุรี เพราะที่ผ่านมาในจังหวัดได้รับผลกระทบเรื่องมลพิษอย่างหนักทั้งการสร้างโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน การลักลอบฝังกลบ ทิ้งขยะมากมาย ตามพื้นที่ ทั้งไร่นา ภายในโรงงาน การทำโรงงานเถื่อน โรงงานเทา ทั้งจีนเทา จีนเถื่อน พบได้เยอะ และสูงมาก
นายสุเมธ กล่าวต่อว่า จากนั้นเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา เกิดน้ำท่วมใหญ่นำมา ซึ่งผลกระทบมากมายมหาศาล โดยเฉพาะมลพิษที่ไหลจากน้ำ จ.ปราจีนบุรีเรื่องมลพิษสูงมากและปัจจุบันจะเห็นภาพสะท้อนไม่ว่าจะเป็นน้ำสองสี น้ำสายรุ้ง น้ำที่ทำให้ปลาตายในแม่น้ำลำคลอง พื้นที่ไร่นาที่มีบ่อปลา ก็พบว่าลอยคอตายจำนวนมาก และยังไม่ถูกดำเนินการจัดการเพื่อแก้ไขเลย
.
นายสุเมธ กล่าวอีกว่า ประชาชนทราบเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น เราพยายามส่งข่าวไปยังหน่วยงานราชการ ว่ามีโรงงานลักลอบทิ้งขยะอยู่มากมาย ซึ่งอุตสาหกรรมจังหวัด กระทรวงอุตสาหกรรม ไม่สามารถควบคุมดูแลโรงงานที่เกิดขึ้นในจังหวัดปราจีนบุรีได้ถือว่าเป็นความล้มเหลว ประชาชนชี้ให้รัฐเห็นว่า จุดไหนที่มีเหตุการณ์น้ำรั่ว น้ำซึมรอบทิ้งโรงงานฝังกลบขยะไม่ถูกต้อง โรงงานเถื่อน โรงงานเทา เป็นสิ่งที่ประชาชนชี้นำให้รัฐออกมากำกับดูแล แต่เมื่อรับทราบเหตุผลแล้ว ไม่สามารถกำกับดูแลควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้เลย
.
นายสุเมธ กล่าวต่อว่า น้ำท่วมครั้งนี้จึงเหมือนน้ำลด ตอผุด ไม่ใช่ตออย่างเดียว แต่เป็นมลพิษที่ฝังอยู่ใต้ดินผุดขึ้นมามากมาย และสิ่งที่เรากำลังเจอ มาจากบ่อฝังกลบที่ทั้งจังหวัดมี 4 บ่อมีการตรวจ 3 บ่อ ซึ่งไม่มีผลการตรวจออกมาอย่างชัดเจนว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง สะท้อนว่าภาครัฐขณะนี้ อนุญาตอนุมัติโรงงานให้เกิดขึ้นในจังหวัดมากมาย แต่เหตุใดจึงไม่สามารถกำกับดูแลควบคุมโรงงาน ให้สามารถสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้ นอกจากนี้ ยังไม่มีการประเมินความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้
.
“ก่อนหน้าเราเคยบอกกับภาครัฐว่ามีจุดเสี่ยงมากมายในพื้นที่ ให้แจ้งเตือนประชาชนหรือกำกับดูแลเพื่อให้โรงงานสามารถป้องกันอุบัติเหตุน้ำท่วมในครั้งนี้แต่ปรากฏว่าภาครัฐเพิกเฉยไม่การทำให้ปัญหาการที่จะต้องป้องกันก่อนแต่กลายเป็นน้ำท่วมแล้วเราถึงค่อยมาดูแล แต่ก็สายไปแล้ว เพราะน้ำในแม่น้ำกลายเป็นสารพิษ ยังไม่รวมถึงสารพิษที่ตกค้างในดินหลังน้ำท่วมหมดแล้ว จะเป็นอย่างไรบ้าง ยังไม่เห็นจะมีโครงการหรือช่องทางอย่างไรในการแก้ไขและปรับปรุงเรื่องนี้” นายสุเมธ กล่าว
.
นายสุเมธ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ จังหวัดล้มเหลวในเรื่องการจัดการบริหารน้ำที่ปนเปื้อนมลพิษ ซึ่งขณะนี้น้ำลงไปถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา และอนาคตจะลงสู่ปากอ่าว น้ำที่กักไว้ ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่มีหน่วยงานส่วนกลางหรือหน่วยงานภาครัฐใบกำกับดูแลเรื่องนี้เลย เป็นความเสี่ยงอย่างยิ่ง และเป็นภัยที่ประชาชน บนความสิ้นหวังว่า จากนี้จะทำอะไรได้บ้างจะประกอบอาชีพอะไร โดยเฉพาะเกษตรกรรม น้ำประปาที่ใช้บริโภค เราไม่สามารถเชื่อได้ว่าจะใช้บริโภคได้ใช่หรือไม่ เพราะรัฐบาลยังไม่ตอบคำถามใดๆ แม้แต่รัฐมนตรีที่ลงไปในพื้นที่
.
นายสุเมธ กล่าวต่อว่า ตนยังมองว่ายืนอยู่ข้างทุนชัดเจน 7 วันผ่านไปโรงงานที่ปล่อยน้ำสีรุ้งที่เรามีหลักฐานชัดเจน ก็ยังไม่ถูกดำเนินการใดๆ ซึ่งมี 2 โรงงานที่ตนเองมองว่าเหมือนเป็นพันธมิตรกันด้วยซ้ำ เป็นสิ่งที่ประชาชนอยากเห็นว่ารัฐบาลจะทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง จึงฝากวิงวอน พรรคประชาชนที่ลงไปในพื้นที่ว่าเกิดเหตุขึ้นบ้าง และจะส่งข่าวสารกระตุ้นการทำงานภาครัฐให้เรารอดพ้นวิกฤตนี้ไปได้
.
ขณะที่ น.ส.ธันยาภัทร์ ดอกผล ตัวแทนกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง กล่าวว่า น้ำท่วมครั้งนี้สะท้อนชัดเจนว่าหน่วยงานภาครัฐ ไม่มีมาตรการจัดการภัยพิบัติและป้องกันทั้งก่อน ระหว่างเกิดเหตุและหลังจากการเกิดเหตุสาเหตุที่ปลาตายจำนวนมาก สาเหตุส่วนหนึ่งน่าจะมาจากอุตสาหกรรม เพราะในจังหวัดปราจีนมีบ่อขยะฝังกลบ ที่ได้รับใบอนุญาตทั้งหมด 4 แห่ง มี 2 แห่งถูกน้ำท่วม จนถึงกองกากขยะ และมี 1 แห่งที่น้ำจากโรงงานไหลล้นออกมาสู่พื้นที่ภายนอกของชาวบ้าน มีโรงงานที่ทำเกี่ยวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มากกว่า 3 แห่งที่น้ำท่วม พื้นที่เหล่านี้อยู่ต้นน้ำ และไหลไปรวมกันที่แม่น้ำปราจีนบุรี และพื้นที่การตรวจพบอะลูมิเนียม อยู่ติดจังหวัดปราจีนบุรีและสระแก้วที่มีโรงงานใกล้เคียงในบริเวณนั้น โรงงานที่มีสารเคมีอันตราย ไปตั้งอยู่ที่น้ำท่วม เป็นปัญหาใหญ่สำหรับประชาชน ย้ำว่า เรามองการพัฒนาประเทศที่เห็นท้องถิ่นประชาชนอยู่ในนั้น แต่ไม่ใช่การพัฒนาที่มุ่งเน้นเฉพาะตัวเลขจีดีพี
.
ขณะที่น.ส.นฤมาศ เปี่ยมบัณฑิต สส.ชลบุรี พรรคประชาชน กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจนั้น แค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่ลงไปในพื้นที่มีอาการคันและแสบมาก ซึ่งเป็นน้ำที่ตกค้างอยู่ แต่ในสถานการณ์ปกติความเข้มข้นจะขนาดไหน สะท้อนว่า แค่ในระยะเวลาสั้นๆ ยังมีผลกระทบต่อสุขภาพขนาดนี้ และประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ต้องอยู่ตรงนั้น จะอยู่กันอย่างไร และกระบวนการทำงานของรัฐบาลยังช้าอยู่มาก การสื่อสารยังไม่ชัดเจน แต่ประชาชนต้องอยู่ที่นั่นต่อ สิ่งนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นและไม่ใช่มีโรงงานที่ไร้ความรับผิดชอบต่อสังคมแค่แห่งเดียว แต่พี่น้องชาวปราจีนบุรีเรียกร้องสิ่งนี้มาอย่างต่อเนื่องหลาย 10 ปี ผลเสียจากการละเลยและผลประโยชน์ทับซ้อน ปล่อยให้ชาวบ้านตายผ่อนส่ง