วานนี้ 27 ต.ค. 69 กระทรวงสาธารณสุข ออกโรงเตือนประชาชนในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี หลังมีรายงานตรวจพบสารอะลูมิเนียมปนเปื้อนในแม่น้ำปราจีนบุรี กรมการแพทย์โดยโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เร่งให้คำแนะนำการป้องกันตนเอง ย้ำการต้มน้ำไม่ช่วยกำจัดโลหะหนัก พร้อมเตือนกลุ่มป่วยโรคไตเสี่ยงสารสะสมในร่างกาย
.
นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า จากกรณีตรวจพบสารอะลูมิเนียมปนเปื้อนในแม่น้ำปราจีนบุรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีความห่วงใยต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำและต้องใช้น้ำในชีวิตประจำวัน จึงสั่งการให้กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ออกคำแนะนำและข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย
.
กรมการแพทย์ ระบุว่า อะลูมิเนียมเป็นโลหะที่พบได้ตามธรรมชาติและอาจปนเปื้อนจากกิจกรรมอุตสาหกรรมหรือน้ำเสีย ทั้งนี้ การได้รับพิษขึ้นอยู่กับปริมาณ ระยะเวลา และช่องทางการสัมผัส
.
เน้นย้ำให้ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และ หลีกเลี่ยงการนำน้ำที่สงสัยว่าปนเปื้อนมาดื่ม ประกอบอาหาร ล้างผักผลไม้ หรือแปรงฟัน จนกว่าจะได้รับยืนยันความปลอดภัย ที่สำคัญ "การต้มน้ำ" ไม่สามารถกำจัดอะลูมิเนียมหรือโลหะหนักที่ละลายในน้ำได้
.
ปกติร่างกายจะดูดซึมอะลูมิเนียมจากอาหารและน้ำได้น้อย และจะขับออกทางไต แต่หากได้รับปริมาณสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไต ที่ระบบการขับสารลดลง อาจเกิดการสะสมส่งผลกระทบต่อระบบประสาท กระดูก และกล้ามเนื้อ ทำให้ความจำหรือการรับรู้ผิดปกติ ปวดกระดูก และกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้
.
ข้อปฏิบัติตนและอาการเตือนที่ต้องรีบพบแพทย์
.
• หากจำเป็นต้องทำงานในพื้นที่ : ให้ใช้อุปกรณ์ป้องกัน เหมาะสม และหลังสัมผัสน้ำให้รีบล้างผิวหนังด้วยน้ำสะอาดและสบู่ พร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที
• อาการเบื้องต้น : หากดื่มหรือสัมผัสน้ำแล้วมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย หรือระคายเคืองผิวหนัง ให้รีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำ
• อาการรุนแรง : หากมีอาการซึม สับสน ชัก หรือหายใจลำบาก ให้รีบพาส่งโรงพยาบาลทันที
• ข้อห้าม : ไม่ควรซื้อผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าช่วย "ขับสารพิษ" หรือ "ดีท็อกซ์" มาใช้เอง เพราะนอกจากจะไม่ช่วยแล้ว อาจเกิดอันตรายต่อร่างกายได้
สาธารณสุขเตือนประชาชนในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี หลังตรวจพบสารอะลูมิเนียมปนเปื้อนในแม่น้ำปราจีนบุรี