คำตอบที่ถูกต้องที่สุดตามหลักโภชนาการทางการแพทย์คือ
"เน้นอาหารจริง (Whole Food) เป็นหลักก่อน แล้วใช้อาหารเสริมเมื่อจำเป็น"
คำแนะนำสำหรับผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไปในการพิจารณาระหว่างสองทางเลือกนี้ มีดังนี้:
1. โปรตีนจากอาหารจริง (ควรเป็นตัวเลือกหลัก)
ข้อดี: นอกจากโปรตีนแล้ว อาหารจริง เช่น ไข่, เนื้อปลา, อกไก่, เต้าหู้, และถั่วต่างๆ ยังให้สารอาหารอื่นที่มีประโยชน์ เช่น วิตามิน, แร่ธาตุ, สารต้านอนุมูลอิสระ และใยอาหาร (Fiber) ที่ช่วยเรื่องระบบย่อยและการขับถ่าย
ปริมาณที่แนะนำ: วัย 50+ มีภาวะสลายของกล้ามเนื้อเร็วขึ้น ควรได้รับโปรตีนประมาณ
1.0 - 1.2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน (เช่น น้ำหนัก 60 กก. ควรได้รับโปรตีนราว 60–72 กรัมต่อวัน)
2. โปรตีนเสริม (เช่น เวย์โปรตีน หรือโปรตีนพืชสกัด)
ข้อดี: สะดวก ย่อยง่าย ควบคุมปริมาณพลังงาน/ไขมันได้ง่าย และช่วยเสริมในกรณีที่ทานอาหารหลักได้น้อย
เมื่อไหร่ที่ควรทานเสริม:
เบื่ออาหาร ทานอาหารหลักได้ไม่ครบตามเป้าหมายต่อวัน
มีปัญหาเรื่องการเคี้ยว การกลืน หรือระบบการย่อยอาหาร
ต้องการความสะดวกหลังการออกกำลังกาย หรือช่วงที่เร่งรีบ
ข้อควรระวังในการเลือกใช้
ค่าไต: ผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะ
โรคไต ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสริมโปรตีนในปริมาณสูง
น้ำตาลและสารปรุงแต่ง: ตรวจสอบฉลากของโปรตีนเสริมว่าไม่มีการเติมน้ำตาล น้ำตาลทรายแดง หรือครีมเทียมในปริมาณสูง
สรุปแนวทางปฏิบัติ: พยายามรับประทานโปรตีนคุณภาพดีจากอาหารจริงให้ครบในแต่ละมื้อก่อน หากคำนวณแล้วยังได้ไม่เพียงพอต่อวัน จึงค่อยใช้อาหารเสริมโปรตีนเข้ามาเติมส่วนที่ขาด
Doctor Tany
https://www.facebook.com/reel/2053342815273486
อายุ 50+ ปี ควรกินอาหารเสริมโปรตีน VS กินโปรตีนจากอาหารจริง ?
คำแนะนำสำหรับผู้ที่อายุ 50 ปีขึ้นไปในการพิจารณาระหว่างสองทางเลือกนี้ มีดังนี้:
1. โปรตีนจากอาหารจริง (ควรเป็นตัวเลือกหลัก)
ข้อดี: นอกจากโปรตีนแล้ว อาหารจริง เช่น ไข่, เนื้อปลา, อกไก่, เต้าหู้, และถั่วต่างๆ ยังให้สารอาหารอื่นที่มีประโยชน์ เช่น วิตามิน, แร่ธาตุ, สารต้านอนุมูลอิสระ และใยอาหาร (Fiber) ที่ช่วยเรื่องระบบย่อยและการขับถ่าย
ปริมาณที่แนะนำ: วัย 50+ มีภาวะสลายของกล้ามเนื้อเร็วขึ้น ควรได้รับโปรตีนประมาณ 1.0 - 1.2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน (เช่น น้ำหนัก 60 กก. ควรได้รับโปรตีนราว 60–72 กรัมต่อวัน)
2. โปรตีนเสริม (เช่น เวย์โปรตีน หรือโปรตีนพืชสกัด)
ข้อดี: สะดวก ย่อยง่าย ควบคุมปริมาณพลังงาน/ไขมันได้ง่าย และช่วยเสริมในกรณีที่ทานอาหารหลักได้น้อย
เมื่อไหร่ที่ควรทานเสริม:
เบื่ออาหาร ทานอาหารหลักได้ไม่ครบตามเป้าหมายต่อวัน
มีปัญหาเรื่องการเคี้ยว การกลืน หรือระบบการย่อยอาหาร
ต้องการความสะดวกหลังการออกกำลังกาย หรือช่วงที่เร่งรีบ
ข้อควรระวังในการเลือกใช้
ค่าไต: ผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะ โรคไต ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสริมโปรตีนในปริมาณสูง
น้ำตาลและสารปรุงแต่ง: ตรวจสอบฉลากของโปรตีนเสริมว่าไม่มีการเติมน้ำตาล น้ำตาลทรายแดง หรือครีมเทียมในปริมาณสูง
สรุปแนวทางปฏิบัติ: พยายามรับประทานโปรตีนคุณภาพดีจากอาหารจริงให้ครบในแต่ละมื้อก่อน หากคำนวณแล้วยังได้ไม่เพียงพอต่อวัน จึงค่อยใช้อาหารเสริมโปรตีนเข้ามาเติมส่วนที่ขาด
Doctor Tany
https://www.facebook.com/reel/2053342815273486